เตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปเที่ยวเองที่ประเทศ “จีน”

เที่ยวเอง จีน เตรียมตัว china

ถ้าเป็นสมัยก่อนคนที่ไปเที่ยวประเทศ “จีน” มักเลือกไปกับกรุ๊ปทัวร์เนื่องจากง่ายและสะดวกกว่าการไปเที่ยวเองพอสมควร แต่ในช่วงหลายปีมานี้ กระแสการไป “เที่ยวเอง” ในแดนมังกร เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ อาจเพราะข้อมูลการท่องเที่ยวหาได้ง่ายขึ้น การเดินทางภายในสะดวกมากขึ้น ระบบสาธารณูปโภคของจีนพัฒนาขึ้นมาก อีกทั้งสายการบินต่างๆ ขยายเส้นทางไปยังหลายเมือง แถมยังมีการแข่งขันด้านราคากันอย่างดุเดือดอีกด้วย

อย่างที่รู้กันว่าประเทศจีนมีสถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นที่สุดของโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของธรรมชาติ ศิลปะวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ รวมไปถึงสิ่งก่อสร้างอันทันสมัย อีกทั้งค่าครองชีพโดยรวมก็ไม่ได้แพงเท่าไหร่ จึงไม่น่าแปลกใจที่ประเทศมหาอำนาจนี้จะเป็นจุดหมายอันดับต้นๆ ของคนไทยมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม แม้การไป “เที่ยวเอง” ในจีนจะสะดวกและง่ายมากกว่าเมื่อก่อน แต่เราก็ยังคงต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนไปเหมือนกับการไปประเทศอื่นๆ อยู่ดี จะมีอะไรที่ควรรู้และต้องเตรียมตัวบ้าง เราลองลิสต์เรื่องพื้นฐานมาให้แล้วครับ

ไฟลท์บิน

ขั้นแรกสุดคือหาตั๋วเครื่องบิน อยากไปเส้นทางไหนก็หาตั๋วเครื่องบินไปยังเมืองนั้นได้ตามสบาย ปัจจุบันมีสายการบินทั้ง full service และ low cost มากมาย เปิดเส้นทางบินตรงจากเมืองไทยสู่หลายเมืองหลักทั่วประเทศจีน ได้แก่ Beijing (ปักกิ่ง), Shanghai (เซี่ยงไฮ้), Shenzhen (เซินเจิ้น), Guangzhou (กวางโจว),  Xi’an (ซีอาน), Kunming (คุนหมิง), Chengdu (เฉิงตู), Changsha (ฉางซา), Hangzhou (หางโจว), Wuhan (อู่ฮั่น), Fuzhou (ฝูโจว), Nanjing (นานกิง), Qingdao (ชิงเต่า), Tianjin (เทียนจิน), Shenyang (เสิ่นหยาง) และ Zhengzhou (เจิ้งโจว)

สำหรับราคาตั๋วมีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น โดยมักมีโปรโมชั่นออกมาอยู่เรื่อยๆ ถ้าโชคดีก็ได้ราคาแค่ไม่กี่พันบาท ต้องคอยติดตามข่าวสารเรื่องโปรโมชั่นของแต่ละสายการบิน

วีซ่า

การเดินทางไปประเทศจีนต้องทำการขอวีซ่าจีนเสียก่อน ซึ่งขณะนี้การขอวีซ่าจีนต้องทำผ่านศูนย์บริการยื่นขอวีซ่าที่อาคารธนภูมิ ชั้น 5 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โดยเอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ในการขอวีซ่าท่องเที่ยว (L) สำหรับบุคคลทั่วไป (ไม่ใช่สื่อ) ได้แก่ 1) Visa Application Form หรือใบคำขอวีซ่าจีน 2) หนังสือเดินทางตัวจริงและสำเนา 1 ชุด ถ้าเคยมีวีซ่าจีนในเล่มเก่าให้ถ่ายเอกสารหน้าหนังสือเดินทางเล่มนั้นและหน้าวีซ่าจีนไปด้วย 3) รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว 2 รูป 4) ตั๋วเครื่องบินไปกลับ 5) หลักฐานการจองโรงแรมที่พัก 6) ค่าธรรมเนียมวีซ่าแบบธรรมดา 1,500 บาท ตามปกติจะใช้เวลาดำเนินการ 3 วันทำการ แต่สำหรับผู้ที่รีบมากๆ สามารถขอแบบด่วนสุดได้โดยใช้เวลา 1 วันทำการ แต่ราคาก็จะแพงกว่าปกติ

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.visaforchina.org

อินเตอร์เน็ต

ในโลกยุคปัจจุบัน อินเตอร์เน็ตถือว่าสำคัญและมีบทบาทในชีวิตมาก ตอนไปเที่ยวก็เช่นกัน ถ้าไม่มีอินเตอร์เน็ตคือลำบากเลย ตัวเลือกที่อยากแนะนำคือ ซิม GO! อินเตอร์ จาก dtac ที่สามารถเล่นเน็ตแรงเต็มสปีด 4 GB ได้ 10 วัน ในราคา 399 บาท ซึ่งถือว่าเป็นซิมที่ให้จำนวนวันมากที่สุด ณ ขณะนี้

ด้วยจำนวนเน็ตเท่านี้เรียกว่าใช้พอแบบสบายๆ อยู่แล้ว แต่ถ้าใช้เยอะมากจนครบ 4 GB จริงๆ ก็ยังใช้ต่อไปได้อีก แต่จะลดความเร็วลงเหลือ 128 Kbps อีกทั้งสัญญาณเน็ตที่จับ roaming จากสัญญาณที่จีนเองก็จัดว่าเสถียรดี ข้อดีอีกอย่างคือถ้าเปิดใช้งานแล้วแต่แพ็กยังไม่หมดอายุ 10 วันก็สามารถนำไปใช้ในประเทศอื่นๆ ได้โดยนับต่อเนื่องจากวันแรกที่เปิดใช้

ตัวอย่างเช่น บางคน transit แวะเปลี่ยนเครื่องที่มาเลเซียก่อน ก็สามารถใช้ซิมนี้เล่นเน็ตได้เหมือนกัน รวมทั้งสามารถใช้ได้ที่ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอีก 23 ประเทศรอบโลก นอกจากนี้ถ้าเปลี่ยนซิมนี้ในประเทศไทย สามารถเล่นเน็ตแบบไม่อั้นนาน 6 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่อง แถมโทร dtac call center +662 202-8100 จากต่างประเทศ ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย

แน่นอนว่าซิมนี้จะช่วยแก้ปัญหาการใช้ social media และ mobile application ต่างๆ เช่น Google Map, Youtube, LINE, Facebook, Twitter ที่ตามปกติจะไม่สามารถใช้ได้ในจีน แต่ถ้าใครจะใช้เว็บของจีน เช่น Baidu, Wecaht ก็ได้เช่นกัน จึงอัพเดทแบบ real time กันได้เต็มที่แบบไม่ต้องพึ่ง VPN ส่วนอัตราค่าโทรกลับไทย/โทรในต่างประเทศ นาทีละ 10 บาท รับสายนาทีละ 12 บาท

หาซื้อได้ที่ dtac Hall ทุกสาขาทั่วประเทศ รวมทั้ง สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต และสมุย

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.dtac.co.th/gointer

เงิน

ประเทศจีนใช้สกุลเงิน “หยวน” (Yuan) ตัวย่อสากลคือ CNY แม้สามารถใช้บัตรเครดิตได้ แต่ก็จำกัดแค่ตามโรงแรมและร้านค้าขนาดใหญ่เท่านั้น ดังนั้นแนะนำให้แลกเงินสดไปตั้งแต่เมืองไทย อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 1 หยวนเท่ากับ 5 บาท ควรแลกเป็นแบงค์ 10 หยวนไปมากหน่อยเพราะใช้จ่ายสะดวก และควรระวังเรื่องแบงค์ปลอม โดยเฉพาะแบงค์ 50 และ 100 หยวน โดยวิธีดูแบงค์ปลอมคือเมื่อยกส่องหรือเอียงธนบัตรจะไม่เห็นเลข 50, 100 บริเวณด้านล่างของแบงค์หรือเห็นไม่ชัดเจน รวมถึงเมื่อยกส่องจะมองไม่เห็นลายน้ำรูปใบหน้าของท่านประธานาธิบดีเหมา เป็นเพียงกระดาษเรียบๆ ธรรมดาที่คุณภาพต่ำ

เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย

แน่นอนว่าการเตรียมเสื้อผ้าย่อมขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาลและเมืองที่ไปเพราะประเทศกว้างใหญ่มาก สภาพอากาศในแต่ละพื้นที่ย่อมต่างกันสุดขั้วเป็นธรรมดา หากใช้กรุงปักกิ่งเป็นมาตรฐานและไปช่วงหน้าหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) ก็ควรเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาวขั้นสุด แต่ถ้าไปในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) หรือฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) ก็อาจไม่ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวขั้นสุดแบบหน้าหนาวก็ได้ แต่ถ้าไปช่วงหน้าร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) ก็สามารถแต่งตัวได้ตามสบาย นอกจากนี้ยังควรเตรียมอย่างอื่นให้พร้อมด้วย เช่น รองเท้าที่สวมสบาย หมวก และแว่นกันแดด

อุปกรณ์ไฟฟ้า

ทั่วประเทศจีนใช้ระบบไฟฟ้า 220 โวลต์เหมือนกับเมืองไทย และปลั๊กแบบขาแบน 2 ขา จึงไม่ต้องห่วงเรื่องการชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือแบตเตอร์รี่ต่างๆ แต่ก็ไม่ควรลืมพก universal adapter ติดกระเป๋าไปด้วย เพราะเต้าเสียบของบางโรงแรมอาจเป็นแบบ 3 ขาแบน นอกจากนี้ยังควรพกปลั๊กสามตาไปด้วยเผื่อใช้กรณีปลั๊กไม่เพียงพอต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า

ทิชชูเปียก

แม้ทุกวันนี้หลายเมืองในประเทศจีนจะพัฒนาไปมากแล้ว แต่ถ้าพูดถึงเรื่องห้องน้ำสาธารณะ (ไม่รวมถึงห้องน้ำในโรงแรมหรือสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ) ก็คงปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงไม่ได้ว่าสะอาดหมดจดน่าเข้าทุกที่ โดยบางส่วนยังเป็นส้วมหลุมแบบนั่งยอง ความทรมานใจเวลาต้องเข้าห้องน้ำสาธารณะยังคงเป็นปัญหาอยู่พอสมควรโดยเฉพาะคุณผู้หญิง ดังนั้นทิชชูเปียกจึงเป็นของมีค่าอย่างยิ่งที่ห้ามลืมเตรียมไปด้วย