ข้ามแม่น้ำไรน์สู่ “Liechtenstein” เที่ยวเอง ประเทศจิ๋วที่แทบไม่มีใครรู้จัก

เที่ยวเอง รีวิว วาดุซ ลิคเทนสไตน์ Vaduz Liechtenstein

เที่ยวเอง สวิตเซอร์แลนด์ – ลิคเทนสไตน์

Itinerary Vaduz

เรื่องราวต่อจากตอน Zürich ครับ
ล่องลอยในสวรรค์บนดิน Switzerland ตอนที่ 1 “Zürich” จุดเริ่มต้นของดินแดนในฝัน

หลังจากนั่งรถไฟมาเกือบชั่วโมง 14.32 น. รถไฟก็เข้าจอดที่สถานีรถไฟ Sargans

1

ลากกระเป๋าออกจากสถานีรถไฟเดินตามถนน Bahnhofstrasse ตรงผ่านท่ารถบัสเพียง 200 เมตรก็ถึง Hotel zum Ritterhof ซึ่งเป็นที่พักในคืนนี้

2

อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินไปที่ท่ารถบัส Sargans Bahnhof ใกล้กับสถานีรถไฟ

ทันเวลา 15.36 น. พอดี รถเมล์สาย 12E (12120) ออกเดินทางมุ่งหน้ากรุง Vaduz (เวลานี้มีรถบัสออกทุกวันจันทร์-ศุกร์)

4

โชว์ Swiss Pass ให้คนขับรถดูแล้วนั่งรถเมล์ฟรี 20 นาทีก็ถึงสถานีรถบัส Vaduz, Post
(ปกติตั๋วรถไฟชั้น 2 + รถเมล์จาก Zürich ถึง Vaduz ราคารวมเที่ยวละ 37 ฟรังก์ ส่วนตั๋วรถบัสจาก Sargans ถึง Vaduz ราคาเที่ยวละ 5.80 ฟรังก์)
เช็คเวลาและราคารถเมล์ได้ที่ Switzerland Train  ราคาที่โชว์ตอนแรกคือราคา Half-Fare travelcard นะครับ แต่ราคาที่นักท่องเที่ยวต้องซื้อคือราคา No reduction ซึ่งเป็นราคา Half-Fare travelcard x 2 เข้าไปครับ

5

ลงรถเมล์ที่ป้าย Vaduz, Post ใจกลางกรุงวาดุซ เมืองหลวงของประเทศลิคเทนสไตน์หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ
ราชรัฐลิคเตนสไตน์ (Fürstentum Liechtenstein) ประเทศเล็กๆ นี้มีพื้นที่เพียง 160 ตารางกิโลเมตร เล็กเป็นอันดับที่ 4 ของทวีปยุโรป ตั้งอยู่ระหว่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย ห่างจากซูริค 110 กิโลเมตร

photo credit: www.stepmap.de
photo credit: www.stepmap.de

จากป้ายรถเมล์ เดินขึ้นบันไดแคบๆ ไปก็เห็น Liechtensteisches Landes Museum หรือพิพิธภัณฑสถาน
แห่งชาติลิคเทนสไตน์

เลี้ยวขวาไปมีอาคารสามเหลี่ยมหน้าจั่วสีน้ำตาลอ่อนมีธงชาติลิคเทนสไตน์อยู่ด้านหน้า นั่นคือ Landtagsgebäude หรืออาคารรัฐสภาของประเทศ

8

เลยไปนิดเป็นที่ตั้งของ Regierungsgebäude คือทำเนียบรัฐบาล และ St. Florinskirche (Kathedrale St. Florin) หรือ Vaduz Cathedral โบสถ์ศิลปะนีโอโกธิคประจำเมือง

9

เดินตามถนน Städtle ไปทางทิศเหนือผ่าน Liechtensteisches Landes Museum ไป มองขึ้นไปบนยอดเขาก็จะเห็น Schloß Vaduz หรือปราสาทวาดุซซึ่งเป็นที่ประทับกษัตริย์ลิคเทนสไตน์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จึงไม่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชม

10

กรุงวาดุซมีขนาดเล็กมากมีถนนหลักคือ Städtle เดินตามถนนสายนี้ต่อไปไม่ไกลก็ถึง Rathaus หรือที่ว่าการเมืองวาดุซ

11

โดยทั่วไปแล้วไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่เองหรือมากับกรุ๊ปทัวร์ก็จะเดินเล่นอยู่แค่แถวๆ นี้เท่านั้น แต่ขึ้นชื่อว่า “เที่ยวเอง” แล้วจะต้องแตกต่างจากคนอื่นครับ

ผมเดินต่อไปถึงสามแยกตัว Y แยกซ้ายไปจนสุดถนน Städtle เจอวงเวียนเล็กๆ เดินตรงเข้าถนน Lettstrasse ไปเรื่อยๆ ตลอดทางแทบไม่มีคนหรือรถขับผ่านไปมาเลย เดินประมาณ 1 กิโลเมตรก็ถึง Rheinpark Stadion สนามกีฬาแห่งชาติตั้งอยู่ริมแม่น้ำไรน์ซึ่งคั่นพรมแดนลิคเทนสไตน์กับสวิตเซอร์แลนด์

12

แต่ความเจ๋งไม่ได้อยู่ที่สนามฟุตบอลแห่งนี้หรอกครับ ผมเดินต่อไปทางซ้ายมือตามถนน Rheinstrasse ซึ่งเป็นถนนสำหรับรถวิ่งไม่มีฟุตบาทหรือพื้นที่ให้เดินเลย แต่มีทางจักรยานอยู่บนเนิน เลยแหวกพงหญ้าเดินขึ้นคันเนินไปที่ทางจักรยานด้านบนที่ดูจะเดินได้ปลอดภัยกว่า พอขึ้นไปถึงทางเดินด้านบนก็เห็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำอยู่ไกลๆ

เดินเลียบริมแม่น้ำไรน์ไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตรก็ถึงเชิงสะพาน Rheinbrücke สะพานไม้โบราณที่สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1901 เพื่อใช้ข้ามแม่น้ำไรน์เชื่อมกรุง Vaduz กับ Sevelen เขตการปกครองหรือเมืองเล็กๆ ของสวิตเซอร์แลนด์ สะพานไม้แบบท้องถิ่นสวิสที่โครงสร้างด้านล่างเป็นเหล็กมีความยาว 135 เมตร ด้านในกว้าง 4.2 เมตร ก่อนปี 1976 เคยเปิดให้รถมอเตอร์ไซด์สามารถข้ามได้ แต่ด้วยโครงสร้างที่เป็นไม้ทำให้อาจไม่ปลอดภัยได้ ในปัจจุบันจึงอนุญาตให้คนเดินข้ามได้อย่างเดียว โดยสะพานนี้อยู่ในความควบคุมของทางการลิคเทนสไตน์

13

ตรงกลางสะพานมีป้ายแบ่งเขตแดน Liechtenstein กับ Schweiz เดินข้ามประเทศกลับไปยังฝั่งสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งอยู่ข้างหน้าในรูปนี้เลยครับ

14

15

ลงจากสะพานเลี้ยวซ้ายเดินตามถนนเลียบริมแม่น้ำไรน์ที่สองข้างทางแทบไม่มีอะไรเลย บรรยากาศแบบชนบทมากๆ พอถึงเชิงสะพานรถข้ามก็เลี้ยวขวาเข้าถนน Rheinstrasse เดินตรงไปเรื่อยๆ ลอดอุโมงค์ไปก็ถึงสถานีรถไฟ Sevelen (รวมระยะทางประมาณ 1.4 กิโลเมตร)

ตอนนั้นเพิ่งจะ 6 โมงครึ่งเอง ยังมีเวลาเหลืออีกชั่วโมงกว่าๆ ก่อนจะถึงเวลารถไฟกลับ Sargans ตอน 20.10 น. เลยแวะรับประทานอาหารเย็นฆ่าเวลาซะเลย

16

อิ่มแล้วก็เดินไปสถานีรถไฟที่ไม่ควรจะเรียกว่าสถานีเลยครับ ควรเรียกว่าป้ายจอดรถไฟมากกว่า เพราะเล็กมากๆ ไม่มี
เจ้าหน้าที่อยู่เลย มีแค่รางเดียว รถไฟบางขบวนก็ไม่จอดขับผ่านไปเลย มีแต่รถไฟท้องถิ่นเท่านั้นที่จะจอดรับผู้โดยสารที่สถานีนี้

photo credit: www.youtube.com
photo credit: www.youtube.com

ยืนรอรถไฟอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงรถไฟ R 7983 ก็มาจอดรับ นั่งรถไฟไปแค่ 10 นาที ก็กลับถึงสถานีรถไฟ Sargans แล้ว เดินกลับโรงแรม คืนนี้ค้างที่ Sargans 1 คืนครับ

ตามไปเที่ยวสวิสกันต่อที่ Luzern นะครับ


Accommodation: 
Hotel zum Ritterhof

Transportation: Switzerland Train

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต