ชีวิตดี๊ดีที่ “Vienna” เที่ยวเอง นครแห่งดนตรีคลาสสิกและศิลปะอันเลิศหรู

เที่ยวเอง รีวิว เวียนนา ออสเตรีย Vienna Austria

เที่ยวเอง เวียนนา ออสเตรีย

เดินเล่นที่ถนน Kärntner,  ชมมหาวิหาร St. Stephen,  ที่ทำการเมือง (Rathaus) อันวิจิตร,  อาคารรัฐสภา,
ย่านพิพิธภัณฑ์ Museumplatz,  Wiener Staatsoper โรงโอเปร่าอันเลื่องชื่อ
เที่ยว 3 พระราชวัง: Belvedere, Schönbrunn, Hofburg
Vienna หรือ Wien กรุงเวียนนาคือเมืองหลวงของประเทศออสเตรีย เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องดนตรี
คลาสสิกไปทั่วโลก

ผมไปเที่ยวเวียนนามา 2 ครั้งครับ แต่จะขอรีวิวการไปครั้งที่ 2 ซึ่งเที่ยวได้ค่อนข้างครบถ้วน พร้อมสอดแทรกเรื่องราวจากการไปครั้งแรกเพื่อเสริมเนื้อหาให้ละเอียดสมบูรณ์ยิ่งขึ้นครับ

การเที่ยวเวียนนาครั้งที่ 2 นี้เกิดขึ้นในทริปรัสเซีย โดยขากลับเมืองไทย ผม น้องชาย และน้องสาว ขอแวะเที่ยวเวียนนาอีกครั้งก่อนกลับเพราะครั้งที่แล้วเตรียมตัวไปไม่ค่อยดีจึงพลาดสถานที่สำคัญไปหลายแห่งอยู่ ครั้งนี้เลยยอมเสียเงินค่า
วีซ่าเชงเก้นเที่ยวเวียนนาแก้ตัวใหม่อีกที

2

16.40 น. เครื่องบินสายการบิน Austrian Airlines ร่อนลงจอดที่สนามบิน Schwechat หลังออกบินจากกรุงมอสโกมาเกือบ 3 ชั่วโมง
สนามบิน Schwechat หรือ Flughafen Wien ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ห่างจากตัวเมืองเวียนนาราว 17 กิโลเมตร

หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าเดินทางแล้ว เราก็เดินไปที่ Flughafen Wien (CAT) Bahnhof หรือสถานีรถไฟ CAT (City Airport Train) กดตู้ซื้อตั๋วรถไฟด่วน CAT ไป-กลับสนามบินและตัวเมืองเวียนนา + ตั๋ววัน 24 Stunden Wien-Karte ราคา 25.50 ยูโร คนละใบ (ราคาปี 2015 คือ 26.50 ยูโร)
แล้วนั่งรถไฟด่วนแค่ 16 นาทีก็ถึงกลางกรุงเวียนนาที่ Wien Mitte-Landstraße (CAT) Bahnhof หรือ City Air Terminal (รถไฟด่วน CAT ออกจากสนามบินทุกนาทีที่ 9 และ 39 ของทุกวัน
เช็คตารางเวลาได้ที่ CAT timetable
สามารถซื้อตั๋วออนไลน์ได้เลยจะได้ราคาถูกที่สุด
อัพเดทค่ารถไฟด่วน CAT ได้ที่ CAT fare และ City Airport Train fare

photo credit: www.r-project.org
photo credit: www.r-project.org

วิธีการเดินทางจากสนามบิน Schwechat เข้าเมืองเวียนนาที่ประหยัดกว่าแต่อาจจะเสียเวลามากกว่า ได้แก่

  • รถบัส (Postbus) Vienna Airport Lines – VAL จาก Flughafen Wien Busterminal ไปที่สถานีรถบัส Wien Morzinplatz/Schwedenplatz หรือ Wien Westbahnhof (Europaplatz) ใช้เวลา 22 หรือ 35 นาที หรือไปที่สถานีรถบัสอื่นๆ ของเวียนนา รถบัสจะจอดที่ป้าย Volkstheater, Rathaus และ Schottentor ด้วย  ตั๋วรถบัสราคาเที่ยวละ 8 ยูโร ตั๋วไป-กลับราคา 13 ยูโร (ราคาปี 2015)
    เช็คสายรถบัส เวลา และค่ารถบัสได้ที่ bus from Vienna Airport to city center
  • รถไฟชานเมือง (S-Bahn) ขบวน S7 จาก Flughafen Wien Bahnhof ไปที่สถานีรถไฟ Wien Mitte-Landstraße Bahnhof ใจกลางเมือง ใช้เวลา 25 นาที หรือไปที่สถานีรถไฟย่อยอื่นๆ ของเวียนนา
    ตั๋วรถไฟชั้น 2 ราคาเที่ยวละ 2.40 ยูโร และสามารถซื้อ Wiener Einkaufskarte (Vienna Shopping Card หรือ City-Ticket Wien) เพิ่มเติมอีก 6.10 ยูโร (ราคาปี 2015) สำหรับใช้เดินทางโดยขนส่งสาธารณะภายใน 1 โซน (โซน 100) ของเวียนนาได้ไม่จำกัดในวันเดียวกับที่เดินทางจากสนามบินเข้าเมือง ตั้งแต่ 08.00-20.00 น. แต่ไม่สามารถใช้ได้ในวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ได้
  • รถไฟทางไกลขบวน IC หรือ Railjet จาก Flughafen Wien Bahnhof ไปที่สถานีรถไฟ Wien Hbf (Vienna Hauptbahnhof) หรือสถานีรถไฟกลางกรุงเวียนนา ใช้เวลา 15 หรือ 18 นาที
    ตั๋วรถไฟ Standard-Ticket ชั้น 2 สำหรับผู้ใหญ่ราคาเที่ยวละ 8.60 ยูโร (บางขบวนราคาเพียง 2.40 ยูโร) และสามารถซื้อ Wiener Einkaufskarte (Vienna Shopping Card หรือ City-Ticket Wien) เพิ่มเติมอีก 6.10 ยูโร (ราคาปี 2015) สำหรับใช้เดินทางโดยขนส่งสาธารณะภายใน 1 โซน (โซน 100) ของเวียนนาได้ไม่จำกัดในวันเดียวกับที่เดินทางจากสนามบินเข้าเมือง ตั้งแต่ 08.00-20.00 น. แต่ไม่สามารถใช้ได้ในวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ได้

เช็คตารางเวลาและราคาตั๋วรถเมล์และรถไฟได้ที่ bus & train from Vienna Airport to city center

เดินทางถึงใจกลางกรุงเวียนนาที่สถานีรถไฟ Wien Mitte-Landstraße (CAT) ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน (u-bahn หรือตัวย่อ U) Landstraße (Wien Mitte)

เราซื้อตั๋วรถไฟด่วน CAT ไป-กลับ + ตั๋ววัน 24 Stunden Wien-Karte มาจากสนามบินแล้วจึงสามารถใช้โดยสารรถไฟใต้ดิน รถไฟ รถเมล์ และรถรางในเวียนนาได้ไม่จำกัดภายใน 24 ชั่วโมง

แนะนำตั๋วรถสาธารณะของเวียนนาหน่อยครับ
ตั๋ว Verkehrsverbund Ost-Region (VOR) ใบเดียวสามารถใช้โดยสารรถไฟใต้ดิน รถไฟ รถเมล์ และรถราง ได้ภายใน 1 โซนของเวียนนา (เวียนนามี 1 โซนคือ Kernzone หรือ Zone 100) ตั๋วประเภทต่างๆ ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว ได้แก่

  • Einzelfahrscheine (Single ticket) คือตั๋วรถเมล์ รถราง และรถไฟใต้ดิน แบบเที่ยวเดียว ใช้โดยสารรถเมล์ รถราง และรถไฟใต้ดิน โดยสามารถเปลี่ยนประเภทของพาหนะได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ แต่ต้องเป็นการเดินทางที่ต่อเนื่องกัน (เช่น นั่งรถเมล์ไปต่อรถไฟใต้ดินและต่อรถรางได้โดยใช้ตั๋วใบเดิม แต่ต้องไม่แวะสถานที่ใดระหว่างทางแล้วค่อยใช้ตั๋วใบเดิมนั้นเดินทางต่อโดยพาหนะอื่น) และไม่สามารถใช้โดยสารรถประเภทต่างๆ วนกลับมาที่จุดเริ่มต้นใช้ตั๋วครั้งแรกได้ (ใช้เดินทางได้ทิศทางเดียว ย้อนกลับทางเดิมไม่ได้)
    ตั๋วเที่ยวเดียวซื้อล่วงหน้าก่อนขึ้นรถราคา 2.20 ยูโร ซื้อบนรถ 2.30 ยูโร
  • 24 Stunden Wien-Karte คือตั๋ววัน ใช้โดยสารรถไฟใต้ดิน รถไฟ รถเมล์ และรถรางในเวียนนาได้ไม่จำกัดภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่วันและเวลาที่ใช้ครั้งแรก ราคา 7.60 ยูโร
  • 48 Stunden Wien-Karte คือตั๋ววัน ใช้โดยสารรถไฟใต้ดิน รถไฟ รถเมล์ และรถรางในเวียนนาได้ไม่จำกัดภายใน 48 ชั่วโมง นับตั้งแต่วันและเวลาที่ใช้ครั้งแรก ราคา 13.30 ยูโร

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ Vienna transportation fares และ Vienna transportation tickets

ขอแนะนำให้ซื้อตั๋ว Stunden Wien-Karte 24 หรือ 48 ชั่วโมง แล้วแต่จำนวนวันที่ต้องการอยู่เที่ยวในเวียนนา
เพราะคุ้มค่ากว่าซื้อตั๋ว Einzelfahrscheine (Single ticket) ทีละครั้งครับ

เดินทางไกลมาจากรัสเซียเหนื่อยๆ ขอเข้าไปเช็คอินเก็บกระเป๋าที่โรงแรมให้เรียบร้อยซะก่อน
จากสถานีรถไฟ Wien Mitte-Landstraße (CAT) เดินประมาณ 300 เมตรไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Wien Mitte (Landstraße)

4.2

ใช้ตั๋ว 24 ชั่วโมง นั่งรถไฟใต้ดินสาย U4 (สีเขียว) 2 สถานีไปต่อสาย U1 (สีแดง) ที่สถานี Karlsplatz อีก 2 สถานี แล้วลงที่สถานี Südtiroler Platz หรือในปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Hauptbahnhof

photo credit: commons.wikimedia.org
photo credit: commons.wikimedia.org

สถานี Hauptbahnhof คือสถานีรถไฟใต้ดินของสถานีรถไฟกลางแห่งใหม่ของกรุงเวียนนาที่เรียกว่า Wien Hbf (Vienna Hauptbahnhof)

เดิมสถานีรถไฟที่อยู่ในบริเวณนี้คือสถานีรถไฟ Südbahnhof (South Station) ซึ่งใช้เป็นสถานีรถไฟกลางของเวียนนากลายๆ (เพราะเวียนนาไม่มี Central Station) แต่ตั้งแต่ปลายปี 2009 สถานีรถไฟ Südbahnhof ได้ปิดทำการเกือบทั้งหมดเพื่อปรับปรุงและก่อสร้างสถานีรถไฟแห่งใหม่คือ Wien Hbf เป็นสถานีรถไฟกลางแทน

ขึ้นจากสถานีรถไฟใต้ดิน Südtiroler Platz ยืนงงหาทางไป Austria Trend Hotel Favorita ที่ต้นถนน Laxenburger Straße เพราะแถวนี้ก่อสร้างโครงการขนาดมหึมาอยู่ มีทั้งรางรถรางและรางรถไฟพาดผ่านมั่วไปหมด ถามคนแถวนั้นแล้วเดินตามคำบอกไปเช็คอินก่อนเที่ยวเวียนนายามเย็น

7

โรงแรมนี้เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว ห้องกว้างขวางมาก แต่ราคาไม่แพงเลย ห้องสำหรับ 3 คนนี้ราคาคืนละ 94 ยูโร แต่ไม่แน่ใจว่าโรงแรมนี้ยังเปิดให้บริการอยู่รึเปล่า หรืออาจจะเปลี่ยนชื่อไปแล้วก็ได้ครับ

8

พร้อมเที่ยวเวียนนาแล้วครับ

photo credit: www.mappery.com
photo credit: www.mappery.com

เดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Südtiroler Platz (ตอนนี้ชื่อ Hauptbahnhof) ใช้ตั๋ว 24 ชั่วโมง นั่งรถไฟใต้ดินสาย U1 (สีแดง) 3 สถานี ไปที่สถานี Stephansplatz ขึ้นจากสถานีมาก็คือ Kärntner Straße ถนนการค้าและถนนคนเดินใจกลางเมืองที่เชื่อมระหว่างถนนวงแหวน Ringstraße กับจัตุรัสสเตฟาน เป็นถนนช้อปปิ้งสายสำคัญของเวียนนา มีห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆ ตลอดสองข้างทางของถนน

9

10

เลยสถานีรถไฟใต้ดินไปนิดหน่อยคือ Stephansplatz จัตุรัสที่ถือเป็นจุดศูนย์กลางของกรุงเวียนนา เป็นที่ตั้งของ Stephansdom หรือ Domkirche St. Stephan (St. Stephen’s Cathedral) อันศักดิ์สิทธิ์
สเตฟานสดอมเป็นหนึ่งในมหาวิหารสำคัญที่สุดของออสเตรีย เริ่มก่อสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1137 เพื่ออุทิศแด่นักบุญ Stephen โดยแรกเริ่มก่อสร้างในสไตล์โรมาเนสก์ แต่ต่อมาในปีค.ศ. 1258 ได้เกิดไฟไหม้ขึ้น จึงสร้างโบสถ์ใหม่ขึ้นในสไตล์โกธิค แต่ยังคงมีส่วนหลงเหลือของโบสถ์เดิมอยู่บ้างคือส่วนทางเข้าโบสถ์ด้านตะวันตกและหอคอยขนาบข้าง Heidenturme หรือ Towers of the Heathens ภายในโบสถ์มี pulpit หนึ่งซึ่งถูกแกะสลักอย่างอลังการ ตรงส่วน balustrade แกะสลักเป็นรูปนักบุญทั้งสี่ ได้แก่ Augustine, Ambrose, Gregory และ Jerome ดูพิสดารโดดเด่นจาก pulpit อื่นของโบสถ์

มหาวิหารเปิดให้เข้าชมในวันจันทร์-เสาร์ 06.00-22.00 น. วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 07.00-22.00 น. และสามารถเข้าชมผ่านไกด์ทัวร์ได้ มีทัวร์หลายประเภทหลายราคาให้เลือก
อ่านรายละเอียดต่างๆ ได้ที่ visit St. Stephen’s Cathedral

11

เลยจากมหาวิหารสเตฟานเดินตรงตามถนน Goldschmiedgasse ไปไม่ไกลมีโบสถ์บาโรคขนาดไม่ใหญ่นักแต่ภายในตกแต่งอย่างงดงามชื่อว่า Peterskirche หรือ Katholische Kirche St. Peter (St. Peter’s Church) อยู่ที่ Petersplatz ครั้งแรกที่ผมไปเวียนนาได้เดินไปที่โบสถ์ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา ส่วนครั้งที่ 2 นี้ไม่ได้เดินไปครับ ขอเอารูปมาให้ชมแทนละกันครับ

12

เดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Stephansplatz นั่งรถไฟใต้ดินสาย U3 (สีส้ม) 3 สถานีไปต่อสาย U2 (สีม่วง) ที่สถานี Volkstheater อีก 2 สถานีไปที่สถานี Schottentor

14

เดินอีกไม่ไกลไปที่ Sigmund-Freud-Park ก็เห็นฟาซาดด้านหน้าของ Votivkirche (Votive Church) โบสถ์นีโอโกธิคหอคอยคู่สูงเสียดฟ้าตั้งอยู่ทางเหนือสุดของถนนสายวงแหวน (Ringstraße) รอบศูนย์กลางเมือง (เมืองเก่าเวียนนา)

15

จากจุดนี้เราจะเดินไปทางทิศใต้แวะเที่ยวชมอาคารสวยงามต่างๆ ตามถนนสายวงแหวน (Ringstraße) รอบเมืองเวียนนาไปเรื่อยๆ โดยที่แรกคือ Universität Wien หรือมหาวิทยาลัยเวียนนา

16

เดินต่อไปทางทิศใต้ตามถนน Universitätsring ราว 400 เมตรก็เห็นอาคาร Burgtheater หรือ Court Theater โรงละครแห่งชาติออสเตรียซึ่งเป็นหนึ่งในโรงละครภาษาเยอรมันที่สำคัญที่สุดในโลกอยู่ทางซ้ายมือ

17

ส่วนทางขวามือฝั่งที่เรายืนอยู่คือ Rathausplatz จัตุรัสกว้างขวางเป็นที่ตั้งของ Rathaus หรือที่ทำการกรุงเวียนนา อาคารสไตล์โกธิคสวยงามวิจิตรนี้ออกแบบโดย Friedrich von Schmidt เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปีค.ศ. 1872-1883 โดดเด่นด้วยยอดแหลมสูงที่เรียกว่า Rathausmann ที่บริเวณจัตุรัส Rathausplatz เป็นสถานที่จัดงานอีเวนต์สำคัญๆ ของเมืองด้วย

18

ตอนมาเที่ยวที่นี่ครั้งแรกมีตลาดนัดกลางแจ้งขายสินค้าต่างๆ และอาหารมากมาย จำได้เลยครับว่านั่งกินมื้อเย็นที่จัตุรัสหน้า Rathaus เลย แล้วฝนก็ตกลงมาอย่างแรงด้วย ต้องรีบเผ่นกลับโรงแรมเลยครับ

19

แนะนำครับว่าให้มาที่ Rathausplatz ตอนใกล้ๆ จะมืดจะได้ภาพที่สวยกว่าตอนกลางวัน ถ้าโชคดีอาคารจะเปิดไฟอร่ามเลยครับ

เดินต่อไปอีกนิดเดียวก็ถึง Hohes Haus (Österreichischen Parlament) หรือ Parlament อาคารรัฐสภาแห่งออสเตรียตั้งอยู่ที่ถนน Doktor-Karl-Renner-Ring ออกแบบโดยสถาปนิก Theophil Edvard Hansen ในสไตล์ Greek revival

20

เดินผ่านอาคารรัฐสภาไป ถ้าเลี้ยวขวาเข้าถนน Schmerlingplatz ไปก็จะถึง Justizpalast (Palace of Justice) หรือศาลยุติธรรมแห่งออสเตรีย แต่ครั้งนี้ไม่ได้เดินไปเพราะครั้งแรกเคยไปแล้วครับ

21

ใกล้มืดเต็มแก่แล้วครับ เราขี้เกียจเดินตามถนน Burgring และ Opernring อีกประมาณ 1 กิโลไปยัง Wiener Staatsoper ซึ่งระหว่างเส้นทางจะผ่าน Museumsplatz ย่านพิพิธภัณฑ์ซึ่งมีพิพิธภัณฑ์สำคัญๆ ตั้งอยู่หลายแห่ง เช่น Naturhistor Museum, Kunsthistor Museum, MuseumsQuartier, Leopold Museum และ Volkstheater
เราขอข้ามย่านพิพิธภัณฑ์ Museumsplatz ไปก่อน ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาเที่ยวก็ได้

22

เลยขึ้นรถรางสาย D (สีเขียวเข้ม) 2 ป้ายไปลงที่ป้าย Kärntner Ring, Oper หน้า Wiener Staatsoper

23

Wiener Staatsoper (Vienna State Opera) หรือโรงอุปราการแห่งเวียนนา โรงโอเปร่าแห่งนี้เป็นสถานที่จัดการแสดงอันยิ่งใหญ่หลายต่อหลายครั้ง อาทิ การแสดงอุปรากรของบีโธเฟ่นเรื่อง “ฟิเดลิโอ” ซึ่งประชาชนทั่วทั้งประเทศได้ร่วมฉลองเหตุการณ์สำคัญครั้งนี้ด้วยกัน และงานเทศกาลดนตรีซาลซ์บวร์ก เฟสติวัล ที่มีชื่อเสียงก้องโลก

การเข้าชมมีบริการไกด์ทัวร์ 3-7 รอบต่อวัน เริ่มตั้งแต่ 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชมแบบ Opera และ Opera House Museum Guide มีทุกวัน ตั๋วผู้ใหญ่ราคา 7.50 ยูโร ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป 6 ยูโร นักเรียนและเด็ก 3.50 ยูโร
อัพเดทข้อมูลต่างๆ ได้ที่ visit Vienna State Opera

24

25

เดินเข้าถนน Operngasse ด้านข้างของโอเปร่า ตรงไปไม่ไกลก็ถึง Albertinaplatz

26

เลี้ยวขวาเข้าถนน Philharmoniker Straße ไปนิดเดียวก็ถึงโรงแรม Sacher ที่มีชื่อเสียงจาก Sacher Café ห้องอาหารของโรงแรมที่เป็นต้นตำรับของ “Sacher Torte” เค้กที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของเวียนนา เป็นเค้กช็อกโกแลตไส้
แยมแอปริคอต เสิร์ฟพร้อมวิปครีม
แต่จุดนี้ดึกแล้ว ถ้ากินเข้าไปคงอ้วนแย่เลย 55

27

เดินกลับทางเดิมไปที่ป้ายรถราง Kärntner Ring, Oper นั่งรถรางสาย D (สีเขียวเข้ม) 5 ป้ายไปลงที่ป้าย Südbahnhof ไม่ไกลจากโรงแรม แล้วต่อสาย O (สีน้ำตาล) ไปลงที่หน้าโรงแรม

คืนนี้ขอนอนให้สบายบนเตียงนุ่มๆ ครับ พรุ่งนี้เช้าค่อยเที่ยวกันต่อ

28

เช้าแล้วครับ ได้เวลาออกไปเที่ยวเวียนนากันต่ออีก 1 วันเต็มๆ

วันที่ 2 ในเวียนนานี้ เราจะไปเที่ยวสถานที่สำคัญที่สุดของเมืองนี้คือ 3 พระราชวังอันงดงาม ได้แก่
Schloß Schönbrunn, Schloss Belvedere และ Hofburg (Imperial Palace)

ใช้ตั๋ววัน Stunden Wien-Karte 24 ชั่วโมง นั่งรถรางสาย O (สีน้ำตาล) ไปลงที่ป้าย Südbahnhof หรือ Quartier Belvedere ในปัจจุบัน (จริงๆ แล้วสามารถต่อรถรางสาย D (สีเขียวเข้ม) อีก 1 ป้ายไปลงที่ป้าย Schloss Belvedere ก็ได้) เดินเข้าประตูสวน Belvederegarten ไปยังบริเวณ Obere Belvedere (Upper Belvedere)

ครั้งแรกที่มาเวียนนา ผมไม่ได้มา Belvedere ครับ ครั้งนี้จึงพลาดซ้ำสองไม่ได้แล้ว

29

อาณาบริเวณของ Belvedere ประกอบด้วยอาคารพระราชวัง Schloss Belvedere ศิลปะแบบบาโรคอันงดงาม 2 หลัง ได้แก่ Obere Belvedere (Upper Belvedere) และ Untere Belvedere (Lower Belvedere), Orangery, Belvedere Museum และคอกม้า รวมทั้งสวนสไตล์บาโรคขนาดใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยรูปปั้น Belvedere สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประทับในฤดูร้อนของเจ้าชาย Eugene of Savoy

Obere Belvedere (Upper Belvedere) เปิดให้เข้าชมทุกวัน 10.00-18.00 น.
Upper Belvedere opening time

Untere Belvedere (Lower Belvedere) ซึ่งประกอบด้วย Belvedere & Orangery เปิดให้เข้าชม
ทุกวัน 10.00-18.00 น. วันพุธเปิดถึง 21.00 น. ส่วนคอกม้า (Palace Stables) เปิดทุกวัน 10.00-12.00 น.
Lower Belvedere opening time

21er Haus เปิดวันพุธ-พฤหัสบดี 11.00-21.00 น., วันศุกร์-อาทิตย์ 11.00-18.00 น.
21er Haus opening time

30

สำหรับค่าเข้าชมนั้นมีหลายประเภท ได้แก่
Klimt Ticket – Oberes & Unteres Belvedere (Klimt Ticket – Upper & Lower Belvedere) สำหรับผู้ใหญ่ราคา 20 ยูโร เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 19 เข้าชมฟรี

Prinz Eugen Ticket – Oberes & Unteres Belvedere, Winterpalais (Prince Eugene Ticket – Upper & Lower Belvedere, Winter Palace) สำหรับผู้ใหญ่ราคา 26 ยูโร เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 19 เข้าชมฟรี

Einzelticket Oberes Belvedere (Single Ticket Upper Belvedere) สำหรับผู้ใหญ่ราคา 14 ยูโร เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 19 เข้าชมฟรี

Einzelticket Unteres Belvedere (Single Ticket Lower Belvedere) สำหรับผู้ใหญ่ราคา 11 ยูโร เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 19 เข้าชมฟรี

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ Belvedere tour

31

เดินไปทางด้านข้างของอาคารพระราชวังอ้อมไปยังสวนอีกด้านหนึ่ง บริเวณนั้นเรียกว่า Untere Belvedere (Lower Belvedere)

32.2

ถ่ายรูปไปเดินไปชมน้ำพุสวยงามที่อยู่ข้างล่าง

33

เดินลงบันไดเรื่อยๆ จนออกจากเขต Belvedere ทางประตูทิศเหนือ

34

เลี้ยวซ้ายเดินตามถนน Rennweg ไม่ไกลก็ถึง Schwarzenbergplatz ตรงนี้มีน้ำพุชื่อ Hochstrahlbrunnen พวยพุ่งแรงส่งละอองน้ำกระจายเต็มหน้าผมเลยครับ 555

35

จากน้ำพุ Hochstrahl ถ้าเดินเข้าถนน Am Heumarkt ประมาณ 600 เมตร พอถึงสวนก็เลี้ยวซ้าย ผ่านโรงแรม InterContinental ก็ถึงสถานีรถไฟใต้ดิน Stadtpark

36

แต่การมาเวียนนาครั้งที่ 2 นี้ เราไม่ได้เดินไป Stadtpark ครับ เพราะครั้งแรกเคยเข้าไปในสวนสาธารณะประจำเมืองแห่งนี้แล้ว

37

Stadtpark เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่มีพื้นที่ถึง 65,000 ตารางเมตร
ภายในสวนมี Johann Strauß-Denkmal รูปปั้นคีตกวีเอกท่านหนึ่งของออสเตรีย Johann Baptist Strauß คือผู้ประพันธ์บทเพลงอมตะ By the beautiful blue Danube ใกล้ๆ กันมีอาคารสไตล์อิตาเลียนเรอเนสซองส์ Kursalon เป็นสปาบำบัดรักษาความบกพร่องต่างๆ ด้วยน้ำแร่ธรรมชาติ นอกจากนี้ทางฝั่งใต้ของ Wienfluß หรือธารน้ำในสตัดท์ปาร์คมีสนามเด็กเล่น Kinderpark สำหรับคุณหนูๆ

38

ใจกลางสวนเป็นที่ตั้งของร้าน Steirereck ร้านอาหาร 4 ดาวแห่งเดียวของเวียนนา สไตเรอเร็คเป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของเวียนนา เป็นร้านอาหารออสเตรียนแห่งแรกที่ได้ 4 “hats” จาก Gault Millau เมื่อหลายปีก่อนและยังคงรักษาไว้จนถึงทุกวันนี้ ร้านเปิดวันจันทร์-ศุกร์ 11.30-14.30 และตั้งแต่ 18.30 น. เป็นต้นไป
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ Restaurant Steirereck

กลับเข้าเรื่องครับ จากน้ำพุ Hochstrahl เดินผ่านโบสถ์สไตล์บาโรคโดมสีเขียวที่มีชื่อว่า Karlskirche หรือ St. Charles’s Church (มาที่นี่ 2 ครั้งก็ไม่เคยถ่ายรูปโบสถ์นี้มาเลยครับ ขอยืมรูปของคนอื่นมาให้ดูแทนละกัน 55) ลัดสวนไปสถานีรถไฟใต้ดิน Karlsplatz

39

สถานีรถไฟใต้ดิน Karlsplatz เป็นชุมทางรถไฟใต้ดินถึง 3 สาย คือ สาย U1 (สีแดง), U2 (สีม่วง), U4 (สีเขียว)

photo credit: commons.wikimedia.org
photo credit: commons.wikimedia.org

ใช้ตั๋ววัน นั่งรถไฟใต้ดินสาย U4 (สีเขียว) ไปทาง Hütteldorf 6 สถานีแล้วลงที่สถานี Schönbrunn ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
ออกจากสถานีเดินตามถนน Schönbrunner Schloßstraße ไปยังทางเข้า Schloß Schönbrunn

42

พระราชวังเชินบรุนน์ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเวียนนา ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองนี้ ชื่อ Schönbrunn เกิดจากพระจักรพรรดิได้ทรงทอดพระเนตรเห็นบ่อน้ำบาดาลที่พุดขึ้นมาบริเวณนั้นเข้าในครั้งแรกที่เสด็จมาที่นี่ จึงทรงตั้งชื่อพระราชวังว่า “เชินบรุนน์” ซึ่งแปลว่าน้ำพุอันสวยงาม

พระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้ในอดีตเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮับส์บวร์กตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 จนถึงพ.ศ. 2461 พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพระประสงค์ของพระนางมาเรียเทเรซ่าจักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิโรมันที่ตั้งพระทัยว่าจะสร้างพระราชวังแห่งนี้ให้มีความงดงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์แห่งกรุงปารีส โดยมี Johann Bernhard Fischer von Erlach และ Nicolaus Pacassi เป็นผู้ออกแบบและเริ่มก่อสร้างในปลายศตวรรษที่ 17

ภายในพระราชวังถูกออกแบบตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา มีห้องสำคัญๆ กว่า 20 ห้อง อาทิ ห้องทรงพระอักษรของจักรพรรดิ ห้องบรรทม ห้องฉลองพระองค์ ห้องรับรอง ห้องพระราชพิธี ห้องแกลเลอรี่ ห้องมิลเลี่ยน ไชนีสรูม และห้อง
นโปเลียนซึ่งเป็นที่ประทับของจักพรรดินโปเลียน ห้องต่างๆ นั้นใช้เป็นสถานที่เก็บรวบรวมผลงานทางศิลปะการตกแต่งชั้นเยี่ยมจำนวนมาก เช่น ภาพวาดขนาดใหญ่ติดผนังแสดงเหตุการณ์ในสมัยนั้นๆ

พระราชวังเชินบรุนน์นี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แห่งฝรั่งเศสกับพระราชโอรสของพระองค์ นอกจากนี้พระนางมารี อองตัวเนต พระราชินีแห่งฝรั่งเศส ก็เคยใช้พระชนม์ชีพในวัยเยาว์ในพระราชวังแห่งนี้อีกด้วย

43

บริเวณรอบๆ อาคารพระราชวังเป็นอุทยานสวนดอกไม้นานาพันธุ์ที่จัดแต่งไว้อย่างร่มรื่นงดงาม บริเวณอุทยานนี้เคยเป็นที่ตั้งของสวนสัตว์แห่งแรกของโลกเมื่อพ.ศ. 2295 ปัจจุบันองค์การยูเนสโกได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกเรียบร้อยแล้ว ภายในอุทยานซึ่งอยู่ด้านหลังของพระราชวังมีประตูสีเหลืองอ่อนขนาดมหึมาเรียกว่า Gloriette ตั้งตระหง่านอยู่บน
เนินเขาเหมือนกับที่พระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส

44

พระราชวังเชินบรุนน์เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ทุกวัน 1 เม.ย.-30 มิ.ย. และ 1 ก.ย.-31 ต.ค. ตั้งแต่ 08.30-17.30 น. 1 ก.ค.-31 ส.ค. 08.30-18.30 น. ส่วนในช่วงฤดูหนาวระหว่างวันที่ 1 พ.ย.-31 มี.ค. เปิดตั้งแต่ 08.30-17.00 น. ค่าเข้าชมและทัวร์มีหลายประเภท อาทิ Imperial Tour ผู้ใหญ่ ราคา 11.50 ยูโร เด็ก 6-18 ปี 8.50 ยูโร, Grand Tour ผู้ใหญ่ราคา 14.50 ยูโร เด็กอายุ 6-18 ปี 9.50 ยูโร
สวนเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 06.30-17.30 น. ในช่วงฤดูหนาว
อัพเดทข้อมูลได้ที่ Schönbrunn Palace opening time และ Schönbrunn Palace tour

มาเที่ยวเวียนนา 2 ครั้งก็มาพระราชวังเชินบรุนน์ทั้ง 2 ครั้ง สถานที่นี้ถ้าพลาดถือว่าผิดครับ 555

45

46

เดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Schönbrunn นั่งรถไฟใต้ดินสาย U4 (สีเขียว) กลับทางเดิมไปที่สถานี Karlsplatz

เข้าสู่ศูนย์กลางเมืองอีกครั้ง คราวนี้เราจะเดินเที่ยวสถานที่ไฮไลต์รอบๆ ถนนสายวงแหวน
photo credit: www.mappery.com
photo credit: www.mappery.com

โดยนั่งรถไฟใต้ดินสาย U2 (สีม่วง) 2 สถานีไปที่สถานี Volkstheater ขึ้นจากสถานีมาก็เห็น Volkstheater ซึ่ง
มีความหมายว่าโรงละครของประชาชนสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1889 ตามคำเรียกร้องของชาวเวียนนา

48

เดินผ่านด้านข้าง Volkstheater (ด้านขวาของรูป) เข้าถนน Museumstraße แล้วเลี้ยวขวาเดินตามถนน Volksgartenstraße ตรงเข้าถนน Schmerlingplatz อีกไม่ไกล

49

เลี้ยวซ้ายไปก็ถึง Hohes Haus หรืออาคารรัฐสภาแห่งออสเตรีย เรามาถ่ายรูปที่นี่อีกครั้งหลังจากที่เมื่อวานมาถึงค่ำไปนิดนึง

50

คราวนี้เราไม่นั่งรถรางสาย D เหมือนเมื่อวานแล้ว แต่เดินย้อนทางเดิมตรงเข้าถนน Burgring เดินตามทางรถรางไปไม่ไกลก็ถึงลานโล่งทางขวามือ นั่นคือ Maria-Theresien-Platz

51

จัตุรัส Maria-Theresien-Platz นี้เป็นที่ตั้งของ Naturhistorisches Museum หรือ Naturhistor Museum (Museum of Natural History) พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมวันพฤหัสบดี-จันทร์ 09.00-18.30 น., วันพุธ 09.00-21.00 น. ปิดทุกวันอังคาร ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 10 ยูโร
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ visit Museum of Natural History

ส่วนอาคารยิ่งใหญ่ตรงข้ามกับ Naturhistor Museum คือ Kunsthistorisches Museum (Museum of Art History) หรือบางทีก็เรียกว่าเป็น Museum of Fine Arts

52

บริเวณนี้เรียกว่า Museumsplatz เป็นย่านพิพิธภัณฑ์สำคัญของกรุงเวียนนา

จากตรงนี้ มองเห็น MuseumsQuartier (MQ) อาคารพิพิธภัณฑ์สไตล์บาโรคที่มีพื้นที่ถึง 60,000 ตารางเมตรอยู่ไม่ไกล อาคารข้าง MQ คือ Leopold Museum
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ visit MuseumsQuartier

ถ้าชื่นชอบการชมศิลปวัฒนธรรมและศึกษาประวัติศาสตร์ผ่านหลักฐานต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์ก็ไม่ควรพลาดการเข้าชมนะครับ

53

เดินกลับไปที่ถนน Burgring ตรงข้ามถนนเดินผ่านประตู Äußeres Burgtor ก็จะถึง Hofburg Neue Burg ส่วนใหม่ของพระราชวังฮอฟบวร์กที่ต่อเติมขึ้นมาทางทิศะวันตกเฉียงใต้ตั้งอยู่ที่จัตุรัส Heldenplatz หรือ Heroes Square

54

Hofburg (Imperial Palace) คือพระราชวังฤดูหนาวอันอลังการมีเอกลักษณ์ที่ยอดโดมสีเขียวอันสง่างาม แต่เดิมเคยเป็นที่ประทับและที่ว่าราชการของจักรพรรดิ Franz Josef แห่งอาณาจักรออสเตรีย-ฮังการีอันยิ่งใหญ่ สร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1460 ต่อมาในช่วงปีค.ศ. 1754-1773 ได้ถูกดัดแปลงเพื่อใช้เป็นราชสำนัก ท้องพระโรงประดับด้วยพระสาทิสลักษณ์ของบรรดาเจ้านายในราชสำนัก ปัจจุบันเป็นบ้านพักประจำตำแหน่งประธานาธิบดีของออสเตรียและพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องใช้ เครื่องแต่งตัว เครื่องประดับของจักรพรรดิ มีทั้งเสื้อผ้า เพชรพลอย และทองคำล้ำค่า

55

ในช่วงเดือนกันยายน-มิถุนายนเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 09.00-17.30 น. ส่วนเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมเปิดตั้งแต่ 09.00-18.00 น. โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกประเภทไกด์ทัวร์ได้หลายรูปแบบ เช่น Admission with audio guide ผู้ใหญ่ราคา 11.50 ยูโร นักเรียนอายุ 19-25 ปี 10.50 ยูโร และเด็ก 6-18 ปี 7 ยูโร, Admission with guide ผู้ใหญ่ 13.50 ยูโร นักเรียนอายุ 19-25 ปี 12.50 ยูโรและเด็ก 6-18 ปี 8 ยูโร
อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Hofburg และ Hofburg tour

เดินเข้าไปในอาคารหลังคาสีเขียวทะลุไปออกประตูโดมทางทิศตะวันออก พอลอดโค้งประตู Michaelertor ออกไปก็ถึง Michaelerplatz

56

ครั้งนี้ไม่ได้ถ่ายรูปจากตรงนี้ครับ เลยใช้รูปจากครั้งแรกที่มาเที่ยวแทน หน้าตาทางเข้า Hofburg เป็นแบบนี้ครับ

57

เลี้ยวขวาเดินตามถนน Reitschulgasse ตรงเข้าถนน Josefsplatz ผ่าน Österreichische Nationalbibliothek หรือหอสมุดแห่งชาติออสเตรีย

58

ตรงต่อเข้าถนน Augustinerstraße อีกนิดเดียวก็ถึง Albertinaplatz หรือจัตุรัส Albertina ซึ่งเรามาถึงเมื่อวานตอนมืดแล้ว แถวนี้มีรถม้าให้บริการนักท่องเที่ยวนั่งเที่ยวชมรอบเมืองด้วย

59

เดินตรงเข้าถนน Operngasse เส้นทางเดียวกับเมื่อวานผ่านด้านข้างของ Wiener Staatsoper (Vienna State Opera) ไปยังด้านหน้าของโรงอุปราการแห่งเวียนนาที่ถนน Opernring

60

เดินไปที่ป้ายรถราง Kärntner Ring, Oper เหมือนเดิม นั่งรถรางสาย D (สีเขียวเข้ม) 5 ป้ายไปลงที่ป้าย Südbahnhof แล้วต่อสาย O (สีน้ำตาล) กลับโรงแรม

ค้างคืนที่นี่อีกคืนครับ พรุ่งนี้จะนั่งรถไฟไปเที่ยวประเทศสโลวาเกียกัน

ขอแนะนำที่เที่ยวสุดมันส์สำหรับคนที่ชอบความเสียวไส้ครับ นั่นคือ Wurstelprater หรือ Prater สวนสนุกขนาดใหญ่อยู่ในเขต Leopoldstadt ทางทิศเหนือของศูนย์กลางกรุงเวียนนา ซึ่งมีเครื่องเล่นสำหรับคุณหนูๆ และวัยรุ่นขามันส์มากมาย ไฮไลต์อยู่ที่ Wiener Riesenrad (Viennese Giant Wheel) หรือ Vienna Eye ชิงช้าสวรรค์เก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1897 เคยเป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลกระหว่างปีค.ศ. 1920-1985 สามารถซื้อตั๋วนั่งชิงช้าสวรรค์ยักษ์ที่สูงประมาณ 65 เมตร ชมวิวกรุงเวียนนาระยะไกลจากมุมสูงได้

Riesenrad

Praterturm เครื่องเล่นใหม่สุดเสียวไส้ของ Prater สร้างขึ้นเมื่อปี 2010 มีความสูงถึง 117 เมตร เป็นเครื่องเล่น flying swing ที่สูงที่สุดในโลก

การเดินทางจากศูนย์กลางเมือง: ใช้รถไฟใต้ดินสาย U1 (สีแดง) ไปที่สถานี Praterstern Bf

ตอนผมมาเวียนนาครั้งแรกเมื่อปี 2008 ได้มาเที่ยว Prater ครับ เดินผ่านประตูเข้าไปได้ฟรี แต่ถ้าจะเล่นเครื่องเล่นแต่ละอย่างก็เสียเงินเอา
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ visit Prater

ข้ามรีวิวเที่ยวสโลวาเกียไปก่อนนะครับ สามารถอ่านเรื่องราวได้จากลิ้งค์ด้านล่างนี้
เที่ยวแนวๆ ที่ “Bratislava” เมืองเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยกิมมิกน่ารัก

หลังกลับจาก Bratislava มาถึงเวียนนาที่สถานีรถไฟ Südbahnhof
กดตู้ซื้อ Einzelfahrscheine (Single ticket) ราคาตอนนั้นจำไม่ได้ ลืมจดมาครับ แต่ตอนนี้ราคาเที่ยวละ 2.20 ยูโร แล้วนั่งรถรางสาย O (สีน้ำตาล) กลับโรงแรม จัดกระเป๋าแพ็คขนมของฝากที่ซื้อมาให้เรียบร้อยและเตรียมตัวเดินทางไปสนามบิน

เดินไปสถานีรถไฟใต้ดิน Südtiroler Platz (Hauptbahnhof) กดตู้ซื้อ Einzelfahrscheine (Single ticket) อีกใบ แล้วนั่งรถไฟใต้ดินสาย U1 (สีแดง) 2 สถานีไปต่อสาย U4 (สีเขียว) ที่สถานี Karlsplatz อีก 2 สถานีก็ถึงสถานี Landstraße (Wien Mitte)
ขึ้นจากสถานีเดินตามป้ายบอกทางไป City Airport Train (CAT) ไปที่ Wien Mitte-Landstraße (CAT) Bahnhof หรือสถานีรถไฟด่วน CAT เช็คอินสายการบิน Austrian Airlines โหลดกระเป๋าเดินทางล่วงหน้าไปได้เลยครับ จากนั้นก็เดินเล่นฆ่าเวลาและนั่งชิลล์ที่ Starbucks ใกล้ๆ แถวนั้นรอใกล้เวลาค่อยนั่งรถไฟด่วนไปสนามบิน Schwechat

ได้เวลาแล้ว เดินกลับไปที่สถานีรถไฟด่วน CAT ใช้ตั๋วรถไฟด่วนที่ยังเหลืออีกเที่ยวนึงขึ้นรถไฟ CAT ไปสนามบิน Wien-Schwechat (มีรถไฟออกทุก 30 นาที ทุกๆ นาทีที่ 6 และ 36 ของแต่ละชั่วโมง)
เช็คตารางเวลาได้ที่ www.cityairporttrain.com/Infos/Fahrplan.aspx

แค่ 16 นาทีก็ถึงสนามบินพร้อมเดินทางกลับเมืองไทยแล้ว

23.20 น. เครื่องบินทะยานสู่ท้องฟ้าบินข้ามทวีปกลับบ้านเกิดเมืองนอนไปทำงานประจำต่อตามปกติครับ

Capture Vienna to Bangkok

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราจริงๆ เศร้า!

Accommodation: Austria Trend Hotel Favorita

Transportation: Vienna transportation, City Airport Train (CAT)Vienna metro mapAustrian Airlines

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต