สุดยอดเมืองสีขาวสะอาดเนียนตาในยุโรป

ทั่วไปแล้วอาคารบ้านเรือนสีขาวเป็นสิ่งที่พบได้ในเมืองแถบเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งมีค่านิยมในการใช้สีขาวทาบ้านเรือนและส่วนมากจะทาใหม่ทุกๆ ปีด้วย หลายคนต่างชื่นชอบทัศนียภาพอันสบายตาของบ้านเรือนสีขาวเพราะไม่ว่าจะมองไปทางใด ทุกอย่างจะเป็นสีขาวสะอาดตาไปหมด หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลเมืองโอโม่เหล่านี้ ลองมาดูกันว่ามีเมืองใดที่อยู่ในข่ายที่จะไปเยือนกันได้บ้าง

ΟίαSantorini, Greece

เกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยวกลางทะเลอีเจียนของประเทศกรีซที่คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณให้มากมาย เกาะภูเขาไฟดังกล่าวมีชื่อเสียงจากบ้านเรือนสีขาวตามแนวหน้าผาที่ลาดชันลงสู่น้ำทะเลสีน้ำเงินเข้ม เมื่อมองจากระยะไกลจะเห็นเป็นแนวบ้านเรือนสีขาวตัดกับน้ำทะเลเป็นฉากหลังที่มีแนวขอบฟ้าแบ่งชั้นกับน้ำทะเลอีกต่อหนึ่ง งดงามราวสวรรค์บนดินอย่างแท้จริง

การเดินทาง: ไปได้ทั้งทางเครื่องบินที่มีเส้นทางมากมายในยุโรปและเรือเฟอร์รี่จากเมือง Piraeus รวมถึงเรือสำราญในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

Santorini

Ostuni, Italy

La Città Bianca หรือ The White Town คือชื่อเล่นของเมืองเล็กๆ อย่าง Ostuni ในจังหวัด Brindisi ทางตอนใต้ของอิตาลี ใกล้กับเมือง Lecce เมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขาซึ่งห่างจากชายฝั่งทะเลอเดรียติกประมาณ 8 กิโลมตรนี้มีชื่อเสียงจากบ้านเมืองสีขาวที่ตั้งไล่ระดับขึ้นไปตามแนวเขา พร้อมกับสวนต้นมะกอกและไร่องุ่นที่ปลูกกันอย่างแพร่หลาย บริเวณนี้มีผู้คนตั้งรกรากมาตั้งแต่สมัยยุคหินแล้วโดยได้รับการสร้างเพิ่มเติมสูงสุดในสมัยที่ชาวกรีกปกครองเมืองจึงไม่น่าแปลกใจที่เมืองทั้งเมืองจะใช้สีขาวเป็นโทนหลักซึ่งแลดูคล้ายกับหลายๆ เมืองในประเทศกรีซ ต่อมาอาณาจักรโรมันได้เข้ายึดและได้สร้างป้อมปราการ รวมทั้งแนวกำแพงเมืองที่ปัจจุบันยังคงหลงเหลืออยู่ในเขตเมืองเก่าและได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญภายในเมือง

การเดินทาง: นั่งรถบัสจากเมือง Bari ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที

Ostuni

Mykonos, Greece

อีกสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของกรีซ เกาะนี้อยู่ในกลุ่มเกาะ Cyclades ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่มีความเป็นเมืองสูงมากแห่งหนึ่งของกรีซ ดังนั้นเกาะนี้จึงเต็มไปด้วยแสงสีในยามค่ำคืนและ nude beach อันโด่งดัง เอกลักษณ์สำคัญอีกอย่างคือกังหันลมสไตล์กรีกที่เรียงรายอยู่เต็มชายฝั่งนั่นเอง

การเดินทาง: เรือเฟอร์รี่จากท่าเรือ Rafina หรือ Piraeus ชานกรุง Athens ใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่วโมง

Mykonos

Albufeira, Portugal

อดีตเมืองชาวประมงเล็กๆ ในแคว้น Algarve ทางใต้สุดของประเทศที่ปัจจุบันกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวโปรตุกีสและประเทศใกล้เคียง ถึงแม้ว่าบ้านหลายแห่งจะแปรสภาพเป็นรีสอร์ทหรู ร้านอาหาร หรือร้านขายของที่ระลึก แต่ชาวเมืองก็ยังคงช่วยกันรักษาพื้นที่เขตเมืองเก่าซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาใกล้ชายหาดที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของเมืองให้คงอยู่ได้ ในบริเวณเขตเมืองเก่าที่มีลักษณะเป็นทางเดินแคบๆ ลัดเลาะไปมาได้รับการประดับตกแต่งตามศิลปะแบบชาวมัวร์ที่เคยปกครองดินแดนแถบนี้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 ทำให้ได้อารมณ์เมดิเตอร์เรเนียนเต็มๆ

การเดินทาง: รถบัสจากเมือง Faro ใช้เวลาเดินทางราว 40 นาที

Albufeira

Casares, Spain

บ้านเรือนสีขาวบนเนินเขาคือเอกลักษณ์สำคัญของเมือง Casares ในเขตจังหวัด Málaga แคว้น Andalusia ทางตอนใต้ของประเทศ เมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยโรมันแห่งนี้เจริญรุ่งเรืองอย่างเต็มที่ในสมัยที่ปกครองโดยชาวมัวร์เมื่อช่วงศตวรรษที่ 12 ทำให้บ้านเรือนเกือบทั้งหมดเป็นสถาปัตยกรรมแบบชาวมัวร์ซึ่งนิยมตั้งบ้านเรือนยื่นออกมาจากหน้าผามาจนทุกวันนี้ จุดสูงสุดของเมืองเป็นปราสาทโบราณสไตล์อาหรับที่สร้างขึ้นโดยชาวมัวร์เมื่อศตวรรษที่ 12 เช่นกัน ผู้มาเยือนส่วนมากนิยมเดินขึ้นไปยังปราสาทเพื่อชมวิวเมืองจากมุมสูง

การเดินทาง: รถบัสจากเมือง Málaga ไปยังเมือง Estepona ใช้เวลาเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมง จากนั้นต่อแท็กซี่ไปอีก 28 กิโลเมตร หรืออีกวิธีการที่สะดวกมากกว่าคือการเช่ารถขับ

Casares

Polperro, England

หมู่บ้านชื่อดังของเขต Cornwall ในเขตการปกครองท้องถิ่น Lansallos ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ห่างจากเมือง Plymouth ไปทางตะวันตกราว 40 กิโลเมตร หมู่บ้านชาวประมงที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Pol แห่งนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวในฐานะหมู่บ้านชนบทที่มีความเรียบง่ายในวิถีชีวิตโดยยึดอาชีพชาวประมงเป็นรายได้หลัก พร้อมกับบ้านเรือนสีขาวแบบชนบทอังกฤษตอนใต้ที่สร้างลดหลั่นกันตามแนวเขาเหนือท่าเรือซึ่งช่วยส่งเสริมความงดงามของหมู่บ้าน ในวันเสาร์ที่ 3 ของเดือนมิถุนายนของทุกปีจะมีการจัดเทศกาลศิลปะหลากหลายแขนงซึ่งทั้งเมืองจะเต็มไปด้วยเสียงดนตรีและความบันเทิงต่างๆ ครบครัน ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

การเดินทาง: รถบัสจากเมือง Plymouth ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

Polperro

Azenhas do Mar, Portugal

หมู่บ้านเล็กๆ ริมชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกสุดงดงามแห่งเทศบาลเมือง Sintra ทางตะวันตกของประเทศ หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมหน้าผาซึ่งเกิดจากธารน้ำที่ไหลลงสู่ทะเลแห่งนี้เริ่มเป็นที่รู้จักจากนักท่องเที่ยวในช่วงทศวรรษ 1930 ในฐานะเมืองพักผ่อนชั้นยอด โดยโดดเด่นด้วยธรรมชาติของท้องทะเลและบ้านเรือนที่ตกแต่งขอบหน้าต่างและประตูตามสไตล์ชาวประมงโปรตุกีส ในอดีตอาชีพหลักของชาวบ้านคือการทำไร่องุ่นและประมงน้ำเค็ม แต่ทุกวันนี้รายได้หลักมาจากการท่องเที่ยว โดยเฉพาะรีสอร์ทให้เช่าสำหรับผู้สูงวัยซึ่งมักจะเช่าเป็นระยะเวลานานหรือซื้อไว้เป็นทรัพย์สินส่วนบุคคลสำหรับการพักผ่อนในวัยหลังเกษียณ

การเดินทาง: จากกรุง Lisbon นั่งรถไฟไปที่ Portela de Sintra ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที แล้วต่อรถบัสอีก 20 นาที แต่วันธรรมดารอบรถอาจไม่เยอะมากจึงควรตรวจสอบเวลาให้ดี

Azenhas do Mar

 

Astypalea, Greece

สภาพบ้านเรือนสีขาวนวลอันคุ้นตานั้นสามารถพบได้โดยทั่วไปบนกลุ่มเกาะต่างๆ ในทะเลอีเจียนของกรีซ หนึ่งในนั้นคือเกาะ Astypalea ส่วนหนึ่งของกลุ่มเกาะ Dodecanese ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทะเลอีเจียน ไม่ไกลจากชายฝั่งตุรกีมากนัก เกาะที่มีพื้นที่ทั้งหมด 97 ตารางกิโลเมตรแห่งนี้เคยอยู่ภายใต้การปกครองของทั้ง 2 อาณาจักรใหญ่อย่างโรมันและออตโตมันทำให้เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมกันค่อนข้างชัดเจน โดยจุดเด่นของหมู่บ้านดังกล่าวก็คือบ้านเรือนสีขาวที่ไล่ระดับไปตามเนินเขาซึ่งมีปราสาทหินโบราณที่ในอดีตใช้ป้องกันข้าศึกตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของเกาะ

การเดินทาง: มีเรือเฟอร์รี่มาจากเฉพาะเกาะ Naxos ซึ่งอยู่ห่างจาก Santorini ไม่ไกลนัก โดยใช้เวลาเดินทางจากเกาะ Naxos ประมาณ 3 ชั่วโมง 45 นาที หรือจะใช้วิธีการบินตรงมาจากกรุง Athens ก็ได้เช่นกัน ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง

Astypalea

Olvera, Spain

เมืองสีขาวบนเนินเขาความสูง 643 เมตรจากระดับน้ำทะเลในจังหวัด Cádiz เขตแคว้น Andalusia ทางตอนใต้ของประเทศ เมืองที่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางท่องเที่ยวหมู่บ้านสีขาวในแคว้นอันดาลูเชียแห่งนี้มีชื่อเสียงจากบ้านเรือน
สีขาวสะอาดที่ตั้งอยู่ตามเนินเขาไล่ระดับกันขึ้นไป โดยตำแหน่งสูงสุดของเมืองโดดเด่นด้วยสถานที่สำคัญ 2 แห่ง ได้แก่ 1) Parroquia de Nuestra Señora de la Encarnación หรือ Parish of Our Lady of the Incarnation โบสถ์ใหญ่ประจำเมืองที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1822 ในสไตล์นีโอคลาสสิก และ 2) The Arab Castle ปราสาทที่สร้างขึ้นเป็นป้อมปราการในช่วงปลายศตวรรษที่ 12 โดยชาวมัวร์

การเดินทาง: รถบัสจากเมือง Málaga ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 10 นาที หรือรถบัสจากเมือง Cadiz ใช้เวลา 3 ชั่วโมง 20 นาที

Olvera

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต