เมืองนอกกระแสของสวิสที่น่า “เที่ยวเอง”

ขึ้นชื่อว่าประเทศ “สวิตเซอร์แลนด์” แล้ว คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณใดๆ ให้มากมาย ประเทศนี้เต็มเปี่ยมด้วยความ
อุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติอันงดงามราวสวรรค์บนดินที่เชื่อว่าทุกคนใฝ่ฝันต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต โดยนอกจากเมืองท่องเที่ยวชื่อดังหรือเมืองใหญ่ต่างๆ อย่างซูริค เบิร์น ลูเซิร์น บาเซิล ลูกาโน อินเทอร์ลาเคน เซอร์แมตต์ โลซานน์
มองเทรอซ์ เวอเวย์ และเจนีวา เป็นต้น สวิสยังมีอีกหลายเมืองหรือหมู่บ้านที่น่าไปเยือนอย่างยิ่ง มาดูกันว่ามีที่ไหนแปลกใหม่และอาจเป็นทางเลือกให้ใครหลายคนสำหรับการมาเที่ยวสวิสในครั้งต่อๆ ไปได้บ้าง

Fribourg 

เมืองหลวงและศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของรัฐชื่อเดียวกับเมืองทางตะวันตกของประเทศ ภาพนี้ถ่ายจากสะพาน Zähringen สะพานที่เชื่อมระหว่างเขตที่พูดภาษาฝรั่งเศสซึ่งเป็นภาษาหลักของคนเมืองนี้กับคนที่ใช้ภาษาเยอรมันเข้าด้วยกัน ฟรีบูร์กเป็นเมืองเก่าที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1157 ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Sarine โดดเด่นจากสถาปัตยกรรมที่มีหลากหลายโดยเฉพาะเขตเมืองเก่าซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาริมแม่น้ำที่ขึ้นชื่อว่าได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์

การเดินทางไป: รถไฟจากกรุง Bern ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

fribourg

 

Lauterbrunnen

หมู่บ้านในเทศบาล Interlaken-Oberhasli ของเขตปกครองรัฐ Bern ทางตอนกลางของประเทศ ชุมชนเล็กๆ ในหุบเขาแห่งนี้มีเอกลักษณ์จากฉากหลังที่เป็นหน้าผาสูง 300 เมตรซึ่งมีน้ำตก Staubbach ที่เกิดจากแม่น้ำ Lütschine ซึ่งอยู่ด้านบนภูเขาไหลลงมาสู่ด้านหลังหมู่บ้าน ด้วยความสูงเช่นนี้ทำให้ก่อนที่น้ำจะตกลงมาถึงบ้านเรือนได้กระจายเป็นละอองน้ำในวงกว้างก่อนจึงไม่ทำให้บ้านเรือนเปียกชื้นแต่อย่างใด โดยปริมาณน้ำมากน้อยนั้นขึ้นอยู่กับการละลายของหิมะและปริมาณน้ำฝนในแต่ละปี นอกจากนี้จากบริเวณดังกล่าวยังสามารถมองเห็นยอดเขา Jungfrau อันโด่งดังได้อีกด้วย

การเดินทางไป: รถไฟสายที่ขึ้นไปยัง Jungfraujoch จากเมือง Interlaken จะผ่านหมู่บ้านแห่งนี้

lauterbrunnen

Sion

เมืองหลวงของรัฐ Valais ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เมืองมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของสวิสแห่งนี้สวยงามจากที่ตั้งซึ่งล้อมรอบด้วยภูเขา โดยสัญลักษณ์สำคัญอยู่ที่ Basilique de Valère มหาวิหารที่มีลักษณะเป็นป้อมปราการซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาด้านขวาของภาพ โบสถ์ใหญ่ดังกล่าวสร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 12 กับ 13 โดยได้รับการยกระดับให้เป็นมหาวิหารเมื่อปี 1984 ภายหลังการมาเยือนของพระสันตะปาปา John Paul ที่ 2 อีกสถานที่สำคัญที่ต้องกล่าวถึงก็คือ Château de Tourbillon ปราสาทที่ตั้งอยู่บนเนินเขาด้านซ้ายของภาพนี้ซึ่งสร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 13 โดยบิชช็อป Boniface de Challant แต่ได้รับความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่เมื่อปี 1788 จนเหลือเพียงซากปรักหักพังอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

การเดินทางไป: รถไฟตรงจากเมือง Lausanne ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง

sion

Lavertezzo

ชุมชนเล็กๆ ที่มีชื่อเสียงจาก Verzasca River แม่น้ำสีเขียวในเขตรัฐ Ticino ทางตอนใต้ของประเทศ ความอัศจรรย์อยู่ที่น่านน้ำสีเทอร์ควอยซ์ใสจนสามารถมองเห็นก้นบึ้งซึ่งลึกถึง 50 ฟุตได้อย่างชัดเจน สายน้ำกลางหุบเขา Verzasca มีระยะทางยาว 30 กิโลเมตรนับจากแหล่งต้นน้ำ Pizzo Barone ที่ไหลลงสู่ทะเลสาบ Maggiore ในประเทศอิตาลี
นักท่องเที่ยวส่วนมากนิยมมาดำน้ำและชื่นชมความงามของแม่น้ำคริสตัลผ่านผิวน้ำจากบนสะพาน แต่ช่างภาพบางกลุ่มสวนทางวิถีเดิมๆ ด้วยการดำดิ่งลงไปเก็บภาพจากเบื้องล่างด้วยกล้องกันน้ำที่เผยให้เห็นความงามอีกด้านหนึ่ง แม้แม่น้ำคริสตัลจะสวยงามเพียงใดแต่กลับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ อาศัยอยู่เพราะความใสมากนี้เกิดจากการมีสภาพเป็นกรดสูงจนสิ่งมีชีวิตไม่สามารถเจริญเติบโตได้

การเดินทางไป: รถไฟไปลงที่เมือง Locarno, Bellinzona หรือ Tenero แล้วต่อรถบัสไปอีกราว 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แล้วแต่เมืองที่ลง

lavertezzo

Wengen

หมู่บ้านสกีรีสอร์ทชื่อดังบนเขตสูง Bernese Oberland ความสูง 1,274 เมตร ในรัฐ Bern ทางตอนกลางของประเทศ หมู่บ้านที่มีผู้คนตั้งรกรากมาตั้งแต่ 1,300 ปีก่อนแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวซึ่งจะมีนักสกีเดินทางมามากมาย ภายในหมู่บ้านดังกล่าวเป็นเขตปลอดรถยนต์ส่วนบุคคลซึ่งมีอยู่ไม่กี่หมู่บ้านในสวิตเซอร์แลนด์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษเกินกำหนด

การเดินทางไป: รถไฟสาย Wengernalpbahn จากหมู่บ้าน Lauterbrunnen และ Grindelwald เส้นทางขึ้นยอดเขา Jungfrau

wengen

Weggis

ชุมชนในเขตการปกครองและรัฐ Lucerne ทางตอนกลางของประเทศ ชุมชนที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบ Lucerne ตอนบนแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็น “Riviera of Central Switzerland” เนื่องจากตั้งอยู่ริมทะเลสาบอันงดงามและมีสภาพอากาศค่อนข้างอบอุ่นเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ในบริเวณนี้ ทำให้ชุมชนนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมลำดับต้นๆ ในเขตรัฐ ส่วนการเดินทางมายังชุมชนดังกล่าวสามารถทำได้สะดวกถึงแม้จะไม่มีรถไฟมาถึงก็ตาม

การเดินทางไป: รถบัสหลายสายวิ่งเชื่อมต่อมาจากเมืองใกล้เคียงซึ่งมีสถานีรถไฟ อาทิ Küssnacht และ Brunnen รวมทั้งยังมีบริการเรือล่องในทะเลสาบมาจากเมือง Lucerne อีกด้วย

weggis

Baden

บ้านยุคกลางที่แทรกด้วยถนนแคบๆ โค้งไปมาตามเนินเขาคือเอกลักษณ์สำคัญบริเวณเขตเมืองเก่าของเมือง Baden เมืองในรัฐ Aargau ทางตะวันตกของแม่น้ำ Limmat ทางตอนบนของประเทศ ห่างจากเมือง Zürich ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 25 กิโลเมตร เขตเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขา Limmattal แห่งนี้มีชื่อเสียงจากการเป็นเมืองน้ำแร่จากบ่อน้ำพุร้อนที่ใช้บำบัดโรคเกาท์และรูมาตอยซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมันปกครองดินแดนแถบนี้

การเดินทางไป: สามารถใช้รถไฟหรือรถยนต์ โดยมีรถไฟสาย Zürich-Bern และ Zürich-Basel ผ่านเกือบตลอดเวลา

baden

Mürren

หมู่บ้านบนเทือกเขาแอลป์ความสูง 1,650 เมตร ในเขต Bernese Oberland รัฐ Bern ทางตอนกลางของประเทศ หมู่บ้านที่ไม่สามารถเข้าถึงโดยทางถนนแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของประเทศเพราะตั้งอยู่ท่ามกลางทิวทัศน์ของยอดเขางดงามมากมาย อาทิ Eiger, Mönch และ Jungfrau โดยในช่วงหน้าหนาวเป็นสถานที่เล่นสกีสำคัญ ส่วนช่วงหน้าร้อนกลายเป็นสถานที่พักผ่อนและเล่นกอล์ฟ

การเดินทางไป: สามารถใช้บริการรถกระเช้าสาย Bergbahn Lauterbrunnen-Mürren ที่เชื่อมต่อจาก Lauterbrunnen, Gimmelwald และ Stechelberg ได้อย่างสะดวก

murren

Engelberg

เมืองรีสอร์ทสำคัญในเขตรัฐ Obwalden ทางตอนกลางของประเทศ เมืองที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์ความสูงเฉลี่ย 1,050 เมตรแห่งนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของเขตเทือกเขาแอลป์ตอนในเพราะด้วยบรรยากาศของธรรมชาติอันบริสุทธิ์ผสมผสานกับสิ่งอำนวยความสะดวกสมัยใหม่ซึ่งยังคงรักษาขนบของชาวเทือกเขาอัลไพน์นั่นเอง โดยเมืองดังกล่าวเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว โดยมีกิจกรรมหลักๆ คือการทำสปาและการเล่นสกี

การเดินทางไป: สามารถใช้บริการรถไฟจากเมือง Luzern ไปที่สถานี Engelberg ได้อย่างสะดวก

engelberg

Ascona

ชุมชนในเขตการปกครอง Locarno ในเขตรัฐ Ticino ทางตอนใต้ของประเทศติดกับพรมแดนประเทศอิตาลี ชุมชนที่ประชากรส่วนมากใช้ภาษาอิตาเลียนในการสื่อสารแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งของดินแดนนาฬิกา โดยเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศแห่งขุนเขาและทะเลสาบ ภายในเขตเมืองมีโรงแรม รีสอร์ท และคาเฟ่มากมายซึ่งให้บรรยากาศแบบละตินไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนต่อต้นเดือนกรกฎาคมของทุกปีชุมชนดังกล่าวจะจัดเทศกาลดนตรีแจ๊สติดต่อกันเป็นเวลา 10 วัน ซึ่งช่วยเพิ่มความครึกครื้นด้วยเสียงเพลงได้เป็นอย่างดี

การเดินทางไป: รถเมล์จากเมือง Locarno ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที

ascona

Ardez

ชุมชนเล็กๆ ในหุบเขา Lower Engadin ในเขตรัฐ Graubünden ทางตะวันออกของประเทศ ชุมชนที่ถูกเอ่ยถึงครั้งแรกตั้งแต่ปี 840 แห่งนี้เป็นที่รู้จักในช่วงศตวรรษที่ 19 ว่า Steinsberg โดยพื้นที่เกือบทั้งหมดของเมืองเป็นพื้นที่ป่าไม้และการเกษตร ชุมชนที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Inn นี้มีชื่อเสียงจากความเรียบง่ายของวิถีชีวิตท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติตามแบบฉบับชาวสวิสซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนแบบระยะยาวได้มากพอสมควร ชาวเมืองส่วนมากใช้ภาษา Rhaeto-Romance ในการสื่อสาร แต่บางส่วนก็สามารถใช้ภาษาเยอรมันหรืออิตาเลียนได้เป็นอย่างดี

การเดินทางไป: รถไฟจากหลายเมืองทางตอนกลางของประเทศต้องมาเปลี่ยนที่เมือง Landquart Ried ก่อน แล้ว
เดินทางต่อไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที

ardez

สำหรับใครที่มีสวิตเซอร์แลนด์เป็นจุดหมายปลายทางในการเดินทางครั้งต่อไปและกำลังมองหาซื้อตั๋วเครื่องบินอยู่ เว็บไซต์ที่เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจก็คือ www.allfly.com ซึ่งเป็นเว็บเปรียบเทียบราคาและซื้อตั๋วเครื่องบินของ Counter Service ทำให้แน่นอนว่าผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิตก็สามารถซื้อตั๋วราคาถูกและคุณภาพดีได้เพราะสามารถไปจ่ายเงินที่ counter service ในร้าน 7-Eleven ได้ แถมไม่ต้องเสียค่าบริการเพิ่มด้วย ข้อดีอีกอย่างของเว็บค้นหาและซื้อตั๋วเครื่องบินนี้คือสายการบินที่เอาราคามาเปรียบเทียบให้ดูล้วนเป็นสายการบินชั้นนำทำให้มั่นใจเรื่องคุณภาพได้ อีกทั้งหน้าแสดงผลเปรียบเทียบยังดูง่ายและเข้าใจชัดเจน

ส่วนวิธีการค้นหาควรเลือกบินไปลงที่ Zurich ก่อน ซึ่งมีการบินไทย และ Swissair ให้บริการบินตรงจากเมืองไทย แต่ถ้าอยากต่อเครื่องเพื่อพักระหว่างทางก็ทำได้เช่นกัน โดยมีปลายทางหลักๆ ให้เลือก ได้แก่ Zurich, Geneva และ Basel ซึ่งจะเปลี่ยนเครื่องบินแค่ต่อเดียวจึงไม่เสียเวลาและค่อนข้างสะดวก ถึงสวิสแล้วเที่ยวต่อได้ทันที

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต