เที่ยวเอง Poland รอบสอง..ต้องหาเมืองใหม่ๆ เที่ยว ตอนที่ 1 “Wrocław – Łódź” เมืองสีสันสวยสด กับ เมืองโมโนโทนของคนสายฮิป

เที่ยวเอง รีวิว วร็อดสวัฟ อู๊ดช์ โปแลนด์ wroclaw lodz poland

โปแลนด์ครั้งที่ 2 ของเที่ยวเอง

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เราเคยมาเที่ยวประเทศโปแลนด์เป็นครั้งแรกโดยเลือกไปเที่ยวแค่ 2 เมือง คือ Warsaw เมืองหลวง และ Poznań อีกเมืองสีสันทางตะวันตกของประเทศเพราะจะเดินทางเข้ากรุงเบอร์ลินต่อ

คราวนี้เราจึงมาโปแลนด์อีกเพื่อเที่ยวเก็บเมืองที่อยากมาแต่ที่ตั้งของเมืองไม่ลงตัวกับแผนครั้งก่อนโดยเลือกเที่ยว 4 เมือง ทางตะวันตก ตอนกลาง และทางใต้ของประเทศ ได้แก่ Wrocław, Łódź, Kraków และ Katowice แต่ไม่เข้ากรุง Warsaw แล้ว

photo credit: en.wiktionary.org

ทริปนี้เราเดินทางต่อเนื่องมาจากเยอรมนีโดยนั่งรถไฟตรงจากเมือง Dresden เข้าสู่ประเทศโปแลนด์ทางตะวันตก โดยจุดหมายแรกของโปแลนด์คือเมือง Wrocław

photo credit: www.digirev.us

อ่าน 4 รีวิวเมืองต่างๆ ของเยอรมันได้จากลิ้งค์ด้านล่าง
เที่ยวเอง GERMANY กี่ครั้งก็ยังไม่พอ ตอนที่ 1 “Bamberg – Coburg” สองเมืองทางเลือกใหม่ในบาวาเรีย
เที่ยวเอง GERMANY กี่ครั้งก็ยังไม่พอ ตอนที่ 2 “Leipzig” ชีวิตชีวาแห่งเยอรมันตะวันออก
เที่ยวเอง GERMANY กี่ครั้งก็ยังไม่พอ ตอนที่ 3 “Dresden” เมืองเก่าแก่ที่สร้างใหม่ให้เหมือนเก่า
เที่ยวเอง GERMANY กี่ครั้งก็ยังไม่พอ ตอนที่ 4 “Basteibrucke – Bautzen” ทริปไปเช้าเย็นกลับจากดรีสเดน

เส้นทางทั้งหมดของทริปตามแผนที่นี้ครับ

วันที่ 5 ของทริป

4 โมงเย็น รถไฟจาก Dresden มาถึงสถานีรถไฟกลาง Wrocław Główny

แวะแลกเงินโปแลนด์คือ Polski złoty ในสถานีรถไฟก่อน แต่เรทไม่ค่อยดีคือ 1 ยูโร = 3.214 PLN หรือ zł (จริงๆ ควรได้ประมาณ 4.30 PLN) เทียบเป็นเงินไทยง่ายๆ คือ 1 PLN ประมาณ 9 บาท ครับ

เดินออกไปหน้าสถานีรถไฟ ข้ามถนนตรงไปเช็คอินที่ Hotel Sofia ที่อยู่แค่ฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟเลย ทำเลดีมากๆ ไม่ต้องเดินลากกระเป๋าไกล และอยู่ห่างจากจัตุรัสกลางเมืองแค่ 1.5 กิโลเมตร

ห้องพักสำหรับ 2 คน คืนนี้ 170 PLN (1,525 บาท) ไม่มีอาหารเช้า

ตอนแรกวางแผนว่าเย็นนี้จะนั่งรถรางไป Ostrów Tumski (Cathedral Island) แล้วเดินอ้อมไปถ่ายรูปมหาวิหารหอคอยคู่บน Cathedral Island จากอีกฝั่งแม่น้ำก่อนจะมืดสนิท แต่ที่โปแลนด์มืดเร็วกว่าเยอรมันเกือบชั่วโมง 4 โมงนิดๆ ก็เริ่มครึ้มแล้ว จึงต้องปรับแผนนิดหน่อย โดยไม่ไป Cathedral Island แล้ว เอาไว้ค่อยไปตอนเช้าแทน แต่ยังไปถ่ายรูปมหาวิหารหอคอยคู่ (เบอร์ 2 ในแผนที่) จากสวนริมแม่น้ำ Oder

photo credit: polandtravel.info

ก่อนจะไปเที่ยว ขอให้ข้อมูลของเมืองนี้เล็กน้อยครับ

Wrocław อ่านว่า “วร็อดสวัฟ” (ภาษาโปแลนด์ออกเสียงยากมากครับ งงว่ามันอ่านแบบนี้ได้ไง) คือเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของแคว้น Dolny Śląsk (Lower Silesia) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโปแลนด์เขตเมืองกว้างขวางมีประชากรอาศัยอยู่ราว 630,000 คน จัดเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศ

ไปจุดถ่ายรูป Cathedral Island

ออกจากโรงแรม เดินกลับไปทางสถานีรถไฟ ข้ามถนนแล้วเลี้ยวขวาเดินไปที่ป้ายรถราง Dworzec Główny ที่เกาะกลางถนนฝั่งใกล้สถานีรถไฟ

ซื้อตั๋ว 15-minutowy (short-term ticket 15-minute) ราคา 2.40 zł (ประมาณ 20 บาท) จากตู้ขายตั๋วอัตโนมัติที่ป้ายหรือบนรถก็ได้ใช้ขึ้นได้ทั้งรถรางและรถเมล์ (ถ้ามีกระเป๋าใหญ่ทั้งแบบลากและสะพายหลังจะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 1.50 zł)

เช็คข้อมูลตั๋วชนิดอื่นๆ ได้ที่ Wroclaw transportation fares
เช็คสายรถในเมืองได้ที่ Wroclaw bus & tram lines

นั่งรถรางสาย 8 หรือ 9 ผ่านโรงแรม Mercure ไปลงที่ป้าย Hala Targowa (5 ป้าย) แล้วตรงไปที่สวนเลี้ยวขวาเดินเลียบแม่น้ำหาตำแหน่งถ่ายรูปมหาวิหารหอคอยคู่ Katedra św. Jana Chrzciciela (Cathedral of St. John the Baptist) และ Kościół św. Krzyża (Church of the Holy Cross) บน Ostrów Tumski (Cathedral Island)

เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเราค่อยนั่งรถรางอีกทางหนึ่งข้ามสะพานไปยังโบสถ์ทั้งสองนั้น

ถ้าจะไปจัตุรัสกลางเมือง Rynek we Wrocławiu (Market Square) ก็ให้ลงรถรางที่ป้าย Galeria Dominikańska หน้าโรงแรม Mercure แล้วลอดอุโมงค์เดินไปทางขวา ขึ้นจากอุโมงค์เดินตามถนน ulica Oławska ประมาณ 500 เมตรก็จะถึง

เดินย้อนทางเดิมออกจากสวนแล้วตรงผ่านสะพานสีแดงชื่อ Most Piaskowy ไปเข้าถนน Grodzka เดินเลียบแม่น้ำไปประมาณ 400 เมตร ก็เห็นอาคาร Uniwersytet Wrocławski (University of Wrocław) มหาวิทยาลัยประจำเมืองที่สร้างขึ้นระหว่างปีค.ศ. 1728-1739 ในสถาปัตยกรรมแบบบาโรคที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำ Oder ด้านในมีชื่อเสียงจาก Aula Leopoldina โถงห้องบรรยายสไตล์บาโรคอันโอ่อ่า

เดินข้ามสะพาน most Uniwersytecki ไปถ่ายรูปข้ามแม่น้ำกลับมา

ข้ามสะพานกลับมาแล้วเลี้ยวขวาเดินผ่านหน้ามหาวิทยาลัย เลี้ยวซ้ายเข้าถนน ulica Więzienna ถนนคนเดินแคบๆ ที่เชื่อมระหว่าง University of Wrocław กับ Rynek we Wrocławiu (Market Square) ตลอดสองข้างทางเรียงรายด้วยร้านอาหารนานาชาติและคาเฟ่มากมายโดยเฉพาะร้านอาหารอิตาเลียนเพราะเป็นชุมชนชาวอิตาเลียนในเมืองบริเวณนี้ถือเป็นแหล่งแฮงเอาท์ยอดนิยมของกลุ่มนักศึกษา

เจอร้านอาหารไทยที่ถนนนี้ เลยจัดมื้อเย็นซะเลย

ถ้าจะกลับสถานีรถไฟกลาง Wrocław Główny ก็ให้เดินกลับไปที่ป้าย Uniwersytet ริมแม่น้ำ ขึ้นรถรางสาย 6 หรือ 7 (ทิศทาง Krzyki หรือ Klecina) ไปลงที่ป้าย Arkady Capitol (4 ป้าย) ตั๋ว 15-minutowy (short-term ticket 15-minute) ราคา 2.40 zł แล้วเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกเดินตามถนน Piłsudskiego ประมาณ 600 เมตร

แต่เราเดินตรงต่อไปอีกไม่ไกล ลอดโค้งประตูไปก็ถึง Rynek we Wrocławiu (Market Square) หนึ่งในจัตุรัสกลางเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลเกี่ยวกับวัฒนธรรมด้านต่างๆ มาตลอด ไฮไลต์คืออาคารสไตล์โปลิชสีสันสดใสที่เรียงรายอยู่ทุกด้านของจัตุรัส

เดินวนรอบจัตุรัสหามุมถ่ายรูปสวยๆ ยามราตรี

มุมถ่ายรูปที่สวยที่สุดคือด้านหลังของ Stary Ratusz (Old Town Hall) ที่ว่าการเมืองที่ได้ชื่อว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโปแลนด์ที่เริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 13 โดยต้องใช้เวลาก่อสร้างต่อเนื่องยาวนานถึง 250 ปีกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิค ด้านในมีส่วนที่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ Muzeum Sztuki Mieszczańskej และร้านอาหารอีกด้วย

เดินไปยังด้านหน้าอาคารที่ว่าการเมืองที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป

วันนี้พอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้จะวนกลับมาที่นี่และไปจุดอื่นของเมืองด้วย

ขากลับโรงแรม เดินตรงเข้าถนนที่มุมจัตุรัสชื่อ Oławska ประมาณ 500 เมตรไปที่ป้ายรถราง Galeria Dominikańska หน้าโรงแรม Mercure ขึ้นรถรางสาย 8 หรือ 9 (ทิศทาง Tarnogaj หรือ Park Południowy) ให้คนบนรถช่วยซื้อตั๋วให้เพราะเครื่องไม่รับเงินสดต้องใช้การ์ดซื้อเท่านั้น

นั่ง 3 ป้ายก็ลงที่ป้าย Dworzec Główny หน้าสถานีรถไฟกลาง Wrocław Główny และเดินกลับโรงแรม

วันที่ 6 ในยุโรป

ช่วงเช้าวันนี้เราจะเที่ยวชม Wrocław ให้ทั่วเมือง

เมื่อวานเย็นผิดแผนเล็กน้อยไปเกาะกลางแม่น้ำ Cathedral Island ไม่ทันเพราะมืดซะก่อน เช้านี้เลยต้องออกจากโรงแรมเร็วหน่อย

เดินไปทางสถานีรถไฟข้ามถนนเดินไปทางขวา ข้ามอีกถนนไปที่ป้ายรถราง Dworzec Główny บนเกาะกลางถนน ซื้อตั๋ว 15-minutowy (short-term ticket 15-minute) ราคา 2.40 zł ขึ้นรถรางสาย 2 (ทิศทาง Biskupin) พอรถข้ามแม่น้ำ Oder ก็ลงที่ป้าย Katedra (4 ป้าย)

เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกตรงไปทางยอดหอคอยคู่ของ Archikatedra św. Jana Chrzciciela (Cathedral of St. John the Baptist) พอถึงสวนเล็กๆ ที่ plac Katedralny เดินไปทางขวาก็เห็น Kościół św. Idziego (Church of St. Giles) โบสถ์เก่าแก่ที่สุดของเมืองที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ซึ่งเป็นโบสถ์เพียงแห่งเดียวในเมืองที่รอดพ้นจากการทำลายจากการรุกรานของชาว Tatar

เดินตรงต่อไปยังด้านหน้าของ Archikatedra św. Jana Chrzciciela (Katedra św. Jana Chrzciciela) หรือ Cathedral of St. John the Baptist คือมหาวิหารประจำเมืองที่เรียกง่ายๆ ว่า Wrocław Cathedral มหาวิหารที่สร้างขึ้นในสไตล์โกธิคตั้งแต่ปีค.ศ. 1272 แห่งนี้โดดเด่นจากยอดหอคอยคู่สูง 98 เมตรซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากฝั่งเมืองเก่า

ตรงไปอีกนิดผ่านโบสถ์ Kościół Rzymskokatolicki pw Świętego Krzyża (Kościół św. Krzyża) หรือ Church of the Holy Cross ก็ถึง Most Tumski (Tumski Bridge) หรือ Bridge of Love สะพานเหล็กข้ามแม่น้ำ Oder เชื่อมฝั่ง Ostrów Tumski (Cathedral Island) กับ Wyspa Piaskowa (Sand Island) ที่สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1889 เพื่อทดแทนสะพานไม้แห่งเก่า

ข้ามสะพานตรงผ่านโบสถ์ Kościół Rzymskokatolicka Parafia pw. NMP na Piasku (Roman Catholic parish church NMP on the Sand) แล้วเลี้ยวซ้ายเดินตามทางรถรางไปข้ามสะพาน Most Piaskowy กลับไปยังฝั่งเมืองเก่า

จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายเดินไปที่สวนริมแม่น้ำจุดเดียวกับเมื่อเย็นวานเพื่อถ่ายรูปมหาวิหารหอคอยคู่ Katedra św. Jana Chrzciciela (Cathedral of St. John theBaptist) และ Kościół św. Krzyża (Church of the Holy Cross) บน Ostrów Tumski (Cathedral Island) ตอนสว่างบ้าง

เดินกลับไปที่เชิงสะพาน Piaskowy คราวนี้ไม่เดินตรงเลียบแม่น้ำไป Uniwersytet Wrocławski (University of Wrocław) แล้ว เพราะตอนกลางวันไม่ได้สวยอะไรมาก

เลี้ยวซ้ายเดินตามถนน Piaskowa ผ่านป้ายรถราง Hala Targowa ที่ลงเมื่อวาน ตรงไปอีกราว 500 เมตรก็ถึงป้าย Galeria Dominikańska หน้าโรงแรม Mercure ลอดอุโมงค์เดินไปทางขวา ขึ้นจากอุโมงค์เดินตามถนน ulica Oławska อีกประมาณ 500 เมตรก็เห็น Stary Ratusz (Old Town Hall) ที่ว่าการเมืองวร็อดสวัฟที่จัตุรัสเมืองเก่า Rynek we Wrocławiu (Market Square)

ตรงนี้คือที่สุดท้ายเมื่อคืน

เดินไปทางด้านหลังของที่ว่าการเมือง ทางซ้ายคือ Plac Solny (Salt Square) จัตุรัสที่มีมาตั้งแต่ยุคกลาง รายล้อมด้วยร้านขายดอกไม้ รวมทั้งคาเฟ่ บาร์ และร้านอาหาร

เดินผ่าน Plac Solny ตรงไปเข้าถนน Eugeniusza Gepperta ก็เห็น Pałac Królewski we Wrocławiu (Royal Palace) อยู่ไม่ไกล

พระราชวังสถาปัตยกรรมแบบบาโรคแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.1717 ในยุคที่ปกครองโดยจักรวรรดิออสเตรีย ในเวลาต่อมาได้กลายเป็นพระราชวังหลวงของพระเจ้า Frederick มหาราชและใช้เป็นที่ประทับของราชวงศ์ปรัสเซียมาหลายทศวรรษ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พระราชวังได้รับความเสียหายอย่างหนัก ก่อนได้รับการบูรณะในช่วงทศวรรษ 2000 และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองเมื่อปีค.ศ. 2008 โดยสามารถเข้าชมได้ฟรีในส่วนนิทรรศการถาวรซึ่งเปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00-17.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์เปิดถึง 18.00 น.

เดินกลับไปยัง Rynek we Wrocławiu หรือ Market Square จัตุรัสกลางเมืองที่รายล้อมด้วยบ้านเรือนสีสันฉูดฉาดสดใส

ตรงผ่านด้านหลังที่ว่าการเมืองไปที่มุมทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัสทางซ้ายมือคือ Jaś i Małgosia (Hansel and Gretel Houses) อาคารมรดกที่หลงเหลือมาจากยุคกลางซึ่งเป็นอพาร์ทเมนต์เพียงแห่งเดียวในเมืองที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15

ด้านหลังคือ Parafia pw św. Elżbiety Węgierskiej (Kościół Św. Elżbiety) หรือ St. Elizabeth’s Church โบสถ์คาทอลิกสไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 หนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองซึ่งมีหอคอยสูง 91.5 เมตรที่สามารถขึ้นไปชมวิวมุมสูงของจัตุรัสเมืองเก่าได้อย่างชัดเจน

หอคอยเปิดให้ขึ้นได้ตั้งแต่เดือนเม.ย.-ต.ค. วันจันทร์-ศุกร์ 10.00-18.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 09.00-19.00 น. ช่วงหน้าร้อนเปิดถึง 21.00 น. ค่าขึ้นชม 5 zł

เราไปช่วงต้นเดือนพ.ย. จึงอดขึ้นหอคอยไปตามระเบียบ

เดินวนไปออกจากจัตุรัสเมืองเก่าทางทิศตะวันออกไปที่ถนน Szewska

ทางขวามือคือ Katedra Kościoła Polskokatolickiego pw św. Marii Magdaleny (Katedra św. Marii Magdaleny) หรือ St. Mary Magdalene Church โบสถ์อิฐสไตล์โกธิคยุคศตวรรษที่ 13 ซึ่งเคยถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

เอกลักษณ์ของโบสถ์อยู่ที่ Mostek Pokutnic หรือ The Penitent Bridge สะพานเชื่อมระหว่างสองหอคอยความสูง 45 เมตรซึ่งตามตำนานเล่าว่ามีผู้พบเห็นวิญญาณหญิงสาวเจ้าชู้มากมายเดินผ่านไปมาบนสะพานแคบๆ เพราะถูกลงโทษ จึงเป็นที่มาของอีกชื่อว่า Witches’ Bridge นั่นเอง

สะพานนี้เป็นจุดชมวิวมุมสูงของเมืองที่สวยงามมาก เปิดทุกวันช่วงฤดูร้อนตั้งแต่ 09.00-21.00 น. ในฤดูหนาวเปิด 11.00-18.00 น. ค่าขึ้นชม 5 zł

ถ่ายรูปเมืองเก่าของวร็อดสวัฟจาก Mostek Pokutnic (The Penitent Bridge) ของโบสถ์ครับ

ออกจากโบสถ์ เดินไปทางซ้ายตามถนน Szewska นิดเดียวก็กลับไปที่ถนน Oławska (ถ้าเลี้ยวขวาก็จะกลับไปยังจัตุรัสเมืองเก่า Rynek we Wrocławiu) เลี้ยวซ้ายเดินตามถนน Oławska กลับไปที่ป้ายรถราง Galeria Dominikańska เหมือนเมื่อคืน ขึ้นรถรางสาย 8 หรือ 9 (ทิศทาง Tarnogaj หรือ Park Południowy) ไปลงที่ป้าย Dworzec Główny และเดินกลับโรงแรม

ไปเมือง Łódź

เดินเข้าไปในอาคารสถานีรถไฟ Wrocław Główny ลอดทางเดินใต้ดินออกไปสถานีรถบัส Wrocław Dworzec Autobusowy เราซื้อตั๋วรถบัสทางออนไลน์ราคาใบละ 8.99 USD มี service fee อีก 2 USD มาล่วงหน้าแล้วทาง www.flixbus.com จึงลงไปรอรถที่ชานชาลาชั้นใต้ดินได้เลย

12.30 น. รถบัสของ FlixBus ออกเดินทาง

นั่งหลับไปตลอดทาง 3 ชั่วโมงก็ถึงสถานีรถบัส Łódź Fabryczna ในเวลา 15.40 น.

สถานีรถบัสใหม่และสะอาดมากเพราะเพิ่งปรับปรุงเพื่อรองรับการพัฒนาของเมือง

เราของเยอะเลยนั่งแท็กซี่ประมาณ 2.7 กิโลเมตร 15 zł ไปเช็คอินที่ Vienna House Andel’s Lodz เลย

ถ้าจะนั่งรถรางก็มีสาย 4 จากป้าย Dw. Łódź Fabryczna (5 ป้าย) ไปลงที่ป้าย Północna (Nowomiejska – Północna) ที่ Park Staromiejski (City Park) เลี้ยวขวาที่ถนนใหญ่แล้วตรงผ่านสี่แยกใหญ่ประมาณ 350 เมตรก็จะถึงโรงแรม

ค่าตั๋วรถรางแบบไม่เกิน 40 นาที ราคา 2.80 zł ต้องซื้อตั๋วก่อนขึ้นรถ

เช็คเส้นทางรถรางและรถเมล์ของ Łódź ได้ที่ Lodz tram and bus
อัพเดทราคาตั๋วได้ที่ Lodz transportation fares

จริงๆ แล้ว Łódź เป็นเมืองที่ไม่ได้มีที่เที่ยวอะไร บ้านเมืองเป็นตึกยุคหลังม่านเหล็กแข็งๆ เก่าๆ ไม่ได้สวยงามวิจิตรเหมือนเมืองอื่นๆ ในยุโรป แต่สำหรับนักเที่ยวสายอาร์ท ชอบเสพศิลป์ใช้ชีวิตฮิปๆ แล้วคงต้องชอบเมืองนี้แน่ๆ

โรงแรม Vienna House Andel’s Lodz ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Manufaktura โปรเจ็คขนาดมหึมาของนักลุงทุนนาม Cyprian Kosiński เมื่อปีค.ศ. 2002 ซึ่งเนรมิตพื้นที่ของโรงงานทอผ้าเก่าใจกลางเมืองให้กลายเป็นศูนย์รวมทุกสิ่งทุกอย่างของเมืองเรียกได้ว่าเป็น “city in the city” โดยยังคงความเป็นโรงงานเก่าไว้ได้อย่างแนบเนียนลงตัวจึงกลายเป็นสถานที่เที่ยวสำคัญของเมืองที่ต้องไม่พลาดเมื่อมาเยือน Łódź ครับ

นี่คือบริเวณล็อบบี้ของโรงแรมระดับ 4 ดาวสุดฮิปที่ออกแบบตามคอนเซ็ปต์ When design meets history ซึ่งตกแต่งโดยเน้นการผสมผสานงานดีไซน์ร่วมสมัยให้เข้ากับโครงเดิมของโรงงานเก่าที่เป็นอิฐทำให้ไม่รู้สึกย้อนยุคไปทั้งหมด แต่ได้ฟีลโมเดิร์นอีกด้วย

ห้อง Twin Superior ไม่ใหญ่โตมากแต่จัดพื้นที่ใช้สอยได้อย่างดี ตกแต่งแบบหวานแหววนิดๆ แต่ยังเข้ากับผนังอิฐของโรงงานเก่า ฮิปสุดๆ ชอบมากเลย

ห้องน้ำกว้าง สะอาด มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ

จากหน้าต่างห้องมองออกไปเห็น Manufaktura เลย

ห้องพักมีให้เลือกหลายประเภท ราคาก็แตกต่างกันไป
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Vienna House Andel’s Lodz

เดินชมภายในโรงแรมหามุมถ่ายรูปเก๋ๆ ทำตัวเป็นฮิปสเตอร์เสพงานอาร์ทที่มีอยู่กว่า 200 ชิ้นบ้าง 555

ที่ชั้นดาดาฟ้ามีสระว่ายน้ำในร่มยื่นออกมาจากตึก ผนังและพื้นบางส่วนเป็นกระจกใสมองเห็นข้างล่างเลยด้วย จะมาฤดูไหนก็ว่ายน้ำเล่นได้

เอารูปตอนเช้ามาให้ชมนะครับ

ค่ำนี้ รับประทานอาหารที่ Restauracja Delight ร้านอาหารฟิวชั่นในโรงแรม เมนูจานหลักราคา 45-90 zł ครับ

ซุปฟักทอง อร่อยมาก

ไม่น่าแปลกใจที่ Vienna House Andel’s Lodz จะได้รับรางวัลยอดเยี่ยมระดับประเทศและนานาชาติมากมาย รวมทั้งเป็นโรงแรม Top 10 ในโปแลนด์ของ TripAdvisor ด้วยเจ๋งจริงๆ ครับ

วันที่ 7 ของทริป

เช้านี้เราจะเดินชมเมือง Łódź กัน

แต่ต้องแฮฟเบรคฟาสต์ให้อิ่มก่อน

Łódź ออกเสียงประหลาดมากว่า“อู๊ดช์” คือเมืองใหญ่อันดับ 3 ของโปแลนด์ ตั้งอยู่ตรงกลางประเทศ ห่างจากกรุง Warsaw ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 130 กิโลเมตร

photo credit: en.wiktionary.org

ในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมตอนต้นศตวรรษที่ 19 อู๊ดช์เติบโตสูงสุดในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งหนึ่งของยุโรปและเป็นแหล่งรวมผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมไม่ว่าจะเป็น โปลิช เยอรมัน ยิว และรัสเซียน ในเมืองเต็มไปด้วยโรงงานทอผ้าจนได้ชื่อว่าเป็น “Manchester of Poland” แต่ภายหลังเทคโนโลยีเจริญก้าวหน้ามากขึ้นและโปแลนด์ปกครองประเทศในระบอบคอมมิวนิสต์การเจริญเติบโตของเมืองจึงหยุดชะงักและเริ่มเสื่อมถอยลง โรงงานหลายแห่งทยอยปิดตัวลง เมืองถูกปล่อยร้างเสื่อมโทรม ก่อนที่ทางการโปแลนด์จะกลับมาเร่งฟื้นฟูเมืองอีกครั้งหลังเริ่มเปิดประเทศ โดยพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางศิลปะวัฒนธรรมและเป็นเมืองแห่งการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ ปัจจุบันได้เป็นส่วนหนึ่งของ UNESCO ในฐานะเมือง Creative Cities Network และ City of Film ทุกวันนี้จึงกลายเป็นแหล่งรวมเหล่าศิลปินและผู้กำกับชื่อดังของยุโรป

ขณะนี้รัฐบาลโปแลนด์กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ในเมืองเพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเติบโตขึ้นในปีหน้าเพราะ Łódź ติดอันดับเมืองน่าเที่ยวประจำปี 2019 จากการจัดอันดับของ Lonely Planet

ไปสำรวจเมือง Łódź กันเลย

ฝั่งตรงข้ามโรงแรมเป็นที่ตั้งของ Kościół św. Józefa w Łodzi (St. Joseph’s Church) หรือเดิมคือ Kościół pw. św. Józefa Oblubieńca Najświętszej Maryi Panny (Church of the Assumption of the Blessed Virgin Mary) สิ่งก่อสร้างที่ได้รับการยอมรับว่าเก่าแก่ที่สุดในเมืองโบสถ์ไม้แห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1765 ซึ่งเป็นยุคก่อนอุตสาหกรรมเฟื่องฟูโดยได้มีการซ่อมแซมส่วนต่างๆ เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้

ติดกับโรงแรมคือทางเข้า Centrum Manufaktura หรือ Manufaktura ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองและเป็นหนึ่งในช้อปปิ้งมอลล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากที่สุดในโลก เพราะตัวอาคารดัดแปลงมาจากโรงงานเก่าซึ่งถึงแม้จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบางส่วนแต่ภาพรวมก็ยังคงสภาพเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมของศิลปะและวัฒนธรรมของเมืองอีกด้วย

เรายังไม่เข้าไปเดินห้างครับ เดี๋ยวค่อยกลับมากินข้าวเที่ยงก่อนกลับโรงแรม

เดินเลยไปที่หัวมุมถนนซึ่งเป็นที่ตั้งของ Pałac Izraela Poznańskiego (Izrael Poznański’s Palace) พระราชวังยุคศตวรรษที่ 19 ที่สร้างขึ้นโดย Izrael Kalmanowicz เศรษฐีเจ้าของโรงงานทอผ้าขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยซึ่งแสดงถึงความมั่งคั่ง ด้านนอกอาคารได้รับการปรับเปลี่ยนเป็นสไตล์นีโอเรอเนสซองส์และนีโอบาโรคในช่วงปีค.ศ. 1888-1903 ปัจจุบันกลายเป็น Muzeum Miasta Łodzi (Museum of the City of Łódź) พิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอเรื่องราวของเมืองทั้งหมด

แต่ตอนที่เราไปอาคารอยู่ระหว่างการซ่อมปรับปรุง ปิดผ้าคลุมเกือบมิดเลยครับ

เลี้ยวขวาที่สี่แยกใหญ่เดินตามถนน Zachodnia พอถึงสี่แยกแรกก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Legionów ก็เห็นวงเวียนขนาดใหญ่ นั่นคือ Plac Wolności หรือ Freedom Square (ระยะทางประมาณ 700 เมตร)

ตรงนี้คือจุดเริ่มต้นของ ulica Piotrkowska (Piotrkowska Street)

เลี้ยวขวาที่โบสถ์ Kościół Zesłania Ducha Świętego (Church of Pentecost of the Holy Spirit) เข้าสู่ถนนสายเศรษฐกิจหลักของเมือง

ถนนปิออร์ทคอฟสกาเป็นถนนการค้าที่ยาวที่สุดในยุโรป เริ่มต้นที่ Plac Wolności (Freedom Square) ไปสิ้นสุดที่ Plac Niepodleglości (Independence Square) รวมระยะทางทั้งหมด 4.9 กิโลเมตร

แรกเริ่มถนนสายนี้เป็นไฮเวย์ แต่จากการเจริญเติบโตของเมืองอย่างก้าวกระโดดหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงได้กลายเป็นเส้นทางสัญจรหลักและพัฒนาต่อเนื่องจนเป็นถนนคนเดินที่เป็นเหมือนลมหายใจและจิตวิญญาณของชาวเมืองในช่วงทศวรรษ 1990

เดินชมอาคารสไตล์อาร์ทนูโวที่เป็นที่อยู่อาศัย ร้านค้า ร้านอาหาร และแกลเลอรี่มากมาย

แต่ไม่ได้เดินไปจนสุดถนนนะครับ ไม่ไหวอ่ะ เกือบ 5 กิโลเลย

เดินไปประมาณ 800 เมตรก็ถึง Aleja Gwiazd (Aleja Gwiazd Łódzkiej Drogi Sławy) หรือ Łódź Walk of Fame ทางเดินที่บนพื้นเรียงรายด้วยรูปดาวที่มีชื่อของดาราและบุคคลสำคัญในวงการภาพยนตร์ของโปแลนด์ซึ่งได้ไอเดียมาจาก Hollywood Walk of Frame ที่นครลอสแองเจลิสนั่นเอง

ทางเดินนี้เป็นส่วนหนึ่งของถนน Piotrkowska อยู่ระหว่างถนน 6 Sierpnia กับ Rubinstein Passage บริเวณหน้าโรงแรม Grand Hotel

เดินตามเส้นทางเดิมกลับโรงแรม

แวะไปเดินห้างช้อปปิ้งและกินข้าวเที่ยงใน Manufaktura ก่อนกลับโรงแรม

ไป Kraków

นั่งแท็กซี่ไปสถานีรถไฟ Łódź Fabryczna ที่เดียวกับสถานีรถบัส ค่าแท็กซี่ 15 zł

ซื้อตั๋วรถไฟ Łódź – Kraków ใบละ 44.90 zł

รถไฟขบวน L11587 ออกเดินทางในเวลา 13.57 น. ต้องแวะเปลี่ยนเป็นขบวน IC5326 ที่สถานี Łódź Widzew ตอน 14.19 น. นั่งต่ออีกประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาทีก็ถึงสถานีรถไฟกลาง Kraków Główny ตอน 5 โมงเย็น

เช็คตารางเวลารถไฟโปแลนด์และค่าตั๋วได้ที่ Poland train

ออกจากสถานีรถไฟทางอาคารเก่าก็เห็นลานกว้าง เดินเข้าประตูหลังของโรงแรม Vienna House Andel’s Cracow ไปเช็คอิน

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต