ตะลุยเดี่ยว..เที่ยวเอง “สแกนดิเนเวีย” ตอนที่ 2 “Estonia” เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของยุโรป

เที่ยวเอง รีวิว ทัลลินน์ เอสโตเนีย Tallinn Estonia

เที่ยวเอง: ฟินแลนด์ – เอสโตเนีย – สวีเดน – นอร์เวย์

Capture Estonia

เมื่อคืนผมมาถึง Tallinn เกือบเที่ยงคืนโดยทางเรือจากประเทศฟินแลนด์ครับ
ตะลุยเดี่ยว..เที่ยวเอง “สแกนดิเนเวีย” ตอนที่ 1 “Finland” เที่ยวฟินในดินแดนซานตาคลอส

1

หลังจากสลบไปประมาณ 6 ชั่วโมงจนถึงเช้าวันที่ 2 ของทริปเที่ยวสแกนดิเนเวีย

วันนี้จะเดินเที่ยวชมกรุงทัลลินน์ เมืองหลวงของ Estonia แม้เอสโตเนียจะไม่ใช่ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย แต่อยู่ในกลุ่มประเทศบอลติก แต่ก็ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย มีสายการบินและเรือเฟอร์รี่ให้บริการเดินทางเชื่อมต่อกันได้อย่างสะดวกจนสามารถจัดเอสโตเนียอยู่ในรูทเที่ยวรวมกับสแกนดิเนเวียได้ด้วยครับ

photo credit: www.vacationstogo.com
photo credit: www.vacationstogo.com

วันนี้มีเวลาเที่ยวตั้งแต่เช้าจนถึงประมาณ 4 โมงเย็นก่อนกลับโรงแรมและไปท่าเรือเตรียมนอนบนเรือข้ามทะเลไปสวีเดนครับ

เริ่มต้นจากโรงแรม Tallink Express ซึ่งอยู่ใกล้ทะเลทางทิศเหนือของเมือง เลี้ยวขวาเดินไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามถนน Sadama ข้ามถนนที่สี่แยกใหญ่ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวแรกคือ Eesti Meremuuseum (Estonian Maritime Museum) พิพิธภัณฑ์ทางทะเลแห่งเอสโตเนียอยู่ในป้อม Paks Margareeta (Fat Margaret) ที่มีลักษณะคล้ายป้อมอิฐทรงกลมขนาดใหญ่

3

เดินอ้อมไปด้านหน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์ลอดซุ้มประตูโค้งไปก็เข้าสู่ Vanalinn หรือเขตเมืองเก่าของทัลลินน์แล้ว

4

เดินตามถนน Pikk ทางเดินหินขรุขระ เลี้ยวขวาเข้าถนน Tolli ตรงไปที่ถนน Lai มองไปทางซ้ายก็เห็น Oleviste kirik หรือ St. Olav’s Church โบสถ์เก่าแก่ที่เชื่อกันว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 เป็นโบสถ์สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของทัลลินน์มียอดสูงถึง 159 เมตร ซึ่งสูงที่สุดในโลกในระหว่างปีค.ศ. 1549-1625 โดดเด่นมากสามารถมองเห็นได้จากระยะไกลเป็นกิโลครับ

5

ตรงไปที่กำแพงเมือง เดินตามแนวกำแพงเมืองและปราการโบราณที่เรียกว่า Eppingi Torni เป็นกำแพงเมืองฝั่งตะวันตก เดินไปจนถึงสวน Tornide väljak แวะเข้าไปเดินเล่นถ่ายรูปในสวนแป๊บนึง

6

เดินเที่ยวในเมืองเก่าของทัลลินน์ต่อครับ จากกำแพงเมืองเดินตรงเข้าถนน Suurtüki กลับที่ถนน Lai เห็นโบสถ์ Oleviste เลี้ยวขวาเดินตามถนน Lai ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของการเดินเที่ยวในเมืองเก่านี้ไปทางทิศใต้ของเมือง

photo credit: www.flickr.com
photo credit: www.flickr.com

ผ่านซอกซอยแคบๆ ที่มีตึกรามบ้านช่องเก่าแก่ไปจนถึงถนน Nunne เลี้ยวซ้ายไปเจอสี่แยกมีป้ายบอกทางไป Raekoja plats  ก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Pikk  เดินอีกนิดก็เลี้ยวขวาเข้าถนน Kinga จนมาถึง Raekoja plats หรือ Town Hall Square  จัตุรัสกลางเมืองซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์กลางการค้าขายที่เต็มไปด้วยผู้คนมาจับจ่ายซื้อของและนั่งรับประทานอาหาร รวมถึงนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มาเยี่ยมชมสถานที่นี้

จัตุรัสเมืองเก่านี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO เมื่อปีค.ศ. 1997 บริเวณจัตุรัสเต็มไปด้วยอาคารเก่าสไตล์อาร์ตนูโวและโกธิค มี Tallinna raekoda (Tallinn Town Hall) ที่ว่าการเมืองที่สร้างในสไตล์โกธิคมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ที่ยอดมีรูปปั้นทหารน่ารักๆ ชื่อว่า Vana Toomas และมีสัญลักษณ์มังกรสีเขียวสวมมงกุฎประดับอยู่เหนือกำแพงโดยเชื่อกันว่าเป็นมังกรผู้ปกป้องคุ้มครองเมือง

ที่ว่าการเมืองเปิดให้เข้าชมไม่แน่นอน เช็ควันและเวลาเปิด-ปิดได้ที่ visit Tallinn Town Hall ค่าเข้าชมในช่วง high season (1-15 ม.ค., 1-15 พ.ค., 1-31 ธ.ค.) ราคา 5 ยูโร ส่วนช่วง low season (16 ต.ค.-30 พ.ย., 16 ม.ค.-30 เม.ย.) ราคา 3 ยูโร
หอคอยเปิดให้ขึ้นชมทุกวันระหว่างวันที่ 1 พ.ค.-15 ก.ย. ยกเว้นวันที่ 23 และ 24 มิ.ย. ตั้งแต่ 11.00-18.00 น. ค่าขึ้นชมราคา 3 ยูโร

8

9

ทางทิศเหนือของจัตุรัสตรงกันข้ามกับที่ว่าการเมืองเป็นที่ตั้งของ Raeapteek (Town Hall Pharmacy) เป็นร้านขายยาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปที่ยังคงเปิดทำการอยู่ เปิดขายยามาตั้งแต่ปีค.ศ. 1422 เชียวนะ ผมเดินเข้าดูภายในรู้สึกเหมือนบันไดจะผุยังไงไม่รู้ ก็ตึกมันเก่าขนาดนั้นอ่ะ

10

เดินลอดประตูโค้งข้าง Raeapteek ไปที่ Eesti Ajaloomuuseum (Estonian History Museum) พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติเอสโตเนีย หรือชื่อภาษาอังกฤษเรียกว่า Great Guild Hall (Suurgildi Hoone)

11

เดินกลับเข้ามาที่จัตุรัสเมืองเก่าอีกครั้งและเดินไปทางทิศใต้ที่มุมของจัตุรัสเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Raekoja พอเลี้ยวเข้าถนนนี้ก็รู้สึกได้ถึงความคึกคักของผู้คน ถนนนี้มีร้านขายของ ร้านอาหาร และที่เตะตามากที่สุดคือรถเข็นขายถั่วคั่วหรืออบหลากรสที่คนขายแต่งตัวด้วยชุดพื้นเมือง เป็นจุดเรียกลูกค้าของร้านอาหาร Olde hansa ลองชิมดูหน่อย แต่ไม่ได้ซื้อหรอกครับ

12

เดินไปไม่ไกล ที่มุมถนน Vana turg มีป้ายบอกทางไป Viru värav ผมเลยเดินเข้าถนน Viru ไปที่ Viru värav (Viru Gate) หรือประตูเมืองเก่าที่มีกำแพงเมืองและหอคอยโบราณอยู่สองข้าง ที่หน้าประตูมีงานหินแกะสลักรูป The Kiss บริเวณนี้ถูกเรียกว่า “เนินแห่งความรัก Kiss” เพราะในอดีตเมื่อมีการเดินทางระหว่างเมือง ชาวเมืองจะมาส่งและจูบลากันที่นี่

14

15

ระหว่างทางของถนน Viru มีถนนทางซ้ายมือชื่อ Müürivahe เป็นถนนเลียบกำแพงเมืองเก่าซึ่งถูกรักษาไว้ตามแบบดั้งเดิม เป็นแหล่งขายของราคาถูกพวกเสื้อผ้าตามแนวกำแพงเมืองครับ

16

เดินย้อนกลับทางเดิม เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Vana turg แล้วเลี้ยวขวาเข้าถนน Kuninga ผ่านสี่แยกแรกก็จะเห็น Tourist Information เข้าไปขอแผนที่ซะหน่อย จากนั้นก็เดินตรงไปที่ Niguliste kirik (St. Nicholas’s Church) โบสถ์แห่งนี้ปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ Eesti Kunstimuuseum ไปแล้ว

17

เดินผ่านโบสถ์ไปมีทางขึ้นเนินเขาที่ถนน Lühike Jalg ขึ้นบันไดประมาณ 50 ขั้นไป ลอดประตูโค้งก็คือบริเวณที่เรียกว่า Taani kuninga aed หรือ Danish King’s Garden เป็นสวนเล็กๆ ร่มรื่น มีที่ให้นั่งพักเหนื่อยและมุมถ่ายรูปน่ารักๆ

18

19

เดินผ่านทางเข้าไปก็เห็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่นั่นคือ Aleksander Nevski katedraal (Alexander Nevsky Cathedral) วิหารสำคัญในสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียนออร์โธด็อกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในทัลลินน์ตั้งอยู่บนเนินเขา Toompea ทางตะวันตกเฉียงใต้ของ Raekoja plats
โบสถ์หลังนี้สร้างขึ้นโดยคำบัญชาของพระเจ้าซาร์ อเล็กซานเดอร์ที่ 3 ออกแบบและก่อสร้างโดย Mikhail Preobrazhensky ช่างหลวงจากเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์กโดยใช้ศิลปะแบบรัสเซียในระหว่างปีค.ศ. 1894-1900 ซึ่งในขณะนั้นเอสโตเนียยังตกอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิรัสเซีย ด้านบนของโบสถ์มีหอระฆังใหญ่ที่มีระฆังอยู่ 11 ใบ รวมทั้งระฆังใบใหญ่ที่สุดในทัลลินน์ซึ่งมีน้ำหนักถึง 15 ตัน

20

เดินไปที่ด้านหน้าของ Aleksander Nevski katedraal เข้าชมภายในวิหารครู่หนึ่ง แล้วเดินข้ามถนนไปที่ Toompea loss หรือ Toompea Castle ซึ่งเป็นอาคารรัฐสภาของเอสโตเนียสร้างอยู่บนป้อมปราการเก่าซึ่งเคยเป็นฐานบัญชาการของกองกำลังต่างชาติในช่วงที่ผลัดกันเป็นเจ้าผู้ปกครองแผ่นดินเอสโตเนีย

อาคารด้านหน้าเป็นอาคารศิลปะแบบบารอคสีชมพูพาสเทลสดใสดูไม่เหมือนเป็นหน่วยงานราชการ แต่ไม่สามารถเข้าไปชมอาคารอีกชั้นที่อยู่ด้านในได้ ทำได้เพียงเดินไปที่สวนด้านข้างของรัฐสภาซึ่งอยู่ทางซ้ายมือของผม จากตรงนี้จะมองเห็น Pikk Hermann หรือ Tall Hermann’s Tower เป็นหอคอยที่มีธงชาติเอสโตเนียปลิวไสวอยู่บนยอด

21

22

เดินกลับมาที่ด้านหน้า Toompea loss เดินตรงตามถนน Toom-Kooli ก็เห็นโบสถ์ Toomkirik (Cathedral of Saint Mary the Virgin) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม Dome Church เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของเอสโตเนียสร้างโดยสถาปนิกชาวเดนส์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ภายในมีสุสานหินอ่อนของชู้รักพระนางแคทเธอรีนที่ 2 แห่งรัสเซียซึ่งแกะสลักไว้อย่างงดงาม ที่พื้นหน้าประตูทางเข้าโบสถ์เป็นที่ตั้งของสุสาน Otto Johann Thuve ที่ได้ชื่อว่าเป็นดอนฮวนแห่งเอสโตเนียที่เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่เป็นคนมากรักเจ้าชู้กับผู้หญิงมากมาย ภายหลังได้สำนึกผิดก่อนเสียชีวิตจึงสั่งให้คนนำร่างของเขามาฝังไว้ที่หน้าโบสถ์เพื่อให้คนเหยียบย่ำเป็นการไถ่บาปและจะสมหวังในเรื่องความรัก

23

เลี้ยวขวาเข้าถนน Kiriku plats เลี้ยวซ้ายเดินอ้อมรอบโบสถ์แล้วตรงเข้าถนน Rahukohtu ไปที่จุดชมวิว Patkuli Vaateplatvorm ซึ่งสามารถมองเห็น Toompark ที่อยู่ด้านล่างและทิวทัศน์ของกรุงทัลลินน์ได้อย่างทั่วถึง แม้แต่ยอดโบสถ์ Oleviste kirik ก็ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน

24

ได้เวลากลับ Raekoja plats แล้ว ขากลับลองเดินอีกทางหนึ่งดู เดินกลับไปที่ Kiriku plats เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Piiskopi ไปที่ด้านหลังของ Aleksander Nevski katedraal แล้วเลี้ยวซ้ายอีกทีเข้าถนน Pikk Jalg เดินลงทางลาดไม่ชันมากไม่นานก็ถึงบริเวณที่คุ้นตาคือสี่แยกตรงถนน Nunne ที่ผ่านมาแล้วเมื่อเช้า คราวนี้ลองเดินเข้าถนน Voorimehe ไปยัง Raekoja plats จัตุรัสเมืองเก่าเพื่อหาร้านอาหารเอสโตเนียนแท้ๆ รับประทานเป็นมื้อกลางวันครับ

25

26

ตอนนั้นบ่ายโมงพอดีผมเลือกเข้าร้าน Von Krahli Aed ที่ถนน Rataskaevu รอบนอก Raekoja plats ร้านตกแต่งแบบคลาสสิกดูขลังๆ เก่าๆ นิดนึง แต่ก็แปลกตาดีครับ สั่ง Spelta pasta kanaga เป็นอาหารเอสโตเนียนฟิวชั่นมาลองชิมดู เป็นพาสต้าไก่+เห็ด เสิร์ฟพร้อมขนมปัง รสชาติจืดไปหน่อยแต่ก็ไม่ได้แย่อะไรมาก ราคาสุดถูกแค่ 4 ยูโร บวกน้ำแร่ 1 ขวดอีก 2 ยูโร

27

บ่ายสองนิดๆ แล้ว ได้เวลาออกเที่ยวต่อ ที่หมายต่อไปคือเขตชานเมืองชื่อว่า Kadriorg (Kadriorg asum) ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกห่างจาก Raekoja plats ประมาณ 2 กิโลเมตร อยู่ใกล้ๆ ทะเลแล้ว

จาก Raekoja plats เดินออกทางถนน Mündi เลี้ยวขวาเข้าถนน Pikk ย้อนกลับไปทางทิศเหนือ ตรงไปประมาณ 600 เมตรผ่านป้อมของ Eesti Meremuuseum ออกนอกเขตเมืองเก่าไปที่ถนน Mere Puiestee ซึ่งมีป้ายรถรางชื่อ Linnahall รอรถรางสาย 1 ที่นี่

28

หรือจะเดินไปที่ Viru värav (Viru Gate) ออกนอกประตูเมืองเก่าทางทิศตะวันออกตรงไปที่ถนนใหญ่ เลี้ยวขวาไปแล้วข้ามถนน (ระยะทางประมาณ 500 เมตร) เพื่อขึ้นรถรางสาย 3 ไป Kadriorg นอกจากนี้รถเมล์สาย 34 หรือ 38 ก็สามารถไป Kadriorg ได้เช่นกัน

ตั๋วรถรางและรถเมล์แบบเที่ยวเดียวราคา 1 ยูโร ถ้าซื้อจากร้านค้า R-Kiosks และ 1.60 ยูโร เมื่อซื้อจากคนขับรถ
เช็คค่ารถได้ที่ Tallinn Transportation fare

รอไม่นานรถรางสาย 1 ก็มาจอดป้าย นั่งไปจนสุดสายแล้วลงที่ป้าย Kadriorg เดินตรงไปข้ามสี่แยกไปจะมีป้ายบอกทางไป Kadrioru loss-Kunstimuuseum เดินตามถนน Weizenbergi ประมาณ 10 นาทีก็เริ่มเห็นสวนดอกไม้ แสดงว่าใกล้จะถึงแล้ว

มองไปทางซ้ายมือก็เห็น Kadrioru loss-Kunstimuuseum หรือ Kadriorg Palace and Art Museum คือ พระราชวังฤดูร้อนที่สร้างโดยพระเจ้า Tsar Peter ที่ 1 ในศตวรรษที่ 18 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมผลงานศิลปะไว้มากมาย เปิดให้เข้าชมในเดือนพ.ค.-ก.ย. วันอังคาร, พฤหัสบดี, อาทิตย์ 10.00-18.00 น. วันพุธ 10.00-20.00 น. ปิดวันจันทร์ ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 5.50 ยูโร
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ visit Kadriorg Palace and Art Museum

เดินขึ้นบันไดด้านข้างของพระราชวังอ้อมไปด้านหลังเป็นสวนหย่อมขนาดกลางปลูกดอกไม้ซึ่งกำลังเริ่มผลิดอกให้เห็นสวยงาม เป็นจุดถ่ายรูปที่ยอดเยี่ยมเลยทีเดียวครับ

29

30

จากตรงนี้สามารถเดินทะลุสวนตรงตามทางจักรยานไปที่อ่าวทัลลินน์  คำนวณระยะทางจากสายตาแล้วน่าจะประมาณ 1 กิโล  เดินไปเรื่อยๆ จนเห็น Russalka-mälestussammas (Russalka Memorial)  อนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงลูกเรือชาวรัสเซีย 170 คนที่เสียชีวิตจากพายุในปีค.ศ. 1893 ตั้งอยู่ใกล้ทะเล

31

ณ จุดนี้ใกล้จะถึงชายหาด Pirita ชายหาดตากอากาศที่มีหาดทรายสีขาวยาว 3 กิโลเมตรอยู่ในเขต Pirita linnaosa (Pirita District) 1 ใน 8 เขตปกครองของทัลลินน์แล้ว แต่เดินไปไม่ไหวเพราะระยะทางไกลเหมือนกันครับและตอนนั้นก็ 4 โมงเศษๆ แล้วด้วย ต้องรีบกลับโรงแรมไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้และเดินลากไปท่าเรืออีก

32

เดินไปที่ป้าย Lauluväljak ขึ้นรถเมล์สาย 5 ที่ป้ายหน้ารถเขียนว่า Narva Mnt นั่งไปประมาณ 5 นาที รถเมล์ก็มาถึงถนน Narva Maantee ซึ่งดูเป็นถนนสายธุรกิจ มีห้างสรรพสินค้าและอาคารสำนักงาน คนเดินไปมาพลุกพล่าน
รอรถรางสาย 2 ที่ป้าย ขึ้นรถกลับไปลงที่ป้าย Linnahall ซึ่งเป็นป้ายที่ใกล้โรงแรมที่สุด แล้วเดินกลับโรงแรม

ไปสวีเดน
ออกจากโรงแรม เร่งฝีเท้าเดินลากกระเป๋าไปตามถนนใหญ่ชื่อ Ahtri ให้ทันเวลา 17.30 น. ดูป้ายบอกทางไปท่าเรือ Tallinn D-terminal เลี้ยวเข้าถนน Paadi และ Laeva ก็เริ่มเห็นบรรยากาศของท่าเรือ ใช้เวลาเดินกว่าครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงท่าเรือ D-terminal แหน่ะ เล่นเอาเหนื่อยโฮกเลย

33

ขึ้นลิฟท์ไปชั้น 2 เข้าเช็คอินที่เคาน์เตอร์ รับ boarding card แล้วเดินไปที่เกทซึ่งต้องเดินไกลเกือบกิโลกว่าจะถึงทางเข้าเรือ ขึ้นเรือไปแล้วต้องขึ้นลิฟท์ไปชั้น 8 และเดินไปจนสุดท้ายเรือก็ถึงห้องพักของผมในคืนนี้ เข้าห้องเคบินแคบๆ เก็บสัมภาระและนั่งพักให้หายเหนื่อย

34

35

ตั๋วเรือที่จองออนไลน์มาแบบ one way B-class cabin ห้องละ 1-4 คน ราคา 144 ยูโร+อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์อีก 9.50 ยูโร รวมเป็น 153.50 ยูโร ไม่มั่นใจว่าถ้ามา 4 คน จะต้องจ่ายค่าห้องคนละ 144 ยูโร หรือแชร์กันออกคนละ 36 ยูโร แต่ผมมาคนเดียวยังไงก็ต้องจ่ายเต็มคนเดียวเหมาทั้งห้องครับ

18.00 น. เรือ M/S Baltic Queen ออกเดินทางข้ามทะเลบอลติกไป Stockholm ประเทศสวีเดน

หายเหนื่อยแล้ว ลองออกไปดูส่วนต่างๆ ของเรือสำราญดูบ้างว่ามีอะไรให้ทำบ้าง ขึ้นลิฟท์ไปชั้น 10 ที่ดาดฟ้าเรือมีสแน็กบาร์ขายขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เบาๆ มีที่นั่งกลางแจ้งสำหรับนั่งตากแดดในฤดูร้อน แต่ฤดูนี้อากาศยังเย็นอยู่คงจะนั่งได้ไม่นานหรอก

36

เกือบจะ 3 ทุ่ม พระอาทิตย์ใกล้จะตกแล้ว ลงไปที่ชั้น 6 เดินไปที่ Cafeteria หาอะไรกินมื้อเย็น ที่นี่มีแต่อาหารแช่เย็นพวกแซนด์วิชเบอร์เกอร์ไส้ต่างๆ ไม่มีอาหารที่ถูกปากคนเอเชียอย่างผมเลย แต่ก็จำเป็นต้องเลือกเพราะถ้าไปกินที่ร้านอาหารอื่นคงแพงระยับแน่ ดูแล้วเป็นร้านอาหารชั้นหนึ่งทั้งนั้น สั่ง baquette ham Kinkkupatonki 3.50 ยูโร+jogurt drink อีก 1.50 ยูโรที่ดูแล้วหน้าตาพอกินได้ที่สุดมา

เกือบเที่ยงคืนก็เข้านอน คืนนี้นอนค้างบนเรือ 1 คืน ไปโผล่อีกทีตอนเช้าวันรุ่งขึ้นที่สต็อกโฮล์มเลย

37

ตะลุยเดี่ยว..เที่ยวเอง “สแกนดิเนเวีย” ตอนที่ 3 “Sweden” ดินแดนแห่งกลุ่มเกาะน้อยใหญ่และทิวทัศน์แบบสแกนสุดลงตัว

Accommodation: Tallink Express Hotel

Transportation: Tallink Silja Line cruise

Restaurant: Von Krahli Aed

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต