เที่ยวเอง AUSTRIA แต่ละทีต้องมีเมืองใหม่ๆ ตอนที่ 2 “Tirol – Salzburg Road Trip” ขับรถเที่ยวหมู่บ้านกลางหุบเขา เมืองสงบริมทะเลสาบ และเมืองน้ำแร่บนภูเขาสูง

เที่ยวเอง รีวิว คิตซ์บูเฮล ซาลซ์บวร์ก ออสเตรีย kitzbuhel maria alm zell am see bad gastein werfen austria

เราตั้งใจมาเที่ยวออสเตรียเป็นครั้งที่ 4 เพื่อตามเก็บหลายเมืองทางตะวันตกที่ยังไม่เคยไป

เมื่อวานเรานั่งรถไฟจากประเทศเยอรมันเข้าออสเตรียทางเมือง Kufstein แวะเดินชมเมืองก่อนนั่งรถไฟต่อไปเดินเที่ยวและค้างคืนที่เมือง Innsbruck ตามรีวิวนี้ครับ
เที่ยวเอง AUSTRIA แต่ละทีต้องมีเมืองใหม่ๆ ตอนที่ 1 “Kufstein – Innsbruck” สองเมืองสุดงดงามในเทือกเขาแอลป์

สองวันสุดท้ายของทริปนี้ เรานั่งรถไฟจากเมือง Innsbruck ไปเริ่มต้นขับรถเที่ยวที่เมือง Kitzbühel ในรัฐ Tirol เข้าสู่รัฐ Salzburg แวะถ่ายรูปวิวสวยๆ ที่หมู่บ้าน Maria Alm am Steinernen Meer และเมือง Zell am See ริมทะเลสาบ Zeller See แล้วไปค้างคืนที่เมืองน้ำแร่ Bad Gastein

ตอนเช้า แช่น้ำแร่ให้สบายตัว จากนั้นขับรถขึ้นภูเขาสูงซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์สุดคลาสสิกเรื่อง The Sound of Music ในเขตเมือง Werfen และจบ road trip ที่เมือง Salzburg นั่งรถไฟกลับไปค้างคืนที่ Munich เพื่อบินกลับไทยในวันรุ่งขึ้น

photo credit: stumbleweb.info

รวมรีวิวตั้งแต่ตอนแรกของทริปมาให้อ่านตามลิ้งค์ข้างล่างนี้ด้วย
เที่ยวเอง GERMANY กี่ครั้งก็ยังไม่พอ ตอนที่ 1 “Bamberg – Coburg” สองเมืองทางเลือกใหม่ในบาวาเรีย
เที่ยวเอง GERMANY กี่ครั้งก็ยังไม่พอ ตอนที่ 2 “Leipzig” ชีวิตชีวาแห่งเยอรมันตะวันออก
เที่ยวเอง GERMANY กี่ครั้งก็ยังไม่พอ ตอนที่ 3 “Dresden” เมืองเก่าแก่ที่สร้างใหม่ให้เหมือนเก่า
เที่ยวเอง GERMANY กี่ครั้งก็ยังไม่พอ ตอนที่ 4 “Basteibrucke – Bautzen” ทริปไปเช้าเย็นกลับจากดรีสเดน
เที่ยวเอง Poland รอบสอง..ต้องหาเมืองใหม่ๆ เที่ยว ตอนที่ 1 “Wroclaw – Lodz เมืองสีสันสวยสด กับ เมืองโมโนโทนของคนสายฮิป
เที่ยวเอง Poland รอบสอง..ต้องหาเมืองใหม่ๆ เที่ยว ตอนที่ 2 “Krakow – Katowice” พาชมสองเมืองต่างเสน่ห์ของโปแลนด์ใต้
เที่ยวเอง Czech อีกที..ต้องมีแตกต่าง ตอนที่ 1 “Mikulov – Brno – Telc” 3 เมืองสวยของเช็กที่คนไทยยังไม่ค่อยไป
เที่ยวเอง Czech อีกที..ต้องมีแตกต่าง ตอนที่ 2 “Prague” ใบไม้หลากสีที่กรุงปราก
เที่ยวเอง Czech อีกที..ต้องมีแตกต่าง ตอนที่ 3 “Karlovy Vary” เดินชมเมืองสวยแท้ จิบน้ำแร่ แช่สปา
เที่ยวเอง Czech อีกที..ต้องมีแตกต่าง ตอนที่ 4 “Cheb – Loket” เที่ยว 2 เมืองใกล้ๆ Karlovy Vary แบบไปเช้าเย็นกลับ
เที่ยวเอง GERMANY กี่ครั้งก็ยังไม่พอ ตอนที่ 5 “Regensburg” กลับสู่บาวาเรียเที่ยวเมืองมรดกโลกริมแม่น้ำดานูบ

ดูแผนที่ทริปประกอบเพื่อความเข้าใจมากขึ้นนะครับ

วันที่ 17 ของทริป

ออกจาก Hotel Goldene Krone เดินตรงไปยังสถานีรถไฟกลาง Innsbruck Hbf กดตู้ซื้อตั๋วรถไฟ Innsbruck – Kitzbühel ใบละ 15.80 ยูโร

รถไฟขบวน IC 515 ออกจากชานชาลาในเวลา 08.21 น. ใช้เวลา 1 ชั่วโมงนิดๆ ก็เข้าจอดที่สถานีรถไฟ Kitzbühel Bahnhof

Kitzbühel (คิตซ์บูเฮล) เมืองเล็กๆ แสนคลาสสิกท่ามกลางขุนเขาในรัฐ Tirol ทางตะวันตกของประเทศ เมืองที่สร้างขึ้นในช่วงยุคกลางแห่งนี้มีชื่อเสียงจากการเป็นเมืองกีฬาฤดูหนาวที่ฮอตฮิตที่สุดแห่งหนึ่งของเขตเทือกเขาแอลป์ โดยได้ชื่อว่าเป็นสนามสุดท้าทายของนักสกีทั่วโลก

photo credit: www.picswe.com

ออกจากสถานีรถไฟ ตรงข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ Kitzbüheler Ache เลี้ยวซ้ายที่สามแยกใหญ่แล้วตรงยาวไปรับรถที่ออฟฟิศของ Hertz (ระยะทางราว 550 เมตร)

เราจองรถมาล่วงหน้าแล้ว ค่าเช่ารถ 2 วัน 298 ยูโร รวมค่าประกันภัยสูงสุด ยางสำหรับฤดูหนาว บางเส้นทางในออสเตรียจะต้องเสียค่าผ่านทางพิเศษ (toll) เส้นทางไหนต้องจ่ายค่า toll บ้าง? ตอน search google จะเขียนบอกเลยว่า “This route has tolls” ครับ ตอนรับรถให้ถามเจ้าหน้าที่ด้วยว่ามีบัตร toll ให้ด้วยมั้ย? แต่เท่าที่รู้คือสามารถจ่ายเงินสดที่ทางออกของทางพิเศษได้ครับ โชคดีที่เส้นทางที่เราจะใช้ไม่ต้องเสียค่า toll เลย

รับรถเสร็จแล้ว แต่ขอจอดไว้ที่เดิมก่อน ขอเดินเล่นในเมือง Kitzbühel แป๊บนึง

เดินตามถนน Josef-Pirchl-Straße หน้าออฟฟิศ Hertz ตรงไปนิดก็ถึงโบสถ์ Liebfrauenkirche Kitzbühel

ตรงต่อเข้าสู่ถนน Vorderstadt ถนนการค้าสายหลักของเมืองซึ่งเรียงรายด้วยบ้านเรือนหลากสีและเป็นที่ตั้งของ Katharinenkirche (St. Catherine’s Church) โบสถ์เก่าแก่ของเมืองที่สร้างขึ้นราวปีค.ศ. 1360 ในสถาปัตยกรรมโกธิค

ถนนสายนี้ยาวไม่ถึง 200 เมตร เดินนิดเดียวก็สุดทางแล้ว

เดินกลับอีกทางตามถนน Hinterstadt ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Rathaus หรือที่ว่าการเมืองคิตซ์บูเฮล

เดินผ่านโบสถ์ Liebfrauenkirche Kitzbühel กลับไปเอารถที่ลานจอดรถ

วันนี้ท้องฟ้าไม่ค่อยใส เลยตัดสินใจไม่เดินขึ้นไปยังจุดที่มองลงมาเห็นเมืองทั้งหมด (พิกัดใน google map คือ 47.452127, 12.386370) เดินขึ้นเนินเขาหลังโบสถ์ Liebfrauenkirche Kitzbühel แค่ 600 เมตรก็ถึงแล้ว

ไป Maria Alm (52 กม.)

Maria Alm หรือ Maria Alm am Steinernen Meer คือชุมชนในเขตการปกครอง Zell am See รัฐ Salzburg ทางตอนกลางของออสเตรีย ชุมชนที่ตั้งอยู่บนแนวเทือกเขาแอลป์ในระดับความสูง 802 เมตรแห่งนี้มีชื่อเสียงจากการเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในช่วงฤดูหนาว ในเขตชุมชนมีพื้นที่สำหรับเล่นสกีมากกว่า 30 แห่ง

photo credit: www.thalerhof.at

ขับรถไปจอดที่ Hotel Thalerhof ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปมุมเอกลักษณ์ที่มองเห็นโบสถ์ Wallfahrtskirche และหมู่บ้าน Maria Alm

เราตั้งใจแวะมาที่นี่เพราะชอบวิวตรงนี้มากครับ

ถ้าจะนั่งรถสาธารณะก็มีรถเมล์สาย 620, 621 จากสถานีรถไฟ Saalfelden สามารถ search วิธีการเดินทางจากเมืองต่างๆ ของออสเตรียจาก google map ได้เลยครับ

ไป Zell am See (19 กม.)

จอดรถใกล้ๆ Schloss Rosenberg (Rathaus) หรือที่ว่าการเมือง

ค่าจอดรถไม่แพงครับ จอดไม่เกิน 57 นาที 0.50 ยูโร, ไม่เกิน 60 นาที 0.60 ยูโร, ไม่เกิน 63 นาที 0.70 ยูโร, ไม่เกิน 66 นาที 0.80 ยูโร คือเพิ่ม 0.10 ยูโรทุกๆ 3 นาที จอดได้นานสุด 3 ชั่วโมง ค่าจอด 4.60 ยูโร

เดินเล่นในเมือง Zell am See

เดินไปคนละทางกับ Rathaus ข้ามถนนตรงเข้าถนน Dreifaltigkeitsgasse นิดเดียวก็แยกขวาไปยัง Stadtplatz จัตุรัสกลางเมืองที่ตั้งของ Stadtpfarrkirche zum heiligen Hippolyt (Pfarrkirche hl. Hippolyth) หรือโบสถ์ Saint Hippolytus Church

เดินผ่านโบสถ์แล้วเลี้ยวซ้ายตรงไปอีกนิดก็ถึงริมทะเลสาบ Zeller See

มองไปทางซ้ายก็เห็น Grand Hotel โรงแรมหรูริมทะเลสาบ

ตรงเข้าเมืองทางถนน Seegasse จุดนี้คือมุมเอกลักษณ์ของเมือง

เดินตามถนน Seegasse พอสุดทางก็เลี้ยวซ้ายกลับไปที่ Stadtplatz เดินกลับไปที่จอดรถ

เลี้ยวซ้ายขับตามถนนหลักเลียบทะเลสาบไม่ไกลแล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นเขาไปยังโรงแรม Pfefferbauer ซึ่งสามารถมองเห็นวิวได้ทั้งทะเลสาบ (เส้นทางช่วงนี้ต้องดู google map ประกอบหน่อยครับ) ก่อนถึงโรงแรมทางดันปิดเลยขับขึ้นไปต่อไม่ได้ ต้องขับย้อนลงไปหน่อยแล้วลองเดินหาจุดถ่ายรูปอื่น ได้ภาพมาเท่านี้ครับ

เมือง Zell am See มีสถานีรถไฟครับ
เช็คเวลาและค่าตั๋วรถไฟออสเตรียได้ที่ Austria train

ไป Bad Gastein (48 กม.)

พักที่ Pension Charlotte เป็นบ้านของคุณลุงใจดีอยู่ห่างจากสถานีรถไฟ Bad Gastein Bahnhof 450 เมตร

สามารถนั่งรถไฟมาเมือง Bad Gastein ได้
เช็คเวลาและค่าตั๋วรถไฟออสเตรียได้ที่ Austria train

วันที่ 18 ของทริป

เดินเที่ยวเมือง Bad Gastein

Bad Gastein คือเมืองเล็กๆ ในเขตการปกครอง St. Johann im Pongau รัฐ Salzburg ทางตอนกลางของออสเตรีย เมืองนี้ตั้งอยู่บนแนวภูเขา Hohe Tauern ความสูง 1,002 เมตรจากระดับน้ำทะเล โดยเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางการทำสปาน้ำแร่เพื่อสุขภาพมาตั้งแต่ช่วงยุคกลาง

ออกจากบ้านเดินลงไปยังถนนสายหลักของเมืองชื่อ Bahnhofplatz เลี้ยวขวาไปนิดก็ถึง Felsentherme Bad Gastein สระน้ำแร่ขนาดใหญ่ในเมืองซึ่งมีทั้งในร่มและกลางแจ้ง เปิดทุกวันตั้งแต่ 09.00-21.00 น. ช่วงหน้าหนาว (25 ธ.ค.-17 มี.ค.) เปิดถึง 22.00 น. ค่าเข้าสปาและซาวน่าแบบ 3 ชั่วโมง ราคาคนละ 24 ยูโร

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Felsentherme Bad Gastein

ขอเดินไปน้ำตกกลางเมืองก่อนแล้วค่อยกลับมาแช่น้ำแร่ที่นี่ครับ

เดินเลยไปหน่อยคือสถานีรถไฟ Bad Gastein Bahnhof

เดินขึ้นเนินทางขวามือไปก็เห็น Hotel Salzburger Hof

จากจุดนี้ต้องอาศัย google map ช่วยนำทางละครับ เส้นทางขึ้นลงเนินโค้งซ้ายขวา อธิบายไม่ถูกครับ

ที่หมายของเราคือน้ำตกกลางเมืองชื่อว่า Wasserfall

เดินขึ้นเขาไปชมวิวเมืองที่มองเห็น Nikolauskirche (St. Nicholas Church) โบสถ์คาทอลิกสถาปัตยกรรมโกธิคสัญลักษณ์สำคัญของเมืองที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1412

ขึ้นบันไดสูงขึ้นไปอีก

ข้ามสะพานหาทางเดินลงเขากลับไปยัง Felsentherme Bad Gastein จ่ายเงินค่าเข้าใช้บริการ 24 ยูโร + ค่าผ้าเช็ดตัวอีก 4 ยูโร (เตรียมมาเองก็ได้)

ที่นี่เป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของคนท้องถิ่นและละแวกใกล้เคียง นักท่องเที่ยวเอเชียแทบไม่รู้จักเลยครับ มีสระน้ำแร่ทั้งอินดอร์และกล้างแจ้ง แบ่งโซนเป็นสระสำหรับผู้ใหญ่และเด็กด้วย

แช่น้ำแร่อุ่นๆ ท่ามกลางโอบล้อมของเทือกเขาสูงในอุณหภูมิเกือบ 0 องศา สบายสุดๆ ครับ 😀

รับประทานมื้อเที่ยงที่นี่ก่อนขับรถต่อไปเมือง Werfen อีก 54 กม.

Werfen เมืองการค้าในเขตการปกครอง St. Johann im Pongau ของรัฐ Salzburg เมืองนี้อยู่ในพื้นที่หุบเขาริมแม่น้ำ Salzach ระหว่างบาวาเรียกับออสเตรียจึงเป็นศูนย์กลางการค้าขายแลกเปลี่ยนในช่วงยุคกลาง

ภูเขาสูงในเขตเมืองเป็นหนึ่งในฉากถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังในทศวรรษ 60 เรื่อง The Sound of Music ด้วย

photo credit: www.oversixty.com.au

เดินทางมาเมือง Werfen โดยรถไฟได้ครับ
เช็คเวลาและค่าตั๋วรถไฟออสเตรียได้ที่ Austria train

ในเมืองแวร์เฟนไม่มีที่เที่ยวครับ แวะไปเดินดูแค่แถวถนน Markt ถนนสายหลักของเมืองแป๊บเดียว

ขับรถขึ้นเขาไปยังจุดถ่ายทำภาพยนตร์ The Sound of Music

วิวระหว่างทาง

ตรงนี้เป็นสนามหญ้ากว้างที่มีฉากหลังเป็น Festung Hohenwerfen อยู่ไกลๆ

Festung Hohenwerfen (Hohenwerfen Castle) ปราสาทป้อมปราการบนภูเขาสูง 623 เมตรเหนือเขตเมือง Werfen ห่างจากเมือง Salzburg ไปทางใต้ประมาณ 40 กิโลเมตร ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นด้วยหินตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 11 โดยอาร์ชบิชช็อปแห่งซาลซ์บวร์ก ทำให้ได้ชื่อว่าเป็นปราสาทน้องสาวของ Festung Hohensalzburg (Hohensalzburg Fortress) ป้อมปราการอันโด่งดังของเมือง Salzburg

ปราสาทเปิดให้เข้าชมด้านในช่วงประมาณเดือนเม.ย.-ต.ค. ซื้อออนไลน์ราคา 13 ยูโร
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ visit Hohenwerfen Castle

 อีกฝั่งแม่น้ำ Salzach ทางด้านเหนือของเขตเมืองมี Eisriesenwelt ถ้ำหินปูนตามธรรมชาติซึ่งได้ชื่อว่าเป็นถ้ำน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้มีโครงสร้างภายในยาวถึง 42 กิโลเมตร โดยเปิดให้เข้าชมได้เฉพาะช่วงเดือนพ.ค.-ต.ค. ค่าเข้าชมแบบรวมเคเบิ้ลคาร์ด้วยราคา 24 ยูโร

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ visit Eisriesenwelt

เราไปกลางเดือนพ.ย. ถ้ำปิดแล้วครับ

ไปคืนรถที่ Salzburg (55 กม.)

ออฟฟิศของ Hertz ปิดแล้ว แต่สามารถคืนรถที่ปั๊ม Shell ใกล้ๆ ได้ จุดคืนรถอยู่ห่างจากสถานีรถไฟกลาง Salzburg Hbf แค่ 400 เมตร

นั่งรถไฟกลับ Munich

กดตู้ซื้อ Bayern-Ticket (Bavaria-Ticket) ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่ 1-5 คนเดินทางพร้อมกัน ตั๋วแบบนี้ถูกกว่าซื้อตั๋วรถไฟ Salzburg – Munich เยอะเลย

ตั๋วชนิดนี้ใช้โดยสารรถสาธารณะในเมืองต่างๆ ในแคว้นบาวาเรียได้ทุกชนิด ได้แก่ รถไฟใต้ดิน รถเมล์ และรถราง รวมทั้งสามารถใช้เดินทางโดยรถไฟชั้น 2 ขบวน RB, RE, IRE, ALX, S-Bahn, BOB (Bayerische Oberlandbahn) และรถบัสไปยังเมืองต่างๆ ในรัฐบาวาเรียได้ไม่จำกัดภายในระยะเวลา 1 วัน (ยกเว้นรถไฟทางไกลขบวน IC, EC, ICE, D, RJ, TGV และรถไฟกลางคืนขบวน CNL, EN) โดยในวันจันทร์-ศุกร์ ใช้ได้ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึงตี 3 ของอีกวัน (18 ชั่วโมง) ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดราชการใช้ได้ตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึงตี 3 ของอีกวัน (27 ชั่วโมง)

อัพเดทราคาและเงื่อนไขการใช้ตั๋วได้ที่ Bayern-Ticket

ขึ้นรถไฟขบวนที่ขึ้นต้นด้วยตัว M ซึ่งจะออกทุกนาทีที่ 15 ของแต่ละชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมงก็ถึงสถานีรถไฟกลาง München Hbf (ใช้ Bayern-Ticket ขึ้นรถไฟด่วน Raijet หรือ RJ ไม่ได้)

เช็คเวลาและค่าตั๋วรถไฟออสเตรียได้ที่ Austria train

เดินไปเช็คอินที่โรงแรม Dolomit เหมือนเดิม ค้างคืนที่ Munich

วันสุดท้าย

กลับกรุงเทพฯ

ช่วงเช้าเราไม่จัดโปรแกรมเที่ยวมิวนิคแล้วเพราะไฟลท์ของการบินไทยจะออกประมาณบ่ายโมงครึ่ง

นั่งรถไฟท้องถิ่น (ขบวน S หมายเลขต่างๆ) จากสถานีรถไฟกลาง München Hbf ไปสนามบิน MUC München Airport (Munich International Airport) ค่าตั๋ว Einzelfahrkarte Erwachsene สำหรับผู้ใหญ่ราคา 11.60 ยูโร ใช้เวลา 40-43 นาทีถึง München Flughafen Terminal

ค้นหาตารางเวลาและค่าตั๋วรถไฟเยอรมันได้ที่ www.bahn.com

รีบมาเช็คอินเพื่อเข้าไปใช้เลานจ์ Star Alliance ของการบินไทยเพราะมีบัตรทอง ROP ซึ่งมีสิทธิ์พาน้องชายเข้าได้ด้วย แม้ว่าจะไม่ได้บิน Business Class ก็ตาม เลิฟสิทธิประโยน์ดีๆ ของบัตรทองการบินไทยจริงๆ 🙂

13.35 น. สายการบินไทยเที่ยวบิน TG 925 ออกจากสนามบินมิวนิค

06.10 น. ของวันรุ่งขึ้นก็กลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

เช็คตารางเวลาและซื้อตั๋วเครื่องบินได้ที่ www.thaiairways.com

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต