ล่องลอยในสวรรค์บนดิน เที่ยวเอง Switzerland ตอนที่ 1 “Zürich” จุดเริ่มต้นของดินแดนในฝัน

เที่ยวเอง รีวิว ซูริค สวิส สวิตเซอร์แลนด์ Zurich Swiss Switzerland

เที่ยวเอง สวิตเซอร์แลนด์

Itinerary Zurich

ทริปใหญ่ประจำปี 2556 ของ “เที่ยวเอง” คือ Super Grand Switzerland + Liechtenstein Trip ครับ ทริปนี้ใช้เวลาในการวางแผนนานมากๆ เพราะมีรายละเอียดเยอะสุดๆ ต้องศึกษาข้อมูลทั้งหมดให้มากที่สุดเพื่อจะได้เลือกใช้วิธีการเดินทาง เส้นทาง และได้ประโยชน์คุ้มค่าที่สุดในเวลาจำกัดและงบประมาณที่ไม่มากจนเกินไป เพราะสวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับต้นๆ ของยุโรปเลยครับ

ในที่สุดผมก็ได้ข้อสรุปเป็นแพลน 8 วัน 7 คืน เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ 15 เมือง 2 ยอดเขา (ไม่รวมเขตปกครองเล็กๆ อีก 5 แห่ง) ประเทศลิคเทนสไตน์ (Liechtenstein) 1 เมือง คือกรุง Vaduz และเมือง Yvoire ของฝรั่งเศสอีก 1 เมือง

จัดแบ่งโปรแกรมเที่ยวเป็น 8 วัน ดังนี้

วันที่ 1: Zürich – Sargans – Vaduz (Liechtenstein) – Sevelen – Sargans

วันที่ 2: Sargans – Luzern – Bern

วันที่ 3: Bern – Thun – Interlaken – Unterseen – Interlaken

วันที่ 4: Interlaken – Jungfraujoch – Lauterbrunnen – Interlaken

วันที่ 5: Interlaken – Zermatt – Gornergrat – Zermatt

วันที่ 6: Zermatt – Montreux – Vevey – Montreux

วันที่ 7: Montreux – Lausanne – Nyon – Yvoire (France) – Geneva – Lausanne

วันที่ 8: Lausanne – Neuhausen am Rheinfall – Schaffhausen – Stein am Rhein – Zürich

1

ออกเดินทางกันเลยครับ เกือบเที่ยงคืน เครื่องบินสายการบิน Swiss Air ออกบินตรงสู่นคร Zürich ประเทศ
สวิตเซอร์แลนด์ นั่งหลับข้ามคืนข้ามทวีปไปเกือบ 12 ชั่วโมง

2

เริ่มต้นตอนเช้าวันแรกบนแผ่นดินสวิส วันนี้จะเที่ยวใน Zürich ครึ่งวัน ตอนบ่ายก็จะนั่งรถไฟไป Sargans เมืองเล็กๆ ริมชายแดนเพื่อเข้าที่พักให้เรียบร้อยก่อนนั่งรถบัสเข้าประเทศลิคเทนสไตน์ (Liechtenstein) เที่ยว Vaduz เมืองหลวงของประเทศ แล้วค่ำๆ ค่อยกลับไปค้างคืนที่ Sargans

3

ประมาณ 6 โมงเช้าเวลาท้องถิ่น เครื่องบินก็ลงจอดที่สนามบิน Zürich Kloten (Zürich Flughafen) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองซูริคไปทางทิศเหนือประมาณ 12 กิโลเมตร

 

ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและเอากระเป๋าเดินทางเรียบร้อย เดินลงไปที่ชั้นใต้ดินซื้อตั๋วรถไฟเข้าตัวเมืองซูริคจากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ ตั๋วรถไฟเข้าเมืองซูริค (ตั๋ว network ZVV 3 Zonen) ราคา 6.60 ฟรังก์สวิส (ตั๋วมีอายุ 1 ชั่วโมงหลังจากซื้อ) ที่จริงแล้วสามารถใช้ Swiss Pass นั่งรถไฟได้ฟรี แต่ยังไม่ได้เปิดใช้บัตรโดยสาร เลยต้องเสียเงินค่ารถไฟขานี้ไปก่อนครับ

อัพเดทค่าตั๋วรถไฟได้ที่เว็บไซต์ทางการของการรถไฟสวิส Switzerland Train
ราคาที่โชว์ตอนแรกคือราคา Half-Fare travelcard นะครับ แต่ราคาที่นักท่องเที่ยวต้องซื้อคือราคา No reduction ซึ่งเป็นราคา Half-Fare travelcard x 2 เข้าไปครับ

5

6

ยืนรอรถไฟขบวน 07.20 น. ที่ชานชลาแป๊บเดียว แล้วยืนบนรถไฟต่ออีกแค่ 15 นาทีก็เดินทางถึงตัวเมืองซูริคที่สถานีรถไฟกลาง Zürich Hauptbahnhof (Zürich HB) เดินไปที่โถงกลางของสถานีรถไฟที่มีตุ๊กตา “L’ange protecteur” ผลงานการสร้างสรรค์ของ Niki de Saint Phalle ศิลปินชาวฝรั่งเศส เป็นสัญลักษณ์

7

ลงบันไดเลื่อนไปที่ชั้นใต้ดินเพื่อฝากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ตู้ฝากกระเป๋าขนาดใหญ่ที่สุดต้องเสียค่าฝาก 9 ฟรังก์ ฝากได้ 24 ชั่วโมงครับ

เกือบ 8 โมงเช้าแล้ว พร้อมเดินเที่ยวชมซูริค เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นศูนย์กลางการซื้อขายแลกเปลี่ยนทองคำที่ใหญ่ที่สุดและมีตลาดหลักทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลกอีกด้วย

 

ให้ข้อมูลเพิ่มเติมหน่อยนึงครับ การเดินทางในบริเวณ Zürich Zentrum หรือศูนย์กลางเมือง สามารถใช้รถรางและรถเมล์ได้อย่างสะดวก ก่อนขึ้นรถทุกครั้งต้องซื้อตั๋วจากเครื่องขายที่ป้ายรถ ไม่สามารถซื้อตั๋วบนรถได้ โดยตั๋ว single ticket Local network ชั้น 2 ราคา 2.60 ฟรังก์ (ตั๋วมีอายุ 30 นาที) ตั๋ว single ticket 1-2 โซน ราคา 4.20 ฟรังก์ (ตั๋วมีอายุ 1 ชั่วโมง) ตั๋ว Day Pass Local network ราคา 5.20 ฟรังก์, ส่วนแบบ 1-2 โซน ราคา 8.40 ฟรังก์ ตั๋วมีอายุ 24 ชั่วโมง ZürichCard 24 ชั่วโมง ราคา 24 ฟรังก์, 72 ชั่วโมง 48 ฟรังก์

อัพเดทข้อมูลได้ที่ Zürich transportation fare

จริงๆ แล้วตัวเมืองซูริคไม่ได้ใหญ่ขนาดว่าจะต้องใช้รถรางหรือรถเมล์เดินทางไปยังจุดต่างๆ ครับ ระยะทางเดินรอบเมืองไม่ไกลเลย เดินเที่ยวได้สบายๆ ครับ

photo credit: www.switzerlandfanclub.com
photo credit: www.switzerlandfanclub.com

จากสถานีรถไฟกลาง Zürich Hauptbahnhof เดินออกประตูด้านหลังของสถานี (ประตูตรงข้ามกับทางออกไปยัง Bahnhofplatz) ก็เห็นแนวกำแพงด้านข้างของ Schweizerisches Landesmuseum (Swiss National Museum) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสวิสตั้งอยู่ที่ถนน Museumstrasse

10

เดินอ้อมไปที่ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ซึ่งกำลังปรับปรุงซ่อมแซมอยู่ ปกติพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-อาทิตย์ 10.00-17.00 น. วันพฤหัสเปิดถึง 19.00 น. ค่าเข้าชม 10 ฟรังก์
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ visit Swiss National Museum

นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมวิวริมแม่น้ำ Limmat ได้ที่ด้านข้างพิพิธภัณฑ์นี้

11

เดินกลับเข้าไปในสถานีรถไฟแล้วเดินออกประตูด้านหน้าของสถานีไปที่ Bahnhofplatz ซึ่งมีรูปปั้นของ Alfred Escher ตั้งอยู่

12

เดินตรงเข้า Bahnhofstrasse ถนนสายช้อปปิ้งความยาว 1 กิโลเมตรครึ่ง สองข้างทางของถนนมีห้างสรรพสินค้า ร้านขายนาฬิกา คริสตัล กระเป๋า เครื่องสำอาง รองเท้า ร้านช็อกโกแลตชื่อดังมากมายครับ

เดินตรงไปแป็บเดียวก็เจอร้านช็อกโกแลตดังของซูริคที่ชื่อว่า Sprüngli ร้านนี้นอกจากจะมีชื่อเสียงเรื่องช็อกโกแลตแล้ว มาการองก็ขึ้นชื่อว่าอร่อยสุดๆ เหมือนกัน ผมเลยจัดไป 1 กล่องเล็กมี 4 ชิ้น ราคาเกือบ 5 ฟรังก์ ส่วนแพ็คเกจช็อกโกแลตต่างๆ ก็มีราคาตั้งแต่ 15-50 ฟรังก์ เรียกว่าซื้อไม่ลงเลยทีเดียวครับ
อีกสาขาหนึ่งอยู่ที่ Paradeplatz สาขานี้มีร้านขายเบเกอรี่และเครื่องดื่มชากาแฟด้วย

13

เดินไปจนถึงแยกถนน Austinergasse ถนนที่สวยงามเพราะมีบ้านเรือนที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14-18 ประดับ
ด้วยธงชาติสวิสและธงต่างๆ ตั้งเรียงรายอยู่ ก็รู้ตัวว่าเดินเลยมาแล้ว

14

ต้องเดินย้อนกลับไปนิดนึงแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนน Kuttelgasse เดินตรงต่อเข้าถนน Fortunagasse ขึ้นบันไดทางขวามือไปยังสวน Lindenhof

15

ถ่ายรูปและชมวิวเมืองซูริคจากมุมสูงที่นี่ครับ ทางขวามือเห็นยอดโบสถ์ Grossmünster โบสถ์สำคัญอีกแห่งหนึ่งของซูริคและแม่น้ำ Limmat อยู่เบื้องล่าง

16

17

เดินลงจาก Lindenhof ไปที่ริมแม่น้ำ Limmat บริเวณนี้เรียกว่า Schipfe หนึ่งในบริเวณที่เก่าแก่ที่สุดของซูริค เลี้ยวขวาเดินตามถนน Schipfe เลียบแม่น้ำผ่านบ้านปูนผสมบ้านไม้หลังเตี้ยๆ จนถึงสะพาน Rathausbrücke

18

เลี้ยวขวาแล้วเดินตามถนนสายแคบๆ ลัดเลาะตามทางไปจนเจอถนน Strehlgasse และถนน Schlüsselgasse ก็จะถึงโบสถ์ St. Peter-Kirche โบสถ์เก่าแก่อีกแห่งซึ่งสามารถเข้าไปชมด้านในได้ในวันจันทร์-ศุกร์ 08.00-18.00 น. วันเสาร์ 08.00-16.00 น. และวันอาทิตย์ 11.00-17.00 น.
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ visit St. Peter-Kirche

19

ใกล้ๆ กับโบสถ์ St. Peter มีร้านช็อกโกแลตดังอีกแบรนด์ของซูริคคือ teuscher ราคาก็แพงไม่แพ้ Sprüngli หรอกครับ ซื้ออันเล็กๆ มาชิมแค่ 2 อัน อันละ 2.80 ฟรังก์ (เกือบ 90 บาท) แพงมากแต่ก็ต้องขอลองซะหน่อย

20

เดินต่อไปทางริมแม่น้ำจนถึงสะพาน Münsterbrücke ทางขวามือคือที่ตั้งของโบสถ์ Fraumünster ที่ถนน Münsterhof

21

ข้ามสะพานไปยังโบสถ์ Grossmünster ที่ตั้งอยู่อีกฝั่งแม่น้ำ

22

พอลงจากสะพานก็เลี้ยวขวาและเดิมตามถนน Limmatquai เลียบแม่น้ำไปทางทิศใต้ เดินตรงอย่างเดียวต่อเข้าถนน Theaterstrasse จนถึง Theaterplatz ก็ถึง Opernhaus Zürich หรือโรงอุปราการแห่งซูริค

23

เดินย้อนกลับเส้นทางเดิม เดินตรงเข้าถนน Limmatquai ผ่านหน้า Grossmünster อีกครั้ง ไม่ไกลก็ถึง Züricher Rathaus หรือที่ว่าการเมืองซูริคซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ

24

ด้านหลังของ Rathaus มีสะพาน Rathausbrücke เป็นลานเชื่อมสองฝั่งแม่น้ำ จุดนี้เป็นจุดถ่ายรูปชั้นเยี่ยมเลยทีเดียวครับ แต่น่าเสียดายที่วันนี้อากาศไม่ค่อยจะแจ่มใสเท่าไหร่

25

เดินตามถนน Limmatquai เลียบแม่น้ำต่อไปผ่านสะพานข้ามแม่น้ำอีกแห่งทางขวามือคือย่าน Niederdorf เขตเมืองเก่าที่ตามซอกซอยต่างๆ เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และในช่วงเย็นๆ วัยรุ่นนิยมมานั่งดื่มกินที่บาร์ในย่านนี้

กะว่าหาอะไรกินมื้อกลางวันที่ย่านนี้เสียหน่อย เดินดูเมนูหน้าร้านอยู่หลายร้านแต่เห็นราคาแล้วกินไม่ลงเลยเพราะราคาเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 15-20 ฟรังก์ (480-640 บาท) สุดท้ายต้องลงเอยที่ McDonald’s เมนูถูกที่สุดราคา 8.90 ฟรังก์ (284 บาท) ประกอบด้วยชีสเบอร์เกอร์ชิ้นเล็ก 2 ชิ้น เฟรนช์ฟราย และโค้กแก้วใหญ่ แหม! ก็สวิสนี่ค่าครองชีพแพงหูฉี่เลยครับ

26

เที่ยงเองเที่ยวเมืองซูริคหมดแล้วครับ
ขากลับเดินไปทางแม่น้ำถึงชุมทางรถที่เรียกว่า Central ข้ามสะพาน Bahnhofbrücke ตรงเข้าถนน Bahnhofplatz ก็กลับถึงสถานีรถไฟกลางแล้ว

จัดการเปิดใช้บัตรโดยสาร Swiss Pass ซึ่งซื้อล่วงหน้ามาจากเมืองไทยที่เคาน์เตอร์การรถไฟสวิสให้เรียบร้อย ก่อนรอเวลารถไฟออกไปเมือง Sargans ซึ่งจะออกเดินทางในเวลา 13.37 น.

ยังมีเวลาเหลืออีกเป็นชั่วโมง ไม่รู้จะทำอะไรดี เลยเดินเข้าถนน Bahnhofstrasse อีกครั้ง
คราวนี้เดินตรงผ่าน Paradeplatz ซึ่งมีร้าน Sprüngli ตั้งอยู่ เดินตรงต่อไปจนสุดทางที่ Bürkliplatz ชมวิวทะเลสาบซูริคให้ชื่นใจ

27

28

เดินชมทะเลสาบก่อนเดินตรงกลับไปที่สถานีรถไฟกลาง Zürich HB เอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้และเดินไปที่ชานชลา 8 ซึ่งรถไฟ IC 573 จอดรออยู่แล้ว ขึ้นไปนั่งรอไม่นาน รถไฟก็ออกเดินทาง
นั่งชมวิวทะเลสาบซูริคและทะเลสาบ Walen เพลินๆ ไป 55 นาที ก็ถึงเมือง Sargans แล้วครับ

29

30

ขอตั้งหลักที่ Sargans แป๊บนึง เตรียมตัวไปกรุงวาดุซ เมืองหลวงของประเทศลิคเทนสไตน์ครับ
ข้ามแม่น้ำไรน์สู่ “Liechtenstein” ประเทศจิ๋วที่แทบไม่มีใครรู้จัก

Transportation: Swiss AirSwiss PassSwitzerland Train

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต