10 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดประจำปี 2016

ว่ากันว่าสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของคนเราคือ “ความสุข” เพราะไม่ว่าเราจะมีทรัพย์สินเงินทองมากมายแค่ไหน หากปราศจากซึ่งความสุข ชีวิตก็ดูไร้ซึ่งความหมายอยู่ดี แต่ระดับของความสุขวัดได้จากอะไร เกณฑ์ที่ใช้คืออะไร นิยามความสุขของแต่ละคนนั้นย่อมแตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม Organization for Economic Co-operation and Development (OECD) หน่วยงานด้านความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจของฝรั่งเศสได้รวบรวมข้อมูลในแง่มุมต่างๆ ของแต่ละประเทศรอบโลก ไม่ว่าจะเป็น อัตราการรู้หนังสือ อัตราการจ้างงาน รายได้ สุขภาพอนามัย และสิ่งแวดลอม เพื่อจัดทำรายชื่อ 10 ประเทศที่คนมีความพึงพอใจในการใช้ชีวิตสูงสุด มาดูกันเลยครับว่ามีที่ไหนบ้าง และทำไมพวกเขาจึงมีความสุข

อันดับ 10 – Netherlands คะแนนความพึงพอใจในการใช้ชีวิต: 7.4/10

เนเธอร์แลนด์ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่คนมีความสุขที่สุด กว่าร้อยละ 75 ของชาวดัตช์อายุระหว่าง 15-64 ปีมีงานทำ มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนหลังจากชำระภาษีสูงถึงปีละ 25,493 เหรียญสหรัฐฯ ทั้งยังมีอัตราการรู้หนังสือมากถึง 99% และที่สำคัญคือชาวดัตช์มีความสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตกับการทำงาน โดยมีเพียงไม่กี่เปอร์เซนต์ที่ต้องทำงานหนักเกินกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน นั่นทำให้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ชาวเนเธอร์แลนด์ยังได้ชื่อว่าเป็นคนมีน้ำใจ ผู้สูงอายุมักไม่ถูกปล่อยให้อยู่อย่างเดียวดาย โดยประชากรมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 81 ปี จากความเจริญก้าวหน้าด้านการสาธารณสุข

netherlands

อันดับ 9 – Sweden คะแนนความพึงพอใจในการใช้ชีวิต: 7.4/10

สวีเดนเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการคอรัปชั่นต่ำมาก จากคะแนนประเมินความพึงพอใจการทำงานของผู้นำประเทศชี้ให้เห็นว่าคุณภาพการบริหารงานของรัฐบาลเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประชาชนมีความสุขในการใช้ชีวิต โดยประชากรอายุ 15-64 ปีร้อยละ 74 มีงานทำและมีรายได้เฉลี่ยต่อปีสูงถึง 23,047 เหรียญสหรัฐฯ ชาวสวีดิชส่วนมากยังมีชั่วโมงการทำงานในแต่ละวันที่ไม่มากเกินไป ทำให้มีเวลาเหลือสำหรับทำกิจกรรมอื่น อีกทั้งยังมีอัตราการรู้หนังสือสูงถึง 99% โดยเฉพาะความรู้ในภาษาที่สองอย่างภาษาอังกฤษ

ด้านสิ่งแวดล้อม กรุงสต็อกโฮล์มเป็นเมืองหลวงสีเขียวแห่งแรกในยุโรป ในเขตเมืองเต็มไปด้วยสวนสาธารณะ แหล่งน้ำบริสุทธิ์สามารถหาได้มากมายทั่วประเทศ โดยชาวสวีดิชมีอายุขัยเฉลี่ยที่ 82 ปี ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมด้านสาธารณสุขอย่างจริงจัง โดยใช้งบประมาณ 9% GDP ทั้งประเทศ

sweden

อันดับ 8 – Finland คะแนนความพึงพอใจในการใช้ชีวิต: 7.4/10

ระบบบการศึกษาที่มีคุณภาพ การเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ ความสัมพันธ์ของผู้คนในสังคมที่เข้มแข็ง และเงื่อนไขการทำงานที่ดี ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ชาวฟินแลนด์มีความสุข แม้ชั่วโมงการเรียนหนังสือของเด็กจะน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ค่อนข้างชัดเจน แต่คุณภาพของอาจารย์และวิธีการเรียนการสอน ทำให้ระบบการศึกษาแข็งแรง โดยประชากรร้อยละ 83 จบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย มีอัตราการจ้างงานประมาณ 70% และมีรายได้เฉลี่ยต่อปี 25,739 ดอลล่าร์สหรัฐฯ

ชาวฟินนิชยังมีมนุษยสัมพันธ์และอัธยาศัยที่ดี ทำให้มักเข้าไปมีส่วนร่วมกับการทำงานเพื่อสาธารณะอยู่บ่อยครั้ง นั่นทำให้บรรยากาศของเมืองเต็มไปด้วยรอยยิ้ม นอกจากนี้ฟินแลนด์ยังเป็นประเทศที่ให้ความเสมอภาคกับทุกเพศ โดยมีจำนวนส.ส.ผู้หญิงในสภาถึงร้อยละ 40 อีกทั้งจากความเจริญด้านการแพทย์ทำให้มีอัตราการเสียชีวิตแรกเกิดต่ำมาก โดยอายุขัยเฉลี่ยของประชากรอยู่ที่ 81 ปี

finland

อันดับ 7 – Australia คะแนนความพึงพอใจในการใช้ชีวิต: 7.4/10

ด้วยตัวเลข GDP ของประเทศที่สูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลล่าร์ ทำให้ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจโลกอย่างไม่ต้องสงสัย ร้อยละ 72 ของชาวออสซี่อายุ 15-64 ปี มีงานทำและมีความเสี่ยงที่จะตกงานน้อยมาก มีรายได้เฉลี่ยต่อปีที่ 31,197 เหรียญสหรัฐฯ นั่นชี้ให้เห็นถึงระดับคุณภาพชีวิตที่สูงมาก โดยประชากร 74% จบการศึกษาระดับไฮสคูลซึ่งเน้นระบบการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการทำงานจริง

ออสเตรเลียยังเป็นดินแดนที่มีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลายและอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น แนวชายฝั่ง พื้นที่ป่าไม้ และอุทยานแห่งชาติต่างๆ ซึ่งช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศได้มหาศาล นอกจากนี้ความสัมพันธ์ของผู้คนในสังคมยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี พวกเขาไม่รู้สึกว่าถูกทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว โดยประชากรมีอายุเฉลี่ยประมาณ 82 ปี

australia

อันดับ 6 Iceland คะแนนความพึงพอใจในการใช้ชีวิต: 7.5/10

ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่ร่ำรวย สวยงาม สงบสุข และมีระบบการศึกษาคุณภาพระดับโลก จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม
ชาวไอซ์แลนด์ถึงมีความสุขที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ประชากรประมาณ 80% มีงานประจำทำและมีความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการทำงาน ทำให้ความตึงเครียดอยู่ในอัตราต่ำมาก ระบบการศึกษาของไอซ์แลนด์ยังมีคุณภาพสูงมากเมื่อเทียบกับค่าเล่าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยที่ถือว่าค่อนข้างถูก ส่งผลให้ประชาชนมีอัตราการรู้หนังสือเต็ม 100%

ความปลอดภัยในการใช้ชีวิตเป็นอีกเหตุผลหลัก สถิติการเกิดอาชญากรรมต่ำมาก ทั้งยังมีระบบพัฒนาความรู้และจริยธรรมเพื่อให้นักโทษกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อีกครั้ง ประเทศนี้ยังให้ความสำคัญด้านความเสมอภาคระหว่างเพศ ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของยุโรปก็มาจากที่นี่ ในแง่การสาธารณสุขก็เจริญก้าวหน้า อายุขัยของคนอยู่ที่ 82 ปี นอกจากนี้ความสวยงามและสงบเงียบของภูมิประเทศที่บริสุทธิ์ปลอดจากมลภาวะก็ทำให้ชีวิตชาวไอซ์แลนด์มีความสุขสุดๆ

iceland

อันดับ 5 – Austria คะแนนความพึงพอใจในการใช้ชีวิต: 7.5/10

ความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต ความสะอาดของบ้านเมือง และความสวยงามของธรรมชาติ คือปัจจัยแห่งความสุขของชาวออสเตรีย อัตราการจ้างงานก็อยู่ในระดับสูงราวร้อยละ 73 ซึ่งแม้คนทำงานประจำก็ยังมีเวลาว่างสำหรับครอบครัว และมีวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่มากเพียงพอ โดยประชากรมากกว่า 82% มีการศึกษาขั้นต่ำระดับไฮสคูลซึ่งมีชื่อเสียงจากการดนตรี

ความรุ่มรวยด้านวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมอันชดช้อยทำให้ชาวออสเตรียนมีจิตใจที่ดีและใช้ชีวิตอย่างเนิบช้า ขณะที่มลภาวะก็อยู่ในระดับต่ำมาก บ้านเมืองโดยทั่วไปแลดูสะอาดสะอ้าน นอกจากนี้ประชาชนยังสามารถเข้าถึงระบบรักษาทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพได้ครอบคลุมทั่วถึง โดยอายุเฉลี่ยของชาวออสเตรียคือ 82 ปี

austria

อันดับ 4 – Denmark คะแนนความพึงพอใจในการใช้ชีวิต: 7.6/10

แน่นอนว่าเดนมาร์กติดอันดับท็อปของโลกในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็น ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ สุขพลานามัย ความร่ำรวย และระบบการศึกษา แต่ความน่าเชื่อถือหรือความไว้วางใจซึ่งกันและกันน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ชาวเดนนิชมีความสุขมากเป็นพิเศษ ระบบสังคมที่เกื้อกูลระหว่างกันทำให้ผู้คนมีโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่เสมอ รวมทั้งความทะเยอทะยานที่ไม่มากจนเกินไปก็ส่งผลให้คนใช้ชีวิตด้วยความราบรื่น

การบริหารงานที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาลมีส่วนสำคัญที่ช่วยพัฒนาระบบต่างๆ ในสังคมให้มีคุณภาพ ประชาชนมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้ทั่วถึง ระบบจัดการมลภาวะที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสิทธิการเข้ารักษาพยาบาลและการศึกษาขั้นพื้นฐานที่รัฐจัดสรรให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แม้จะต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงมากก็ตาม นอกจากนี้พื้นฐานของชาวเดนมาร์กยังชอบรวมกลุ่มกันทำงานเพื่อสังคมโดยมองว่าเป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดบรรยากาศแห่งความสุข

denmark

อันดับ 3 – Canada คะแนนความพึงพอใจในการใช้ชีวิต: 7.6/10

หากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในทวีปอเมริกา ชาวแคนาดามีความสุขในการใช้ชีวิตและมีความพึงพอใจในชีวิตในระดับสูงมาก นั่นเป็นเพราะการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ชาวแคนาเดียนมีรายได้เฉลี่ยต่อปีสูงถึง 30,000 ดอลล่าร์ และมากกว่า 70% ของประชากรมีบ้านและพาหนะเป็นของตัวเอง คนแคนาดายังไม่ต้องกังวัลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตเพราะการเกิดอาชญากรรมต่ำมาก

อัตราการคอรัปชั่นของผู้บริหารประเทศนับว่ามีไม่มาก ทำให้การส่งเสริมด้านการพัฒนาศักยภาพคนด้วยการศึกษา การสาธารณสุข อาชีพ และรายได้ เป็นไปได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ชาวแคนาดามีอัตราการรู้หนังสือสูงถึง 99% นอกจากนี้จากการที่ทั้งประเทศอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์และงดงามอย่างยิ่ง ทำให้มีมลพิษไม่มาก ทั้งยังมี
ภูมิทัศน์ที่สวยงามเพลินตาอีกด้วย

canada

อันดับ 2 – Norway คะแนนความพึงพอใจในการใช้ชีวิต: 7.7/10

ไม่น่าแปลกใจที่นอร์เวย์ติดอันดับประเทศน่าอยู่ตลอดกาล ดินแดนแห่งพระอาทิตย์เที่ยงคืนนี้มีทั้งความสุข ความปลอดภัย สุขภาพที่ดี และการศึกษาที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ อัตราการว่างงานของประชากรมีเพียงร้อยละ 3.4 ขณะที่ผู้มีงานทำมีรายได้ที่สูงมาก โดยแต่ละปีผู้ทำงานประจำมีวันหยุดพักร้อนมากถึง 5 สัปดาห์ นั่นทำให้คุณภาพชีวิตของชาวนอร์เวย์โดดเด่นเกินใคร โดยชาวนอร์วีเจี้ยนมีอัตราการอ่านออกเขียนได้ที่มากถึง 82%

การบริหารงานอย่างตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์ของรัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้ประชาชนอย่างเสมอภาค ไม่ว่าจะเป็น ผู้สูงอายุ คนพิการ เด็ก หรือเพศใด ย่อมสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะและการสาธารณสุขได้ครบถ้วน ทำให้ผู้คนมีอายุยืนยาวเฉลี่ยมากถึง 81 ปี นอกจากนี้ธรรมชาติของขุนเขา ฟยอร์ด และป่าไม้ของนอร์เวย์ ยังเป็นเหมือนแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของผู้คนซึ่งสามารถเดินเขา กางเต๊นท์พักค้างแรมได้ตามอัธยาศัย

norway

อันดับ 1 Switzerland คะแนนความพึงพอใจในการใช้ชีวิต: 7.8/10

ประเทศขนาดเล็กกลางเทือกเขาแอลป์แห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่คนมีความสุขที่สุดในโลก ความแข็งแรงด้านเศรษฐกิจ อัตราการว่างงานที่ต่ำเพียงร้อยละ 2.9 รายได้จาการจ้างงานที่อยู่ในระดับสูงมาก ขณะที่อัตราการเก็บภาษีที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ล้วนทำให้ชาวสวิสมีความพึงพอใจในชีวิตเป็นที่สุด ชาวสวิสส่วนมากยังมีชีวิตไม่เร่งรีบและไม่ต้องทำงานหนักมากจนไม่มีเวลาใช้ชีวิตส่วนตัวและให้ครอบครัว พวกเขามีเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวสวิสชื่นชอบมากที่สุด

ในด้านการศึกษา คนสวิสรู้หนังสือมากถึง 86% ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพช่วยพัฒนาศักยภาพของผู้คนทั้งในแง่การทำงานและจิตใจ อัตราการเกิดอาชญากรรมในประเทศก็นับว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศในยุโรป นอกจากนี้ความเจริญด้านการแพทย์และสาธารณสุขที่ไม่ได้มาจากภาษีประชาชนก็มีคุณภาพสูงมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่ชาวสวิสจะมีอายุเฉลี่ยมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกคือ 83 ปี

switzerland

ที่มา: themysteriousworld.com