หมู่บ้านอันเงียบสงบและทรงเสน่ห์ที่ควรค่าแก่การไปเยือนสักครั้งในชีวิต

เชื่อว่าความฝันอย่างหนึ่งของแทบทุกคนคือการได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบท่ามกลางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์เหมือนอย่างในเทพนิยาย แต่ความจริงมันไม่ได้สวยงามเลิศหรูอย่างนั้นเพราะทุกคนต่างต้องมีภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเองที่ทำให้การทำเช่นนั้นเป็นไปได้ยากขึ้น

อย่างไรก็ตามบางครั้งการแค่ได้มีโอกาสไปเที่ยวหมู่บ้านเล็กๆ เงียบสงบ และกลมกลืนกับธรรมชาติในช่วงเวลาสั้นๆ ก็ช่วยให้เราสดชื่น เต็มอิ่ม และเติมเต็มจินตนาการได้เป็นอย่างดีแล้ว หมู่บ้านเหล่านี้มีอยู่มากมายรอบโลก แต่จะมีที่ไหนกันบ้างที่ “เที่ยวเอง” คิดว่าควรมีประสบการณ์สัมผัสมันด้วยตัวเองสักครั้งในชีวิต มาดูกันเลยครับ

Reine, Norway

หมู่บ้านชาวประมงพื้นที่ 0.33 ตารางกิโลเมตร ส่วนหนึ่งของกลุ่มเกาะ Lofoten ในเขตการปกครอง Moskenes
เทศมณฑล Nordland ทางเหนือของประเทศ Norway ห่างจากเมืองใหญ่อย่าง Tromsø ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 300 กิโลเมตร หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนเกาะ Moskenesøya บริเวณนอกชายฝั่งนอร์เวย์แห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศเพราะตั้งอยู่ไม่ไกลจากถนนสาย European route E 10 ทำให้สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก โดยเมื่อช่วงปลายทศวรรษ 1970 นิตยสาร Allers ซึ่งเป็นนิตยสารรายสัปดาห์ที่ยอดขายสูงสุดของประเทศได้ยกย่องให้เป็นหมู่บ้านที่งดงามที่สุดของนอร์เวย์

Reine

Kulusuk, Greenland

Kulusuk หรือ Qulusuk ชุมชนริมชายฝั่งทางตะวันตกฉียงเหนือของเกาะชื่อเดียวกันในเขตการปกครอง Sermersooq ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ Greenland ชุมชนที่ค้นพบโดยชาวเดนนิชเมื่อปี 1909 แห่งนี้เป็นหนึ่งในสองชุมชนทางฝั่งตะวันออกของกรีนแลนด์ที่มีสนามบินนานาชาติ นั่นคือ สนามบิน Kulusuk ทำให้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเกาะ นักท่องเที่ยวส่วนมากนิยมเดินทางมาสัมผัสชมบ้านเรือนไม้สีสันสะดุดตาท่ามกลางสภาพอากาศอันหนาวเหน็บและหิมะขาวโพลน พร้อมออกไปล่องเรือตกปลาหรือเดินป่าชมสัตว์หายากหลายชนิด โดยมี Hotel Kulusuk ที่เปิดบริการเมื่อปี 1999 คอยต้อนรับนักท่องเที่ยว

Kulusuk

Hallstatt, Austria

หมู่บ้านท่องเที่ยวชื่อก้องโลกในเขตการปกครอง Gmunden ทางตอนกลางของประเทศ Austria ตั้งอยู่บนที่ราบแคบๆ ริมฝั่งทะเลสาบ Hallstätter See ซึ่งด้านหลังเขตหมู่บ้านเป็นภูเขาสูง บรรยากาศของหมู่บ้านงดงามราวสรวงสวรรค์ โดดเด่นด้วยบ้านไม้แบบอัลไพน์ที่ผู้คนยังคงใช้ชีวิตด้วยความเรียบง่าย สามารถเดินทางมาได้จากหลายเมือง ถ้ามาจากเมือง Salzburg ใช้รถบัสไปที่เมือง Bad Ischl ต่อรถไฟลงที่สถานี Hallstatt แล้วข้ามเรืออีกต่อหนึ่ง หรือจะใช้รถไฟไปยังเมือง Attnang-Puchheim ต่อรถไฟและข้ามเรือก็ได้ แต่หากมาจากกรุง Vienna จะต้องเปลี่ยนรถไฟที่เมือง Attnang-Puchheim แล้วข้ามเรืออีกต่อหนึ่งเหมือนกัน

Hallstatt

Mürren, Switzerland

หมู่บ้านบนเทือกเขาแอลป์ความสูง 1,650 เมตร ในเขต Bernese Oberland รัฐ Bern ทางตอนกลางของประเทศ Switzerland หมู่บ้านที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ทางถนนแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของประเทศ เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์ของยอดเขางดงามมากมาย อาทิ Eiger, Mönch และ Jungfrau โดยในช่วงหน้าหนาวที่นี่เป็นสถานที่เล่นสกีสำคัญ ส่วนช่วงหน้าร้อนจะกลายเป็นสถานที่พักผ่อนและเล่นกอล์ฟ สามารถมาได้โดยใช้กระเช้าสาย Bergbahn Lauterbrunnen-Mürren ที่เชื่อมต่อจาก Lauterbrunnen, Gimmelwald และ Stechelberg ได้อย่างสะดวก

Murren

Ainokura, Japan

หมู่บ้านในเขตการปกครอง Gokayama แห่งจังหวัด Toyama ทางตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น ไม่ไกลจากหมู่บ้าน
ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง Shirakawa-go หมู่บ้านแบบฉบับชนบทญี่ปุ่นซึ่งเป็นเขตมรดกโลกมาตั้งแต่ปี 1995 แห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ราบหุบเขาแคบๆ ซึ่งล้อมรอบด้วยภูเขาทุกทิศทาง โดยมีชื่อเสียงจากบ้านเรือนดั้งเดิมแบบ gassho-zukuri farmhouses ทั้งหมดกว่า 20 หลังที่ส่วนมากยังคงใช้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน ด้วยความที่หมู่บ้านดังกล่าวตั้งอยู่
ค่อนข้างห่างไกลความเจริญและเข้าถึงได้ยากพอสมควร ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไม่มากนักเมื่อเทียบกับ
หมู่บ้านอื่นๆ ในเขตเดียวกัน ส่งผลให้ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและความเงียบสงบไว้ได้อย่างครบถ้วน

Ainokura

Giethoorn, Netherlands

หมู่บ้านในเขตเทศบาล Steenwijkerland ในจังหวัด Overijssel ทางภาคกลางตอนบนของประเทศ Netherlands หมู่บ้านบรรยากาศชนบทที่ถูกค้นพบและเริ่มตั้งรกรากโดยชาวเมดิเตอร์เรเนียนแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็น “Venice of the North” เนื่องมาจากบรรยากาศภายในเมืองที่เต็มไปด้วยบ้านริมคลองคล้ายคลึงกับเวนิซ รวมทั้งการสัญจรไปมาในเมืองที่ใช้ทางน้ำเป็นหลัก โดยในเขตเมืองทั้งหมดจะปราศจากถนนและการใช้รถยนต์ แต่ปัจจุบันมีการอนุโลมให้สร้างทางจักรยานเพื่อเดินทางบนบกได้ ตอนนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

Giethoorn

Bibury, England

หมู่บ้านบรรยากาศชนบทอังกฤษขนานแท้ริมฝั่งแม่น้ำ Coln ในเขตมณฑล Gloucestershire ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ หมู่บ้านที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในอังกฤษแห่งนี้โดดเด่นจากทัศนียภาพอันงดงามของกระท่อม Cotswold stone ที่พบเห็นได้มากบนเนินเขา Cotswold ในเขต south midlands ของอังกฤษ โดยเดิมทีแนวกระท่อมบนเนินเขาดังกล่าวสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1380 เพื่อใช้เก็บขนแกะจนกระทั่งอุตสาหกรรมฝ้ายในอังกฤษเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงศตวรรษ 17 ทำให้กระท่อมเหล่านี้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นสถานที่ผลิตเสื้อผ้าฝ้ายแทน ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของผู้มาเยือนเขต Cotswold

Bibury

Gásadalur, Faroe Islands

หมู่บ้านสุดโดดเดี่ยวนามว่า Gásadalur แห่ง Vágar เกาะใหญ่ทางตะวันตกของ Faroe Islands ดินแดนในปกครองของเดนมาร์กกลางทะเลเหนือ หมู่บ้านขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดของเกาะแห่งนี้โดดเด่นด้วยทัศนียภาพอันงดงามของธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น Árnafjall เทือกเขาความสูง 722 เมตรซึ่งสูงที่สุดบนเกาะที่ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง หรือจะเป็น Eysturtindur เทือกเขาด้านตะวันออกที่มีความสูง 715 เมตรจากระดับน้ำทะเล รวมไปถึงลำธารสายหลักของหมู่บ้านที่ไหลลงจากหน้าผาสู่ทะเล ในอดีตหมู่บ้านดังกล่าวมีประชากรน้อยมากเนื่องจากการเข้าถึงเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่หลังจากการเจาะช่องเขาเป็นอุโมงค์เข้าถึงตัวหมู่บ้านเมื่อปี 2004 ทำให้มีผู้อพยพมาทำมาหากินด้วยการทำฟาร์มมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าเช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวผู้รักธรรมชาติซึ่งมีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย

Gasadalur

Semur-en-Auxois, France

ชุมชนในเขตจังหวัด Côte-d’Or แห่งแคว้น Burgundy ทางภาคกลางของประเทศฝรั่งเศส ชุมชนที่เป็นหนึ่งในเส้นทางของการแข่งขันจักรยานทางไกลชื่อก้องโลกอย่าง Tour de France แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินหน้าผาหินแกรนิตสีชมพู โดยบ้านเรือนส่วนมากสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงยุคกลางและยังคงบรรยากาศในอดีตไว้ได้อย่างครบถ้วน สถานที่สำคัญในเขตชุมชน ได้แก่ La Collégiale Notre-Dame วิหารใหญ่ประจำชุมชนที่สร้างขึ้นในสไตล์โกธิคมาตั้งแต่ปี 1225 รวมทั้งแนวกำแพงเมืองโบราณทั้ง 4 ด้านที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13

Semur-en-Auxois

Xitang, China

บรรยากาศแบบย้อนยุคสุดคลาสสิกของเมือง Xitang เมืองโบราณในเขตจังหวัด Jiashan แห่งแคว้น Zhejiang ทางตะวันออกของประเทศจีน เมืองโบราณที่มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์แห่งนี้ตั้งอยู่บนแนวฝั่งแม่น้ำทั้งหมด 9 สายซึ่งตัดกันไปมา ทำให้การเดินทางด้วยเรือเป็นวิธีการสัญจรหลักภายในเขตเมือง เมืองเล็กๆ ดังกล่าวโดดเด่นด้วยทัศนียภาพของบ้านเรือนจีนโบราณริมฝั่งน้ำที่มีสะพานหินข้ามฝั่งไปมา โดยถูกใช้เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Mission: Impossible ภาค 3 และยังเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจีนด้วย

Xitang

Vík í Mýrdal, Iceland

หากใครเดินทางไปทางใต้ของประเทศ Iceland หมู่บ้านที่จะพลาดไม่ได้เป็นอันขาดคือ Vík í Mýrdal หรือ Vík ที่ตั้งอยู่บนถนนสาย ring road ซึ่งเป็นถนนหลักเชื่อมรอบเกาะ หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีประชากรราว 300 คนแห่งนี้อยู่ห่างจากกรุง Reykjavík ประมาณ 180 กิโลเมตร มีชื่อเสียงจากการเป็นจุดพักชมวิวสำคัญในเส้นทางการขับรถชมทัศนียภาพรอบเกาะไอซ์แลนด์ โดดเด่นที่ทุ่งดอก Lupine พืชดอกสกุลลูพินนัสที่มีสีสันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น เหลือง ชมพู แดง ม่วงน้ำเงิน ม่วงแดง และขาว ซึ่งปลูกกันอย่างแพร่หลายทั่วหมู่บ้านและจะบานพร้อมกันในช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปี

Vik I Myrdal, Iceland

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต