ตะลุยเดี่ยว..เที่ยวเอง “สแกนดิเนเวีย” ตอนที่ 3 “Sweden” ดินแดนแห่งกลุ่มเกาะน้อยใหญ่และทิวทัศน์แบบสแกนสุดลงตัว

เที่ยวเอง รีวิว สต็อกโฮล์ม สวีเดน Stockholm Sweden

เที่ยวเอง: ฟินแลนด์ – เอสโตเนีย – สวีเดน – นอร์เวย์

Capture Sweden
หลังจากหลับสนิทบนเฟอร์รี่ข้ามคืนข้ามทะเลมาจากประเทศเอสโตเนีย
ตะลุยเดี่ยว..เที่ยวเอง “สแกนดิเนเวีย” ตอนที่ 1 “Finland” เที่ยวฟินในดินแดนซานตาคลอส
ตะลุยเดี่ยว..เที่ยวเอง “สแกนดิเนเวีย” ตอนที่ 2 “Estonia” เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของยุโรป

เข้าสู่วันที่ 3 ของทริปที่กรุงสต็อกโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศสวีเดนครับ

1

เช้าแล้ว จัดการกิจส่วนตัวเสร็จก็เดินไปที่ห้องอาหารเพื่อรับประทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ที่ซื้อบัตรไว้ตั้ง 9.50
ยูโร (400 บาทเศษ) อาหารก็เหมือนบุฟเฟ่ต์ฝรั่งทั่วไป มีขนมปัง ชา กาแฟ แฮมชนิดต่างๆ ไส้กรอก เนื้อปลาแซลมอนสดๆ หลายชนิด ขนมหวานก็มีให้เลือกหลายอย่างครับ

10.00 น. หลังจากอยู่บนเรือนานถึง 17 ชั่วโมง ในที่สุดเรือก็เดินทางมาถึงท่าเรือ Stockholm Värtahamnen
(เวลาของเอสโตเนียเร็วกว่าเวลาของสวีเดน 1 ชั่วโมง)

2

ลงจากเรือ ออกนอกอาคารผู้โดยสารไปที่ทางออกด้านหน้าของท่าเรือ เดินไปทางขวามือเพื่อเข้าตัวเมือง (Centrum) เดินไปเรื่อยๆ ประมาณ 1 กิโลเมตรได้ก็เห็นสถานีรถไฟฟ้า T-bana ชื่อ Ropsten
ที่จริงสามารถนั่งรถเมล์สาย 76 จากหน้าท่าเรือเข้าตัวเมืองสต็อกโฮล์มได้เลย แต่ตอนนั้นยังไม่ได้ซื้อตั๋ววันจึงต้องยอมเดินไปก่อนครับ

3

เดินเข้าไปที่มินิมาร์ทในสถานี ซื้อตั๋วรถโดยสารแบบ Travelcard ชนิด 1-day/24-hour card ราคา 100 SEK
แต่ต้องจ่ายเงินค่าบัตรอีก 20 SEK (อัตราแลกเปลี่ยนที่แลกเงินไปคือ 1 SEK = 4.90 บาท) Travelcard นี้ใช้โดยสารขนส่งสาธารณะในเขตเมืองได้ทุกประเภท ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายใน 24 ชั่วโมงนับจากเวลาแรกที่ใช้ ได้แก่ รถไฟใต้ดิน รถราง และรถเมล์ รวมทั้งเรือสาย Djurgården ferry ของ Waxholmsbolaget จาก Slussen ไปยัง Djurgården (เก็บบัตรไว้ใช้เติมเงินได้อีก)
อัพเดทราคาได้ที่ Stockholm transportation fare

4

มีบัตรโดยสารแล้วคราวนี้ก็สามารถใช้นั่งรถต่างๆ ได้ไม่จำกัดครั้งเลย สแกนบัตรผ่านทางเข้าไปรอรถไฟใต้ดินที่
ชานชลา นั่งเข้าเมืองไปลงที่สถานี Gamla Stan ซึ่งเป็นเขตเมืองเก่าของสต็อกโฮล์ม แล้วเดินซอกแซกตามถนนหินตะปุ่มตะป่ำ เดินลากกระเป๋ายากจริงๆ ไปเช็คอินที่ Best Hostel Skeppsbron โฮสเทลราคาประหยัดอยู่ที่ถนน Skeppsbron  ห้องแบบ Single Bed in Co-ed Dormitory ห้องน้ำรวม ราคาคืนละ 265 SEK ไม่มีอาหารเช้าให้ ผมจะนอนค้างที่นี่ 2 คืนครับ
ผมไปคนเดียวนอนโรงแรมไม่ไหวจริงๆ ครับ ถ้านอนโรงแรมทั่วไปต้องจ่ายคืนละประมาณ 700-1,000 SEK

5

ทำอาหารกินง่ายๆ ที่โฮสเทล ประมาณเที่ยงครึ่งก็พร้อมออกเที่ยวกรุงสต็อกโฮล์ม
ออกจากโฮสเทลไปที่ถนน Skeppsbron เลี้ยวซ้ายเดินตามริมน้ำไปทางทิศเหนือไม่ไกล มองข้ามน้ำไปอีกฝั่งหนึ่งจะเห็น Nationalmuseum

6

มองกลับไปทางซ้ายก็คือด้านหลังของ Kungliga Slottet หรือ Stockholms slott (Stockholm Palace) พระราชวังหลวงของสวีเดนซึ่งมี Vaktparaden หรือทหารรักษาพระองค์เดินสวนสนามหรือแปรขบวนอะไรสักอย่างอยู่ใกล้ๆ กับเสา Obelisken ที่ด้านหน้าของ Storkyrkan (Stockholm Cathedral) โบสถ์เก่าแก่ใจกลางเมืองเก่าของสต็อกโฮล์ม

7

8

เดินขึ้นทางหินลาดเอียง Slottsbacken ไปที่ด้านหน้าโบสถ์

9

เลี้ยวขวาอ้อมไปด้านข้างของพระราชวังซึ่งเป็นลานกว้างรูปครึ่งวงกลมเรียกว่าบริเวณนี้ว่า Yttre Borggården (The Outer Courtyard) มีปืนใหญ่และทหารยืนรักษาการณ์อยู่ตรงทางเข้าพระราชวัง นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะเข้าชมภายในอาคารพระราชวังสามารถซื้อตั๋วได้ที่จุดขายตั๋วที่นี่

10

แต่วันนี้ผมยังไม่มีแผนจะเข้าชมพระราชวังครับเพราะต้องเสียค่าเข้า 100 SEK รอพรุ่งนี้ค่อยซื้อ Stockholm Card
ทีเดียวแล้วเข้าสถานที่เที่ยวสำคัญๆ ทุกแห่งเลย
เช็คราคาค่าเข้าชมพระราชวังหลวงได้ที่ visit Royal Palace of Stockholm

ลงบันไดไปยังด้านหน้าของพระราชวังแล้วเลี้ยวซ้ายข้ามสะพาน Norbro จะผ่าน Riksdagshuset (Parliament House) หรืออาคารรัฐสภาเป็นอาคารหน้ากว้างสวยงามอลังการไม่เบาเลย

11

12

มองตรงไปข้างหน้าเห็นจัตุรัส Gustav Adolfs Torg ที่มีรูปปั้นของพระเจ้า Gustavus Adolphus แห่งสวีเดนอยู่ตรงกลางจัตุรัส ส่วนทางด้านขวามือเป็น Kungliga Operan หรือ The Royal Opera โรงอุปราการหลวงซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณจัตุรัสแห่งนี้เช่นกัน

13

14

ลงจากสะพานเลี้ยวขวาเดินตามถนน Strömgatan ไปไม่นานก็ถึงด้านหน้าของ Nationalmuseum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในสวีเดน เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคารและพฤหัสบดี 10.00-20.00 น. ส่วนวันอื่นๆ เปิด 10.00-18.00 น. ค่าเข้าชม 90 SEK เด็กอายุต่กว่า 21 ปี เข้าชมฟรี
อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit National Museum

15

เลยไปอีกนิดเป็นท่าเรือเรียกว่า Strömkajen quayside ซึ่งมีเรือให้บริการไป Vaxholm จากที่นี่

16

วันนี้อากาศเย็นนะแต่แดดดีมาก ท้องฟ้าสดใสเหมาะกับการเก็บภาพสวยๆ กลับไปเป็นที่ระลึกจริงๆ

เดินย้อนกลับทางเดิมผ่าน Grand Hotel Stockholm ก่อนถึงโอเปร่าก็เลี้ยวขวาเข้าถนน Kungsträdgårdsgatan จนถึงสถานีรถไฟใต้ดิน Kungsträdgården และโบสถ์ Jakobskyrka ทางซ้ายมือ

17

ตรงไปอีกราว 300 เมตรเจอสี่แยกไฟแดง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสายช้อปปิ้งที่ชื่อว่า Hamngatan มองไปก็เห็นสัญลักษณ์ตัวอักษร NK ตัวเบ้อเริ่ม ข้ามถนนไปช้อปปิ้งและหาอะไรกินที่ห้าง NK ช้อปปิ้งมอลล์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเหนือ ห้าง NK เปิดทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ เปิดตั้งแต่ 10.00-20.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ 12.00-17.00 น.

18

วันนี้เป็นวันอิสระสำหรับช้อปปิ้งโดยเฉพาะครับเพราะผมอัดโปรแกรมเที่ยวอย่างแน่นไว้วันพรุ่งนี้วันเดียวเลย เดินดูทุกชั้นเลย ชั้น 1 เป็นร้านแบรนด์เนมหรูเหมือนสยามพารากอนบ้านเรา มีช็อปดังต่างๆ อาทิ Hermès, Mulberry, Burberry, Tod’s ส่วนที่ชั้นอื่นๆ ก็มีแบรนด์ดังอีกเพียบ เช่น Paul Smith, AJ Armani, Polo by Ralph Lauren และร้านที่รวมแบรนด์ดังไว้ในร้านเดียว เช่น PLAY COMME des GARçONS, Y3, Marc Jacobs, Givenchy, D&G, Hugo Boss และแบรนด์อื่นอีกมากมาย ส่วนราคาก็ไม่ต้องพูดถึง ซื้อไม่ลงเลยทีเดียว 555
ส่วนร้านอาหารส่วนใหญ่เป็นคอฟฟี่ช็อป บาร์ ร้านอาหารเบาๆ หรือไม่ก็ร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งราคาแพงหูฉี่เลยครับ มื้อนึงน่าจะหมดไม่ต่ำกว่า 150 SEK

สรุปต้องออกมาซื้อขนมปังยัดไส้ด้วยไส้กรอกเนื้อแบบอิสลามเรียกว่า Bamse ดูน่ากินดีที่หน้าห้าง สั่งขนมปังใหญ่และไส้กรอกยาวเกือบ 2 คืบไปเลย 35 SEK ประมาณ 170 บาท พร้อมเป๊ปซี่ 1 ขวด แล้วเดินไปกินไปเรื่อยจนถึง Sergels Torg ข้ามถนนไปก็เห็นช็อป H&M แบรนด์สินค้าแฟชั่นของสวีเดนแท้ๆ ซึ่งตอนนั้นในเมืองไทยยังไม่มี ไม่รอช้าแวะเข้าไปเดินดูของกันหน่อยเพราะได้ยินมาว่าสินค้าที่นี่ถูกเอามากๆ เลย

ยังไม่หนำใจ  เดินตามถนน Klarabergsgatan  ต่อไปที่ห้าง Åhléns City  เดินเล่นดูของในห้างอีก ห้างนี้มีสินค้าแบรนด์ระดับกลางๆ ไม่ไฮเอนด์เท่าห้าง NK อย่างกางเกงยีนส์แบรนด์ดังของสวีเดน Nudie Jeans ราคาอยู่ที่ 1,400-2,500 SEK ประมาณ 6,800-12,000 บาท ถูกกว่าที่เมืองไทยนิดหน่อย เดินไปเดินมาก็ได้ของอีกจนได้ อิอิ

19

ช้อปปิ้งเสร็จก็กลับโฮสเทล ข้ามทางม้าลายหน้าห้างไปก็ถึงสถานีรถไฟใต้ดิน T-Centralen นั่งรถไฟใต้ดิน (Tunnelbana) สาย T17, T18 หรือ T19 ก็ได้ไป 1 สถานี ลงที่สถานี Gamla Stan แล้วเดินกลับโฮสเทลตามเส้นทางเดิมเมื่อเช้า

20

เก็บของที่ช้อปมาและนั่งพักเหนื่อย ประมาณทุ่มครึ่ง ท้องฟ้ายังไม่มืด ไม่รู้จะทำอะไรเลยออกไปนั่งรถเล่นดีกว่าเพราะยังใช้ Travelcard ที่ซื้อมา 100 SEK ตั้งแต่เช้าไม่คุ้มเลย

ไปหอสมุดแห่งชาติละกัน เดินเลียบริมน้ำตามถนนด้านหน้าโฮสเทลข้ามสะพาน Strömbron ตรงไปขึ้นรถไฟใต้ดินที่สถานี Kungsträdgården สถานีนี้ตกแต่งแปลกๆ ด้วยงานศิลปะทั้งภาพวาดและประติมากรรมมากมาย เพิ่งจะมารู้
ทีหลังว่าสถานีรถไฟใต้ดินของกรุงสต็อกโฮล์มได้รับการยกย่องให้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ยาวที่สุดในโลก

photo credit: www.pinstopin.com
photo credit: www.pinstopin.com

นั่งรถไฟใต้ดินสาย T10 หรือ T11 ป้ายเดียวไปที่ T-Centralen แล้วก็ต้องงมหาทางไปต่อสาย T14 อยู่นานเพราะสถานีนี้เป็นชุมทางใหญ่มาก รถไฟใต้ดินทุกสายผ่านที่สถานีนี้หมด ถึงชานชลาแล้วนั่งรถสาย T14 ไป 1 สถานี ลงที่สถานี Östermalmstorg แถวนี้ผมได้เจอ 7 ELEVEN เป็นที่แรกตั้งแต่มาถึงสต็อกโฮล์มเลย แต่ไม่มีขนมจีบ-ซาลาเปาขายเหมือนที่บ้านเรานะครับ รูปเบลอไปหน่อยครับ ฝรั่งมือสั่น 555

22

เดินมั่วๆ ไปจนเจอถนน Humlegårdsgatan ก็ถึง Kongliga Biblioteket หรือหอสมุดแห่งชาติซึ่งอยู่ในบริเวณสวนสาธารณะ Kungliga Humlegården แต่หอสมุดปิดแล้ว เดินไปด้านหลังของหอสมุดก็เป็นบริเวณสวน Kungliga Humlegården นั่นเอง

23

ขากลับ เดินไปรอรถเมล์ที่ป้ายด้านข้างสวน Kungliga Humlegården นั่งรถเมล์สาย 55 กลับโฮสเทล ระหว่างทางรถเมล์แล่นผ่าน Stureplan ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน Östermalmstorg แถวจัตุรัสนี้เป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมไฮเอนด์ของสต็อกโฮล์ม มีช็อปของแบรนด์ดัง อาทิ Louis Vuitton, Gucci, Bottega Veneta, Mulberry เป็นต้น รถเมล์ข้ามสะพาน Strömbron ไปก็ถึงป้ายที่ใกล้โฮสเทลพอดี

พรุ่งนี้จะเที่ยวสต็อกโฮล์มกันต่อนะครับ รับรองจัดเต็มแบบสุดๆ ไปเลย คืนนี้..ราตรีสวัสดิ์

ต่อวันที่ 2 ในสวีเดน และเป็นวันที่ 4 ของสแกนดิเนเวียทริป วันนี้ยังอยู่เที่ยวที่กรุงสต็อกโฮล์มกันอีก 1 วันครับ
วันนี้จัดโปรแกรมเที่ยวสต็อกโฮล์มแบบอัดเต็มไว้ แถมตอนเย็นยังจะไปเที่ยว Vaxholm ชานกรุงสต็อกโฮล์มอีกด้วย เรียกว่าเดินกันทั้งวันจนขาลากแน่ๆ!

24

เช้านี้อากาศขมุกขมัวเพราะมีฝนตกลงมา ก่อน 9 โมงเช้าพร้อมออกตระเวนทั่วกรุงสต็อกโฮล์มครับ เมื่อวานผมลืมไปซื้อ Stockholm Card ไว้ล่วงหน้า วันนี้เลยต้องเดินเท้าไปที่ Stockholm Tourist Center ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนน Vasagatan เยื้องกับสถานีรถไฟกลาง Stockholm Centralstation เพื่อไปซื้อ Stockholm Card เพราะไม่อยากเสียเงินค่ารถเที่ยวละ 30 SEK หรือเกือบ 150 บาท สำหรับการนั่งรถเพียงไม่กี่ป้าย

25

ปัจจุบันค่ารถโดยสารในสต็อกโฮล์มแบบ Zone tickets คือตั๋วเดินทางแบบเที่ยวต่อเที่ยวแบ่งตามจำนวนโซน A, B และ C ชนิด 1 โซน สำหรับผู้ใหญ่ราคาเที่ยวละ 36 SEK เด็กอายุ 7-19 ปี ราคา 20 SEK, ชนิด 2 โซน ผู้ใหญ่ราคาเที่ยวละ 54 SEK เด็กอายุ 7-19 ปี ราคา 30 SEK และชนิด 3 โซน ผู้ใหญ่ราคาเที่ยวละ 72 SEK เด็กอายุ 7-19 ปี ราคา 40 SEK

ตั๋วชนิดนี้ต้องดูว่าสถานที่ที่จะไปอยู่ในโซนใด แต่ส่วนมากสถานที่ท่องเที่ยวหลักตั้งอยู่ในโซน A ทั้งหมด ตั๋วใบเดียวกันสามารถใช้เดินทางต่อเนื่องได้ภายใน 75 นาที นับจากการ valid ใช้ครั้งแรก
อัพเดทข้อมูลได้ที่ Stockholm transportation fare

photo credit: play.google.com
photo credit: play.google.com

แต่ระยะทางเพียงไม่กี่ป้ายรถ ผมต้องใช้เวลาเดินประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงสถานีรถไฟ Stockholm Centralstation (Stockholm C) แวะเข้าไปข้างในสถานีเพื่อซื้อตั๋วรถไฟไป Oslo สำหรับพรุ่งนี้เช้าก่อน ตั๋วรถไฟ Stockholm to Oslo S ชั้น 2 ราคา 364 SEK ผมถึงกับงงเพราะที่เช็คราคาในเว็บไซต์มามันแค่ 197 SEK เท่านั้น ถึงกับต้องควักบัตรเครดิตมาจ่ายเพราะเตรียมเผื่อเงินสดไปไม่พอ อาจอดตายในวันข้างหน้าได้

*ขอแนะนำเลยนะครับว่าขอให้ทำการซื้อตั๋วยานพาหนะทุกชนิดที่จะใช้เดินทางระหว่างเมืองต่างๆ ในประเทศแถบ
สแกนดิเนเวียออนไลน์ไปล่วงหน้า ยกเว้นรถสาธารณะในเมือง อย่าไปซื้อที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วเพราะราคาจะแพงขึ้นอย่างมากครับ

ซื้อตั๋วเสร็จแล้วก็เดินออกจากสถานีรถไฟ ข้ามถนนไป Tourist Center รอเวลาเปิดสักพักแล้วเข้าไปกดบัตรคิวเพื่อซื้อ Stockholm Card 1 day ราคา 425 SEK บัตรนี้สามารถใช้โดยสาร Stockholm Public Transport คือ รถไฟใต้ดิน, รถเมล์, รถราง, commuter train และ ferry ทั่ว Stockholm County ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตามระยะเวลาที่ระบุในบัตร นอกจากนี้ยังใช้เข้าชมพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ กว่า 100 แห่งทั้งในสต็อกโฮล์มและชานเมืองได้ฟรีหรือได้รับส่วนลดบางอย่าง

ปัจจุบัน Stockholm Card แบบ 1 วัน สำหรับผู้ใหญ่ราคา 525 SEK เด็กอายุ 6-17 ปี ราคา 235 SEK สามารถซื้อออนไลน์ได้ที่ Stockholm Card

27

จากตรงนี้มองไปจะเห็นอาคารสีอิฐขนาดใหญ่มีหอคอยสูงตั้งอยู่ริมน้ำ นั่นคือ Stadshuset หรือ City Hall

10 โมงเศษๆ เดินข้ามสะพานประมาณ 10 นาทีก็ถึง Stadshuset ซึ่งเป็นสถานที่มอบรางวัลโนเบลในเดือนธันวาคมของทุกปี การเข้าชม Stadshuset ต้องผ่านไกด์ทัวร์เท่านั้นซึ่งมีบริการทุกวัน ยกเว้นวันหยุดราชการบางวัน ไกด์ทัวร์แบ่งเป็นรอบๆ ทุก 1 ชั่วโมง ตั้งแต่ 10.00-15.00 น. (ในเดือนมิ.ย.-ส.ค. มีรอบทุก 30 นาที ตั้งแต่ 09.30-16.00 น.) ใช้เวลารอบละ 45 นาที ใช้ Stockholm Card ขึ้นชมฟรี ปกติราคา 90 SEK ในช่วงเดือนเม.ย.-ต.ค. ส่วนช่วงเดือนม.ค.-มี.ค. และพ.ย.-ธ.ค. จะมีราคาถูกกว่า
รายละเอียดเพิ่มเติมและอัพเดทราคาค่าไกด์ทัวร์ได้ที่ visit Stockholm City Hall

28

ส่วนหอคอยสูงเรียกว่า Tornmuseet หรือ Tower Museum สามารถขึ้นไปชมวิวกรุงสต็อกโฮล์มได้ โดยในเดือนพ.ค. และ ก.ย. ทุกวัน 09.15-15.55 น., มิ.ย.-ส.ค. 09.15-17.15 น. ขึ้นชมได้เป็นรอบๆ ทุก 40 นาที แต่ละรอบสามารถขึ้นชมได้ 30 คน ไม่สามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ เคาน์เตอร์เปิดขายตั๋ว 09.00 น. ปกติค่าขึ้นชมราคา 40 SEK เด็กอายุไม่เกิน 11 ปีขึ้นชมพร้อมกับผู้ปกครองได้ฟรี แต่ทั้ง Stadshuset และ Tornmuseet นี้ใช้ Stockholm Card เข้าฟรีครับ
รายละเอียดเพิ่มเติมและอัพเดทราคาค่าขึ้นชมได้ที่ Stockholm City Hall Tower

29

กะจะขึ้น Tornmuseet รอบ 10.35 น. แต่ตั๋วถูกขายหมดเกลี้ยงแล้ว ขนาดมี Stockholm Card ยังขอขึ้นไม่ได้เลยครับ ต้องรอรอบต่อไปอีก 1 ชั่วโมง แนะนำให้ไปดักรอเข้าคิวซื้อก่อน 9 โมงเช้าซึ่งเป็นเวลาเปิดขายตั๋ว แต่ควรขึ้นชมรอบบ่ายเพราะตอนเช้าจะย้อยแสงเล็กน้อยครับ

ถ้าขึ้นชมก็จะได้ภาพ Gamla Stan หรือเมืองเก่าของสต็อกโฮล์มจากมุมสูงแบบนี้ครับ (ขอยืมรูปน้องชายมา) แต่ผมไม่ได้ขึ้นก็เลยได้วิวมุมระนาบแบบนี้ครับ 555

30

31

เดินดูและถ่ายรูปมุมต่างๆ ของที่นี่ เสร็จแล้วก็เดินข้ามสะพาน Stadshusbron กลับ Gamla Stan

32

ถึง Gamla Stan เดินซอกแซกตามตรอกแคบๆ ของเมืองเก่าไปจนถึงทางเข้า Kungliga Slottet หรือ The Royal Palace ที่ Yttre Borggården (The Outer Courtyard) ไม่ต้องต่อคิวซื้อตั๋วเข้าชมครับ ใช้ Stockholm Card ผ่านประตูเข้าไปชมภายในพระราชวังฟรีได้เลย (ปกติค่าเข้าชมราคา 100 SEK)

พระราชวังหลวงแห่งสวีเดนสร้างในสไตล์บาโรค มี 7 ชั้น ประกอบด้วยห้องต่างๆ ถึง 600 ห้อง แต่ละห้องรวบรวมของล้ำค่าของพระมหากษัตริย์ราชวงศ์ต่างๆ แห่งสวีเดนไว้มากมาย เปิดให้เข้าชมในช่วงวันที่ 15 พ.ค.-13 ก.ย. ทุกวันตั้งแต่ 10.00-17.00 น., วันที่ 14 ก.ย.-14 พ.ค. เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ 10.00-16.00 น. ปัจจุบันค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 150 SEK เด็กอายุ 7-17 ปี และนักเรียน ราคา 75 SEK เด็กอายุต่ำกว่า 7 ขวบเข้าชมพร้อมผู้ปกครองฟรี มีไกด์ทัวร์บริการตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.-14 พ.ค. ในวันอังคาร-อาทิตย์
อัพเดทข้อมูลซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงทุกปีได้ที่ visit Royal Palace of Stockholm

33

ขึ้นบันไดที่ Inre Borggården หรือห้องโถงเข้าไปที่อาคารฝั่ง Festvåningen (The State Apartments) ชมห้อง Konseljsalen (The Council Chamber) เป็นห้องแรก
ต่อด้วยห้อง Karl XI’s galleri แต่ละห้องรวบรวมของล้ำค่าของพระมหากษัตริย์ราชวงศ์ต่างๆ แห่งสวีเดนไว้มากมาย

เดินไปทางฝั่ง Gästvåningen (The Guest Apartments) เข้าชมห้อง Meleagersalongen (The Meleager Salon) เป็นห้องสุดท้ายพอหอมปากหอมคอครับ

34

35

เที่ยงแล้ว ออกจากพระราชวังเดินข้ามสะพาน Norbro ผ่านอาคารัฐสภาไปที่จัตุรัส Gustav Adolfs เลี้ยวขวาเดินผ่านโรงโอเปร่าเส้นทางเดียวกับเมื่อวาน เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Kungsträdgårdsgatan มีซุ้มขายอาหารแบบ take away คล้ายๆ แป้งพิซซ่าไส้ต่างๆ ยืนดูหน้าตาเมนูแล้วเลือกสั่ง Tjock Korv & Rostad Lök ราคา 50 SEK หรือประมาณ 250 บาท เป็นแป้งหนานุ่มแผ่นใหญ่ห่อไส้กรอกชิ้นใหญ่ มีมันบดหนา และโรยหน้าด้วยเบคอนกรอบ ราดซอสตามใจชอบ รสชาติใช้ได้แต่เลี่ยนมันบดไปหน่อยนะ

36

เดินไปกินไปจนถึงสถานีรถไฟใต้ดิน Kungsträdgården เลี้ยวขวาเข้าถนน Arsenalsgatan เดินผ่านด้านหน้าสถานีตรงไปยัง Nybroplan

รอเรือที่ Nybrohamnen ซึ่งมีเรือ sightseeing boat จอดเทียบท่ารอรับนักท่องเที่ยวไปชมจุดท่องเที่ยวต่างๆ หลายบริษัท ส่วนใหญ่แล้วสามารถใช้ Stockholm Card ขึ้นเรือได้ฟรี (ปกติค่าเรือป้ายเดียวราคา 40 SEK, 24 hour ticket ราคา 100 SEK)

37

รอประมาณ 5 นาที เรือก็มาจอดที่ท่า ใช้ Stockholm Card ขึ้นเรือนั่งข้าม Nybroviken ไปยัง Vasamuseet หรือ Vasa Museum บนเกาะ Djurgården ไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงแล้วครับ (จุด A ไป B ในรูป)

photo credit: www.city-discovery.com
photo credit: www.city-discovery.com

ระหว่างทางมองไปบนเกาะ Djurgården ก็เห็นสวนสนุก Gröna Lunds Tivoli อยู่ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์วาซา
ถ้าอยากเล่นเครื่องเล่นก็ต้องเสียค่าผ่านประตู 90 SEK
เช็คเวลาเปิด-ปิดและอัพเดทค่าเข้าได้ที่ Gröna Lunds Tivoli Amusement Park

39

ถึงท่าเรือ เดินอ้อมไปยังทางเข้าด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ ใช้ Stockholm Card เข้าชมภายใน Vasamuseet ได้ฟรีจากปกติค่าเข้า 110 SEK

Vasamuseet คือพิพิธภัณฑ์เรือไวกิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของสวีเดนเป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวของสต็อกโฮล์มที่จะพลาดไม่ได้ ภายในเก็บรักษาเรือรบวาซา เรือรบหลวงที่สร้างเสร็จเมื่อปีค.ศ. 1628 ในช่วงสงครามบอลติกระหว่างเดนมาร์ค รัสเซีย และโปแลนด์ โดยเป็นเรือรบที่ถูกคาดหวังว่าจะเป็นเรือรบที่ยิ่งใหญ่เพราะใช้เงินลงทุนมากที่สุดในเวลานั้น แต่ในวันที่เรือวาซาออกจากท่ากรุงสต็อกโฮล์มเพียงแค่ชั่วระยะ 1,000 เมตร เรือกลับค่อยๆ เอียงและจมลงในที่สุด สาเหตุของการจมนั้นมีผู้สันนิษฐานว่าเกิดจากความไม่สมดุลของใต้ท้องเรือที่แคบ ในขณะที่เสากระโดงเรือนั้นสูงมาก

พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน วันที่ 1 ก.ย.-31 พ.ค. ตั้งแต่ 10.00-17.00 น. วันพุธเปิดถึง 20.00 น., 31 ธ.ค. เปิด 10.00-15.00 น., 1 มิ.ย.-31 ส.ค. 08.30-18.00 น., วันที่ 23-25 ธ.ค. และ 1 ม.ค. พิพิธภัณฑ์ปิด ปัจจุบันค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 130 SEK ในวันพุธระหว่างวันที่ 1 ก.ย.-31 พ.ค. เวลา 17.00-20.00 ราคา 100 SEK เด็กอายุไม่เกิน 18 ปี เข้าชมฟรี
อัพเดทราคาค่าเข้าชมได้ที่ visit Vasa Museum

ผ่านประตูเข้าไปสิ่งแรกที่เห็นคือเรือไวกิ้งโบราณลำยักษ์ซึ่งเป็นไฮไลต์ของที่นี่ ส่วนที่ชั้นต่างๆ ก็เป็นประวัติและโมเดลจำลองวิถีชีวิตและเรื่องราวต่างๆ ของนักเดินเรือในสมัยโบราณ

40

เดินชมพิพิธภัณฑ์วาซาจนถึงบ่ายสามโมง เดินออกไปที่ด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ก็เห็นด้านหลังของอาคารสวยงามอลังการ นั่นคือ Nordiska Museet (Nordic Museum) พิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและกลุ่มชาติพันธุ์ของสวีเดนตั้งแต่ยุคสมัยใหม่ตอนต้น เปิดให้เข้าชมทุกวัน 10.00-17.00 น. วันพุธเปิดถึง 20.00 น. ตั้งแต่เดือนก.ย.-พ.ค. หลัง 17.00 น. เข้าชมฟรี ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 100 SEK เด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี เข้าชมฟรี
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ Nordic Museum

41

เดินอ้อมไปที่ด้านหน้าของ Nordiska Museet  รอรถเมล์สาย 44 เพื่อไป Karlaplan  แล้วค่อยต่อรถไฟใต้ดินไปยัง T-Centralen แต่วันนี้มีการแข่งขันวิ่งมาราธอน ทำให้รถเมล์ยกเลิกให้บริการชั่วคราว ผมจึงต้องเดินตรงลูกเดียวเป็นกิโลไปที่ Karlaplan เลยครับ

42

จากนั้นนั่งรถไฟใต้ดินสาย T13 ไปที่สถานี T-Centralen แล้วต่อสาย T17 direction Åkeshov อีก 11 สถานีไปลงที่สถานี Brommaplan ซึ่งเป็นเขตนอกเมืองสต็อกโฮล์มทางทิศตะวันตก ลงจากสถานีเดินไปที่ป้ายรถเมล์ ขึ้นรถเมล์สาย 177 (ไปทาง Ekerö, Skärvik) ที่จอดรออยู่ไปพระราชวัง Drottningholm อีกประมาณ 8 นาที

นอกจากรถเมล์สาย 177 แล้วรถเมล์สาย 176 (ไปทาง Stenhamra), 301, 311, 323, 331, 336 ก็สามารถไป Drottningholm ได้เช่นกัน

ประมาณ 4 โมงเย็นก็ถึง Drottningholm (Ekerö) ใช้เวลารวมจาก T-Centralen ประมาณ 30 นาที (ปกติค่ารถจาก T-Centralen ถึง Drottningholm ราคารวม 60 SEK)

Drottningholm อยู่บนเกาะ Lovön ในโซน B ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสต็อกโฮล์ม มี Drottningholm Slott หรือ Prince Carl Philip Slottsteater เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะพลาดไม่ได้ พระราชวังดร็อตต์นิงโฮล์มมีลักษณะคล้ายพระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส เป็นที่ประทับของพระราชวงศ์แห่งสวีเดนสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1662

ปัจจุบันพระราชวังเปิดให้เข้าชมในเดือนม.ค.-มี.ค. วันเสาร์-อาทิตย์ 12.00-15.30 น., เม.ย. เปิดทุกวัน 11.00-15.30 น., พ.ค.-ก.ย. เปิดทุกวัน 10.00-16.30 น., ต.ค. เปิดวันศุกร์-อาทิตย์ 11.00-15.30 น., พ.ย.-ธ.ค. เปิดวันเสาร์และอาทิตย์ 12.00-15.30 น. พระราชวังปิดวันที่ 14-30 ธ.ค.

ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 120 SEK เด็กอายุไม่เกิน 17 ปีเข้าชมฟรี ถ้าซื้อตั๋วแบบรวมค่าเข้าชม Kina Slott (Chinese Pavilion) ตั้งแต่ 1 พ.ค.-30 ก.ย. ผู้ใหญ่ราคา 180 SEK เด็กอายุไม่เกิน 17 ปีเข้าชมฟรี
อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Drottningholm Palace

43

วันนี้พระราชวังปิด 16.30 น. เหลือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแล้ว ต้องรีบเข้าชมให้เร็วที่สุด ใช้ Stockholm Card เข้าชมภายในพระราชวังได้ฟรี เดินชมห้องต่างๆ ได้แป๊บเดียวพระราชวังก็จะปิดแล้ว เลยต้องออกมาเดินถ่ายรูปเล่นที่สวนหน้าพระราชวัง (ตอนนั้นค่าเข้าชมพระราชวังราคา 80 SEK ถ้าซื้อแบบรวม Kina Slott (Chinese Pavilion) ด้วยราคา 120 SEK Kina Slott เปิดทุกวัน พ.ค.-ส.ค. 11.00-16.30 น., ก.ย. 12.00-15.30 น. ปกติค่าเข้า 70 SEK)

44

เดินไปที่ป้ายรถเมล์พอดีรถสาย 322 มาพอดีเลยขึ้นรถกลับไปที่ Brommaplan แล้วต่อรถไฟใต้ดิน (จริงๆ อยู่ลอยฟ้า) สาย T19 direction Gullmarsplan กลับทางเดิมไปที่สถานี T-Centralen ต่อสาย T14 direction Mörby Centrum อีก 3 สถานี แล้วลงที่สถานี Tekniska högskolan (KTH) ที่ถนน Vallhallavägen เดินไปที่ป้ายรถเมล์ โชว์ Stockholm Card แล้วนั่งรถเมล์สาย 670 ยาวไปประมาณ 50 นาทีก็ถึง Söderhamnsplan ที่ Vaxholm ตอนเกือบ 1 ทุ่ม

45

Vaxholm เป็นเขตการปกครองหรือชุมชนหนึ่งชานกรุงสต็อกโฮล์ม อยู่บนเกาะ Wax หรือ Vaxön ในโซน B
ห่างจากสต็อกโฮล์มไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราว 45 กิโลเมตร Vaxholm ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของ archipelago ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มเกาะน้อยใหญ่ถึง 64 เกาะ แต่มีเพียง 16 เกาะเท่านั้นที่มีผู้อยู่อาศัย ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบแต่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเลยครับ

photo credit: www.vanderkrogt.net
photo credit: www.vanderkrogt.net

ลงจากรถเมล์ เดินไปทางขวามือแปปเดียวก็เห็น Vaxholm Hotell พอผ่านโรงแรมเลี้ยวซ้ายตามทางบังคับก็เห็น Vaxholms fästning และ Kastellet คือป้อมปราการแห่งแว็กซ์โฮล์มอยู่บนเกาะห่างจากฝั่งไปไม่ถึง 100 เมตร ป้อมปราการแห่งนี้เคยใช้ป้องกันการโจมตีของกองทัพเรือเดนมาร์คและรัสเซียมาเมื่อหลายร้อยปีก่อน

47

ตอนนี้เย็นมากแล้ว ถ้ามาเช้ากว่านี้จะสามารถนั่งเรือข้ามไปที่เกาะและเข้าชม Vaxholms fästning museum ได้ สามารถใช้ Stockholm Card เข้าชมฟรี จากปกติค่าเข้าชม 50 SEK
เช็คเวลาเปิด-ปิดและอัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Vaxholm Fortress

จากท่าเรือ Österhamnen ที่มองไปเห็น Vaxholms fästning เดินย้อนกลับทางเดิมกลับมาที่เดิมดูป้ายบอกทางไป Rådhustorget จัตุรัสซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ว่าการเมืองและ Vaxholms Turistbyrå หรือศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว เดินไปไม่ไกลนักก็ถึงแล้วแต่ Tourist Information ปิดแล้ว

48

เดินกลับไปที่ป้ายรถเมล์เดิม รอรถเมล์สาย 670 เหมือนเดิมกลับสต็อกโฮล์ม พอถึงสถานีรถไฟใต้ดิน Tekniska högskolan ก็ลงรถเมล์ แล้วต่อรถไฟใต้ดินสาย T14 ไปที่สถานี Östermalmstorg และต่อรถเมล์สาย 2 กลับถึง
โฮสเทลประมาณสองทุ่ม

วันนี้ตระเวนทั่วกรุงสต็อกโฮล์มจริงๆ ครับ เล่นเอาปวดเมื่อยขาไปหมด แต่ยังไม่จบทริปเพียงแค่นี้ พรุ่งนี้ผมจะไปตะลุยเที่ยวต่อที่ประเทศนอร์เวย์ครับ
ตะลุยเดี่ยว..เที่ยวเอง “สแกนดิเนเวีย” ตอนที่ 4 “Norway” แผ่นดินแสนสงบ ธรรมชาติบริสุทธิ์ และฟยอร์ดงดงาม

Accommodation: Best Hostel Skeppsbron

Transportation: Tallink Silja Line cruiseStockholm Transportation

Shopping: NKÅhléns City

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต