เมืองน่ารักๆ อันน่าหลงใหลริมฝั่งแม่น้ำในดินแดนเยอรมนี

ในดินแดนของเยอรมนีนั้นมีแม่น้ำสำคัญหลายสายไหลผ่านทั่วทั้งประเทศซึ่งส่วนมากแล้วเขตเมืองต่างๆ มักตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเพื่อความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ตั้งแต่ในอดีต รวมทั้งการค้าและการคมนาคมขนส่งที่สะดวกอีกด้วย ทำให้ปัจจุบันเมืองเหล่านี้ได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวจากบรรยากาศสบายๆ ริมฝั่งแม่น้ำ เมื่อผสานกับความน่ารักของบ้านเรือนและทิวทัศน์โดยรอบแล้ว ยิ่งส่งผลให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
“เที่ยวเอง” จึงคัดสรรเมืองของเยอรมนีที่มีบรรยากาศเช่นนี้มาให้ชมกันครับ

Würzburg

เมืองในแคว้น Franconia ตอนเหนือของรัฐ Bavaria และทางตอนกลางของประเทศเยอรมนี ระหว่างเมือง Frankfurt am Main กับ Nuremberg เมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Main แห่งนี้ประกอบไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น โรมาเนสก์ โกธิค เรอเนสซองส์ และบาโรค โดยในเขตเมืองเก่าได้ชื่อว่าเต็มไปด้วยอาคารสวยงามมากมายซึ่งได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ภายหลังได้รับความเสียหายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีอาคารสำคัญคือที่ว่าการเมืองอายุเก่าแก่ซึ่งเป็นที่ตั้งของหอนาฬิกาประจำเมือง

Wurzburg

Cochem

เมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำ Moselle ในรัฐ Rhineland-Palatinate ทางตะวันตกของประเทศ เมืองที่โดดเด่นด้วยอาคารบ้านเรือนที่ตั้งขนานไปกับฝั่งแม่น้ำแห่งนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่ยุคโรมันด้วยชัยภูมิที่เหมาะสมคือมีแม่น้ำไหลผ่าน มีที่ราบไว้ปลูกสร้างบ้านเรือน และมีเนินเขาไว้สร้างป้อมปราการเพื่อป้องกันการรุกราน จุดเด่นที่สุดของเมืองจึงหนีไม่พ้น Reichsburg Cochem หรือ Cochem Imperial castle ปราสาทที่มีลักษณะเป็นป้อมปราการบนเนินเขากลางเมืองซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1130 โดยอยู่ในความครอบครองของพระเจ้า Korad ที่ 3 ปัจจุบันปราสาทดังกล่าวกลายเป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเพราะสามารถมองลงมาเห็นทิวทัศน์ของเมืองด้านล่างได้ทั้งหมด

Cochem

Monschau

เอกลักษณ์คือบ้านเรือนสไตล์ half-timbered ที่เรียงรายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Rur ใจกลางเขตเมือง Monschau เมืองในเขตการปกครอง Aachen ในรัฐ North Rhine-Westphalia ทางตะวันตกของประเทศ ติดพรมแดนประเทศ Belgium เมืองที่มีชื่อในภาษาฝรั่งเศสว่า “Montjoie” แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา North Eifel ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ Hohes Venn – Eifel เมืองดังกล่าวเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองท่องเที่ยวพักผ่อน โดยมีเสน่ห์จากบรรยากาศของบ้านเรือนเก่าแก่ที่มีกลิ่นอายผสมผสานระหว่างเยอรมันกับฝรั่งเศสอายุมากกว่า 300 ปี ซึ่งยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ บวกกับถนนหินแคบๆ ที่ลัดเลาะไปตามเนินเขา รวมทั้งเทศกาลดนตรีคลาสสิกกลางแจ้งที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

Monschau

Heidelberg

Heidelberg เมืองทางตะวันตกของประเทศเป็นอีกเมืองท่องเที่ยวชื่อดังในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยเพราะตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองแฟรงก์เฟิร์ตมากนัก เขตเมืองมีชื่อเสียงจาก Heidelberg Castle หรือ Heidelberger Schloss ปราสาทสไตล์เรอเนสซองส์สัญลักษณ์สำคัญที่ปัจจุบันถูกสร้างขึ้นมาใหม่เพียงบางส่วนภายหลังพังทลายลงเกือบทั้งหมดจากเหตุสงครามและไฟไหม้ระหว่างศตวรรษที่ 17-18 ปราสาทโบราณที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา Königstuhl ที่อยู่สูง 80 เมตรจากพื้นที่เขตเมืองเก่าที่อยู่ด้านล่างริมฝั่งแม่น้ำ Neckar

Heidelberg

Saarburg

เมืองเล็กๆ ริมฝั่งแม่น้ำ Saar ในรัฐ Rhineland-Palatinate ทางตะวันตกของประเทศ ใกล้กับชายแดนประเทศ Luxembourg เมืองที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 964 แห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาที่มีระดับสูงต่ำไม่เท่ากัน โดยมีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่านกลางเมือง ทำให้บางช่วงของแม่น้ำซาร์มีลักษณะเป็นน้ำตกในเมืองซึ่งกลายเป็นเสน่ห์ของเมืองไปโดยปริยาย ภายในเมืองดังกล่าวเป็นสถานที่ตั้งของโรงงานทำระฆังเก่าแก่แห่งหนึ่งของประเทศที่เปิดมาตั้งแต่ทศวรรษ 1770 และที่สำคัญคือเป็นโรงงานทำระฆังแห่งเดียวในเยอรมนีที่ผลิตระฆังด้วยทองแดง

Saarburg

Tübingen

เมืองในแคว้น Baden-Württemberg ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมนี ห่างจากเมือง Stuttgart ไปทางใต้ราว 19 กิโลเมตร ในบริเวณเมืองเก่านี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Neckar เรียงรายด้วยบ้านเรือนแบบเยอรมันแท้ๆ ตั้งแต่ยุคกลาง จากริมแม่น้ำสามารถเดินเชื่อมต่อไปยัง Rathaus หรือที่ว่าการเมือง Marktplatz หรือจัตุรัสกลางเมือง รวมไปถึง Schloß Hohentübingen ปราสาทสมัยโบราณที่ปัจจุบันกลายเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยแห่ง Tübingen ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเยอรมนี

Tubingen

Regensburg

Regensburg เมืองในรัฐ Bavaria ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ สะพานหินความยาว 308.7 เมตรที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 เพื่อข้ามแม่น้ำ Danube และเชื่อมต่อกับเขตเมืองเก่าซึ่งเป็นพื้นที่มรดกโลกขององค์การยูเนสโก โดยได้ชื่อว่าเป็นผลงานชิ้นเอกในช่วงยุคกลางและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง นอกจากนี้บริเวณด้านใต้ของสะพานดังกล่าวยังมีสิ่งก่อสร้างสำคัญอีก 2 แห่ง ได้แก่ หอนาฬิกาโบราณที่ใช้เป็นประตูเมืองตั้งแต่อดีตกาลและ Salzstadel หรืออาคารสำหรับเก็บเกลือที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16-17

Regensburg

Schwäbisch Hall

บ้านเรือนยุคกลางศิลปะแบบ half-timbered ที่ตั้งเรียงกันตามแนวแม่น้ำ Kocher คือเอกลักษณ์สำคัญของเมือง Schwäbisch Hall เมืองในรัฐ Baden-Württemberg ทางตอนใต้ของประเทศ ภายในเมืองที่ตั้งอยู่ในที่ราบระหว่างหุบเขาแห่งนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างเก่ากับใหม่ได้อย่างลงตัว เนื่องจากอาคารบางส่วนในเขตเมืองเก่าได้รับความเสียหายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ต้องบูรณะใหม่ โดยชื่อของเมืองซึ่งมีคำว่า Hall ต่อท้ายนั้นมีที่มาจากวิธีการผลิตเกลือที่อยู่ใต้ดินด้วยการใช้ความร้อนซึ่งเป็นแพร่หลายอย่างมากในช่วงยุคกลาง (คำว่า Hall ในภาษาเยอรมันแถบตะวันตกมีความหมายว่าการทำบางอย่างให้แห้งโดยใช้ความร้อน

Schwabisch Hall

Bamberg

เมืองมรดกโลกในรัฐ Bavaria ทางภาคกลางตอนล่างของประเทศซึ่งเริ่มได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เมืองดังกล่าวโดดเด่นจากบ้านเรือนยุคกลางอันสมบูรณ์แบบ โดยไฮไลต์สำคัญคงหนีไม่พ้น Altes Rathaus หนึ่งในที่ว่าการเมืองที่งดงามที่สุดในยุโรปที่สร้างขึ้นราวปี 1467 บนเกาะที่สร้างขึ้นกลางแม่น้ำ Regnitz แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านกลางเมือง อาคารที่สร้างขึ้นเกือบทั้งหมดได้รับอิทธิพลจากศิลปะแบบโกธิค โดยต่อมาได้ผสมผสานกับศิลปะสไตล์บาโรคกับร็อคโคโคซึ่งเป็นผลงานของ Johann Jakob Michael Küchel เมื่อปี 1756

Bamberg

Lüneburg

เมืองในเขตรัฐ Lower Saxony ทางเหนือของประเทศ ห่างจากเมือง Hamburg ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 45 กิโลเมตร เมืองดังกล่าวโดดเด่นจากเขตเมืองเก่าที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Ilmenau ซึ่งแยกออกมาจากแม่น้ำ Elbe โดยมีชื่อเสียงจากบ้านเรือนสไตล์ half-timbered ยุคกลางตลอดสองฝั่งแม่น้ำที่ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ในอดีตเมืองดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการผลิตและค้าขายเกลือที่สำคัญที่สุดของเยอรมัน ปัจจุบันเมืองแห่งนี้เติบโตด้วยการเป็นเมืองบำบัดรักษาโรคจากสปาธรรมชาติที่พบได้ทั่วไปบริเวณเขตเมือง

Luneburg

Burghausen

ทัศนียภาพริมฝั่งแม่น้ำ Salzach แห่งเมือง Burghausen เมืองใหญ่ที่สุดของเขตการปกครอง Altötting ในรัฐ Bavaria ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ Germany ใกล้กับพรมแดนประเทศ Austria เมืองที่ถูกเอ่ยถึงครั้งแรกตั้งแต่ปี 1025 แห่งนี้โดดเด่นด้วยเขตเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนสถาปัตยกรรมสไตล์ Inn-Salzach ซึ่งตั้งขนานไปกับแนวแม่น้ำ รวมทั้ง Burghausen Castle ปราสาทแนวป้อมปราการโบราณที่ตั้งอยู่บนเนินเขาด้านหลังเขตเมือง ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ปกครองเมืองและศูนย์กลางการบังคับบัญชา ปราสาทแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นปราสาทที่มีความยาวที่สุดในทวีปยุโรปโดยมีความยาวทั้งหมดถึง 1,043 เมตร

Burghausen

Runkel

เมืองเล็กๆ ริมฝั่งแม่น้ำ Lahn ในเขตรัฐ Hesse ทางตะวันตกของประเทศ เมืองที่ถูกกล่าวถึงครั้งแรกเมื่อปี 1159 แห่งนี้เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับ Runkel Castle ปราสาทหินโบราณที่ตั้งอยู่บนเนินเขาเหนือเขตเมืองซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพังหลังจากพังทลายลงมาเมื่อปี 1634 โดยสะพานหินที่เห็นอยู่ภาพนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 และยังคงใช้เป็นเส้นทางหลักในการเข้าสู่เมืองที่เป็นแบบฉบับท้องถิ่นเยอรมันยุคกลางมาจนทุกวันนี้

Runkel

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต