ซัมเมอร์อินสวิตเซอร์แลนด์ ตอนที่ 6 เที่ยวเอง “Zermatt” เมืองในฝันจุดชมยอดเขา Matterhorn ที่สวยที่สุด

กลับมาสวิสอีกครั้ง ต้องไปเซอร์แมตต์ซ้ำอีกหน

มาถึงวันไฮไลต์ของทริปแล้วครับ

วันที่ 7 ในสวิส (ใช้ Swiss Travel Pass วันที่ 6) ไปเที่ยวเมือง Zermatt ชมยอดเขา Matterhorn อีกรอบกัน

6 วันที่ผ่านมา เราเริ่มต้นที่เมือง Zürich แล้วเที่ยวลงใต้ตามรีวิว 5 ตอนด้านล่างนี้
ซัมเมอร์อินสวิตเซอร์แลนด์ ตอนที่ 1 เที่ยวเอง “Zürich” อีกทีก็มีมุมใหม่ให้ถ่ายรูป
ซัมเมอร์อินสวิตเซอร์แลนด์ ตอนที่ 2 เที่ยวเอง “Luzern – Bürgenstock” เมืองสวยตลอดกาลสุดฮิตกับรีสอร์ทวิวปังสุดฮอต
ซัมเมอร์อินสวิตเซอร์แลนด์ ตอนที่ 3 เที่ยวเอง “Schilthorn” ยอดเขาวิวสวยตะโกน จุดชม Top of Europe แบบเต็มตา
ซัมเมอร์อินสวิตเซอร์แลนด์ ตอนที่ 4 เที่ยวเอง “Jungfraujoch” ที่สุดในยุโรป นั่งรถไฟขึ้นยอดเขาสู่สถานี Top of Europe
ซัมเมอร์อินสวิตเซอร์แลนด์ ตอนที่ 5 เที่ยวเอง “Oeschinensee – Aletsch Glacier – Saas-Fee” ทะเลสาบวิวว้าว – ธารน้ำแข็งอลัง – หมู่บ้านมาร์มอตน่ารัก

เส้นทางทั้งทริปตามแผนที่นี้เลยครับ

ไป Zermatt

เมืองท่องเที่ยวดังในรัฐ Valais ทางใต้ของสวิตเซอร์แลนด์ ใกล้ชายแดนอิตาลี

เซอร์แมตต์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ปราศจากมลภาวะ อากาศบริสุทธิ์สุดๆ เพราะทางการห้ามนำเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเข้าไปในตัวเมือง อนุญาตแค่แท็กซี่คล้ายรถกระป๋องที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเท่านั้น

จากหมู่บ้าน Saas-Fee ไป Zermatt ต้องนั่งรถเมล์สาย 511 จากสถานีรถ Saas-Fee, Busterminal เราเลือกเวลา 08.22 น. นั่งไป 33 นาทีก็ลงที่ป้าย Stalden-Saas, Bahnhof ตรงสถานีรถไฟ Stalden-Saas ต่อรถไฟอีกไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงสถานีรถไฟ Zermatt ตอน 10.14 น.

ใช้ Swiss Travel Pass ขึ้นรถเมล์และรถไฟฟรี

เช็คตารางเวลารถไฟและรถเมล์สวิตเซอร์แลนด์ได้ที่ www.sbb.ch

photo credit: https://en.m.wikivoyage.org/

ที่พักของเราในคืนนี้คือ Hotel Alex อยู่ใกล้สถานีรถไฟมาก เดินไปฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อนเพราะยังเช็คอินไม่ได้

เดินกลับมาที่ Bahnhofstrasse ถนนสายหลักของเมือง

เดินตรงตามถนนนี้ไปทางทิศใต้ราว 400 เมตรก็เห็นโบสถ์ Pfarrkirche St. Mauritius และน้ำพุ Murmeltierbrunnen หน้า Matterhorn Museum – Zermatlantis

เลี้ยวซ้ายเดินผ่านหอนาฬิกาของโบสถ์แป๊บเดียวก็ถึง Kirchbrücke สะพานข้ามแม่น้ำ Vispa ซึ่งเป็นพิกัดถ่ายรูปยอดเขา Matterhorn อันโด่งดังจากในเมือง Zermatt

ข้ามสะพานแล้วเลี้ยวขวาเดินตามถนน Schluhmattstrasse เลียบแม่น้ำไปประมาณ 650 เมตรก็ถึงสถานีกระเช้าขึ้น Matterhorn glacier paradise

ช่วงเช้านี้จะขึ้นจุดชม Matterhorn ที่มีชื่อว่า Matterhorn glacier paradise ซึ่งเป็นจุดที่ใกล้ยอดเขาโลโก้แบรนด์ช็อคโกแลตดัง “Toblerone” ที่สุด

photo credit https://mychaletfinder.com/

การขึ้น Matterhorn glacier paradise ต้องขึ้นกระเช้าไปที่สถานี Furi ต่ออีกสายไปที่สถานี Trockener Steg แล้วต่อช่วงสุดท้ายขึ้นไปที่ Matterhorn glacier paradise (Klein Matterhorn) ใช้เวลารวม 45 นาที

ค่าตั๋ว Zermatt – Matterhorn glacier paradise ขึ้นและลง ราคา 109 CHF (ช่วงวันที่ 1 พ.ค.-30 มิ.ย. และ 1 ก.ย.-31 ต.ค.) มี Swiss Travel Pass ลดราคา 50%

เช็คราคาเส้นทางอื่นและช่วงเดือนต่างๆ ได้ที่ www.matterhornparadise.ch

ชมวิวจากกระเช้าระยะต่างๆ ครับ

Matterhorn glacier paradise (Klein Matterhorn) คือสถานีกระเช้าที่อยู่สูงที่สุดในเขตเทือกเขาแอลป์ที่ความสูง 3,883 เมตรจากระดับน้ำทะเล

ขึ้นลิฟท์และบันไดไปชมวิวอลังการของเทือกเขาแอลป์แบบ 360 องศา รอบด้านเต็มไปด้วยยอดเขาความสูงเกิน 4,000 เมตรถึง 38 ยอด และธารน้ำแข็งขนาดใหญ่อีก 14 แห่ง

ยอดที่โดดเด่นที่สุดก็คือ Matterhorn ซึ่งมีความสูงถึง 4,478 เมตร นั่นเอง

ข้างบนนี้อุณหภูมิติดลบแม้จะมาตอนหน้าร้อนก็ตาม อยู่กลางแจ้งได้แป๊บเดียวก็ต้องหลบเข้าในอาคารแล้ว

ลงลิฟท์ไปที่ Gletscher-Palast (Glacier Palace) หรือปราสาทน้ำแข็งที่มีประติมากรรมน้ำแข็งแกะสลักเป็นรูปทรงและสัตว์ต่างๆ รวมถึงส่วนของห้องชม multimedia เสริมสร้างความรู้อีกด้วย

ได้เวลาอาหารกลางวัน บนนี้มีร้านอาหารชื่อ En Güete อยู่ที่ระดับความสูง 3,883 เมตร กินไปชมวิวภูเขาหิมะไปด้วย

ดูเมนูได้ที่ En Güete menu

ช่วงเช้าฟ้ายังใสอยู่ดีๆ ตอนบ่ายเมฆหมอกมาจากไหนไม่รู้คลุมทั้งยอดเขา มองแทบไม่เห็นอะไรเลย ดูพยากรณ์อากาศบอกว่าอีกชั่วโมงฝนจะตกทั่วเมือง Zermatt และตกยาว 3 ชั่วโมง TT

เราแพลนว่าตอนบ่ายสองจะลงกระเช้ากลับไปที่สถานี Furi บ่ายสองครึ่งเปลี่ยนสายขึ้นไปยังสถานี Riffelberg

ค่าตั๋วกระเช้า Furi – Riffelberg ขาเดียวราคา 24 CHF (ช่วงวันที่ 1 พ.ค.-30 มิ.ย. และ 1 ก.ย.-31 ต.ค.)
มี Swiss Travel Pass ลดราคา 50%

เช็คราคาเส้นทางอื่นและช่วงเดือนต่างๆ ได้ที่ www.matterhornparadise.ch

แล้วต่อรถไฟ Gornergrat Bahn (GGB) จากสถานี Riffelberg ขึ้นไปยังสถานี Gornergrat ที่ความสูง 3,089 เมตรจากระดับน้ำทะเล

ตั๋วรถไฟ Riffelberg – Gornergrat ขาเดียวราคา 32 CHF (ช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค. ราคาแพงที่สุด)
ส่วนตั๋วรถไฟไป-กลับ Zermatt – Gornergrat ราคา 126 CHF (ช่วงเดือนอื่น 110 CHF)

มี Swiss Travel Pass ลดราคา 50%

เช็คตารางเวลารถไฟสวิตเซอร์แลนด์และซื้อตั๋วได้ที่ www.sbb.ch และ www.gornergrat.ch

photo credit: www.gornergrat.ch

เราวางแผนจะขึ้นทั้ง Matterhorn glacier paradise และ Gornergrat ในวันเดียวกัน แต่ซื้อ Peak2Peak ticket ราคา 197 CHF (มี Swiss Travel Pass ลด 50%) ไม่ได้ เพราะปี 2022 ซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.-21 ส.ค. ถือว่าโชคดีไม่ต้องจ่ายแพงกว่าเพราะวันนี้ขึ้น Gornergrat ไปก็คงมองไม่เห็นอะไรแล้ว

ข้อมูลตั๋ว Peak2Peak เพิ่มเติมที่ Peak2Peak ticket

เราเคยนั่งรถไฟ Gornergrat Bahn ขึ้นเขาไปยังสถานี Rotenboden (ทะเลสาบ Riffelsee) และ Gornergrat ซึ่งเป็นจุดชมยอดเขา Matterhorn ที่ดังที่สุดแล้ว เลยไม่ซีเรียสที่ไม่ได้ขึ้นครับ

สรุปต้องเปลี่ยนแผนเป็นนั่งกระเช้าลงเขาจาก Matterhorn glacier paradise ผ่านสถานี Trockener Steg และ Furi กลับเข้าเมือง Zermatt เลย ไม่ต่อกระเช้าและรถไฟขึ้นไป Riffelberg และ Gornergrat แล้ว

เดินตามถนน Schluhmattstrasse และ Bahnhofstrasse เส้นทางเดิมกลับ Hotel Alex ไปเช็คอินและใช้สระว่ายน้ำของโรงแรมเพราะฝนตกลงมาอย่างแรง ออกไปไหนไม่ได้

โรงแรมระดับ 4 ดาวนี้ตกแต่งห้องพักได้ cozy มาก ดูวินเทจหรูหรามีเสน่ห์สุดๆ โคตรชอบอ่ะ

ชั้นใต้ดินเป็นเหมือนสปอร์ตคอมเพล็กซ์ มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนส สนามสควอช สนามเทนนิสในร่ม

เราจองห้องพักแบบรวมอาหารเย็นและเช้าด้วย

มื้อเย็นวันนี้รับประทานที่ร้าน Alex Grill ของโรงแรมซึ่งเซ็ตเมนูมาให้เลือกตามนี้

หน้าตาอาหาร 3 คอร์สสวยงาม รสชาติเพอร์เฟ็ค สมแล้วที่เป็นร้านดังครับ

ใกล้จะมืดแล้วแต่ฝนดันหยุดตก งั้นขอวัดใจเดินขึ้นไปยังจุดชมยอดเขา Matterhorn เหนือตัวเมือง Zermatt ซึ่งอยู่ไกลจากโรงแรม 1 กิโลนิดๆ เผื่อฟ้าจะเปิดให้เราเห็นยอดเขาดังอีกครั้ง

ออกจากโรงแรมเดินไปที่ถนน Bahnhofstrasse เลี้ยวซ้ายไปนิดเดียวก็เห็นสถานีรถไฟ Zermatt และ Zermatt GBB (สถานีรถไฟขึ้นยอดเขา Gornergrat)

เลี้ยวขวาเข้าถนนตรงหน้าสถานีรถไฟ Zermatt GBB แล้วเลี้ยวซ้ายเดินข้ามทางรถไฟตามถนน Untere Mattenweg ตรงไปจนเจอถนน Untere Mattenstrasse เลี้ยวขวาเดินไปหน่อยก็ถึงริมแม่น้ำ Vispa

ท้องฟ้าดีขึ้นแล้วแต่ยอด Matterhorn ยังเห็นไม่ชัด

ข้ามแม่น้ำไป 150 เมตรก็เลี้ยวซ้ายเดินตามถนน Wiestistrasse แล้วแยกขวาเดินขึ้นถนน Mürini ขึ้นบันไดอีกไม่ไกลก็ถึงจุดชมวิวที่หมาย

พิกัดที่ว่านี้คือ Zermatt Matterhorn Aussichtspunkt (Zermatt Matterhorn Viewpoint) ใน Google Map

เราเดินมาถึงตรงนี้ทันเวลาก่อนแสงจะไม่พอให้ถ่ายรูปสวยๆ ได้พอดี

แสงหมดแล้ว เดินลงเขาตามเส้นทางเดิมกลับโรงแรม

ค้างคืนที่ Zermatt 1 คืน

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต