10 เมืองน่าเที่ยวในคาบสมุทรบอลข่าน

พูดถึง “คาบสมุทรบอลข่าน” หลายคนอาจนึกภาพไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหนของโลก บอลข่านคือดินแดนทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป กินอาณาเขตทั้งหมดประมาณ 550,000 ตารางกิโลเมตร โดยชื่อมีที่มาจากเทือกเขาบอลข่านที่พาดผ่านใจกลางดินแดน ปัจจุบันดินแดนบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของหลายประเทศในยุโรป ได้แก่ บัลกาเรีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา เซอร์เบีย มาซิโดเนีย อัลบาเนีย กรีซ โครเอเชีย มอนเตเนโกร สโลเวเนีย (บางส่วน) ตุรกี (เฉพาะฝั่งยุโรป) รวมถึงโคโซโว

ภายหลังการแยกประเทศของอดีตยูโกสลาเวียอันยิ่งใหญ่เมื่อช่วงทศวรรษ 1990 ดินแดนบอลข่านเริ่มเป็นที่จับตามองของชาวโลกมากขึ้นในฐานะเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ แต่ปัญหาสงครามภายในก็ทำให้การท่องเที่ยวในหลายประเทศหยุดชะงักลง อย่างไรก็ตามหลังสงครามสิ้นสุดลง ประเทศใหม่เหล่านี้เริ่มเปิดประเทศมากยิ่งขึ้น ทางการเล็งเห็นความสำคัญในแง่การท่องเที่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ โดยหลายประเทศยังคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติและบ้านเมืองที่ปราศจากการปรุงแต่งใดๆ ที่เปรียบเหมือนเพชรเม็ดงามที่ซ่อนตัวอยู่

อีกทั้ง จากนโนบายการผ่อนปรนเรื่องวีซ่าเข้าประเทศที่ปกติต้องขอวีซ่าเฉพาะของประเทศนั้นๆ ทำให้ยุ่งยากในการวางแผน โดยเปลี่ยนกฎเป็นว่าผู้ที่มีวีซ่าเชงเก้นที่ยังไม่หมดอายุสามารถเดินทางเข้าได้ทุกประเทศในแถบบอลข่านแล้ว (ยกเว้นกรีซและสโลเวเนียที่ใช้วีซ่าเชงเก้นอยู่แล้ว) ยิ่งทำให้ดินแดนแถบนี้น่าสนใจมากขึ้นเป็นทวีคูณ แต่ทั้งนี้ควรตรวจสอบเงื่อนไขรายละเอียดการเข้าประเทศอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เพราะบางประเทศมีการระบุรายละเอียดปลีกย่อยที่ต่างกัน

Mostar, Bosnia & Herzegovina

เมืองสำคัญในเขต Herzegovina ส่วนหนึ่งของประเทศ Bosnia & Herzegovina ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เมืองที่เป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมแห่งนี้นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของบอสเนีย เพราะทัศนียภาพของเมืองเก่าแบบออตโตมันที่ยังคงรักษาไว้อย่างสมบูรณ์ซึ่งมีแม่น้ำ Neretva ไหลผ่านกลางเมือง โดยไฮไลต์สำคัญของเมืองอยู่ที่สะพานเก่าหรือ Stari Most ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ในยุคออตโตมัน ในช่วงหน้าร้อนมักมีผู้คนนิยมมากระโดดลงไปในแม่น้เพื่อท้าทายความกล้า

การเดินทางมา: ส่วนมากนิยมเดินทางด้วยรถไฟและรถบัส รถไฟจากกรุง Sarajevo เมืองหลวงของประเทศบอสเนีย ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยได้ชื่อว่าเป็นเส้นทางรถไฟชมวิวสายสำคัญในแถบบอลข่าน ส่วนรถบัสมีบริการเชื่อมต่อเมืองต่างๆ ในละแวกใกล้เคียงทั้งหมด จากเมือง Dubrovnik ของโครเอเชียใช้เวลาเดินทางราว 4 ชั่วโมง และจากกรุง Sarajevo ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงครึ่ง

Mostar

Dubrovnik, Croatia

เมืองยอดฮิตของผู้ที่หลงรักมนต์เสน่ห์ของทะเลอเดรียติก เมืองนี้ตั้งอยู่ทางใต้สุดของประเทศโครเอเชีย ในอดีต Dubrovnik เป็นเมืองท่าสำคัญทางฝั่งตะวันออกของทะเลอเดรียติก โดยฝั่งตะวันตกก็คือเวนิซนั่นเอง เสน่ห์ของเมืองนี้คือหลังคาสีส้มสดของบ้านเรือนที่ตั้งเรียงรายตั้งแต่บริเวณท่าเรือเขตเมืองเก่าที่เป็นมรดกโลกไปจนกระทั่งไหล่เขาทางด้านบนของเมือง ปัจจุบันเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่กำลังมาแรงที่สุดเมืองหนึ่งของยุโรป

การเดินทางมา: สามารถเดินทางมาได้หลากหลายวิธีการทั้งเครื่องบิน รถบัส (จากหลายเมืองใหญ่ในโครเอเชีย
มอนเตเนโกร บอสเนียฯ) และเรือเฟอร์รี่ (จากเมืองท่าทางตะวันออกของอิตาลี)

Dubrovnik

Plovdiv, Bulgaria

เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ Bulgaria และเมืองหลวงของจังหวัดชื่อเดียวกันทางตอนกลางของประเทศ เมืองที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาตั้งแต่ 6,000 ปีก่อนคริสตกาลแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเก่าแก่ซึ่งนับเป็นสมบัติล้ำค่าของโลก โดยมีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญคือยุคโรมันซึ่งยังคงหลงเหลือซากปรักหักพังไว้ในเขตเมืองมากกว่า 200 แห่ง ในภาพนี้คือถนนในเขตเมืองเก่าซึ่งสร้างขึ้นในสมัยยุคกลางด้วยก้อนหินทั้งหมดควบคู่ไปกับบ้านเรือนรอบข้าง โดยทางการบัลกาเรียได้สงวนรักษาพื้นที่บริเวณนี้ให้อยู่ในสภาพคล้ายคลึงอดีตมากที่สุดจนถึงปัจจุบัน

การเดินทางมา: จากกรุง Sofia เมืองหลวงของบัลกาเรีย ใช้รถบัสหรือรถไฟประมาณ 2 ชั่วโมง จากเมือง Istanbul
ใช้รถบัสหรือรถไฟประมาณ 7-8 ชั่วโมง

Plovdiv

Berat, Albania

เมืองหลวงของมณฑล Berat ในภาคกลางตอนล่างของประเทศ Albania เขตเมืองเก่าของเมืองริมฝั่งแม่น้ำ Osum ที่มีความหมายตามภาษาเซอร์เบียนว่า “เมืองสีขาว” แห่งนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนานโดยเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของหลายอาณาจักร ไม่ว่าจะเป็นไบเซนไทน์ โรมัน รวมถึงออตโตมัน แต่ก็ยังคงสภาพบ้านเรือนซึ่งมีเอกลักษณ์ที่บ้านซึ่งมีหน้าต่างขนาดใหญ่มากมายมาได้จนถึงทุกวันนี้ จนได้รับการขนานนามให้เป็น “Town of a Thousand Windows” ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก อีกทั้งเขตเมืองเก่ายังเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกเมื่อปี 2008 อีกด้วย

การเดินทางมา: ระบบรถสาธารณะของอัลบาเนียยังไม่เจริญมากนัก วิธีการที่สะดวกที่สุดคือการเช่ารถขับ โดยจากกรุง Tirana ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

Berat

Kotor, Montenegro

เมืองท่องเที่ยวริมชายฝั่งทะเล Adriatic ของประเทศ Montenegro อดีตดินแดนในปกครองของสาธารณรัฐเวนิซที่ยังคงกลิ่นอายและมนต์เสน่ห์แบบเวเนเชียนเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมในเขตเมืองเก่า แนวกำแพงเมืองโบราณบริเวณท่าเรือ รวมทั้งวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน อีกทั้งบริเวณอ่าว Kotor ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนที่โค้งเว้าเข้าไปมากที่สุดของชายฝั่งอเดรียติกก็ยังได้รับการขนานนามว่า “ฟยอร์ดแห่งยุโรปใต้” (ถึงแม้จริงๆ จะเป็นลักษณะของแคนยอนมากกว่าก็ตาม) อันนำมาซึ่งทิวทัศน์ที่น่าประทับใจที่สุดจุดหนึ่งในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ปัจจุบันเมืองมรดกโลกแห่งนี้เริ่มเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังมอนเตเนโกรเริ่มเปิดประเทศ

การเดินทางมา: นิยมเดินทางลงใต้ต่อมาจากเมือง Dubrovnik ของโครเอเชีย โดยมีบริการรถบัส ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

Kotor1

Prizren, Kosovo

เมืองหลวงของเขตการปกครองชื่อเดียวกับเมือง ทางตอนใต้ของประเทศ Kosovo ไม่ไกลจากพรมแดนประเทศ Albania และ Macedonia เมืองขนาดกลางที่ประชากรส่วนมากมีเชื้อชาติอัลบาเนียนแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ราบเชิงเขา Šar โดยในอดีตเคยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของจักรวรรดิเซอร์เบีย ภายในเขตเมืองส่วนมากประกอบด้วยอาคารบ้านเรือนที่มีกลิ่นอายแบบอาณาจักรออตโตมัน โดยมีทั้งชุมชนชาวเซิร์บ บอสเนียร์ก เติร์ก และพวกที่สืบเชื้อสายมาจากชาวโรมัน แต่ภาษาหลักที่ใช้ในการสื่อสารกลับกลายเป็นภาษาตุรกีชนิดที่ว่าผู้ที่ไม่ได้มีเชื้อชาติเติร์กก็สามารถใช้ภาษาตุรกีได้อย่างคล่องแคล่ว หลังจากได้รับความเสียหายพอสมควรจากเหตุสงคราม เมืองดังกล่าวเริ่มฟื้นฟูและพัฒนาให้เป็นเขตการลงทุนจากชาติตะวันตกมากยิ่งขึ้น

การเดินทางมา: รถบัสจากกรุง Skopje เมืองหลวงของมาซิโดเนีย ใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนรถบัสจากกรุง Priština เมืองหลวงของโคโซโว ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

Prizren

Veliko Tarnovo, Bulgaria

เมืองในเขตจังหวัดชื่อเดียวกันทางภาคกลางตอนบนของประเทศ Bulgaria เมืองที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของบัลกาเรียนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรบัลกาเรียนที่ 2 (1185-1396) โดยเสน่ห์สำคัญคือสถาปัตยกรรมท้องถิ่นภายในเขตเมืองอันทรงคุณค่าด้านประวัติศาสตร์และมีความสวยงามเฉพาะตัว ในช่วงหนึ่งของยุคกลางเมืองดังกล่าวได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของยุโรปจากความโดดเด่นของอาคารบ้านเรือน งานศิลปะ และกวีนิพนธ์ ปัจจุบันเมืองแห่งนี้เป็นกลายเป็นศูนย์กลางด้านการบริหาร การศึกษา เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมในดินแดนภาคเหนือของประเทศ

การเดินทางมา: รถบัสจากกรุง Sofia เมืองหลวงของบัลกาเรีย ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง

Veliko Tarnovo

Ohrid, Macedonia

เมืองใหญ่ที่สุดริมฝั่งทะเลสาบ Ohrid ในเขตการปกครองชื่อเดียวกัน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ Macedonia ใกล้กับพรมแดนประเทศ Albania เมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 8 ของประเทศแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็น “เยรูซาเล็มแห่งคาบสมุทรบอลข่าน” เนื่องจากในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของโบสถ์ทั้งหมด 365 หลัง ซึ่งแต่ละหลังใช้ประกอบศาสนพิธีในแต่ละวันภายใน 1 ปี แต่ความศรัทธาทางคริสต์ศาสนาเริ่มเสื่อมคลายลงหลังจากอาณาจักรออตโตมันเข้ายึดครองตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ปัจจุบันเมืองดังกล่าวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมเพราะทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบซึ่งเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ รวมทั้งอาคารบ้านเรือนในเขตเมืองก็เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโกเช่นกัน

การเดินทางมา: วิธีการที่สะดวกที่สุดคือ เดินทางมาจากกรุง Skopje เมืองหลวงของประเทศ Macedonia ด้วยรถบัส ซึ่งมีรอบออกทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมงครึ่ง หรือจะเดินทางด้วยรถบัสจากอีกเมืองใหญ่อย่าง Bitola ก็ได้เช่นกัน โดยสถานีรถบัสของเมือง Ohrid ตั้งอยู่ค่อนไปด้านนอกเมือง จึงจำเป็นต้องใช้บริการแท็กซี่เข้ามาในเขตเมือง

Ohrid

Piran, Slovenia

เมืองริมฝั่งทะเลอเดรียติกและเมืองท่าเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ Slovenia ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศใกล้กับพรมแดนประเทศอิตาลี สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองที่ใช้ทั้งภาษาสโลเวเนและอิตาเลียนแห่งนี้
โดดเด่นจากสถาปัตยกรรมแบบเวเนเชียนเพราะเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรริมฝั่งทะเลอเดรียติกนี้นั่นเอง โดย
สถานที่ยอดฮิตคือพระราชวัง Praetorian ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 โบสถ์สไตล์เวเนเชียนโกธิคนามว่า Loggia รวมทั้งบริเวณท่าเรือที่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว พ่อค้าปลา และชาวประมง ซึ่งแน่นอนว่าอาหารทะเลสดๆ ที่ปรุงในแบบฉบับชาว Slovenian Istria เป็นสิ่งที่จะพลาดไม่ได้โดยเด็ดขาด

การเดินทางมา: รถบัสจากกรุง Ljubljana เมืองหลวงของสโลวีเนีย ใช้เวลาเดินทางรวมทั้งหมดประมาณ 2-3 ชั่วโมง

Piran

Jajce, Bosnia & Herzegovina

เมืองในเขตภาคกลางตอนบนของประเทศ Bosnia & Herzegovina ซึ่งมีชื่อเสียงจาก Plivski vodopad (Pliva Waterfall) หรือน้ำตก Jajce (Jajcei vízesés) น้ำตกอันงดงามแห่งนี้เป็นจุดบรรจบกันของแม่น้ำ Pliva และ Vrbas มีความสูง 30 เมตร แต่ในช่วงสงครามบอสเนียพื้นที่บริเวณนี้ได้ถูกน้ำท่วมเพราะเกิดแผ่นดินไหวและการทำลายโดยโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เหนือแม่น้ำ ปัจจุบันน้ำตกจึงเหลือความสูงเพียง 20 เมตรเท่านั้น ตัวเมืองที่ตั้งอยู่เหนือน้ำตกคือบริเวณเมืองเก่าของ Jajce ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ด้วย

การเดินทางมา: รถบัสจากกรุง Sarajevo เมืองหลวงของบอสเนียฯ ใช้เวลาเดินทางเกือบ 3 ชั่วโมง

Jajce

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต