โครเอเชียน่า “เที่ยวเอง” ไม่เบา ตอนที่ 1 “Split” ยังไงก็ต้องขอแวะเมืองนี้

เที่ยวเอง รีวิว สปลิท โครเอเชีย split croatia
เที่ยวเอง กวาดเรียบเมืองริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ อเดรียติก แถมบอสเนียแอนด์เฮอร์เซโกวินา อีกประเทศ

Trip map

เดินทางมาถึงวันที่ 6 ของทริปแล้วครับ เมื่อคืนเรานอนในเรือเฟอร์รี่ข้ามทะเลอเดรียติกจากท่าเรือเมือง Ancona ของอิตาลีเข้าสู่ดินแดนประเทศโครเอเชียที่เมือง Split

1

อ่านรีวิวตอนที่แล้วและเงื่อนไขกติกาเกี่ยวกับวีซ่าเดินทางเข้าประเทศโครเอเชียได้จากลิ้งค์ข้างล่างนี้ครับ
เที่ยวเองประเทศแปลก “San Marino” รัฐอิสระอายุกว่า 1,700 ปี

เรื่องราวตอนที่ผ่านๆ มาของทริปนี้
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 1 “Nice” เมืองตากอากาศชื่อดังสุดหรูของฝรั่งเศส
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 2 “Monaco” ประเทศเล็กๆ สุดหรูหราเว่อร์วัง
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 1 “Cinque Terre” หมู่บ้านริมหน้าผาแสนน่ารักแห่งลิกูเรีย
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 2 “Pisa” ซ้ำเดิม..เพิ่มเติมคือที่ใหม่
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 3 “Florence” ซ้ำเดิม..แต่ไม่เหมือนเดิม
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 4 “Bologna” เมืองมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในยุโรป

7 โมงเช้า พระอาทิตย์สว่างได้ไม่นาน เราก็เดินทางมาถึงท่าเรือ Trajektna luka Split ใช้เวลาเดินทางข้ามคืน 10 ชั่วโมง 45 นาที

รูปนี้ถ่ายจากเรือไปที่เมืองเก่าของ Split ครับ

2

พอลงจากเรือก็ยูเทิร์นซ้ายเดินตามทางไปผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองก่อนออกจากเขตท่าเรือ เรามีวีซ่าเชงเก้น Multiple Entries ของอิตาลีอยู่แล้วจึงไม่ต้องมีวีซ่าโครเอเชียอีกครับ ตม.แทบไม่ได้ถามอะไรแล้วก็สแตมป์ตราให้เราผ่านเข้าประเทศโครเอเชียได้ ด่านแรกนอกเชงเก้นสำเร็จลุล่วงครับ

3

ผ่านด่านออกมาปุ๊บก็เห็นร้านแลกเงินจึงเข้าไปดูอัตราแลกเปลี่ยนหน่อย เรทคือ 1 ยูโร = 7.10 HRK (hrvatska kuna หรือ kn) ซึ่งไม่ดีเลย เรทโดยประมาณที่หามาล่วหน้าคือ 1 ยูโร = 7.63 HRK (1 HRK = 0.13 ยูโร, 1 HRK = 5 บาท) งบที่คำนวณมาจะแลกเงินโครเอเชียทั้งหมดคนละ 100 ยูโร น่าจะได้เงินประมาณ 760 HRK แต่เรทที่นี่แพงเลยแลกแค่ 40 ยูโรไปก่อน แต่คนขายไม่ยอม บอกให้เราแลกคนละ 50 ยูโร เลยจำใจแลก ได้เงิน kuna มาคนละ 355 HRK เอง เซ็งนิดๆ แต่ช่างมันเถอะ

เดินออกจากอาคารท่าเรือปั๊บก็เจอที่รับฝากกระเป๋าป้ายสีแดง เลยรีบเข้าไปฝากกระเป๋า ดูป้ายราคาค่าฝากใบละ 20 HRK แพงกว่าข้อมูลที่หามาว่าตู้ฝากกระเป๋าที่สถานีรถไฟ ค่าฝาก 15 HRK นิดๆ หน่อยๆ หยวนๆ ฝากไปเหอะจะได้เดินตัวเปล่าสบายๆ เลย

ท่าเรืออยู่ตรงนี้ครับ

4

ปลดสัมภาระหนักเรียบร้อย ข้ามถนนเดินไปที่สถานีรถบัส Autobusni kolodvor Split ซึ่งมองเห็นอยู่ใกล้ๆ เอง แถวนี้มีร้านรับฝากกระเป๋า (Garderoba) เพียบ คิดเป็นใบเหมือนกัน ราคา 1 ชั่วโมงแรก 5 HRK ชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 1.50 HRK เราจะกลับมาเอากระเป๋าก่อนเที่ยงครึ่ง คิดแล้วยังไม่ถึง 20 HRK ที่ร้านเมื่อกี๊เลย เสียค่าโง่ค่าใจร้อนนิดหน่อยไป (แต่ถ้าจะฝากนานทั้งวันเลือกฝากเหมาจ่าย 20 HRK จะคุ้มกว่าครับ)

5

6

ค่าโง่ยังไม่หมดครับ แถวๆ นี้มีร้านแลกเงินเยอะแยะ อัตราแลกเปลี่ยนของแต่ละร้านพอๆ กันคือ 1 ยูโร = 7.30-7.40 HRK ซึ่งสูงกว่าร้านแลกในท่าเรือทั้งสิ้น ยังดีที่เราแลกแค่คนละ 50 ยูโรก่อน ไม่งั้นขาดทุนหลายตังค์

ทำใจครับ เดินต่อไปอีกนิดก็ถึงสถานีรถไฟ Željeznički kolodvor Split เลี้ยวขวาเข้าไปในสถานีซึ่งมีตู้ฝากกระเป๋า ค่าฝาก 15 HRK ตรงตามข้อมูลที่หามาเป๊ะ แต่สภาพของสถานีรถไฟค่อนข้างเน่านะครับ 555 และตอนเช้าตรู่แบบนี้แทบไม่มีคนเลย

7

เช้านี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องนอกจากน้ำเปล่าเลยครับ ขอเดินเข้าเมืองไปหาร้านชิลล์ๆ นั่งรับประทานมื้อเช้าก่อนเดินเที่ยวชมเมือง Split

Split หรือ สปลิทคือเมืองใหญ่อันดับที่ 2 ของโครเอเชีย เป็นเมืองท่าสำคัญของประเทศ เป็นศูนย์กลางการพาณิชย์และการคมนาคมของแคว้นดัลเมเชีย (Dalmatia) เป็นเมืองชายฝั่งทะเลอเดรียติกที่ใหญ่ที่สุดของโครเอเชีย เมืองสปลิทมีอายุกว่า 1,700 ปี บนคาบสมุทรคือเนินเขา Marjan สูง 178 เมตร และที่ปลายสุดของคาบสมุทรเป็นที่ตั้งของ Institut za oceanografiju i ribarstvo หรือ IZOR (Institute of Oceanography and Fisheries)

photo credit: www.mappedplanet.com
photo credit: www.mappedplanet.com

เข้าเมืองดีกว่า เดินตรงตามถนน Obala kneza Domagoja ไปทางยอดแหลมของโบสถ์ที่สูงเด่นอยู่อันเดียวจนเห็นตลาดกลางแจ้ง Gradska tržnica Stari pazar เดินผ่านตลาดที่เต็มไปด้วยแผงขายของทั้งเสื้อผ้า รองเท้า หมวก กระเป๋า และของใช้จิปาถะ เลียบริมกำแพงเมืองเก่าไม่ไกลก็เลี้ยวซ้ายลอดประตูเมืองเก่าทางทิศตะวันออก

9

เข้าไปยังบริเวณที่เรียกว่า Dioklecijanova palača (Diocletian’s Palace) พระราชวังเก่าแก่ที่สร้างโดยจักรพรรดิ Diocletian แห่งเมืองเวนิซที่แผ่ขยายอาณาเขตสู่สปลิทในยุคโรมันโบราณเพื่อเป็นที่ประทับยามเกษียณอายุ (กรอบสี่เหลี่ยมสีเทาในแผนที่)
บริเวณนี้คือเขตประวัติศาสตร์ของสปลิท พระราชวังดิโอคลีเที่ยนเป็นโบราณสถานที่ได้รับความคุ้มครองและขึ้นทะเบียนประกาศเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ภายในอาณาเขตของพระราชวังประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างสำคัญๆ เช่น วิหารแห่งสปลิท พิพิธภัณฑ์เมืองสปลิท มหาวิหารเทพเจ้าจูปิเตอร์ และโบสถ์แห่งเทพวีนัส

photo credit: www.mappery
photo credit: www.mappery

สิ่งแรกที่เห็นเมื่อผ่านประตูเมืองเก่าเข้าไปคือ Katedrala Svetog Duje (Cathedral of Saint Domnius) หรือที่คนท้องถิ่นรู้จักกันในชื่อ Sveti Dujam (Saint Dujam) หรือที่เรียกกันว่า Splitska katedrala วิหารแห่งสปลิทนี้โดดเด่นด้วยหอระฆังสูงซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเมือง

11

เดินผ่านหอระฆังตรงเข้าถนนแคบๆ ชื่อ Ulica kralja Petra Krešimira lV

12

นิดเดียวก็เจอร้าน Bobis ร้านเก่าแก่ตั้งแต่ปี 1949 เห็นขนมหน้าตาน่ากิน ดูดีอ่ะ เลยเข้าไปเลือกสั่ง Štrudel Višnja เป็นขนมปังไส้ราสป์เบอร์รี่ชิ้นละ 7 HRK และกาแฟคาปูชิโนถ้วยนึง 11 HRK มานั่งกินชิลล์ๆ รองท้องเป็นอาหารเช้า

13

14

เสร็จแล้วก็เดินเที่ยวต่อ ตรงต่ออีกนิดก็ออกไปที่จัตุรัสโล่งที่เรียกว่า Narodni trg ซึ่งเป็นเส้นทางออกนอกเมืองเก่า

เช้าๆ คนเดินผ่านไปมายังน้อยอยู่ครับ ค่อนข้างเงียบสงบเลยทีเดียว

15

เรายังไม่ได้จะออกจากเมืองเก่าเลยเลี้ยวขวาเข้าถนนแคบๆ ตรงทะลุไปทางทิศเหนือของเมืองเก่าจนออกนอกกำแพงเมืองไป อ่าว! ออกนอกเมืองเก่าอีกทางหนึ่งแล้วนี่หว่า ทำไมเมืองเก่ามันเล็กจัง?? 555 เลยเลี้ยวขวากลับไปเข้าประตูเมืองเก่าชื่อ Zlatna vrata (Golden Gate) ซึ่งเป็นทางเข้าหลักทางทิศเหนือกลับเข้าไปในอาณาเขตของ Dioklecijanova palača (Diocletian’s Palace) อีกครั้ง

16

ตรงตามถนน Dioklecijanova ulica ตามป้ายบอกทางไป Muzej Grada Splita (Split City Museum) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Papalićeva ulica ก็ถึงด้านหน้าพิพิธภัณฑ์แห่งเมืองสปลิทซึ่งเปิดให้เข้าชมทุกวัน 08.30-21.00 น. ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 20 HRK เด็กลดครึ่งราคา

อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Split City Museum

17

18

พื้นที่ของ Diocletian’s Palace นี้ไม่ใหญ่เลยครับ เดินซอกแซกเข้าซอยนู้นทะลุไปออกซอยนี้ วนไปวนมาก็ซ้ำที่เก่าแล้ว เดินไม่ถึงชั่วโมงก็ทั่วแล้วครับ ออกนอกเมืองเก่าดีกว่า เดินกลับไปที่วิหารแห่งสปลิท (Katedrala Svetog Duje)

19

เดินตามเส้นทางเดิมผ่านร้าน Bobis ตรงออกไปที่จัตุรัส Narodni trg ซึ่งเริ่มมีผู้คนเดินขวักไขว่มากขึ้นกว่าเมื่อเช้า ร้านอาหารก็เริ่มเปิดบ้างแล้ว

20

เดินผ่านจัตุรัสแล้วเลี้ยวขวาเดินตามเส้นทางตรงไปจนไปโผล่ที่ Marmontova ulica ถนนคนเดินที่เชื่อมจัตุรัส Trg Gaje Bulata กับถนน Obala Hrvatskog narodnog preporoda ริมทะเล

21

จากจุดนี้ถ้าเลี้ยวซ้ายก็จะมุ่งหน้าสู่ทะเล แต่เราเลี้ยวขวาและเดินตรงไปอีกไม่ถึง 300 เมตรก็เห็น Hrvatsko narodno kazalište u Splitu (Croatian National Theatre in Split หรือ HNK Split) ที่จัตุรัส Trg Gaje Bulata โรงละครแห่งชาติโครเอเชียแห่งเมืองสปลิทแห่งนี้เปิดใช้ครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1893

22

จากนั้นเดินย้อนกลับทางเดิมตามถนนคนเดิน Marmontova มุ่งหน้าไปทางทะเล พอสุดถนนก็เลี้ยวขวาไปยัง Trg Republike (Republic Square) จัตุรัสสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนใจกลางเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องความงดงาม

23

จัตุรัสกว้างแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ Prokurative อาคารที่เป็นสถานที่จัดงานอีเวนต์เกี่ยวกับวัฒนธรรมของเมืองและเป็นที่จัดเทศกาลดนตรีป็อปของสปลิทมาเกือบ 50 ปีแล้ว

24

หมดเมืองแล้วครับ เพิ่งจะ 9 โมงครึ่งเอง ไม่มีอะไรทำแล้ว รถบัสจะออกไป Dubrovnik ตอนเที่ยงครึ่งแหนะ ซื้อตั๋วล่วงหน้าทางออนไลน์ไว้แล้วด้วยสิ เหลือเวลาอีกร่วม 3 ชั่วโมงเลย หาที่ไปเที่ยวเพิ่มดีกว่า
ไม่ไกลจากสปลิทมีเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเหมือนกัน นั่นคือ Trogir เราจึงลองเดินกลับไปที่สถานีรถบัสเพื่อสอบถามข้อมูลว่าพอเป็นไปได้ที่จะไป Trogir มั้ย? โดยเดินเลียบริมทะเลตามถนน Obala Hrvatskog narodnog preporoda ตรงตาม Riva (Split Promenade) ผ่านทางเข้าเมืองเก่าไปแล้วเลี้ยวขวาเดินกลับทางเดิมตามถนน Obala kneza Domagoja เลียบท่าเรือไปสถานีรถบัส Autobusni kolodvor Split อีกครั้ง

25

เข้าไปในสถานีสอบถามพนักงานว่ามีรถบัสไป Trogir กี่โมง? ใช้เวลาเท่าไหร่? นางตอบว่าใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที และชี้ไปที่บอร์ดให้เราดูเวลารถบัสเอง เวลาที่ใกล้ที่สุดคือ 10 โมง แต่ไม่รู้เวลารถบัสขากลับจาก Trogir เลยไม่กล้าเสี่ยงไป เดี๋ยวเกิดมีรถไม่ตรงกับเวลาที่ควรจะกลับขึ้นมา งานจะเข้าเอา จะไปดูบรอฟนิคไม่ทันเที่ยงครึ่ง (ตั๋วรถบัส Split-Trogir ราคา 21 HRK)

หาอะไรทำฆ่าเวลาที่สปลิทก็ได้ กิจกรรมแรกเลยคือถ่ายรูปที่ท่าเรือ Luka Split ซึ่งมีเรือยอร์ชจอดอยู่

26

เดินเลียบริมทะเลตาม Riva (Split Promenade) นั่งดูผู้คนเดินเล่นนั่งชิลล์ริมน้ำ

27

28

ต่อด้วยการเดินขึ้นเขาไปยังจุดชมวิวมุมสูงที่เห็นตัวเมืองสปลิทได้อย่างทั่วถึงครับ โดยเดินริมน้ำตรงไปทางโบสถ์ Crkva i Samostan sv. Frane ที่จัตุรัสกว้างชื่อ Trg Franje Tuđmana มองไปทางขวาคือ Trg Republike (Republic Square)

29

เดินตรงเข้าถนน Šperun ulica ด้านข้างโบสถ์ขึ้นทางลาดตรงต่อเข้าถนน Senjska ulica ขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ ตรงลูกเดียว

30

หอบพอสมควรครับกว่าจะถึงลานโล่งซึ่งเป็นที่ตั้งของร้าน Caffe Bar Vidilica เดินผ่านร้านไปก็ถึงจุดชมวิว ผมไม่ทราบชื่อที่แน่นอนนะครับเพราะไม่มีข้อมูลบอกไว้ ในแผนที่เมืองสปลิทก็ไม่มี รู้แค่ว่าแถวๆ นี้เรียกว่า Botićevo šetalište

31

32

ถ่ายรูปจนพอใจแล้ว ได้เวลาเดินลงเขากลับเข้าไปหาร้านอาหารดีๆ กินแถวๆ เมืองเก่า ขากลับก็เดินลงบันไดตามเส้นทางเดียวกับขามาครับ

33

ลงเขาไปจนถึงจัตุรัส Trg Franje Tuđmana อีกครั้ง คราวนี้เลี้ยวซ้ายเดินเข้าถนนคนเดิน Marmontova อีกที

34

ตรงผ่าน Ribarnica หรือตลาดปลาไปก็เลี้ยวขวาเดินซอกแซกตามทางที่เดินผ่านมาแล้วเมื่อเช้ากลับไปที่จัตุรัส Narodni trg หาร้านอาหารกินมื้อเที่ยงตรงนี้แหละ มีร้านให้เลือกเยอะดี

35

36

เราเลือก Restaurant Kavana Central ซึ่งเป็นร้านอาหารของโรงแรม เปิดเมนูมาสั่ง Pašticada (Roasted beef with sauce) จานละ 50 HRK ไม่แพงเลย และเบียร์ Pivo Ožujsko Točeno 0.3 ลิตร แก้วละ 15 HRK มาดื่มคู่กับสเต็กเนื้อนุ่มๆ

37

38

อิ่มแล้ว เที่ยงพอดี ได้เวลาเดินกลับสถานีรถบัส เดินไปทางหอนาฬิกาเข้าไปในบริเวณ Diocletian’s Palace ตรงไปยังวิหารแห่งสปลิท (Katedrala Svetog Duje) อีกแล้ว

39

คราวนี้เลี้ยวขวาก่อนจะผ่านหอระฆังของโบสถ์ เดินลอดทางเดินข้างใต้ทะลุไปออกที่ริมทะเล เลี้ยวซ้ายเดินกลับทางเดิมตรงไปเอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้ที่ท่าเรือก่อนแล้วค่อยเดินย้อนไปที่สถานีรถบัสพอดีเวลารถบัสออกไป Dubrovnik ตอน 12.30 น.

รถบัสของ PANORAMA BUS ZAGREB จอดรอที่ชานชาลา (Peron) 2 อยู่แล้วครับ ขนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไว้ใต้ท้องรถแล้วจ่ายเงินค่ากระเป๋าใบละ 8 HRK เราซื้อตั๋วทางออนไลน์ล่วงหน้ามาก่อนแล้วในราคาใบละ 129.15 HRK (16.13 ยูโร ประมาณ 690 บาท) จึงขึ้นรถไปหาที่นั่งได้เลย

ข้อมูลเพิ่มเติมครับ จาก Split ไป Dubrovnik มีรถบัสของหลายบริษัทให้บริการ มีรถออกมากกว่า 15 เที่ยวต่อวัน เช่น 08.00-12.04, 10.00-14.30, 11.45-15.49, 12.30-16.15, 13.00-17.30, 15.00-19.50, 16.15-20.30 น. สามารถซื้อตั๋วที่สถานีรถบัสได้ แต่ซื้อล่วงหน้าไว้ก่อนเลยก็ดีเพราะเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่มีผู้โดยสารเยอะตลอดครับ

เช็คตารางและค่ารถบัสได้ที่ Split Bus Station Timetable Search และ Croatia Bus company

40

นั่งรถไป 3 ชั่วโมงกว่าคนขับก็จอดพักที่โรงแรม Orka เขตเมือง Neum ให้เราได้ลงเหยียบประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวินาเป็นครั้งแรกในชีวิต

41

42

เส้นทาง Split ไป Dubrovnik นี้ค่อนข้างไกล รถบัสเลยจอดบ่อย จะ 4 โมงเย็นเพิ่งจะขับมาถึงเมือง Neum เมืองริมทะเลติ่งเดียวของประเทศบอสเนียฯ ติ่งตรงที่ติดทะเลนี้กั้นพรมแดนของโครเอเชียไม่ให้ติดต่อเนื่องกันทั้งประเทศครับ

photo credit: www.orebic-korcula.com
photo credit: www.orebic-korcula.com

คนขับบอกว่าจะเบรค 15 นาที แต่เอาเข้าจริงนางนั่งจิบกาแฟไปดูดบุหรี่ไปเพลินไปเกือบครึ่งชั่วโมง กำหนดเวลาที่แจ้งในเว็บคือจะถึง Dubrovnik เวลา 16.15 น. แต่จุดนี้ใกล้ถึงเวลาตามกำหนดแล้วเรายังอยู่ที่ Neum ซึ่งไกลจาก Dubrovnik ราว 65 กิโล น่าจะต้องใช้เวลาเดินทางอีกอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

4 โมงเศษ นั่งรถบัสต่ออีกแป๊บเดียวก็กลับเข้ามาในเขตแดนของประเทศโครเอเชียอีกครั้ง คราวนี้คนขับเร่งสปีดครับ (สงสัยชิลล์มาเยอะแล้ว) นั่งไปอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงรถบัสก็ข้ามสะพานแขวน Dubrovački most

44

เข้าสู่เขตเมือง Dubrovnik ลงสะพานวนไปจอดที่ Autobusni kolodvor Dubrovnik (Central Bus Station) ตอน 5 โมงเย็น เลตจากกำหนดไปตั้ง 45 นาที รวมแล้วใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมงครึ่งเลย

45

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต