11 เมืองยุโรปสุดสวยด้วยบรรยากาศแห่งคูคลอง

หากเอ่ยถึงเมืองที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศแบบคูคลองแล้ว เวนิซ (Venice หรือ Venezia) เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศอิตาลี คงแวบเข้ามาในความคิดของใครหลายคนเป็นแน่ ขณะที่หลายเมืองมักถูกนำไปเปรียบเทียบกับเวนิซเพื่อเพิ่มมูลค่าทางการท่องเที่ยวให้กับเมืองตัวเอง อาทิ อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) ที่ได้รับสมญานามว่า “Venice of the North” รวมทั้งอีกหลายเมืองน้อยใหญ่ในเนเธอร์แลนด์ หรือแม้แต่กรุงเทพฯ เอง ที่ในอดีตก็เคยได้ชื่อว่าเป็น “Venice of the East” เป็นต้น  แต่ความจริงแล้วเมืองเหล่านั้นก็ไม่ได้เหมือนกับเวนิซไปสักทีเดียว ยังมีอีกหลายมิติที่แตกต่างกันอยู่มาก

ลองมาดูกันว่ามีเมืองหรือหมู่บ้านอื่นๆ ใดบ้างในทวีปยุโรปที่สวยสดงดงามตามฉบับเมืองแห่งคูคลองและน่าเดินทางไปเยือนสักครั้งในชีวิต

Giethoorn, Netherlands

Giethoorn หมู่บ้านในเขตเทศบาล Steenwijkerland ในจังหวัด Overijssel ทางภาคกลางตอนบนของประเทศ Netherlands หมู่บ้านบรรยากาศชนบทที่ถูกค้นพบและเริ่มตั้งรกรากโดยชาวเมดิเตอร์เรเนียนแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็น “Venice of the North” เนื่องมาจากบรรยากาศภายในเมืองที่เต็มไปด้วยบ้านริมคลองคล้ายคลึงกับเวนิซ รวมทั้งการสัญจรไปมาในเมืองที่ใช้ทางน้ำเป็นหลัก โดยในเขตเมืองทั้งหมดจะปราศจากถนนและการใช้รถยนต์ แต่ปัจจุบันมีการอนุโลมให้สร้างทางจักรยานเพื่อเดินทางบนบกได้ เมืองดังกล่าวเป็นที่รู้จักในวงกว้างภายหลัง Bert Haanstra ผู้กำกับชาวดัตช์ ใช้เป็นฉากถ่ายทำหลักในภาพยนตร์ตลกชื่อดังเรื่อง Fanfare เมื่อปี 1958

วิธีการเดินทางมา: จาก Amsterdam นั่งรถไฟไปที่สถานี Lelystad Centrum แล้วเปลี่ยนรถไฟขบวนที่มุ่งหน้าไปยัง Leeuwarden โดยให้ลงที่สถานี Steenwijk จากนั้นต่อรถบัสสาย 70 ไปยังเขตหมู่บ้าน หรือต่อสาย 249 ก็ได้เช่นกัน แต่จะมีบริการเฉพาะช่วงฤดูกาล

Giethoorn

Strasbourg, France

Strasbourg เมืองหลวงของแคว้น Alsace ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศสติดพรมแดนเยอรมนี เมืองที่ใจกลางเขตเมืองเก่าในส่วน Grande Île (Grand Island) ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเขตมรดกโลกจากยูเนสโก เมืองนี้กำลังป๊อปปูล่าอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวที่ชอบบรรยากาศเมืองเก่าน่ารักๆ ชิลล์ๆ ผสมกลิ่นอายฝรั่งเศสกับเยอรมัน ใครที่ไปเที่ยวเมืองนี้สามารถต่อไปยังตอนใต้ของเยอรมนี รวมถึงสวิตเซอร์แลนด์ได้อย่างสะดวกอีกด้วย

วิธีการเดินทางมา: สามารถมาได้หลากหลายวิธีการทั้ง เครื่องบิน (ลงที่ Strasbourg International Airport หรือ Frankfurt International Airport) รถบัส หรือขับรถ แต่วิธีการที่สะดวกและนิยมที่สุดคือรถไฟ โดยรถไฟตรงจากกรุงปารีส ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 20 นาที จาก Frankfurt ใช้เวลา 2 ชั่วโมง จาก Luxembourg 2 ชั่วโมง 15 นาที และจาก Zürich ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

Strasbourg

Copenhagen, Denmark

แน่นอนว่ากรุง Copenhagen เมืองหลวงของประเทศ Denmark โดดเด่นจากบรรยากาศของคลองน้อยใหญ่ โดยเฉพาะย่าน Sluseholmen Kanalby หรือ Sluseholmen Canal District พื้นที่ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยบนคาบสมุทร Sluseholmen ในเขต Sydhavnen หรือ South Harbour ทางด้านใต้ของเมือง โครงการพัฒนาพื้นที่อยู่อาศัยที่ในอดีตเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมรถยนต์แห่งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างบริษัทสัญชาติเดนนิชนามว่า Arkitema กับ Sjoerd Soeters สถาปนิกชาวดัตช์ รวมทั้งผู้ว่าโคเปนเฮเกนที่ต้องการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม และเพิ่มพื้นที่อยู่อาศัยในเขตเมือง โดยประกอบด้วยอพาร์ทเมนท์ที่ตกแต่งต่างกันทั้งหมด 1,350 หลัง บนเกาะเทียม 7 เกาะ ซึ่งแต่ละหลังจะมีมีสวนหลังบ้านเล็กๆ พร้อมพื้นที่สันทนาการส่วนกลาง และเชื่อมถึงกันด้วยสะพานข้ามคลองเล็กๆ

วิธีการเดินทางมา: สามารถมาได้อย่างสะดวกทั้งทางเครื่องบิน (จากทั่วโลก) รถบัส รถไฟ (จากสวีเดนและเยอรมนี) และเรือ (ข้ามคืนจากนอร์เวย์)

Copenhagen

Aarhus, Denmark

นอกจากกรุง Copenhagen เมืองหลวงของประเทศ Denmark ที่มีชื่อเสียงจากบรรยากาศของคูคลองแล้ว เมือง Aarhus เมืองท่าสำคัญของประเทศก็โด่งดังไม่แพ้กัน โดยเฉพาะบริเวณ Den Gamle By หรือเขตเมืองเก่า ซึ่งถ้ามองดูผิวเผินอาจนึกว่าบริเวณดังกล่าวเป็นเขตเมืองเก่าของแท้ทั้งหมด แต่ความจริงแล้วพื้นที่นี้เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งขนาดใหญ่แห่งแรกของโลกซึ่งเปิดให้ชมมาตั้งแต่ปี 1914 ภายในเต็มไปด้วยอาคารโบราณของท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศเดนมาร์ก ซึ่งส่วนมากแล้วสร้างขึ้นระหว่างปี 1550 ถึงปลายศตวรรษที่ 19 ไม่ว่าจะเป็น อาคารบ้านเรือน อาคารสำนักงาน ร้านขายของชำ ที่ทำการไปรษณีย์ โรงเรียน และโรงภาพยนตร์ โดยอาคารทุกหลังถูกขนย้ายมาในสภาพสมบูรณ์ที่สุดเพื่อจำลองให้เขตเมืองเก่าแห่งนี้ดูสมจริงเสมือนเป็นเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่มาเป็นเวลานาน

วิธีการเดินทางมา: จากกรุง Copenhagen สามารถใช้รถไฟเดินทางมาได้ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง หรือจะใช้รถบัสของบริษัท Rødbus ก็ได้เช่นกัน แถมราคาอาจถูกกว่ารถไฟอีกด้วย

Aarhus

Ghent, Belgium

Ghent หรือ Gent เมืองใหญ่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุง Brussels เมืองหลวงของประเทศ Belgium เมือง
เกนท์ได้รับการจับตามองว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปยุโรป จากการที่มีรูปลักษณ์คล้ายกับเมือง Bruges เมืองท่องเที่ยวสุดฮอตฮิตของประเทศ (2 เมืองนี้มักถูกเปรียบเทียบความเหมือนกันอยู่เสมอ) นั่นคือ เต็มไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมในยุคกลางที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง เรียงรายเลียบแม่น้ำสายต่างๆ ในเมือง (น่าจะเหมือนคลองมากกว่า) อาทิ แม่น้ำ Scheldt และ Lys จึงทำให้เกนท์เป็นที่ถูกอกถูกใจของนักท่องเที่ยวได้ไม่ยาก อนึ่งในสมัยยุคกลาง เมืองนี้ได้ชื่อว่ารวยและใหญ่ที่สุดในยุโรปเหนือเลยทีเดียว

วิธีการเดินทางมา: รถไฟจากกรุง Brussels ใช้เวลาเพียง 30 นาที โดยส่วนมากนิยมท่องเที่ยวร่วมกับเมือง Bruges เพราะอยู่ในเส้นทางรถไฟสายเดียวกัน

Ghent

Bruges, Belgium

เมื่อมีเมือง Ghent แล้วก็ย่อมต้องมีเมือง Bruges หรือ Brugge อย่างแน่นอน เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศเบลเยี่ยมและเป็นเมืองมรดกโลกที่โดดเด่นด้วยทิวทัศน์คลองเล็กคลองน้อยอันงดงาม  รวมทั้งอาคาร
บ้านเรือนน่ารักๆ สไตล์เบลเจียนที่คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณให้มากมาย

วิธีการเดินทางมา: สะดวกที่สุดคงหนีไม่พ้น “รถไฟ” ที่มีรอบออกทุกๆ 30 นาทีจากกรุง Brussels และใช้เวลา
เดินทางเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง แถมยังสามารถแวะเที่ยวเมืองเกนท์ได้ระหว่างทางอีกด้วย

Brugge

Colmar, France

หากคุณคิดจะเดินทางท่องเที่ยวกับคู่รัก หนึ่งในสถานที่ที่พลาดไม่ได้คือเมือง Colmar ในแคว้น Alsace ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศสใกล้กับพรมแดนเยอรมนี เมืองหลวงแห่งไวน์ของแคว้นอัลซาซนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่โรแมนติกสุดๆ ด้วยบรรยากาศชิลล์ๆ จิบไวน์ชั้นเยี่ยมที่หาได้ทุกซอกมุมในเมืองผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมฝรั่งเศสผสมเยอรมันที่ลงตัว อีกทั้งสถาปัตยกรรมโบราณสไตล์เรเนสซองส์ที่รักษาไว้อย่างดีในโทนสีชมพู เหลือง และน้ำตาลอ่อนแทบทั้งเมืองก็ช่วยเพิ่มเสน่ห์และความน่ารักของเมืองนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้คลองเล็กคลองน้อยก็เป็นทิวทัศน์ที่ชวนมองอย่างยิ่งจนได้ชื่อว่าเป็น “เวนิซแห่งฝรั่งเศส”

วิธีการเดินทางมา: รถไฟตรงมีบริการจากเมืองขนาดใหญ่อย่าง เมือง Strasbourg ของฝรั่งเศส เมือง Basel ของ
สวิตเซอร์แลนด์ และเมือง Freiburg ของเยอรมนี

Colmar

Aveiro, Portugal

เมืองที่มีสมญานามว่า “The Portuguese Venice” นาม “Aveiro” เมืองริมมหาสมุทรแอตแลนติกทางตอนกลางค่อนไปทางเหนือของประเทศ Portugal อาคารบ้านเรือนแบบโปรตุกีสยุคกลางซึ่งตั้งเรียงรายกันตามแนวลำคลองน้อยใหญ่ที่พบได้มากมายคล้ายกับเมืองเวนิซ พร้อมด้วยเรือที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับ “กอนโดล่า” อันเลื่องชื่อ ซึ่งใช้เป็นพาหนะหลักสำหรับการเดินทางภายในเมืองคือมนต์เสน่ห์ที่ตราตรึงนักท่องเที่ยวมาแล้วทั่วโลก อีกทั้งชายหาด Costa Nova do Prado และ Gafanha da Nazare อันโด่งดัง ก็ยิ่งช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับเมืองพักผ่อนที่ติดอันดับเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ

วิธีการเดินทางมา: สถานีรถไฟกลางแห่งใหม่ใจกลางเมืองเพิ่งบูรณะเสร็จสมบูรณ์เมื่อไม่นานมานี้ การเดินทางมาด้วยรถไฟจึงสะดวกและเหมาะสมที่สุด โดยมีรถไฟด่วนมาจากหัวเมืองใหญ่ของประเทศครบถ้วน อาทิ Porto, Coimbra และ Lisbon

Aveiro

Annecy, France

อีกหนึ่งสถานที่ในประเทศฝรั่งเศสที่โรแมนติกสุดๆ คือ Annecy ชุมชนที่เป็นจุดสตาร์ทในสเตจที่ 18 ของการแข่งขันจักรยานทางไกลชื่อก้องโลก “Tour de France” ในจังหวัด Haute-Savoie แห่งแคว้น Rhône-Alpes ทางตะวันออกของประเทศ ห่างจากเมือง Geneva ของสวิตเซอร์แลนด์มาทางใต้ประมาณ 35 กิโลเมตร บ้านเรือนที่ได้รับอิทธิพลมาจากเจนีวาตั้งเรียงรายเลียบคลองเส้นเล็กซึ่งรายล้อมด้วยดอกไม้สีสันสวยงามที่พบเห็นได้ทั่วทั้งเขตเมืองก่อนไหลลงสู่ทะเลสาบ Annecy ผสานกับเทือกเขาแอลป์ที่ตั้งเป็นฉากหลังคือมนต์เสน่ห์ที่ตรึงใจผู้คนให้แวะมาเยี่ยมเยียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยสถานที่ที่นักท่องเที่ยวส่วนมากจะไปคือ Palais de l’Isle หรือคุกเก่าตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางคลองซึ่งเป็นวิวที่งดงามอย่างมาก

วิธีการเดินทางมา: Annecy สามารถเดินทางมาจากเมือง Geneva ของสวิตเซอร์แลนด์ได้โดยรถบัสและรถไฟท้องถิ่น แต่ใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนานคือราว 2 ชั่วโมง – 2 ชั่วโมงครึ่ง อีกทั้งยังมีรถไฟตรง (TGV) มาจากเมืองใหญ่ของฝรั่งเศสอย่างกรุงปารีส ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง และจากเมืองลียง (Lyon) ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก

Annecy

Marken, Netherlands

ทัศนียภาพของบ้านไม้สไตล์ดัตช์โบราณที่ตั้งเรียงรายอยู่บนแผ่นดินลักษณะเป็นคาบสมุทรคือเอกลักษณ์ของเมือง Marken แห่งเขตการปกครอง Waterland ในจังหวัด North Holland ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ Netherlands อดีตเกาะในทะเลสาบ Markermeer ที่ปัจจุบันเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่จากการถมพื้นที่และตัดถนนแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในภาคเหนือของประเทศ โดยโดดเด่นจากบ้านไม้แบบชาวประมงและความเรียบง่ายของวิถีชีวิตที่พึ่งพาอาศัยธรรมชาติ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ต่อต้นศควรรษที่ 20 คาบสมุทรดังกล่าวได้รับความสนใจมากจากทั้งนักโบราณคดี นักชาติพันธุ์วิทยา และนักมานุษยวิทยาที่ต้องการศึกษาถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของผู้คนที่อาศัยในบริเวณนี้ ซึ่งคาดการณ์ว่าเลือนหายไปตั้งแต่สังคมดัตช์ก้าวเข้าสู่ยุคโมเดิร์น

วิธีการเดินทางมา: ทำได้หลากหลายวิธีการ จากสถานีรถไฟกลางกรุง Amsterdam สามารถใช้รถบัสสาย 315 (R-NET) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที หรือจะใช้เรือต่อมาจากอีกเมืองท่องเที่ยวอย่าง Volendam ก็ได้เช่นกัน แต่จะมีเฉพาะช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงตุลาคมเท่านั้น นอกจากนี้ใครชอบขี่จักรยานก็สามารถปั่นมาได้จาก Amsterdam ระยะทางราว 50 กิโลเมตร

Marken

Happsalu, Estonia

Haapsalu เมืองรีสอร์ทริมชายฝั่งทะเลบอลติกในเขตเทศมณฑล Lääne ทางตะวันตกของประเทศ Estonia เมืองที่มีอาณาเขตทั้งหมดประมาณ 10.6 ตารางกิโลเมตรแห่งนี้เป็นที่รู้จักมาร่วมศตวรรษในฐานะเมืองพักผ่อนริมชายฝั่งที่อุณหภูมิของน้ำทะเลอุ่นกว่าปกติจากการที่มีกระแสน้ำอุ่นไหลผ่าน โดยในเมืองมีศูนย์ทำสปาโคลนที่ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์โรมานอฟแห่งรัสเซีย ในเขตเมืองโดดเด่นจากบ้านเรือนไม้ยุคศตวรรษที่ 20 ซึ่งตั้งเรียงรายขนานไปกับแนวชายฝั่งอันงดงามจนได้รับสมญานามว่า “Venice of the Baltics” ถึงแม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ากล่าวอ้างเกินจริงมากไปก็ตาม

วิธีการเดินทางมา: รถบัสเป็นวิธีการที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด โดยสามารถเดินทางมาได้จากกรุง Tallinn เมืองหลวงของ Estonia ใช้เวลาประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง
ตรวจสอบเวลาได้ที่ tpilet.ee

Haapsalu

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต