เที่ยวเอง..แลปแลนด์ “SWEDEN” ตอน “Kiruna – ICEHOTEL” ค้างคืนในโรงแรมน้ำแข็งแห่งแรกของโลก

เที่ยวเอง รีวิว คิรูนา โรงแรมน้ำแข็ง แลปแลนด์ สวีเดน tieweng review kiruna icehotel lulea uppsala stockholm lapland sweden การบินไทย

เปิดแผนที่สวีเดนมาดู ตอนเหนือยังโล่งอยู่เลย

คนที่มาเที่ยวสวีเดนส่วนใหญ่ก็จะอยู่แค่ Stockholm เมืองใกล้ๆ และเมืองทางใต้ เราก็เหมือนกัน มาสวีเดน 2 ครั้งก็อยู่แค่แถวนั้นแหละ

ครั้งนี้เลยตั้งใจว่าจะไปเก็บแผนที่ทางเหนือของสวีเดนที่ยังว่างโล่งโจ้งอยู่คือเมือง Kiruna และ Luleå ซึ่งช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงที่เหมาะมากๆ จึงวางแผนไปพร้อมกับ Lofoten ทางเหนือของนอร์เวย์ซะเลย แล้วค่อยนั่งรถไฟไปบินกลับจาก Stockholm โดยสายการบินไทย

ความเดิมจากตอนที่แล้วที่เราไปเที่ยว Lofoten และไปค้างคืนที่เมือง Tromsø อ่านรีวิวได้ที่นี่
เที่ยวเอง “NORWAY” อีกกี่ครั้งถึงจะครบ ตอน “Lofoten” กลุ่มเกาะวิวสุดปังดั่งภาพวาด

ตอนท้ายรีวิว Lofoten เรานั่งรถเมล์สาย 100 จากสถานีรถบัสกลาง Tromsø Prostneset ตอน 10 โมงครึ่ง เกือบ 4 ชั่วโมง ไปลงที่ป้าย Bromsgård บนถนนสายหลักของเมือง Narvik (ก่อนถึงสถานีรถบัสกลาง Narvik Rutebilstasjonen)

เช็คตารางรถเมล์ได้ที่ www.tromskortet.no คลิก Timetables เลือก Regional bus lines 2020 แล้วเลือกสายรถเมล์ที่ต้องการ

ตามแผน พอลงรถแล้วจะเดินย้อนขึ้นทางลาดแล้วเลี้ยวขวาลงเนินไปสถานีรถไฟ Narvik Stasjon เพื่อขึ้นรถไฟไปเมือง Kiruna ตอน 15.15 น. รถไฟจะถึงสถานีรถไฟ Kiruna Stasjon เกือบ 6 โมงเย็น ซื้อตั๋วรถไฟ Navik – Kiruna ออนไลน์ราคา 135 SEK (470 บาท) มาแล้วด้วย

เช็คตารางเวลารถไฟและซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ Sweden train

พอถึงสถานีรถไฟ Kiruna Stasjon ก็นั่ง free shuttle bus ซึ่งวิ่งระหว่างสถานีรถไฟกับสถานีรถบัสตามเวลารถไฟออกและมาถึง (ระยะทางราว 2.5 กิโลเมตร) แล้วเดินจากสถานีรถบัสไป SPiS Hotel & Hostel

แต่ความจริง พอลงรถเมล์ที่ป้าย Bromsgård (ตรงข้าม Quality Hotel Grand Royal) ในเมือง Narvik และกำลังเดินไปสถานีรถไฟ

โชคดีเจอนักสกีชาวสโลวาเกียทักว่า “กำลังจะไปสถานีรถไฟใช่มั้ย” “วันนี้รถไฟไป Kiruna ยกเลิกนะ” ยืนงงแป๊บนึง เค้าบอกต่อว่า “ต้องไปโดยรถบัสที่จะออกตอน 5 โมงเย็นแทน” เราลองเช็คข้อมูลดูก็จริงตามที่เค้าบอก

เลยหาข้าวกินก่อนแล้วเดินไปสถานีรถบัสกลาง Narvik Rutebilstasjonen (Narvik AMFI) ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 500 เมตร (อยู่ด้านหลังลานจอดรถชั้นล่างของห้าง AMFI Narvik)

นั่งรอรถบัสในสถานี 5 โมงตรง รถเมล์สาย 91 มาจอดรับผู้โดยสาร
เช็คตารางรถเมล์ได้ที่ Lanstrafiken Norrbotten

นั่งรถเมล์ 2 ชั่วโมง 40 นาที (พอๆ กับรถไฟ) ถึงสถานีรถบัส Kiruna Busstation (Bussgods i Norrbotten ใน Google map) จ่ายค่าตั๋วคนละ 359 SEK (1,230 บาท) แพงมากกก!

เส้นทาง Narvik – Kiruna นั่งรถไฟถูกกว่าเยอะและเสียเวลาต่อรถน้อยกว่าเกือบ 2 ชั่วโมง แต่สถานีรถไฟอยู่นอกศูนย์กลางเมือง ต้องนั่ง shuttle bus ฟรีมาที่สถานีรถบัสอีก เราเลยเลือกใช้รถไฟตั้งแต่แรก แต่สรุปต้องเสียค่ารถเมล์เพิ่มเพราะรถไฟยกเลิก เซ็งหน่อยๆ

คืนนี้ค้างในเมือง Kiruna ก่อน

วันที่ 6 ของทริป

ตอนเช้า เดินเล่นในเมือง Kiruna ซึ่งมีที่เที่ยวอยู่ที่เดียวคือ Kiruna Kyrka (Kiruna Church) ซึ่งมองจากโรงแรมไปก็เห็นแล้ว

โบสถ์มรดกทางวัฒนธรรมของสวีเดนนี้สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1912 ในสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคสมัยใหม่ ผลงานการออกแบบของ Gustaf Wickman แต่ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนศิลปะด้านนอกเป็นสไตล์อาร์ทนูโว โบสถ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในโบสถ์ไม้ขนาดใหญ่ที่สุดของสวีเดนอีกด้วย

เข้าชมภายในโบสถ์ได้ฟรีครับ

หาอะไรกินมื้อเที่ยงที่ Cafe Safari ใกล้สถานีรถบัส

บ่ายโมง เดินไปสถานีรถบัส Kiruna Busstation รอรถเมล์สาย 501 ที่จะออกไป Icehotel ตอน 13.10 น.

เช็คตารางรถเมล์ได้ที่ Lanstrafiken Norrbotten

จ่ายค่ารถคนละ 46 SEK (ประมาณ 150 บาท) ด้วยบัตรเครดิตเท่านั้น (ถ้าซื้อผ่านแอพฯ Länstrafiken i Norrbotten จะได้ลดราคา 10%) แล้วนั่งรถ 26 นาทีไปลงที่ป้าย Jukkasjärvi Icehotel หน้าทางเข้า ICEHOTEL

โรงแรมน้ำแข็งนี้เป็นสถานที่ที่เราตั้งใจมาพักค้างคืนเพื่อสัมผัสบรรยากาศหนาวเย็นแบบขั้วโลกเหนือเส้น Arctic Circle และลุ้นแสงเหนืออีกครั้งเหมือนตอนพักในกลาสอิกลูที่ Kakslauttanen ที่แลปแลนด์ของฟินแลนด์

ห้องพักมีให้เลือกแบบ Warm Room ซึ่งมีแบบย่อยๆ อีก ราคาถูกสุดประมาณ 7,500 บาท และแบบ Cold Room คือห้องน้ำแข็งที่มีหลายระดับราคาตั้งแต่ประมาณคืนละ 450 ยูโรขึ้นไป

ดูรายละเอียดห้องแต่ละประเภทได้ที่ www.icehotel.com

แขกที่เข้าพักที่ ICEHOTEL สามารถเข้าชมห้องน้ำแข็งได้ตลอดเวลาจนถึง 6 โมงเย็น แต่ถ้าไม่ได้พักที่นี่ก็สามารถเข้าชมได้ผ่านไกด์ทัวร์ตั้งแต่ 10.00-18.00 น. รอบภาษาอังกฤษมีตอนเที่ยงและ 4 โมงเย็น ค่าทัวร์คนละ 349 SEK (เกือบ 1,200 บาท)

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ visit Icehotel

ห้องพักน้ำแข็งอยู่ในอาคารถาวรและที่สร้างเฉพาะช่วงฤดูหนาว (กลางธ.ค.-กลางเม.ย.) แต่ละห้องออกแบบโดยศิลปินดังของหลายๆ ชาติ เปิดเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์และใช้พักจริงด้วย

ไปชมความสวยงามเว่อร์วังของประติมากรรมน้ำแข็งกันเลย

เริ่มต้นที่อาคารชั่วคราว ห้องส่วนใหญ่หน้าตาคล้ายๆ กัน แต่ก็มีห้องที่โดดเด่นอยู่บ้าง

ไปอาคารถาวรบ้าง

เข้าไปถึงก็เจอ Icebar ก่อนเลย ใครอยากสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ มาดื่มคลายร้อนก็เชิญตามสบาย 555

มาดูห้องพักแบบน้ำแข็งที่ให้ความรู้สึกเหมือนนอนอยู่ในช่องฟรีซของตู้เย็นบ้าง แต่ละห้องแกะสลักอย่างสวยงามจริงๆ

สำหรับกิจกรรมที่น่าสนใจก็คือลากเลื่อนหมาฮัสกี้ แต่ครั้งนี้เราไม่ได้เล่นครับ

วันนี้ฟ้าใสทั้งวัน แต่ค่า KP แค่ 3 คืนนี้พอลุ้นเห็นแสงเหนือได้ แล้วก็มาจริงๆ แต่มาแป๊บเดียวและไม่แรงทั่วฟ้า เสียดายเล็กๆ อ่ะ

คืนนี้นอนที่ ICEHOTEL

วันที่ 7 ของทริป

แฮฟเบรคฟาสต์ เช็คเอาท์ และเดินไปรอรถเมล์ที่ป้าย

08.10 น. นั่งรถเมล์สาย 501 กลับเข้าเมือง Kiruna จ่ายค่าตั๋วด้วยบัตรเครดิตอีก 46 SEK (ถ้าซื้อผ่านแอพฯ Länstrafiken i Norrbotten จะได้ลดราคา 10%) ครึ่งชั่วโมงก็ถึงสถานีรถบัส Kiruna Busstation

เดินไปนั่งหาของว่างมากินดื่มระหว่างรอรถที่ร้าน Cafe Safari เหมือนเดิม

ก่อนเวลารถไฟออกมีรถ shuttle bus ให้บริการรับส่งฟรีจากสถานีรถบัส Kiruna Busstation ไปยังสถานีรถไฟ Kiruna Stasjon (ในอาคารสถานีรถไฟมีตู้ฝากกระเป๋าได้นะครับ)

เราซื้อตั๋วรถไฟ Kiruna – Luleå ออนไลน์ไว้ล่วงหน้าแล้ว ราคาใบละ 307 SEK (ประมาณ 1,000 บาท)

10.20 น. รถไฟ Vy Norrtåg Regional ขบวน 7153 ออกจาก Kiruna Stasjon

เช็คตารางเวลารถไฟและซื้อตั๋วออนไลน์ได้ที่ Sweden train

จริงๆ จาก Kiruna สามารถบินไป Stockholm ได้เลย หรือนั่ง night train ข้ามคืนรวดเดียวโดยไม่ต้องแวะเมืองอะไรเลยก็ได้

photo credit: www.lasuedeenkit.se

แต่เราไม่อยากบินรวดเดียว อยากเก็บแผนที่ทางเหนือของสวีเดนเพิ่มอีก เลยแถมไปเที่ยวเมือง Luleå ด้วย

13.55 น. รถไฟเข้าจอดที่สถานีรถไฟกลาง Luleå C (Luleå centralstation)

ในสถานีรถไฟไม่มีที่ฝากกระเป๋า เราจึงต้องเดินลากเข้าเมือง วางแผนไว้อยู่แล้วว่าจะไปกินข้าวที่ร้าน Baan Thai ที่ถนน Storgatan ห่างจากสถานีรถไฟแค่ 450 เมตร เพราะเป็นร้านของคนไทย ขอฝากกระเป๋าใหญ่ไว้ได้แน่

กินข้าวเสร็จก็เดินตัวเปล่าเที่ยวในเมือง เดินตามถนนช้อปปิ้งหลักของเมืองชื่อ Storgatan

ตรงไปไม่ถึง 300 เมตรก็เห็นป้ายรถเมล์อยู่ซ้ายมือ ขึ้นรถเมล์สาย 1 หรือ 2 ก็ได้ออกนอกเมืองไป Gammelstad อดีตเมืองเก่าของ Luleå ค่าตั๋วคนละ 46 SEK (ถ้าซื้อผ่านแอพฯ Länstrafiken i Norrbotten จะได้ลดราคา 10%)

(จาก Luleå busstation ตรงข้ามกับสถานีรถไฟ สามารถนั่งรถเมล์สาย 28, 44 ไปได้)

ประมาณ 15 นาทีก็ลงที่ป้าย Stadsö centrum แล้วเดินลอดใต้สะพานทางขวามือไปจนสุดทางก็เลี้ยวซ้ายเดินผ่านป้ายรถเมล์ Framlänningsvägen ก็เห็นยอดโบสถ์ Nederluleå kyrka แห่ง Gammelstads kyrkstad อยู่ไม่ไกลแล้ว

เดินไปยังโบสถ์ ระหว่างทางแวะถ่ายรูปบ้านไม้สีแดงที่มีอยู่กว่า 400 หลังใน Gammelstads kyrkstad ซึ่งหน้าตาเหมือนกันหมดไปด้วย

Nederluleå kyrka (Nederluleå Church) คือโบสถ์หินอายุเก่าแก่กว่า 500 ปีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO

เดินกลับไปที่ป้าย Framlänningsvägen ตามเวลารถเมล์สาย 9 ที่ดูป้ายไว้ก่อนแล้ว

นั่งรถเมล์สาย 9 กลับเข้าเมืองเพราะขี้เกียจเดินไกลไปที่ป้าย Stadsö centrum ที่ถนนใหญ่ ปรากฏว่ารถคันนี้วิ่งเข้าไปรับคนในหมู่บ้านต่างๆ เพียบ ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงกว่าจะกลับถึงที่เดิม

เดินตามถนน Smedjegatan จนถึงวงเวียนตรงอาคาร Kulturens hus Luleå ไปถ่ายรูปเมือง Luleå จากบริเวณ Soltrappan ทางเดินริมทะเล

เดินอ้อมลากูนที่เรียกว่า Norra hamn หาทางลงไปยังป้าย Luleå ที่อยู่ในทะเลซึ่งกลายเป็นน้ำแข็งทั้งผืน

ไถ spark (kicksled) เล่นในทะเลซะหน่อย

พระอาทิตย์ยังไม่ตก เดินไป Luleå domkyrka ที่เห็นยอดแหลมโผล่ขึ้นมา

Luleå Cathedral คือมหาวิหารหลักที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1893 ด้วยศิลปะสไตล์โกธิคสมัยใหม่

เดินกลับไปที่ถนน Storgatan เดินตามถนนคนเดินสายหลักของเมืองนี้กลับไปกินอาหารไทยที่ร้าน Baan Thai อีก

ก่อนสามทุ่ม เดินลากกระเป๋ากลับสถานีรถไฟกลาง Luleå C

เราซื้อตั๋วรถไฟตู้นอน Luleå – Uppsala ไว้ล่วงหน้าแล้วทาง Sweden train เป็นห้องแบบ Berth in couchette/sleeping car 3 เตียง ในโบกี้มีห้องอาบน้ำ ราคาคนละ 795 SEK (ประมาณ 2,600 บาท)

มาสวีเดนคราวนี้ไม่เข้า Stockholm แล้ว เลือกลงที่เมือง Uppsala ซึ่งอยู่ทางเหนือและใกล้สนามบิน Arlanda มากกว่า Stockholm

21.14 น. รถไฟขบวน 3962 ออกจากสถานีรถไฟ Luleå C (รถไฟขบวนนี้ไปสุดทางที่สถานีรถไฟกลาง Stockholm C)

สภาพห้องเป็นแบบนี้ครับ

นอนบนรถไฟไปถึง Uppsala ตอนเช้า

วันที่ 8 ของทริป

ก่อน 8 โมงครึ่ง รถไฟจอดที่สถานีรถไฟกลาง Uppsala C (Uppsala centralstation)

ในอาคารใหม่ที่ข้างล่างคล้ายห้าง ที่ชั้นใต้ดินมีล็อคเกอร์ของ Speed Services ให้ฝากกระเป๋า ค่าฝากกระเป๋าขนาดใหญ่ 4 ชั่วโมง ราคา 60 SEK จ่ายด้วยบัตรเครดิต

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.speed-services.se

ออกจากสถานีรถไฟ เดินตรงเข้าถนน Bangårdsgatan หน้าอาคารเก่า เลี้ยวขวาเข้าถนน Kungsängsgatan อีกแป๊บเดียวก็ถึง Stora Torget (ระยะทางราว 550 เมตร) จัตุรัสศูนย์กลางเมืองแห่งนี้ล้อมรอบด้วยอาคารเก่าแก่ซึ่งส่วนมากเปิดเป็นร้านขายหนังสือและเป็นที่ตั้งของ Rådhuset หรืออาคารที่ทำการเมืองอุปป์ซาลา

เดินเข้าถนน Svartbäcksgatan ด้านหน้า Rådhuset ไปไม่ไกลก็เห็น Uppsala domkyrka อยู่ทางซ้ายมือ

เลี้ยวซ้ายเข้าถนนแคบๆ ชื่อ S:t Persgatan ตรงไปยังสะพาน Dombron ไม่ต้องข้ามสะพาน แต่เลี้ยวขวาเดินเลียบแม่น้ำ Fyris จนถึงสวน Gotlandsparken พิกัดถ่ายรูป Uppsala domkyrka (Uppsala Cathedral)

มหาวิหารสำคัญของเมืองที่สร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 มหาวิหารสไตล์โกธิคแห่งนี้ได้ชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในแถบสแกนดิเนเวีย โดยเป็นสถานที่ฝังพระศพของสมาชิกราชวงศ์สวีเดนหลายพระองค์ เปิดให้เข้าชมด้านในฟรีตั้งแต่ 08.00-18.00 น.

วันนี้โชคไม่ดี มีฝนตกปรอยๆ ถ้าฟ้าใสๆ จะเห็นเงาโบสถ์สะท้อนอยู่ในแม่น้ำชัดแจ๋วเลย

เดินข้ามอีกสะพานแล้วตรงตามถนน S:t Olofsgatan เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกแรกเข้าถนน Sysslomansgatan ไปยังมหาวิหารแห่งอุปป์ซาลา

เดินอ้อมไปทางขวาไปยังด้านหน้าของมหาวิหาร เดินไปทางเสาหิน Obelisken ตรงต่อเข้าสวนขนาดใหญ่ขึ้นเนินไปยัง Uppsala Slott (Uppsala Castle) ปราสาทแลนด์มาร์คของเมืองที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ Vasa ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 โดยพื้นที่บางส่วนเปิดเป็น Uppsala Konstmuseet พิพิธภัณฑ์นำเสนอผลงานศิลปะท้องถิ่น

เดินลงเนินตามเส้นทางเดิมแล้วเลี้ยวขวาตรงหน้าอาคาร Carolina Rediviva ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย Uppsala เดินตามถนน Drottninggatan ตรงยาวข้ามแม่น้ำก็กลับไปที่จัตุรัสกลางเมือง Stora Torget อีกครั้ง เดินกลับสถานีรถไฟกลาง Uppsala C

กดตู้ซื้อตั๋วรถไฟไปสนามบิน เลือกสถานีปลายทาง Arlanda C ตั๋วรถไฟราคา 235 SEK (770 บาท)

ถ้านั่งรถบัสจะถูกกว่าแต่นานกว่า ค่าตั๋ว 106 SEK ใช้เวลา 40 นาที มีรถออกทุกๆ นาที 03, 33, 56

เช็คตารางเวลารถไฟได้ที่ Sweden train

นั่งรถไฟด่วนแค่ 17 นาทีก็ถึง Stockholm-Arlanda flygplats (ARN) หรือสนามบินกรุง Stockholm มาซื้อตั๋วกับเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าอาคารสนามบินก็ได้ครับ

ไฟลท์ TG 961 ของสายการบินไทยออกจากสนามบิน Arlanda เวลา 13.30 น.

กลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 05.45 น. ใช้เวลาบิน 10 ชั่วโมงนิดๆ ดูหนังเพลินๆ แป๊บเดียวเอง

การบินไทยมีไฟลท์บินตรง Stockholm – Bangkok ทุกวัน

เช็คตารางเวลาและซื้อตั๋วเครื่องบินได้ที่ www.thaiairways.com

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต