นั่งรถไฟทรานส์-ไซบีเรีย เที่ยวเอง “SIBERIA” จากสถานีสุดทาง Vladivostok ถึง Irkutsk เมืองเริ่มต้นสู่ทะเลสาบไบคาล

เที่ยวเอง รีวิว รถไฟทรานส์ ไซบีเรีย วลาดิวอสต็อก เอียร์คุตสก์ ทะเลสาบไบคาล รัสเซีย tieweng review trans-siberian railway siberia vladivostok irkutsk baikal lake russia

หนึ่งในความฝันของนักเดินทางอย่างเราคือการนั่งรถไฟทรานส์-ไซบีเรีย ทางตะวันออกไกลของรัสเซีย

ปีนี้ถือเป็นโชคดีของเราที่สายการบิน S7 Airlines เปิดไฟลท์บินตรงเส้นทาง Bangkok – Vladivostok ไม่ต้องไปเปลี่ยนไฟลท์ที่ปักกิ่งหรือหาไฟลท์ต่อจากอินชอน / โตเกียวเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่รู้สึกว่าจะมีไฟลท์บินตรงแค่ช่วงฤดูหนาวจนถึงต้นเดือนมีนาคมและไม่มีไฟลท์ทุกวัน บางวันจะออกช่วงเย็นแล้วถึง Vladivostok เกือบตี 2 แต่เราไปช่วงปลายกุมภาจึงมีไฟลท์ตรงออกจากไทยตอนดึกแล้วไปถึง Vladivostok ตอนเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เที่ยวต่อได้ทันที

ถ้าอยากไป ปีหน้าลองเช็คตารางบินล่วงหน้าที่ S7 Airlines นะครับ

ราคาที่โชว์ตอนแรกยังไม่รวมค่าน้ำหนักกระเป๋าที่ต้องการโหลด เอากระเป๋าขึ้นเครื่องได้ 10 กิโลแค่นั้น ต้องซื้อน้ำหนักเพิ่ม 23 กก. อีก 3,394 RUB (ประมาณ 1,700 บาท) ส่วนไฟลท์ขากลับ Irkutsk – Bangkok ราคาถูกกว่าคือ 2,820 RUB

แผนการนั่งรถไฟ “Trans-Siberian Railway” จากสถานีสุดทางที่เมือง “Vladivostok” ไปยังเมืองซึ่งเป็นจุดตั้งต้นสำหรับเดินทางไปทะเลสาบไบคาล “Irkutsk” จึงอุบัติขึ้นในเวลาแป๊บเดียว

รถไฟสายทรานส์-ไซบีเรียคือเส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลก โดยมีระยะทางยาวถึง 9,288 กิโลเมตร เริ่มต้นจากสถานี Moskva Yaroslavskaya กรุง Moscow ไปสุดทางที่สถานี Vladivostok ใช้เวลาเดินทางเกือบ 7 วัน

แต่ถ้าเป็นรถไฟจากปักกิ่งของจีนเดินทางผ่านกรุง Ulaanbaatar เมืองหลวงของมองโกเลีย และเข้าจอดที่สถานี Ulan-Ude ของรัสเซีย เส้นทางนั้นเรียกว่า Trans-Mongolian Railway หรือรถไฟสายทรานส์-มองโกเลีย ไม่ใช่ Trans-Siberian Railway เหมือนที่หลายคนเข้าใจผิดกันนะครับ แต่ช่วงจากสถานี Ulan-Ude ไปถึง Moscow อยู่ในเส้นทางของทรานส์-ไซบีเรีย

photo credit: www.luxurytrains.in

ออกไปลุยความหนาวเหน็บของไซบีเรียกันเลย

สายการบิน S7 Airlines เที่ยวบิน S7 6262 ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 20.55 น. เราเดินทางวันพุธนะครับ

แนะนำว่าให้ทำ Online Check in มาก่อน เพราะช่องสำหรับเช็คอินหน้างานคนต่อเยอะมากตั้งแต่เคาน์เตอร์ยังไม่เปิด และเมื่อถึงเวลา Boarding Time ให้รีบไปต่อคิวรอขึ้นเครื่องที่ Gate เพราะเครื่องบินค่อนข้างเล็ก ที่นั่งข้างละ 3 ที่ ช่องว่างระหว่างที่นั่งไม่กว้าง ยกเว้นที่นั่งตรง Emergency Exit และคนรัสเซียที่มาเที่ยวไทยบินกลับบ้านเต็มลำ ต่างคนต่างขนอาหารและผลไม้กลับบ้านกัน ช่องใส่ของเต็มจนผมต้องเอากระเป๋าสะพายมาไว้ข้างที่วางเท้า อึดอัดพอสมควรครับ

วันแรกของทริป

6 โมงครึ่ง เครื่องบินลงจอดที่ Mezhdunarodnyi aeroport Vladivostok ใช้เวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง 35 นาที

เวลา Vladivostok เร็วกว่าไทย 3 ชั่วโมง

Mezhdunarodnyi aeroport Vladivostok (Международный аэропорт “Владивосток) หรือ Vladivostok International Airport (Knevichi Airport) ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ห่างจากศูนย์กลางเมือง Vladivostok ราว 44 กิโลเมตร

photo credit: BBC

คนไทยไม่ต้องขอวีซ่ารัสเซียถ้าอยู่ในรัสเซียไม่เกิน 30 วัน แต่หนังสือเดินทางต้องมีอายุเหลือไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://thailand.mid.ru/th

หลังผ่านตม. ลงบันไดเลื่อนไปมีบู๊ธขายซิมการ์ดอยู่ทางขวา ซื้อซิมสำหรับโทรศัพท์ได้และเล่นอินเตอร์เน็ต unlimit ราคา 500 RUB

ข้างหลังบู๊ธขายซิมมีป้ายบอกทางไปสถานีรถไฟสำหับเดินทางเข้าตัวเมือง Vladivostok

เปลี่ยนเสื้อผ้าให้พร้อมรับมืออากาศติดลบ 6 โดยใส่เสื้อทั้งหมด 4 ชั้น

ชั้นแรก คือ เสื้อ long johns ที่พอดีตัวแนบเนื้อมากที่สุดเพราะจะช่วยให้ความอบอุ่นและระบายความชื้นจากร่างกายได้เร็ว

ชั้นที่ 2 ใส่เสื้อยืดแขนยาวผ้าไม่หนามากเพราะวันนี้อุณหภูมิติดลบไม่มากและมีแดดตลอดทั้งวัน

ชั้นที่ 3 คือ เสื้อ Fleece ที่ช่วยกักเก็บความอบอุ่นให้กับร่างกาย ทำให้ร่างกายสูญเสียความอบอุ่นช้าที่สุด

อีกทางเลือกคือเสื้อ Down Jacket ที่มีส่วนผสมของขนสัตว์ต่างๆ อยู่ภายใน เช่น ขนห่าน, ขนเป็ด, ขนนก หรือขนแกะ เพราะมีคุณสมบัติโดดเด่นเรื่องของการป้องกันความหนาว

ชั้นที่ 4 เป็นเสื้อตัวนอกที่มีส่วนประกอบเป็นขนสัตว์หรือ Down ซึ่งช่วยป้องกันความหนาวเย็นและลม

แบรนด์ The North Face ใช้ขนห่านแท้ 100% เกรดพรีเมี่ยมจากประเทศฮังการีที่ผ่านการควบคุมในฟาร์มปิดของตนเองเท่านั้น การันตีความอบอุ่นแน่นอนครับ

ดูพยากรณ์อากาศแล้วฝนไม่ตก เราจึงใส่เสื้อรุ่น 1996 RETRO NUPTSE JACKET ที่สามารถกันฝนและเช็ดน้ำได้ระดับหนึ่งพอ แต่ถ้าฝนตกหนักก็ควรใส่เสื้อ Shell ทับอีกชั้นเพื่อป้องกันเสื้อชั้นข้างในไม่ให้เปียกซึ่งจะทำให้ร่างกายสูญเสียความอบอุ่นได้ง่าย

ใส่กางเกง long johns เพิ่มเข้าไปอีกชั้นด้วย

ส่วนรองเท้าก็ใช้เป็น hiking shoes แบบหุ้มข้อ รองเท้าของ The North Face ออกแบบพื้นให้มีดอกยางที่ช่วยยึดเกาะพื้นผิวถนน กันน้ำ 100% ใส่เดินบนพื้นหิมะหนาๆ และพื้นลื่นๆ ตอนหิมะละลายได้สบาย รวมทั้งใช้เดินบนพื้นน้ำแข็งได้ ไม่ลื่นมากเหมือนรองเท้าผ้าใบและรองเท้าหนัง  

ออกนอกอาคารไปถ่ายรูปหน้าสนามบินเป็นที่ระลึกซะหน่อย

กลับเข้าอีกประตูแล้วเดินไปขึ้นรถไฟเข้าเมือง เข้าประตูตรงที่มีป้ายรูปรถไฟ ขึ้นบันไดเลื่อนแล้วเลี้ยวซ้ายไปซื้อตั๋วจากพนักงาน ตั๋วรถไฟ Single Ticket (Разовые билет) แบบ one way (одну поездку) ราคาใบละ 270 RUB

เราจับขบวนเวลา 08.31 น. นั่งรถไฟด่วน Express Primorye (Экспресс Приморья) เข้าเมือง ถ้าใครพร้อมเร็วกว่านี้ก็มีเวลา 07.42 น. ครับ

ซื้อตั๋วได้ 07.30-19.30 น. พัก 13.30-14.30 น.

เช็คตารางเวลารถไฟได้ที่ Vladivostok Airport transportation กด Translate เปลี่ยนภาษาก่อน แล้วเลือก Электропоезда (Electric trains) เลื่อนลงมาดูที่ Из Аэропорта Кневичи во Владивосток (From Knevichi Airport to Vladivostok) แต่เวลาอาจมีการปรับเล็กน้อย

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://expresspk.ru

09.25 น. ถึงสถานีรถไฟ Zheleznodorozhny vokzal Vladivostoka (Железнодорожный вокзал Владивостока) ใช้เวลาเดินทาง 54 นาที

อีกวิธีหนึ่งคือรถตู้สาย 107 มีรถรอบเช้าสุด 08.10 น. ค่าตั๋ว 100 RUB ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที

ลงรถไฟ เดินเข้าไปในอาคารเล็กๆ ก่อน ออกจากอาคาร เดินไปทางซ้ายก่อนถึงอาคารโบราณมีสะพานข้ามชานชาลาไปลงชานชาลาอีกฝั่งซึ่งมีอนุสรณ์ 9288 km แสดงระยะทาง 9,288 กิโลเมตรจาก Moscow

เดินเข้าไปยังอาคารโบราณซึ่งเป็นอาคารสำหรับขึ้นรถไฟทรานส์-ไซบีเรีย เพื่อฝากกระเป๋าใบใหญ่ไว้ ค่าฝากกระเป๋าใบละ 170 RUB ที่นี่มีห้องอาบน้ำด้วย เดี๋ยวตอนเย็นก่อนขึ้นรถไฟค่อยกลับมาอาบ ค่าอาบน้ำไม่รวมผ้าเช็ดตัวราคา 200 RUB

พร้อมเที่ยว Vladivostok (Владивосто́к)

วลาดิวอสต็อกคือเมืองท่าริมมหาสมุทรแปซิฟิคที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียและเมืองสุดทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย เขตเมืองอยู่ริม Zolotoy Rog (Золотой Рог) หรืออ่าว Golden Horn

photo credit: www.orangesmile.com

ออกไปด้านหน้าสถานีรถไฟ ฝั่งตรงข้ามถนนมี Pamyatnik V.I. Leninu (Памятник В.И.Ленину) หรืออนุสาวรีย์ของท่านเลนิน

เดินตามถนน ulitsa Aleutskaya (улица Алеутская) กลับไปทางอาคารสถานีรถไฟที่ลงรถไฟมาก็เห็นโบสถ์โดมทองและสะพานแขวนขนาดใหญ่อยู่ไม่ไกล

เดินต่ออีกหน่อยก็ถึงสี่แยกใหญ่ ถ้าเลี้ยวขวาเข้า ulitsa Svetlanskaya (улица Светланская) ก็จะถึงจัตุรัสกลางเมือง แต่ตอนนี้หิวแล้วขอเดินหาอะไรกินก่อนจึงเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Svetlanskaya ถนนธุรกิจหลักของเมืองซึ่งมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย แต่ส่วนมากเปิดสายประมาณ 11 โมงเป็นต้นไป

ถ้าเดินตามถนน Svetlanskaya นี้ต่อไปอีกไม่ไกลก็จะถึง Sportivnaya Gavan’ (Спортивная гавань) ท่าเรือที่บริเวณายหาด Sportivnaya เดี๋ยวค่อยกลับมาเดินเล่นตอนเย็นๆ ละกัน

เดินตามถนน Svetlanskaya กลับไปที่สี่แยกเดิม ลอดอุโมงค์ตรงไปอีกฝั่ง ขึ้นจากอุโมงค์ก็คือถนน Svetlanskaya เหมือนเดิม เดินไปทางสะพานแขวนนิดเดียวก็ถึงจัตุรัสกลางเมืองชื่อ Ploschad Bortsov Revolutsy หรือ Central Square ใน Google Map

ตรงนี้เป็นที่ตั้งของ Pamyatnik Bortsam za Vlast’ Sovetov na Dal’nem Vostoke (Памятник Борцам за Власть Советов на Дальнем Востоке) หรือ Monument to the Fighters for Soviet Power in the Far East

เลยไปหน่อยคือ Stela “Gorod Voinskoy Slavy” Vladivostok (Стела “Город воинской славы” Владивосток) หรือ Stela “City of Military Glory”

เดินผ่านโบสถ์โดมทองและห้าง GUM ราว 400 เมตรก็ถึง Triumfal’naya arka tsesarevicha Nikolaya (Триумфальная арка цесаревича Николая) หรือ Triumphal Arch for Tsar Nicholas II อยู่ทางขวามือในสวน Skver Admiral’skiy

เดินผ่านประตูชัยและ Khram Chasovnya Andreya Pervozvannogo (Храм Часовня Андрея Первозванного) หรือ Shrine Chapel of St. Andrew ไปก็เจออนุสรณ์รถถัง Bashnya bronekatera 304 (Башня бронекатера 304)

ข้างๆ คือ Memorial’naya Gvardeyskaya Krasnoznamyonnaya podvodnaya lodka S-56 (Мемориальная Гвардейская Краснознамённая подводная лодка C-56) หรืออนุสรณ์เรือดำน้ำ Submarine S-56 ของรัสเซียที่ปลดประจำการแล้ว สามารถเข้าไปชมภายในเรือดำน้ำได้ ค่าเข้า 100 RUB

ข้ามถนนไปที่ริม Zolotoy Rog (Золотой Рог) หรืออ่าว Golden Horn ถ่ายรูป Zolotoy most (Золотой мост) Zolotoy Bridge หรือ Golden Bridge สะพานแขวนข้าม Zolotoy Rog

อีกสะพานที่อยู่ไกลจากตัวเมืองคือ Russkiy most (Русский мост) หรือ Russian Bridge สะพานแขวนความยาว 1,104 เมตรซึ่งสร้างเชื่อม Russkiy ostrov (Ру́сский о́стров) หรือ Russky Island กับคาบสมุทร Muravyov-Amursky (полуостров Муравьёва-Амурского)

เดินกลับไปที่ประตูชัยและถนน ulitsa Svetlanskaya (улица Светланская) เลี้ยวขวาเดินไปที่เชิงสะพาน Zolotoy most ที่มีรูปปั้น Moryakam Torgovogo Flota (Морякам Торгового Флота) หรือ Monument to Sailors

เดินขึ้นเนินตามถนนใต้สะพานชื่อ Pushkinskaya ulitsa (Пушкинская улица) ไม่ไกลก็เห็นสถานีรถรางไฟฟ้า (фуникулёр) Nizhnyaya stantsiya (Нижняя станция)

ขึ้นรถรางไฟฟ้าไปที่สถานี Verkhnyaya stantsiya (Верхняя станция) ค่าตั๋วขาละ 20 RUB ออกจากสถานี เดินไปทางขวาลอดอุโมงค์ใต้วงเวียนใหญ่ไปข้ามสะพานลอยที่อยู่อีกฝั่ง เดินขึ้นไปยัง Vidovaya Ploshchadka “Orlinoye Gnezdo” (Видовая Площадка “Орлиное гнездо”) หรือจุดชมวิว Eagle’s Nest Hill ซึ่งเป็นเนินเขาที่สูงที่สุดของเมือง สูงจากระดับน้ำทะเล 199 เมตร จากจุดนี้จะสามารถมองเห็นสะพาน Zolotoy จากมุมสูงและเห็นตัวเมืองวลาดิวอสต็อกได้อย่างทั่วถึง

ขากลับ เดินลงเขาไปที่สถานีรถรางไฟฟ้า Nizhnyaya stantsiya เลย ไม่นั่งรถรางลงแล้ว

เดินตามเส้นทางเดิมกลับเข้ากลางเมืองตามถนน Svetlanskaya ผ่านจัตุรัสกลางเมือง Ploschad Bortsov Revolutsy (Central Square) ตรงลอดอุโมงค์ไปที่ถนนที่มาหาอะไรกินตอนใกล้เที่ยง เดินตรงต่ออีกไม่ไกลก็ออกไปถึงทะเลอีกฝั่งหนึ่ง แถวนี้เรียกว่า Sportivnaya Gavan’ (Спортивная гавань) ซึ่งเป็นชายหาดแคบๆ ในฤดูร้อน มีชิงช้าสวรรค์สำหรับขึ้นไปชมวิว แต่ในฤดูหนาวน้ำทะเลจะกลายเป็นน้ำแข็งหมด วันก่อนมีหิมะตกหนักมาทับผืนน้ำแข็ง สภาพของทะเลจึงเป็นแบบนี้ครับ

หาร้านอาหารแถวถนน Svetlanskaya ที่มีอาหารเอเชียให้เลือกพอสมควร

6 โมงเย็น เดินประมาณ 600 เมตรกลับสถานีรถไฟ Zheleznodorozhny vokzal Vladivostoka (Железнодорожный вокзал Владивостока)

แวะซื้อของกินและน้ำไปตุนไว้สำหรับการอยู่บนรถไฟเกือบ 3 วัน ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตตรงรูปปั้นเลนิน

เดินเข้าไปในอาคารสถานีรถไฟ เอากระเป๋าที่ฝากไว้และเตรียมของไปอาบน้ำ จ่ายค่าอาบน้ำ ไม่รวมผ้าเช็ดตัว 200 RUB

ทุ่มนึง เดินลงบันไดไปที่ชานชาลา 1 รอรถไฟออกตอน 19.10 น.

คืนนี้ เราจะนั่งรถไฟทรานส์-ไซบีเรีย 2 วัน 22 ชั่วโมง 13 นาที ไปเมือง Irkutsk

รัสเซียมีหลาย Time Zone มาก จากตะวันตกสุดไปถึงตะวันออกสุด เวลาห่างกันถึง 10 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นการดูเวลารถไฟออกให้สังเกตว่าข้างหลังตัวเลขเวลาเขียนว่าอะไร ถ้าเขียนว่า local แปลว่ารถไฟจะออกในเวลาท้องถิ่น ขบวนรถไฟที่เราเลือกจะออกตอน 19.10 น. มี local กำกับอยู่ก็แปลว่าจะออกตอน 1 ทุ่มนิดๆ เวลา Vladivostok

ทริปนี้เรามีแฟนเพจมาเที่ยวและนั่งรถไฟทรานส์-ไซบีเรียด้วยอีก 2 คน จึงนัดกันซื้อตั๋วรถไฟ Vladivostok – Irkutsk จะได้อยู่ห้องเดียวกัน 4 คน เพราะไม่อยากนอนห้องรวมหลายเตียงและห้องชั้น 1 ราคาแพงเป็นหมื่นบาทเลย

ซื้อตั๋วรถไฟได้ที่ https://pass.rzd.ru เลือกห้องชั้น 2 (2-cl. sleeping compt) ดูโบกี้ (Car) หมายเลขที่มีสัญลักษณ์ห้องน้ำ (WC) ไว้ก่อน เตียงบน (Upper) ราคาถูกกว่าเตียงล่าง (Lower) ราคาที่โชว์เป็นเงินรูเบิ้ลนะครับ คิดง่ายๆ เอาราคาหาร 2 ก็จะเป็นเงินบาท ราคานี้มีอาหารให้ 1 มื้อ

เลือกหมายเลขเตียงตามแผนผังโบกี้ตามใจชอบ แล้วทำตามขั้นตอนไปจนเสร็จ ไม่ยาก แต่ต้องรอบคอบหน่อยนะครับ

ควรซื้อล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 1 เดือน ผมลอง search ดู 2-3 วันก่อนวันเดินทาง ราคาแพงขึ้นเล็กน้อย แต่เตียงแทบไม่เหลือแล้ว

เส้นทาง Vladivostok – Irkutsk มีรถไฟทุกวัน แต่เวลา 19.10 น. ไม่มีทุกวัน

19.10 น. รถไฟขบวน 001МА ออกเดินทาง

ก่อนขึ้นรถไฟ พนักงานประจำโบกี้จะขอตรวจพาสปอร์ต ต้องขึ้นตามหมายเลขโบกี้ (Car) ที่เลือกตอนซื้อตั๋วและเข้าห้องให้ถูกต้องนะครับ

สภาพขบวนและห้องชั้น 2 เป็นแบบนี้ ผมกับน้องชายเอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 29 นิ้ว มาแค่ใบเดียว สามารถเก็บไว้ใต้เตียงล่างได้ ถ้าเอามาอีกใบก็มีที่เก็บพอ แต่จะไม่มีที่ไว้ของกินและน้ำที่ซื้อตุนมา ส่วนเตียงบนมีช่องเก็บของหลายขนาด ใส่เป้ใบใหญ่ได้สบาย

ห้องน้ำมี 2 ห้อง ความสะอาดถือว่าโอเค มีกระดาษรองโถส้วมให้ใช้ด้วย ส่วนห้องอาบน้ำอยู่โบกี้อื่น เลยห้องอาหารไป น่าจะโบกี้ 5 หรือ 6 นะ

เราจะค้างคืนบนรถไฟกัน 3 คืน

วันที่ 2 ของทริป

คืนแรกหลับสบายมาก ตื่นมาเกือบ 11 โมง (เท่ากับ 8 โมงเช้า เวลาไทย)

ล้างหน้า แปรงฟัน ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและชงกาแฟที่พกมา หน้าห้องผู้คุมโบกี้มีถังน้ำร้อนให้เติมน้ำร้อนได้ฟรี

กินไปได้นิดเดียว ป้าพนักงานก็เอาอาหารกล่องมาเสิร์ฟที่ห้อง 4 กล่อง เราก็งงๆ ว่าสั่งไปตอนไหน มาดูเอกสารอีกทีมีอาหารให้มื้อนึงจริงด้วย

ถ้าอยากกินอาหารเช้าก็เดินไปที่ห้องอาหารได้ เวลาให้บริการ 9-11 โมง ราคาไม่ถูกไม่แพงเท่าไหร่

วันนี้เราจะอยู่บนรถไฟทั้งวัน

นั่งจดบันทึกการเดินทางเพื่อกลับมาเขียนรีวิวไม่นานรถไฟก็จอดที่สถานี Obluche 15 นาที ตอน 13.10 น. พอใกล้จะถึงสถานี สัญญาณอินเตอร์เน็ตก็เริ่มดีขึ้น จะเล่น Facebook / โพสต์รูปใน IG / ตอบไลน์ (ต้องโหลด VPN ก่อนเพราะใช้ไลน์ในรัสเซียไม่ได้) ก็ตอนรถไฟจอดแต่ละสถานีนี่แหละ

ตอน search หาเวลารถไฟ ข้างหลังเวลาถึงสถานีปลายทางมีคำว่า Route อยู่ คลิกเข้าไปดูว่ารถไฟจอดที่สถานีใดบ้าง ตอนกี่โมง จอดกี่นาที

สถานีต่อไปคือ Arhara เวลาจะเปลี่ยนเป็นถอยหลัง 1 ชั่วโมง

บ่ายๆ ไม่มีอะไรทำก็ยกคอมไปใช้ที่ห้องอาหาร สั่งโค้กกระป๋องเดียว 80 RUB นั่งได้หลายชั่วโมงเลย

รถไฟจอดอีก 3 สถานี สถานีละ 2 นาที

17.24 น. หยุดจอดนาน 30 นาทีที่สถานี Belogorsk ลงไปเดินยืดเส้นยืดสาย ถ่ายรูป และซื้อของกินแป๊บนึง

เกือบ 2 ทุ่ม เดินไปห้องอาหาร ราคาอาหารในรถไฟแพงเลย เมนูที่ราคาโอเคคือ Chicken schnitzel จานละ 430 RUB และ French-style pork 550 RUB แต่ต้องสั่งเส้นพาสต้าหรือมันฝรั่งทอดมากินด้วยเพราะราคานั้นคือมีแค่เนื้อกับผัก สั่ง Beer Bud ขวดละ 200 RUB (ซื้อในซุปเปอร์ไม่เกิน 80 RUB) มื้อนี้แชร์กัน 2 คน คนละ 625 RUB (300 กว่าบาท) เลย

เอาเมนูมาให้ดูราคาอาหารและเครื่องดื่มกันครับ

ค้างคืนบนรถไฟเป็นคืนที่ 2

วันที่ 3 ของทริป

ตื่นสายๆ วันนี้เวลาจะได้เหลือน้อยๆ 555

ชงกาแฟ กินขนมปังทาแยม ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เล่นเกม เล่นไพ่ เพลินๆ เกือบ 4 โมงเย็น รถไฟก็จอดยาวอีกครั้งที่สถานี Chernyshevsk (Chernysh Zab)

ลงไปถ่ายรูปเล่นและซื้อของกินมาตุนอีกหน่อย

นั่งชมวิวหิมะขาวโพลนข้างทางไปเรื่อยๆ รอเวลาหิว

มื้อเย็น ไปกินที่ห้องอาหารอีกเพราะไม่มีช้อยส์อื่นให้เลือก 555

สองวันนี้ เหงื่อไม่ออกสักหยด แต่ก็ขออาบน้ำหน่อยละกัน เดินไปโบกี้ที่มีห้องอาบน้ำ ถ้าไม่รู้ว่าอยู่ไหนให้ถามพนักงาน พูดง่ายๆ พยางค์เดียวว่า “ดูช / dush (душ)” ที่แปลว่า shower

ต้องติดต่อพนักงานประจำโบกี้เพื่อจองเวลาก่อน เพราะเมื่อมีคนอาบน้ำเสร็จจะต้องรอทำน้ำอุ่นใหม่ประมาณ 20 นาที ค่าอาบน้ำ 150 RUB

ค้างคืนบนรถไฟเป็นคืนที่ 3

วันที่ 4 ของทริป

บ่าย 3 กว่า วันนี้ เราก็จะเดินทางถึงเมือง Irkutsk แล้ว

8 โมงเช้า รถไฟหยุดจอดที่สถานี Ulan-Ude ซึ่งเป็นสถานีที่บรรจบกับขบวนรถไฟสายทรานส์-มองโกเลียที่เดินทางมาจาก Ulaanbaatar

เวลาตอนนี้เปลี่ยนเป็นถอยหลังไปอีก 1 ชั่วโมง (นาฬิกาในมือถือยังเป็น 9 โมงเช้าอยู่)

เส้นทางต่อจากนี้ส่วนใหญ่เป็นเส้นทางเลียบทะเลสาบไบคาลที่กลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมด พอถึงหมู่บ้าน Kultuk (Култук) ที่จุดล่างสุดของทะเลสาบก็ใกล้จะถึง Irkutsk แล้ว

ก่อนเวลาถึงสักพัก พนักงานคุมโบกี้ก็เดินมาเตือนว่าให้เตรียมตัวเก็บของ ต้องเก็บผ้าปูที่นอนให้เรียบร้อย

15.23 น. ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงสถานีรถไฟ Zheleznodorozhny vokzal “Irkutsk-Passazhirskiy” (Железнодорожный вокзал “Иркутск-Пассажирский”) หรือ Irkutsk Pas หลังจากนั่งรถไฟมายาวนานเกือบ 3 วัน ตอนแรกคิดว่าจะไหวมั้ยว้า? แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยดี

ถ้าเดินทางมาโดยเครื่องบิน อ่านวิธีการเดินทางระหว่างตัวเมือง Irkutsk กับสนามบินได้ตอนท้ายของรีวิวนี้ครับ
ฟรีซซิ่ง “Baikal” เที่ยวเอง “SIBERIA” หนาวสุดขั้ว ณ ทะเลสาบน้ำแข็งอันกว้างใหญ่แห่งไซบีเรีย

เดินออกไปด้านหน้าสถานีรถไฟที่มีแท็กซี่มารอตึม

เรียกแท็กซี่คันใหญ่ไปส่งที่โรงแรม Business Hall (Отель Бизнес Холл) ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟราว 2 กม. เราพยายามถามราคาก่อนขึ้นรถ แต่ลุงสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ เลยมีคนหนุ่มมาช่วยคุยและบอกเราว่าราคาตามมิเตอร์ เราเลยขึ้นรถ พอขึ้นไปไม่เห็นมีมิเตอร์ เลยตามเลยละกัน เดี๋ยวไปถึงโรงแรมแล้วค่อยดูว่าลุงจะโขกเราเท่าไหร่

นั่งแป๊บเดียวก็ถึงโรงแรม ลงจากรถถามลุงว่าค่ารถเท่าไหร่ ลุงบอก 1,000 RUB (500 บาท) จะบ้าหรอ! เราปฏิเสธ ค่ารถเต็มที่เลยไม่เกิน 100 RUB ลุงพยายามอธิบายว่ามากัน 4 คน มีกระเป๋าใหญ่ เลยคิดราคานี้ ตกลงไปตกลงมา จบกันที่คนละ 100 RUB จ่ายลุงไป 400 RUB

ถ้าไม่มีกระเป๋าใหญ่ก็สามารถนั่งรถรางสาย 1, 2, 4a จากป้ายฝั่งเดียวกับสถานีรถไฟไปลงที่ป้าย ulitsa Stepana Razina (улица Степана Разина) ตั๋วรถรางราคา 15 RUB แล้วเดินไปโรงแรมได้

เช็คเส้นทางรถรางได้ที่ Irkutsk tram routes

ขึ้นลิฟท์ไปเช็คอิน ค่าห้องพักคืนนี้ ราคา 2,268 RUB ห้องกว้างยังกะสนามเด็กเล่นเลย 55 แชร์กัน 2 คน จ่ายแค่คนละ 575 บาทเอง ถูกโคตรรร

4 โมงครึ่ง ยังมีเวลาอีกเกือบ 2 ชั่วโมงก่อนพระอาทิตย์ตก ออกไปเดินเที่ยวในเมืองทันสบายๆ

Irkutsk (Иркутск) คือเมืองใหญ่แห่งหนึ่งในเขตไซบีเรียของรัสเซียตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Angara (Ангара́) และ Irkut (Ирку́т) เป็นศูนย์กลางการปกครอง การศึกษา และธุรกิจการค้าระหว่างมองโกเลียและจีน เมืองนี้ได้รับฉายาว่า “Paris of Siberia”

เอียร์คุตสก์เป็นเมืองตั้งต้นสำหรับเดินทางไปเที่ยวทะเลสาบ Baikal อันโด่งดัง เราจึงมาตั้งหลักค้างคืนที่เมืองนี้กันก่อน 1 คืน

photo credit: www.economist.com

สถานที่หลักๆ ของเมืองอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำ Angara ทางทิศเหนือของตัวเมือง เดินจากโรงแรมไม่เกิน 1.5 กิโล

photo credit: www.stanfords.co.uk

ออกจากโรงแรม เดินไปที่ทางรถราง ตรงข้ามถนนเดินต่อตามถนน ulitsa Sverdlova (улица Свердлова) ไปเลี้ยวซ้ายที่อาคารสีเหลืองอ่อนเข้าถนน ulitsa Lenina (улица Ленина)

ตรงอีกไม่ไกลก็ถึงด้านหน้าของ VostSibUgol (Востсибуголь) อาคารสวยงามซึ่งเป็นบริษัทเหมืองแร่และเหล็กตั้งอยู่ที่ Tikhvinskiy skver (Тихвинский сквер) หรือ Tikhvin Square  

ตรงต่อข้ามถนนเข้าไปยัง Ploshchad’ Kirova (площадь Кирова) / Skver Im. Kirova (Сквер им. Кирова) หรือ Kirov Square จัตุรัสหลักใจกลางเมือง

อาคารขนาดใหญ่ข้างหน้าคือ Pochta Rossii (Почта России) หรือ Post of Russia

เดินตรงผ่านกลางจัตุรัสไปยังอาคารที่ทำการไปรษณีย์ ทางขวามือคือ kostel vo imya Uspeniya Presvyatoy Devy Marii (костёл во имя Успения Пресвятой Девы Марии) หรือ Church of Our Lady of the Assumption โบสถ์โปแลนด์ที่สร้างในสไตล์โกธิค

เลยไปอีกนิดคือ Khram vo imya Spasa Nerukotvornogo Obraza (Храм во имя Спаса Нерукотворного Образа) หรือ Spasskaya Church, Spassky Temple, Cathedral of Christ the Savior of the Holy Face โบสถ์ออร์โธด็อกซ์ที่เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี.ศ. 1706 ในสวน Memorial’nyy Park (Мемориальный парк)

เดินไปทางแม่น้ำ Angara ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูป Pamyatnik Yakovu Pokhabovu (Памятник Якову Похабову) อนุสาวรีย์ของ Yakov Pokhabov ผู้ก่อตั้งเมืองเมื่อปีค.ศ. 1661 และ Sobor Bogoyavlensky (Собор Богоявления) หรือ Bogoyavlensky monastyr (Богоявленский монастырь) / Epiphany Monastery โบสถ์สำคัญของเมืองที่สร้างในช่วงปีค.ศ. 1718-1746

เดินเลียบแม่น้ำผ่านโบสถ์ Bogoyavlensky ราว 350 เมตรก็ถึง Moskovskie vorota (Московские ворота) หรือ Moscow Gate of Irkutsk

เที่ยวบริเวณกลางเมือง Irkutsk เท่านี้พอ

เดินกลับไปที่ Ploshchad’ Kirova (Kirov Square) แถวนี้มีร้านอาหารรัสเซียและฟาสต์ฟู้ดนิดหน่อย มีซุปเปอร์มาร์เก็ต แต่ถนนที่มีร้านอาหารให้เลือกหลากหลายคือ Karl Marx ซึ่งต้องเดินตรงไปทางทิศใต้ประมาณ 600 เมตร

ขอแนะนำร้าน Grill Grot (Гриль Грот) ร้านดูดี มีเมนูภาษาอังกฤษ พนักงานพูดอังกฤษได้ ราคาไม่แพง สั่งสเต๊กกินกันอิ่มๆ กับเบียร์ จ่ายไม่เกิน 600 RUB ครับ

เดินกลับโรงแรม

ค้างคืนที่ Irkutsk 1 คืน

พรุ่งนี้เช้าจะไปทะเลสาบไบคาลกัน

Irkutsk มีโบสถ์สวยๆ อยู่นอกเมืองไปไม่ไกล แต่วันแรกนี้ไปไม่ทัน เราจึงขอให้ไกด์ที่จะพาเที่ยวทะเลสาบไบคาลพาไปแวะชมโบสถ์ 2 แห่งนี้ก่อน

โบสถ์แรกคือ Kazanskaya tserkov’ (Казанская церковь) หรือ Church of Our Lady of Kazan เรียกสั้นๆ ว่า Kazan Church ซึ่งเริ่มต้นสร้างในปีค.ศ. 1885 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 7 ปี ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ เป็นรองแค่ Saint Basil’s Cathedral แห่ง Moscow และ Church of the Savior on Spilled Blood ที่ Saint Petersburg เท่านั้น

โบสถ์ไบแซนไทน์อันงดงามนี้มีคุณค่าทางจิตใจต่อชาวเมืองมากเพราะสร้างจากเงินบริจาคของคนในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น ชาวบ้าน กบฏการเมือง โจรกลับใจที่ถูกเนรเทศมาอยู่ที่นี่ ภายในโบสถ์มีบัลลังก์ประดับด้วยหินอ่อนสีแดงและเสาหินหลักของโบสถ์ที่ทำจากหยก ภาพเขียนที่เพดานโบสถ์เป็นผลงานของช่างฝีมือที่ส่งไปเล่าเรียนที่ประเทศอิตาลี เข้าชมฟรี แต่ห้ามถ่ายรูป

การเดินทางจากโรงแรม: นั่งรถรางสาย 4a จากป้าย ulitsa Stepana Razina (улица Степана Разина) ไปลงที่ป้าย Dekabristov (Декабристов) แล้วเดินอีก 170 เมตร

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ visit Kazan Church

โบสถ์ที่ 2 คือ Knyaz’-Vladimirskaya tserkov’ (Князь-Владимирская церковь) หรือ Prince Vladimir Church โบสถ์ออร์โธด็อกซ์ที่สร้างเมื่อปีค.ศ. 1888 เพื่อเป็นเกียรติแก่กษัตริย์ Vladimir โบสถ์นี้อยู่เลย Kazan Church ไปนอกเมืองอีกราว 1.6 กิโลเมตร ไม่มีรถเมล์และรถรางผ่าน แต่ของจริงไม่ได้สวยอะไร ดูเหมือนไม่ค่อยได้รับการดูแลด้วยซ้ำ

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต