เที่ยวเองน้ำตกสุดยิ่งใหญ่ของโลก “Victoria Falls” แห่ง Zambia

เที่ยวเอง รีวิว น้ำตกวิกตอเรีย แซมเบีย ซิมบับเว victoria falls livingstone zambia zimbabwe
จุดหมายหนึ่งในทวีปแอฟริกาและในโลกที่อยู่ใน bucket list ของเที่ยวเอง ก็คือ Victoria Falls หรือน้ำตกวิคตอเรียที่คาบเกี่ยวดินแดนของประเทศ Zambia และ Zimbabwe
photo credit: www.goway.com

ก่อนจะไปชมความยิ่งใหญ่ของ Victoria Falls และทำกิจกรรมสุดเหวี่ยงที่นั่น มารู้กันก่อนว่าการขอวีซ่า Zambia ต้องทำยังไงนะครับ

วีซ่า Zambia ของ่ายมาก ขอออนไลน์และจ่ายค่าวีซ่า Single Entry 50 USD ผ่านบัตรเครดิต แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ได้อีเมลตอบกลับแล้ว ถ้ารอนานแล้วไม่ได้อีเมลอีกก็ลองเข้าไปอัพเดท status ของวีซ่าตามวิธีการในอีเมลแรกที่ได้รับ แล้วดาวน์โหลด Visa Aprroval Letter (วีซ่า) เองได้เลย เพราะบางทีระบบก็รวนไม่ส่งอีเมลมาให้ครับ ปรินท์ Visa Aprroval Letter และใบเสร็จค่าวีซ่าไปยื่นที่ตม.ที่สนามบิน

ขอวีซ่าออนไลน์และทำตามขั้นตอนต่างๆ ได้ที่ Zambia Visa
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.victoriafalls-guide.net

สำหรับเอกสารหลักฐานที่ต้องแนบตอนขอวีซ่าตามรูปเลยครับ

Cover Letter เขียนเองได้เลย ทำเป็นรูปแบบจดหมาย หัวจดหมายเป็นที่อยู่ของตัวเอง ใส่วันที่เขียนจดหมาย ต่อด้วย Dear Director General of Immigration, เขียนเนื้อหาแจ้งชื่อ-นามสกุลตัวเอง สถานที่ทำงาน วางแผนจะเดินทางเข้า-ออก Republic of Zambia เมื่อไหร่ พักที่โรงแรมอะไร ลงท้ายจดหมาย Yours Sincerely, และใส่ชื่อตัวเองปิดท้าย ปรินท์และเซ็นชื่อแล้วสแกนเป็นไฟล์ jpg สำหรับ attach ในเว็บ

การเดินทางมา Victoria Falls สามารถมาได้ทั้งทางประเทศ Zambia และ Zimbabwe หลายคนเลือกไปชมน้ำตกวิคตอเรียทั้ง 2 ฝั่งซึ่งต้องขอวีซ่าทั้ง 2 ประเทศ เพราะคนไทยยังไม่สามารถขอ UniVisa Zimbabwe Zambia หรือ KAZA UNIVISA การข้ามประเทศไปมาจะต้องเสียค่าวีซ่า Double Entry ของประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นอย่างน้อย

แต่ถ้าลงที่ฝั่ง Zimbabwe ก่อน แล้วต้องการเข้า Zambia ก็สามารถทำ Zambia day tripper visa ราคา 20 USD ซึ่งใช้เข้าประเทศแซมเบียแบบไปเช้าเย็นกลับได้ แต่ค้างคืนไม่ได้ ด่านตม. ทั้ง 2 ประเทศเปิดทุกวัน 06.00-22.00 น.

อ่านรายละเอียดของ UniVisa Zimbabwe Zambia ได้ที่ UniVisa Zimbabwe Zambia
อ่านข้อมูลเกี่ยวกับวีซ่า Zimbabwe ได้ที่ www.victoriafalls-guide.net/zimbabwe-visa

เราจึงเลือกไปแค่ฝั่ง Zambia ฝั่งเดียวเพราะอยากลงสระน้ำริมขอบน้ำตกสุดหวาดเสียวที่เรียกว่า Devil’s Pool ซึ่งไปได้จากทางฝั่ง Zambia เท่านั้น และอยากไปพักที่ AVANI Victoria Falls Resort ที่ชอบมากตั้งแต่เห็นรูปครั้งแรก รวมทั้งขี้เกียจขอ 2 วีซ่าทั้งที่จริงๆ สามารถนั่งรถเข้า Zimbabwe แล้วบินโดย Kenya Airways กลับจากสนามบิน Victoria Falls Airport (VFA) ก็ได้

photo credit: www.go2africa.com

สนามบินที่ใกล้ Victoria Falls ฝั่ง Zambia ที่สุดคือ Harry Mwanga Nkumbula International Airport (LVI) เมือง Livingstone อดีตเมืองหลวงของแซมเบียในสมัยที่ยังใช้ชื่อว่า Northern Rhodesia ก่อนจะย้ายไปที่กรุง Lusaka เมื่อปีค.ศ. 1935

จากกรุงเทพฯ มีสายการบินเดียวที่เปลี่ยนเครื่องแค่ 1 ครั้งแล้วบินถึงสนามบิน Livingstone เลย คือ Kenya Airways โดยต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน Jomo Kenyatta กรุง Nairobi

Kenya Airways มีไฟลท์บินเส้นทาง Bangkok – Nairobi ทุกวัน โดยจะออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ 01.15 น. นอนหลับบนเครื่องไม่ถึง 9 ชั่วโมงก็ถึงสนามบินนานาชาติ Jomo Kenyatta ประมาณ 6 โมงเช้าตามเวลาท้องถิ่น ถ้าไม่ได้จะไปเที่ยวซาฟารีแบบเราก่อนก็สามารถรอต่อไฟลท์ 1 ชั่วโมง 15 นาที แล้วบินต่อไป Livingstone ในเวลา 07.20 น. ได้เลย นั่งสบายๆ อีก 3 ชั่วโมง 15 นาที ก็ถึง Harry Mwanga Nkumbula International Airport ตอน 09.35 น. (เวลาของแซมเบียช้ากว่าเคนยา 1 ชั่วโมง)

ไฟลท์ Nairobi – Livingstone มีวันเว้นวันสลับกับไฟลท์ Nairobi – Victoria Falls Airport (VFA)
เช็คเวลาไฟลท์และซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ www.kenya-airways.com

ส่วนขากลับ Livingstone – Nairobi ออกเวลา 18.05 น. บินแค่ 3 ชั่วโมง 5 นาที แล้วรอต่อเครื่องไม่ถึง 2 ชั่วโมง ก่อนเที่ยงคืนไฟลท์ KQ886 ออกเดินทางกลับกทม.

เราแวะเที่ยว Kenya ก่อน 3 วัน อ่านรีวิวได้ที่ ตะลุยเที่ยวเอง “Kenya” บุกป่ามาไซ ท่องซาฟารียอดเยี่ยมที่สุดในโลก

ค้างคืนสุดท้ายที่โรงแรมใกล้สนามบิน Jomo Kenyatta เพราะไฟลท์ Nairobi – Livingstone ออกเช้า 07.20 น.

ถ้าเลือกที่นั่งได้ให้เลือกทางซ้ายนะครับเพราะเมื่อเครื่องออกไปไม่นานก็จะได้เห็น Mount Kilimanjaro ยอดเขาที่สูงที่สุดของทวีปแอฟริกา 5,895 เมตรจากระดับน้ำทะเล

กินอาหารเช้าเสร็จก็เผลอหลับไป ตื่นมาอีกทีก็ใกล้จะถึงแล้ว

09.35 น. เวลาแซมเบีย (ช้ากว่าเวลาประเทศไทย 5 ชั่วโมง) ไฟลท์ KQ782 ก็แวะลงจอดที่ Harry Mwanga Nkumbula International Airport ก่อนเดินทางต่อไปยังเมือง Cape Town ของแอฟริกาใต้

เจ้าหน้าที่ของบริษัท Bushtracks Africa มารับเราที่สนามบินไปส่งที่ AVANI Victoria Falls Resort

เราให้ Bushtracks เป็นผู้จัดตารางกิจกรรมต่างๆ และจองวันเวลากับบริษัทต่างๆ ได้แก่ ล่องแก่งกับ Safpar, Batoka Sky Helicopter กับ Livingstone’s Adventure, Devil’s Pool กับ Tongabezi ราคาของแต่ละกิจกรรมจะบอกทีหลังนะครับ

เว็บไซต์ www.bushtracksafrica.com
ติดต่อได้ที่ Bushtracks Africa

นั่งรถตามถนนสายหลักของเมืองประมาณ 25 นาทีก็ถึง AVANI Victoria Falls Resort

เจ้าจ๋อมาต้อนรับเรา เอ้ย! รีสอร์ทต้อนรับด้วย Ngoni dancers

ล็อบบี้สวยมาก

อาคารของที่นี่ตกแต่งได้เก๋มาก ใช้สีโทนร้อนตามสไตล์แอฟริกันที่ดูจัดจ้านแต่เป็นกันเองโดยผสมศิลปะบ้านเรือนของหลายที่ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

สระว่ายน้ำอยู่ตรงกลางมีบาร์ที่สามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มกินชิลล์ๆ

ไปดูห้องพักของเราดีกว่า ห้องกว้าง 24 ตารางเมตรตกแต่งในสไตล์โมร็อกคันที่ใช้กระเบื้องเคลือบสีสันและลวดลายสวยงาม ประดับโคมไฟฝีมือละเอียดมาก ได้ฟีลโมร็อกโกจริงๆ

มองไปนอกห้องเห็นม้าลาย 3-4 ตัวเดินเล็มหญ้าอยู่เลย ตอนแรกก็นึกว่าเค้าเลี้ยงไว้ แต่พอถามพนักงานเค้าบอกว่าสัตว์ป่าพวกนี้เดินเข้ามาเองเพราะรีสอร์ทอยู่ในอุทยานแห่งชาติคือสร้างในป่าเลย สัตว์ป่าจึงเดินไปไหนมาไหนในบริเวณรีสอร์ทได้อย่างอิสระ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยตลอดเวลา แต่ไม่มีสัตว์ดุร้ายเข้ามานะครับ ตัวที่เจอได้บ่อยๆ เช่น ม้าลาย อิมพาลา ยีราฟ ลิง

สำหรับราคาตามนี้เลยครับ

จองห้องพักได้ที่ AVANI Victoria Falls Resort

แม้จะเป็นรีสอร์ทสุดชิคระดับ 5 ดาว แต่บรรยากาศโดยรวมก็ไม่ได้ดูหรูหราเกินไปแบบเข้าไม่ถึง ที่ชอบสุดๆ คือมีสัตว์มาเดินเล่นให้ชมนี่แหละ มันดูมีชีวิตดี ตั้งแต่ไปพักที่พักเจ๋งๆ มาหลายที่หลายฟีลในโลก ตอนนี้ต้องขอยกให้ AVANI Victoria Falls Resort อยู่อันดับที่ 1 ในใจเลยครับ

อีกอย่างที่คุ้มมากๆ คือรีสอร์ทอยู่ใกล้ Victoria Falls ที่สุด ชนิดเดินไปแค่ 5 นาที แขกที่พักที่นี่สามารถเข้าไปชมน้ำตกกี่ครั้งก็ได้ตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น แค่โชว์ key card ห้องและลงชื่อตรงประตูทางเข้า จะเข้าออกกี่ครั้งก็ได้ตามใจ (ปกตินักท่องเที่ยวจะต้องเสียเงินค่าเข้าอุทยานฯ คนละ 20 USD ต่อครั้ง)

ถ้าไม่ได้พักที่ AVANI จะต้องเข้าประตูริมทางหลวงนี้ก่อนแล้วค่อยจ่ายเงินค่าเข้าชมน้ำตกที่อีกประตูหนึ่ง แต่ถ้าเป็นแขกของรีสอร์ทก็เดินออกประตูด้านข้างแล้วเข้าประตูไปชมน้ำตกได้ฟรีเลย

เดินชมทั่วๆ บริเวณรีสอร์ทก่อนละกัน

นี่ห้องอาหาร Theatre of Food แฮฟเบรคฟาสต์แอนด์ดินเนอร์ที่นี่เลย

จัดมื้อกลางวันริมสระว่ายน้ำที่ AVANI Pool Bar

เมนูราคาสมเหตุสมผลครับ ไม่ถือว่าแพงสำหรับการรับประทานในรีสอร์ท 5 ดาว กาแฟปั่นแก้วใหญ่ 45 ZMW (ราคาเป็นเงิน Zambian Kwacha ของแซมเบีย คิดง่ายๆ คือ 100 ZMW ประมาณ 10 USD) ไม่จำเป็นต้องแลกเงินแซมเบียนะครับ ทั่วไปแล้วจ่ายด้วย USD หรือบัตรเครดิตได้

ลอง Crocodile satays หรือจระเข้สะเต๊ะนั่นเอง และ Zambezi beef burger อร่อยทั้งคู่เลย

บ่าย 3 โมง เดินเข้าไปชม Victoria Falls หรือ Mosi-oa-Tunya ในภาษา Lozi ที่แปลว่า The Smoke that Thunders

Victoria Falls คือน้ำตกขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจาก Iguazu Falls ที่พรมแดนประเทศบราซิลและอาร์เจนตินา น้ำตกอันยิ่งใหญ่นี้เกิดจากการไหลของแม่น้ำ Zambezi แม่น้ำสายยาวที่สุดอันดับ 4 ของทวีปแอฟริกาซึ่งมีจุดเริ่มต้นในประเทศแซมเบีย ไหลผ่านหลายประเทศก่อนไปออกมหาสมุทรอินเดียที่ประเทศโมซัมบิค

photo credit: commons.wikimedia.org

แม่น้ำ Zambezi ไหลลงหน้าผาสูงชันเป็นหน้ากว้างรวมทั้งฝั่ง Zambia และ Zimbabwe ถึง 1.7 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็นน้ำตกย่อยๆ เช่น Eastern Cataract, Arms Chair Falls, Greatest Fall (สูงที่สุด 108 เมตร), Rainbow Falls, Horse Shoe Falls สุดเขตประเทศแซมเบียที่ Livingstone Island ตั้งแต่น้ำตก Main Falls ไปเป็นดินแดนของซิมบับเว

photo credit: www.afrizim.com

ชื่อของน้ำตกมาจากการตั้งของ David Livingstone นักสำรวจชาวสก็อตต์ที่ล่องเรือตามแม่น้ำ Zambezi นานหลายเดือนจนมาพบเกาะกลางแม่น้ำซึ่งภายหลังเรียกว่า Livingstone Island และน้ำตกเมื่อวันที่ 16 พ.ย. 1855 ว่ากันว่าเขาเป็นชาวยุโรปคนแรกที่ค้นพบน้ำตกแห่งนี้ เดวิดจึงตั้งชื่อน้ำตกว่า Victoria เพื่อเป็นเกียรติแด่สมเด็จพระราชินีนาถวิคตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร

ฤดูกาลที่เหมาะจะมาเที่ยวน้ำตกวิคตอเรียขึ้นอยู่กับว่าต้องการทำกิจกรรมอะไรบ้าง ถ้าแค่มาดูน้ำตกเฉยๆ อยากเห็นน้ำตกไหลแรงเต็มแผงหน้าผา ไม่ได้อยากลง Devil’s Pool หรือล่องแก่ง ก็ควรมาในฤดูน้ำเยอะช่วงเดือนก.พ.-ก.ค. (เดือนมีนาน้ำเยอะที่สุด) ซึ่งปริมาณน้ำอาจมากถึง 3,000 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ช่วงนี้อาจมีปัญหาเรื่องถ่ายภาพได้ยากเพราะกระแสน้ำแรงมากจนเกิดเป็นละอองน้ำฟุ้งกระจายทั่วฟ้าเหมือนฝนตกหนัก นักท่องเที่ยวต้องใส่เสื้อกันฝนเพราะเปียกเละแน่นอน

เดือนส.ค. น้ำเริ่มลดลงแต่ก็ยังเยอะอยู่ เดือนก.ย. ดีที่สุด น้ำไม่เยอะไม่น้อยเกินไป ลง Devil’s Pool ได้ชัวร์ ล่องแก่งก็ได้ ถ้ามาเดือนต.ค. แบบเรา น้ำทางฝั่งแซมเบียจะน้อยลงไม่เต็มแผง แต่ฝั่งซิมบับเวยังเต็มอยู่เพราะแผ่นดินต่ำกว่า น้ำในแม่น้ำจึงไหลเทไปมาก ถ้าเลยไปถึงเดือนพ.ย. น้ำจะแทบแห้ง แล้วเริ่มกลับมามีน้ำมากขึ้นในเดือนธ.ค.-ม.ค. แต่ก็ยังอยู่ในฤดูน้ำน้อย

สภาพอากาศ ช่วงเดือนพ.ค.-ส.ค. โดยทั่วไปอากาศคือเย็นและแห้งเหมือนประเทศในซีกโลกใต้อื่นๆ กลางวันอุณหภูมิ 15-18 องศาเซลเซียส ตอนเย็นและกลางคืนจะลดลง 5-8 องศา เดือนก.ย.-พ.ย. อากาศร้อนและแห้ง อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 25-35 องศาเซลเซียส และเดือนธ.ค.-เม.ย. คือฤดูฝน อากาศร้อน อุณหภูมิ 25-35 องศาเซลเซียส

ลองอ่านข้อดีของการชมน้ำตกทั้งฝั่ง Zambia และ Zimbabwe ประกอบการตัดสินใจนะครับ

สำหรับฤดูซาฟารีที่นี่ก็ไม่แตกต่างจากที่เคนยา high season คือเดือนมิ.ย.-ต.ค. พีคสุดคือเดือนก.ค.-ส.ค.

เราเข้าไปชมน้ำตกตอนบ่าย 3 กว่า แดดยังแรงและจ้าอยู่ ถ่ายรูปไม่ค่อยสวย ถ้า 4-5 โมงเย็นจะย้อนแสง เดี๋ยวรอดวงอาทิตย์ใกล้ตกก่อน 6 โมงเย็นค่อยกลับมาใหม่เพราะเราพักที่ AVANI เข้าๆ ออกๆ ฟรีกี่ครั้งก็ได้ 😀

จากประตูทางเข้าอุทยานฯ ริมทางหลวงสามารถเดินไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงด่านตม. ฝั่งแซมเบีย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะไป Victoria Falls Bridge สะพานข้ามแม่น้ำ Zambezi ได้ แต่ไม่ได้จะผ่านตม. ซิมบับเวซึ่งอยู่อีกฝั่งสะพาน ตม.แซมเบียก็จะไม่สแตมป์พาสปอร์ตและวีซ่า Single Entry ก็ยังไม่หมดอายุ เดินได้ปลอดภัยทั้งกลางวันและกลางคืน ด่านปิด 4 ทุ่มนะครับ

เราขี้เกียจเดินไปเพราะมุมถ่ายรูปตรงนั้นไม่เห็นน้ำตกและไม่ได้จะเล่นบันจี้จั๊มป์ด้วย 55 ถ่ายรูปจากระยะไกลมาให้ดูแทนละกันครับ

เดินกลับรีสอร์ทไปว่ายน้ำเล่นก่อนดีกว่า

5 โมงครึ่ง เดินเข้าไปยังน้ำตกอีกครั้งเพื่อถ่ายรูปก่อนพระอาทิตย์ตก เวลาเป๊ะๆ คืออีก 10 นาที 6 โมงเย็น ถ้าเลย 6 โมง ดวงอาทิตย์จะตกไปหลังภูเขาจนไม่เห็นแสงสีส้มแล้วและอุทยานปิด 6 โมงเย็นด้วย

เห็นคนนั่งอยู่บนก้อนหินมั้ย ตรงนั้นคือฝั่งซิมบับเวครับ

6 โมงครึ่งมืดสนิท พอมืดแล้วยุงจะเริ่มมา เนื่องจากที่นี่อยู่ในเขตร้อนชื้นทำให้มีความเสี่ยงเรื่องโรคมาลาเรีย แต่ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนมาจากเมืองไทยหรอกครับเพราะเชื้อมาลาเรียที่นี่ดื้อยาหมดแล้ว ฉีดแค่ไข้เหลืองมาก็พอเหมือนเคนยา วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคืออย่าให้ยุงกัดโดยทายากันยุง แนะนำให้ขอที่รีสอร์ทหรือซื้อของที่นู่นเอาเพราะของไทยไม่น่าจะกันยุงแอฟริกาได้ดีเท่า ควรใส่กางเกงขายาว จะได้ทาแค่แขนและคอ

วันนี้ตรงกับวันศุกร์พอดี ร้านอาหาร Mukuni Boma ริมแม่น้ำ Zambezi เปิดบุฟเฟ่ต์วันอังคารกับศุกร์ 18.30-22.30 น. ราคาหัวละ 350 ZMW หรือ 35 USD รวมชาและกาแฟ แต่ไม่รวมเครื่องดื่มอื่น เช่น โค้ก 40 ZMW

อาหารมีให้เลือกตั้งแต่สลัดบาร์ ข้าว เนื้อสัตว์ป่า เช่น จระเข้ย่าง กูดูย่าง เนื้อวัว แกะ แกงเนื้ออิมพาลา และของหวาน

กินไปชมการแสดงพื้นเมืองที่เรียกว่า Marimba ตีระนาด และ Mukuni traditional dancing อิ่มเมื่อไหร่ก็เลิก 555

ที่นี่ตอนมืดแล้วสามารถเดินเองได้ไม่ต้องมีการ์ดดูแลเหมือนที่ Sand River Masai Mara ครับ

คืนนี้รีบเข้านอน พรุ่งนี้จะตื่นเช้าเข้าไปชมน้ำตกก่อน 7 โมงครึ่ง ชาวบ้านบอกว่าช่วง 7-9 โมงเช้าอาจจะมีรุ้งให้เห็น

วันที่ 2

เช้านี้ Bushtracks จัดให้เราไป “White Water Rafting” ล่องแก่งในแม่น้ำ Zambezi ตอน 8 โมงครึ่ง เลยต้องกินข้าวเช้าเร็วหน่อยจะได้ไม่อ้วกแตกอ้วกแตนครับ 555

อิ่มแล้วต้องไปเดินย่อยชม Victoria Falls ยามเช้าซิว่าสวยกว่าตอนเย็นรึเปล่า แสงดีกว่าบ่ายๆ นะครับ แต่ก็ยังจ้าไปหน่อย

เดินกลับรีสอร์ทไปเตรียมตัวล่องแก่ง ไกด์ของ Safpar ชื่อ Henry บรีฟวิธีการเล่นกิจกรรมและเรื่องเซฟตี้ต่างๆ จากนั้นก็พาเดินเข้าป่าลงไปยังแม่น้ำ Zambezi

จริงๆ ก่อนลงแม่น้ำต้องฝากของมีค่าทั้งหมดไว้ แต่เราเตรียมกระเป๋ากันน้ำ 100% ยี่ห้อ ORTLIEB ของเยอรมันไปด้วย จึงเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยนและมือถือไปถ่ายรูปเจ๋งๆ ระหว่างทางได้ ถ้าสนใจไปดูได้ที่ร้าน Urban Aktive ชั้น 2 ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า ราชประสงค์ นะครับ

White Water Rafting แบ่งเป็นแบบครึ่งวันกับเต็มวัน แบบครึ่งวันแบ่งเป็นครึ่งวันเช้า (เริ่มจาก Rapid หรือด่าน 1 ไปจบที่ Rapid 10) และครึ่งวันบ่าย (จาก Rapid 10 ไปถึง Rapid 21)

เราเลือกแบบครึ่งวันเช้าพอครับ มือใหม่หัดพายครั้งแรกในชีวิต กลัวไม่มีกำลังผ่าน 21 ด่านของแบบเต็มวันได้

ค่าล่องแก่งแบบครึ่งวันราคา 150 USD รวมอาหารกลางวัน รูปถ่าย และวีดีโอ
เช็คราคาแบบต่างๆ และจองเองได้ที่ Safpar
อีเมล [email protected]

ช่วงเดือนที่สามารถล่องแก่งได้คือ ส.ค.-พ.ย. ที่ระดับน้ำไม่สูง เดือนมี.ค.-เม.ย. ปิดไม่ให้เล่นครับ

ไปดูภาพความหฤโหดของด่านต่างๆ ของ Batoka Gorge ในแม่น้ำ Zambezi กัน ไกด์บอกว่าจระเข้ชอบอยู่ในน้ำนิ่งๆ ไหลเอื่อยๆ แต่ล่องแก่งไปแป๊บเดียวก็เจอนอนอาบแดดอยู่บนก้อนหินเลยครับ ถ้าตกน้ำไปตูจะเจอเพื่อนๆ มันมั้ยว้า 555

ด่านแรกๆ ยังไม่ค่อยโหดเหมือนจะให้ซ้อมเบาๆ ก่อน พอถึง Rapid 5 ที่ชื่อ Stairway to Heaven ก็เริ่มหนักขึ้น ดูสีหน้าท่าทางแต่ละคนดิ ด่านนี้เอง Roberto เพื่อนร่วมเรือชาวเม็กซิกันตีลังกาตกน้ำไปเป็นรายแรก ขำกันทั้งลำ 55

พวกเรารอดมาได้ทุกด่านจนถึง Rapid 8 ชื่อว่า Midnight Diner ซึ่ง Henry ไกด์ของเราถามว่าจะเลือกไปทางยากมาก ยากปานกลาง หรือยากน้อยหน่อย เพื่อนร่วมเรือลงความเห็นว่าเอาระดับ 5 ยากสุดไปเลย ระดับความยากนี้โอกาสเรือคว่ำ 99% ครับ ถามกรูก่อนมั้ย? 55 แต่ไม่เป็นไร เราไม่กลัวอยู่แล้ว

แล้วก็ไม่รอดครับ เรือคว่ำทั้งลำ พวกเราจมลงไปใต้น้ำแบบรุนแรงก่อนลอยสู่ผิวน้ำเพราะใส่ชูชีพเซฟไว้ กระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง บางคนไม้พายหลุดมือกระเด็นไปไกลเลย แต่ไกด์ของเราโคตรเก่งจับเรือไว้ได้และใช้เวลาแป๊บเดียวก็ปีนขึ้นเรือไปหงายเรือกลับได้

Rapid 9 อันตรายไป ไม่ให้เล่น ให้ขึ้นฝั่งแล้วค่อยพายต่อไปสิ้นสุดที่ Rapid 10 รวมแล้วใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ระยะทางราว 10 กิโลเมตร กล้ามแทบขึ้น 555 ขอบอกว่ากิจกรรมนี้มันสะใจจริงๆ มาถึงแม่น้ำแซมเบซีทั้งทีมันต้องโดนครับ

พักดื่มน้ำดื่มท่าก่อนไต่เขาชันไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ นั่งรถครู่ใหญ่ไปกินข้าวกลางวันริมแม่น้ำ Zambezi และกลับที่พัก

อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วบ่าย 3 ครึ่งไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ชมน้ำตกวิคตอเรียจากมุมมองนก

รถของ Livingstone’s Adventure มารับเราที่รีสอร์ทพาไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์

ค่าขึ้นเฮลิคอปเตอร์ Batoka Sky แบบ 15 นาที ราคา 189 USD
เช็คราคาแบบต่างๆ ได้ที่ Livingstone’s Adventure

กิจกรรมนี้ทำได้ตลอดทั้งปี แต่อย่างที่บอกไปว่าในฤดูน้ำเยอะจะมีละอองน้ำฟุ้งกระจายขึ้นไปบนท้องฟ้าคล้ายหมอกและควัน ทำให้ถ่ายรูปได้ยากเหมือนภาพมันเบลอๆ ตลอด

พร้อมล้าว บินกันเลย

กัปตันบินวนให้ชมน้ำตกรอบทิศทาง

จากมุมสูงเราได้เห็นว่าแม่น้ำ Zambezi เต็มไปด้วยเกาะแก่งมากมายและมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ในบริเวณนั้น

และนี่คือภาพน้ำตกวิคตอเรีย ที่เห็นน้ำเต็มแผงคือฝั่งซิมบับเวแต่หน้ากว้างจะไม่เยอะเท่าฝั่งแซมเบีย

วันนี้จบกิจกรรมเท่านี้ กลับรีสอร์ทไปพักผ่อนและรับประทานอาหารค่ำที่ AVANI Theatre of Food

ราคาแต่ละเมนูก็ไม่แพงมากครับ

เราสั่ง Zambian pork chop กับ Venison-Zambian kudu มาแบ่งกันชิม เนื้อกวางกูดูอร่อยมาก ติดใจเลยอ่ะ

วันสุดท้าย

เรายังเหลืออีกหนึ่งกิจกรรมซึ่งเป็นไฮไลต์ที่ทำให้อยากมาน้ำตกวิคตอเรียที่สุด นั่นก็คือ ลงสระน้ำปีศาจ “Devil’s Pool” ริมขอบน้ำตกสุดเสียวไส้

Bushtracks จัดการจองรอบ 10.30 น. ให้เราเรียบร้อยแล้ว ค่าทัวร์ Devil’s Pool ราคา 105 USD มี 5 รอบต่อวัน รอบละ 24 คน

เช็คเวลาและราคาได้ที่ Tongabezi มีบริษัทเดียวที่ได้รับใบอนุญาตนะครับ

ช่วงเดือนที่สามารถลง Devil’s Pool ได้คือตั้งแต่ก.ย.-ต้นม.ค. แต่ถ้าปีไหนน้ำน้อยก็อาจลงได้ตั้งแต่ปลายเดือนส.ค. ครับ ถ้ามาในฤดูน้ำเยอะหมดสิทธิ์ลงเพราะกระแสน้ำแรงมากจะพัดพาตกหน้าผาได้

เราต้องไปลงเรือที่ท่า Sundeck ของ The Royal Livingstone Victoria Falls Zambia Hotel by Anantara ซึ่งอยู่ในรั้วเดียวกับ AVANI เดินไปได้ไม่ไกลหรือนั่งรถ shuttle ฟรีไปก็ได้

โรงแรมหรูหราไฮโซมากๆ ตกแต่งสไตล์วิคตอเรียนแบบผู้ดีอังกฤษ

รอคิวจัดแบ่งกรุ๊ปเล็กน้อย

ช้างป่ามาหากินตามธรรมชาติกันเลยทีเดียว

นั่งเรือประมาณ 5 นาทีก็ถึง Livingstone Island เกาะกลางแม่น้ำ Zambezi ดินแดนของแซมเบีย

ช่วงเดือนก.พ.-ส.ค. ที่ไม่สามารถลง Devil’s Pool ได้ แต่ก็สามารถมาปิคนิคบน Livingstone Island ได้ ยกเว้นเดือนเม.ย.-พ.ค. ที่น้ำจะท่วมเกาะ

ขึ้นเกาะแล้วต้องฝากของไว้ทั้งหมด เอาไปได้แค่โทรศัพท์มือถือและกล้อง GoPro

ไกด์พาไปชมวิวน้ำตกที่จุดแรก จุดนี้ถ้าน้ำเยอะก็จะมายืนไม่ได้

จากนั้นไปจุดที่ 2 ใกล้ Devil’s Pool ถ้าน้ำเยอะก็มายืนเก๊กถ่ายรูปไม่ได้เช่นกัน

เอาล่ะ! ไป Devil’s Pool กัน

จากจุดนี้ต้องเดินไปอีกนิดแล้วจับมือต่อๆ กัน ค่อยๆ เดินลงแม่น้ำ ว่ายน้ำตามเส้นทางที่ไกด์บอก ไม่ไกลครับ แต่ต้องว่ายน้ำแข็งพอสมควร ให้ระวังหินใต้น้ำที่ค่อนข้างคม ไม่ควรใส่รองเท้าแตะเพราะลื่นง่าย

รอคิวลง Devil’s Pool ตรงนี้

ผลัดกันลงไปแอ็คท่าถ่ายรูปโดยมีการ์ดคอยดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด รับรองปลอดภัยชัวร์ครับ

หมดเวลาสนุกแล้วสิ กรุ๊ปต่อไปมารอคิวแล้ว

ว่ายน้ำกลับไปกินของว่างบนเกาะเป็นเบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่เหมือนกัน แล้วนั่งเรือกลับโรงแรม The Royal Livingstone

นั่งรถ shuttle กลับ AVANI Victoria Falls

เราขอ late check out ตอนบ่าย 2 รอรถของ Bushtracks ไปส่งที่สนามบิน

ระหว่างทางขอแวะลงไปถ่ายรูปในเมือง Livingstone นิดหน่อย

สายการบิน Kenya Airways ไฟลท์ KQ783 ออกเดินทางจาก Harry Mwanga Nkumbula International Airport ในเวลา 18.05 น.

นั่งสบายๆ ประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ถึงสนามบิน Jomo Kenyatta กรุง Nairobi ประเทศ Kenya

รอต่อเครื่องที่สนามบินไนโรบีไม่ถึง 2 ชั่วโมง ไฟลท์ KQ886 ก็พร้อมออกเดินทางก่อนเที่ยงคืน หลับสนิทยาวหลังลุยแหลกทำกิจกรรมสุดเหวี่ยงมาหลายวันติด

ไฟลท์นี้เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลา 13.50 น. ครับ ใช้เวลาบินเกือบ 10 ชั่วโมง

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต