ตะลุยเดี่ยว..เที่ยวเอง “สแกนดิเนเวีย” ตอนที่ 5 “Bergen & Flåm” เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของนอร์เวย์ ชมฟยอร์ดอันโด่งดัง

เที่ยวเอง รีวิว เบอร์เก้น โฟลม นอร์เวย์ Bergen Flam Norway

เที่ยวเอง: ฟินแลนด์ – เอสโตเนีย – สวีเดน – นอร์เวย์

Capture Norway
รีวิวตอนสุดท้ายของทริปนี้แล้วนะครับ
ตะลุยเดี่ยว..เที่ยวเอง “สแกนดิเนเวีย” ตอนที่ 1 “Finland” เที่ยวฟินในดินแดนซานตาคลอส
ตะลุยเดี่ยว..เที่ยวเอง “สแกนดิเนเวีย” ตอนที่ 2 “Estonia” เมืองหลวงทางวัฒนธรรมของยุโรป
ตะลุยเดี่ยว..เที่ยวเอง “สแกนดิเนเวีย” ตอนที่ 3 “Sweden” ดินแดนแห่งกลุ่มเกาะน้อยใหญ่และทิวทัศน์แบบสแกนสุดลงตัว

วันที่ 6 ในดินแดนสแกนดิเนเวียนี้ ผมจะพาไปเที่ยว Bergen และ Flåm ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตของนอร์เวย์

ความเดิมตอนที่แล้ว ผมออกเดินทางโดย night train จากกรุงออสโลตอน 5 ทุ่มนิดหน่อย นั่งเอนหลับบนรถไฟข้ามคืนไปถึงสถานีรถไฟ Bergen ตอนเช้าวันรุ่งขึ้นครับ
ตะลุยเดี่ยว..เที่ยวเอง “สแกนดิเนเวีย” ตอนที่ 4 “Norway” แผ่นดินแสนสงบ ธรรมชาติบริสุทธิ์ และฟยอร์ดงดงาม

1

ประมาณตี 5 กว่า ผมสะดุ้งตื่นเพราะแสงอาทิตย์เข้าตา มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนไปหมด ทะเลสาบก็เป็นน้ำแข็ง ช่างเป็นบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมมากแบบที่ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน
อีกครู่หนึ่งรถไฟก็เข้าจอดที่สถานี Myrdal ก่อนที่จะออกเดินทางต่อไปยังเมือง Bergen

2

06.56 น. รถไฟแล่นถึง Bergen Togstasjon หรือสถานีรถไฟ Bergen รวมเวลาเดินทางทั้งสิ้น 7 ชั่วโมง 47 นาที
ลงจากรถไฟเดินเข้าไปในอาคารสถานีเพื่อจัดการธุระส่วนตัวและหาที่ฝากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ จ่ายเงินค่าฝากกระเป๋าไป 40 NOK ก็พร้อมออกเดินเที่ยวแล้ว

3

Bergen คือเมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศนอร์เวย์ตั้งอยู่ริมฝั่ง North Sea ทางตะวันตกสุดของประเทศ เบอร์เก้นเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของนอร์เวย์ซึ่งได้รับเกียรติให้เป็นเมืองมรดกโลกและเป็น 1 ใน 9 เมืองของยุโรปที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็น European Capital of Culture หรือเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมของยุโรป

photo credit: nickpagee.com
photo credit: nickpagee.com

ออกจากสถานีรถไฟเดินไปทางซ้ายแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนน Kaigaten เดินตามทางรถรางผ่านสระน้ำใหญ่ Lille Lungegårdvann ถ้ามองข้ามสระน้ำไปจะเห็น Bergen Kunstmuseum

5

ตรงต่อไปจนผ่านอาคารสูงซึ่งก็คือ Rådhus หรือที่ทำการเมือง เลี้ยวขวาเข้าถนน Christies gate แล้วเลี้ยวซ้ายที่
สามแยกเดินตามถนน Småstrandgaten ไปประมาณ 100 เมตร พอเห็นอนุสาวรีย์ Sjøfartsmonumentet ทางซ้ายก็เลี้ยวขวาเข้าถนน Torgallmenningen

Bergen-city-map

เดินอีกนิดเดียวก็เห็น Fisketorget i Bergen หรือ Bergen Fish Market อยู่ทางซ้ายมือแล้ว

Bergen map

6

เดินดู Torget หรือตลาดปลาที่มีปลาและของทะเลสดๆ จากทะเลขายในราคาไม่แพงนัก ตลาดปลาที่เบอร์เก้นนี้อยู่ที่บริเวณท่าเรือ Bergenhavn ริมอ่าว Vågen อาหารทะเลที่นี่จึงสดใหม่อยู่เสมอ

7

ที่หมายต่อไปคือ Bryggen บ้านไม้เก่าแก่อายุเกือบ 300 ปีตั้งอยู่ริมอ่าว Vågen ห่างจากตลาดปลาราว 300 เมตร Bryggen ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO ตั้งแต่ปีค.ศ. 1979 ปัจจุบันบ้านไม้เหล่านี้เป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ผับ และพิพิธภัณฑ์เล็กๆ

ที่นี่เป็นไฮไลต์สำคัญที่สุดของเบอร์เก้นเลยนะครับ

8

จากตลาดปลา เดินตรงไปที่สี่แยก มองตรงไปก็เห็น Fløibanen สถานีรถรางไฟฟ้าขึ้นสู่ยอดเขา Fløyen เพื่อชมวิว ณ จุดที่สูงที่สุดของเมืองที่ระดับความสูง 320 เมตรจากระดับน้ำทะเล จากจุดนี้จะสามารถมองเห็นตัวเมืองเบอร์เก้นได้อย่างทั่วถึงครับ ในช่วงที่ผมไปมีบริการรถรางไฟฟ้าตั้งแต่ 11.00-24.00 น. ค่าตั๋วไป-กลับ ราคา 70 NOK

9

ปัจจุบันมีบริการรถรางไฟฟ้าขึ้นสู่ยอดเขาทุกๆ 15 นาที ระหว่างเวลา 10.00-20.30 น. และทุกๆ 30 นาทีในเวลาก่อน 10.00 น. และหลัง 20.30 น. ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค.-30 ธ.ค. วันจันทร์-ศุกร์ 07.30-23.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 08.00-23.00 น. ใช้เวลาเดินทาง 5-6 นาที ตั๋วรถรางไป-กลับสำหรับผู้ใหญ่ราคา 85 NOK เด็กอายุ 4-15 ปี ราคา 43 NOK ตั๋วครอบครัวประกอบด้วยผู้ใหญ่ 2 คน เด็กอายุ 4-15 ปี 2 คน ราคา 215 NOK เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปีเดินทางพร้อมผู้ปกครองฟรี

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ Fløibanen to Mount Fløyen

ยังไม่เดินตรงไปที่สถานี Fløibanen แต่เลี้ยวซ้ายไปเดินเล่นที่ Bryggen ก่อนครับ

11

12

เลยกลุ่มบ้านไม้ที่ Bryggen ไปมีป้อมหินอยู่ข้างหน้าไม่ไกลนัก นั่นคือ Rosenkrantztårnet ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณ Bergenhus festning (Bergenhus Fortress) ด้านหลังป้อมคือ Håkonshallen (Haakon’s Hall)

เดินไปจนสุดทางเป็นท่าเรือนานาชาติ Bontelabo

13

เดินย้อนกลับทางเดิมผ่าน Bryggen ไปที่สี่แยกเดิมแล้วเลี้ยวซ้ายเดินตามทางขึ้นเนินไปที่สถานี Fløibanen

14

แต่ผมไม่ได้ขึ้นรถรางไฟฟ้าไปชมวิวมุมสูงของเบอร์เก้นจากยอดเขา Fløyen หรอกครับเพราะคำนวณเวลาดูแล้วกลัวจะเดินกลับไปสถานีรถไฟไม่ทัน

ตอนนั้นจะ 10 โมงแล้วต้องรีบกลับสถานีรถไฟ ระหว่างทางผ่านตลาดปลาอีกครั้ง ขอแวะซื้ออาหารเช้าไปกินบนรถไฟเสียหน่อย เห็นร้านนึงขายขนมปังหน้าปลาทะเลสดๆ และกุ้งตัวใหญ่ มีป้ายชื่อเมนูติดว่า RundsTykke Miy ราคา 50 NOK เป็นเนื้อปลาแซลมอนหน้าตาน่ากิน จึงสั่งแพ็คขึ้นไปกินบนรถไฟซะเลย และซื้อ Speket reinsdyrpølse med god viltsmak ไส้กรอกเนื้อกวางเรนเดียร์อัดแท่ง 200 กรัม ราคา 55 NOK กลับไปให้ที่บ้านลองชิมครั้งหนึ่งในชีวิตอีกด้วย

15

16

จากนั้นก็เดินกลับไปที่สถานีรถไฟ เอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้แล้วเดินไปขึ้นรถไฟซึ่งจอดรอที่ชานชลาอยู่แล้ว

ไป Flåm
10.28 น. รถไฟสาย Bergensbanen (Bergen-Oslo) ขบวน NSB Regiontog 602 ออกเดินทาง
รถไฟแล่นผ่านสถานี Arna, Dale, Voss และถึงสถานี Myrdal ตอน 12.20 น.

17

ผมลงจากรถไฟเพื่อรอต่อขบวนรถไฟสาย Flåmsbana หรือ Glacier Line ลงสู่หุบเขา Flåm
ตั๋วรถไฟ Bergen-Flåm one way ราคารวม 516 NOK ถ้าซื้อล่วงหน้า 1 วัน (minipris) ราคา 449 NOK
เช็คตารางเวลาและราคาตั๋วรถไฟได้ที่ Norway train

18

ที่ Myrdal นี้ผมได้สัมผัสกับหิมะเป็นครั้งแรกในชีวิต ทั้งที่ไปเที่ยวยุโรปมาแล้ว 20 ประเทศ เพราะผมไปในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนตลอดจึงไม่เคยเห็นหิมะตกแบบนี้มาก่อนเลย อากาศข้างนอกสถานีหนาวมาก ผมใส่กางเกงขาสั้นซะด้วย เลยต้องขอหลบหนาวในสถานีรถไฟ นั่งรอขบวนรถไฟสาย Flåmsbana ไป Flåm อีก 1 ชั่วโมงเศษ

19

13.27 น. ขบวนรถไฟสาย Flåmsbana ก็เข้าจอดรับผู้โดยสาร

20

จากนั้นก็ค่อยๆ แล่นไปตามไหล่เขาเมียร์ดาลที่สูงชันจากระดับความสูง 866 เมตร หรือ 2,838 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ผ่านอุโมงค์ถึง 20 แห่งตลอดเส้นทางลงสู่ส่วนลึกของหุบเขา Flåm จนสุดทางที่สถานีรถไฟ Flåm (Flåm Stasjon)

photo credit: www.thorsengruppen.no
photo credit: www.thorsengruppen.no

ระหว่างทางรถไฟแวะจอดให้นักท่องเที่ยวลงไปถ่ายรูปและชมความมหึมาของ Kjosfossen หรือน้ำตกเคียส์

22

23

พอรถไฟแล่นผ่านสถานี Dalsbotn ก็มองเห็น Rjoandefossen หรือน้ำตกริยอนด์ที่ไหลแรงลงจากหน้าผาชันสูงถึง 140 เมตรเป็นมุมฉากเลย

24

เมื่อรถไฟผ่านสถานี Håreina เส้นทางรถไฟเริ่มเปิดกว้างขึ้น สามารถมองเห็นฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่อยู่เบื้องล่างและ
Flåmsdalen
(Flåm Valley) หรือหุบเขาโฟลมซึ่งมี Flåm kirke โบสถ์โฟลมที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1667 เป็นโบสถ์ที่ใช้ประกอบศาสนพิธีจริงที่เล็กที่สุดในโลก

ภาพนี้คือภาพซิกเนเจอร์ของ Flåm เลยนะครับ ต้องนั่งรถไฟขาลงเขาและนั่งทางซ้ายของขบวนนะครับถึงจะได้ภาพนี้

25

ในที่สุดรถไฟก็เข้าจอดสุดทางที่ Flåm Stasjon หรือสถานีรถไฟ Flåm ในเวลา 14.25 น. รวมระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 55 นาที (จาก Bergen ถึง Flåm ใช้เวลาเดินทางรวม 3 ชั่วโมง 57 นาที)
ตอนที่ผมไปนั้นตั๋วรถไฟ Flåmsbana แบบเที่ยวเดียวราคา 250 NOK ส่วนตั๋วไป-กลับราคา 350 NOK
เช็คตารางเวลาและอัพเดทราคาตั๋วรถไฟได้ที่ The Flåm Railway

26

Flåm อ่านว่า “โฟลม” เป็นหมู่บ้านหรือเมืองเล็กๆ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 500 คน โฟลมได้ชื่อว่าเป็นเมือง
ศูนย์กลางของฟยอร์ดที่ยาวและลึกที่สุดในโลกซึ่งมีชื่อว่า Sognefjord ซุกเน่ฟิยอรด์มีความยาวถึง 204 กิโลเมตรจากทะเลลึกเข้ามาถึงแผ่นดิน โฟลมอยู่ติดกับ Aurlandsfjorden ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของ Sognefjorden

photo credit: m.naim.my
photo credit: m.naim.my

เดินลากกระเป๋าไปยังที่พักในคืนนี้คือ Flåm Hostel ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟ 300 เมตร ห้องเตียงเดี่ยวแต่ห้องน้ำรวมราคาคืนละ 360 NOK ไม่มีอาหารเช้าให้ด้วยครับ ห้องเล็กและแคบแค่นี้คืนนึงยัง 2,000 กว่าบาทเลย ค่าที่พักที่นอร์เวย์นี่แพงสุดยอดจริงๆ ครับ

28

29

บ่ายสามโมงกว่า เดินกลับไปแถวสถานีรถไฟซึ่งมีร้านอาหารให้เลือก 3-4 ร้าน เดินดูเมนูแต่ละร้านแล้วเลือกเข้าร้าน Furukroa ซึ่งดูแล้วมีราคาถูกที่สุดครับ แต่ทุกเมนูก็ยังถือว่าแพงอยู่ดี มีแค่เซ็ตแฮมเบอร์เกอร์+เฟรนช์ฟราย+โค้ก ที่ราคาไม่แพงนัก แต่ราคาก็ยังเกิน 100 NOK ทุกชุด ไหนๆ มื้อนี้ต้องกินของแพงแล้ว ขอจัดอาหารพื้นเมืองเลยละกันครับ สั่ง Kjøttkaker หรือ Norwegian Meatballs จานละ 110 NOK + โค้กแก้วใหญ่อีก 27 NOK รวมมื้อนี้หมดไป 137 NOK หรือประมาณ 760 บาท ได้เนื้อก้อนมา 3 ลูก และเครื่องเคียงพวกมันและแครอทอีกนิดหน่อย อร่อยก็ไม่อร่อยเท่าไหร่ แถมไม่อิ่มอีกต่างหาก แพงสุดๆ อ่ะ

30

เสร็จแล้วก็เริ่มเดินเที่ยวชมรอบๆ บริเวณโฟลมซึ่งมีร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร คาเฟ่ และท่าเรือซึ่งอยู่ด้านหน้าสถานีรถไฟ ท่าเรือแห่งนี้มีเรือบริการพานักท่องเที่ยวล่องชมฟยอร์ดไปหมู่บ้าน Gudvangen ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 265-370 NOK นอกจากนี้ยังมีบริการเรือด่วนไปเมืองเบอร์เก้นด้วย

31

ใครสนใจล่องเรือชมฟยอร์ด Aurlandsfjorden และ Nærøyfjorden และแวะเที่ยวหมู่บ้านเล็กๆ น่ารักๆ เช่น Gudvangen, Voss ก็สามารถเลือกซื้อทัวร์ Norway in a nutshell® ได้ครับ มีทัวร์หลายเส้นทางให้เลือกมากมายเลย
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ Norway in a nutshell®

photo credit: www.malinikaushik.com
photo credit: www.malinikaushik.com

ใกล้กับสถานีรถไฟเป็นที่ตั้งของ Flåmsbana Museet พิพิธภัณฑ์แสดงเทคโนโลยีการก่อสร้างทางรถไฟสาย Flåmsbana ที่พิสูจน์ถึงความสามารถและความชำนาญอันสูงส่งของวิศวกรเมื่อ 88 ปีก่อน ทางรถไฟสายนี้ใช้เวลาก่อสร้างเกือบ 20 ปีกว่าจะเปิดเส้นทางเป็นการชั่วคราวสำหรับรถไฟไอน้ำเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1940 และสำหรับรถไฟฟ้าในปีค.ศ. 1944

32

เดินชมความงดงามของ Aurlandsfjorden (อ่านว่า อูร์ลานด์สฟิยอร์เด้น) แต่ไม่ได้ล่องเรือนะครับเพราะไม่มีตังค์ 555 ค่าใช้จ่ายแต่ละอย่างที่นี่แพงหูฉี่จริงๆ

33

34

จุดหมายต่อไปคือ Flåmsdalen หรือหุบเขาโฟลมซึ่งตอนนั่งรถไฟลงเขาได้เห็นหมู่บ้านเล็กๆ โบสถ์โฟลม และแม่น้ำ Flåmselvi ไหลผ่านหมู่บ้านนี้มาแล้ว

35

เดินตามถนนเลียบแม่น้ำ Flåmselvi ไปหลายกิโล ผ่าน Fretheimshaugane หมู่บ้านเล็กๆ บนเนินเขาทางซ้ายมือ

36

ผ่านน้ำตก Brekkefossen ผ่านฟาร์มแพะที่บริเวณ Lunden จากนั้นแบตเตอรี่กล้องถ่ายรูปของผมก็หมดสนิท จึงต้องตัดสินใจเดินกลับโฮสเทลเพราะเหลือระยะทางอีกกิโลครึ่งกว่าจะถึง Flåmsdalen และเมื่อไปถึงแล้วก็ถ่ายรูปไม่ได้อยู่ดีด้วย

37

ทำใจเดินกลับไปที่สถานีรถไฟ เดินเล่นแถว Flåmsbana Museet แถวๆ พิพิธภัณฑ์มีสถานีบริการรถนำเที่ยวจุดสำคัญต่างๆ ของโฟลมและสถานที่ใกล้เคียง มีหลายเส้นทางให้เลือกและหลายรอบต่อวัน รอบละ 45 นาที ค่าบริการ 90 NOK หรือประมาณ 500 บาท ยอมเดินเอาดีกว่าครับ 555

เดินเที่ยวจนหมดเมืองแล้วก็เดินกลับโฮสเทลไปพักผ่อนให้เต็มที่หลังจากนอนบนรถไฟมาไม่ค่อยเต็มอิ่มเท่าไหร่ คืนนี้ขอนอนเหยียดยาวให้สุดแม้ว่าเตียงจะกว้างน้อยไปหน่อยก็พอหลับให้สนิทได้ครับ

พรุ่งนี้เช้าก็จะออกเดินทางกลับออสโลเพื่อบินกลับกรุงเทพฯ แล้ว โดยขากลับก็จะนั่งรถไฟขบวน Flåmsbana ขึ้นเขาไปที่สถานี Myrdal เหมือนเดิม แล้วต่อรถไฟเข้ากรุงออสโลครับ

38

และแล้ววันสุดท้ายของทริปก็มาถึง ออกจากโฮสเทล เดินลากกระเป๋าไปที่สถานีรถไฟเพื่อนั่งรถไฟกลับออสโล

กลับ Oslo
วันนี้ที่โฟลมหมอกลงจัดมาก ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบไปหมดจนมองไม่เห็นยอดเขาเลย

39

08.35 น. รถไฟ Flåmsbana 1850 ก็ออกจากสถานี Flåm ขึ้นเขากลับไปที่สถานี Myrdal
ตั๋วรถไฟ Flåm-Oslo S แบบ one way ราคารวม 873 NOK ถ้าซื้อล่วงหน้า 1 วัน (minipris) ราคา 749 NOK

40

นั่งรถไฟย้อนกลับเส้นทางเดิมชมวิวเพลินๆ ไปเรื่อยๆ รถไฟแวะจอดให้ลงไปถ่ายรูปน้ำตก Kjosfossen เหมือนตอนขามา จากนั้นอีกไม่นานก็ถึงสถานี Myrdal บนยอดเขาในเวลา 09.27 น. ใช้เวลาเดินทาง 52 นาที

41

42

รอต่อรถไฟสาย Bergensbanen (Bergen-Oslo) ที่นี่อีก 23 นาที เลยเข้าร้านอาหารซึ่งมีอยู่ร้านเดียวในสถานีรถไฟ หาอะไรกินรองท้องซะหน่อย ก็เหมือนเช่นเคยครับแทบไม่มีอะไรน่าสนใจและราคาก็แพงกว่าที่ออสโลและโฟลมอีกต่างหาก น้ำเปล่าหรือน้ำอัดลมขวด 0.5 ลิตร ที่ออสโลราคาขวดละ 20 NOK ที่โฟลมขวดละ 25 NOK ส่วนที่ Myrdal ขวดละ 30 NOK เกือบ 170 บาท เห็นราคาแล้วถึงกับดื่มไม่ลงเลยครับ จึงซื้อแค่ฮอทด็อก 1 อัน เล็กนิดเดียว 34 NOK กินเป็นอาหารเช้า

43

วันนี้ที่ Myrdal หิมะไม่ตกแต่ฝนตกปรอยๆ อากาศไม่ค่อยหนาวเท่ากับเมื่อวาน
รอรถไฟจนถึง 09.50 น. รถไฟขบวน NSB Regiontog 62 ก็มาจอดที่ชานชลา ขึ้นรถไฟไปหาที่นั่งแล้วนั่งยาวอีกเกือบ 6 ชั่วโมงกว่าจะถึงออสโล

ระหว่างทางจาก Myrdal กลับ Oslo นั้น รถไฟแล่นผ่านเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนเป็นระยะทางยาวทั้งสองข้างทาง บางจุดมีทะเลสาบที่เย็นจัดจนกลายเป็นทะเลสาบน้ำแข็ง เป็นภาพที่สุดยอดมากจริงๆ ครับ

44

นั่งไปเกือบครึ่งชั่วโมง รถไฟก็หยุดที่สถานี Finse ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่ตั้งอยู่สูงที่สุดของระบบรถไฟนอร์เวย์ที่ความสูง 1,222.2 เมตรจากระดับน้ำทะเล จากจุดนี้เหลือระยะทางอีก 302.1 กิโลเมตรจะถึงออสโล

45

รถไฟแล่นไปแวะจอดไปที่สถานี Geilo, Ål, Gol, Nesbyen, Hønefoss, Drammen, Asker, Lysaker และในที่สุดก็ถึงสถานีรถไฟ Oslo S ในเวลา 14.30 น. ก่อนกำหนดเวลาจริง 2 นาที
จาก Flåm ถึง Oslo ใช้เวลาเดินทางรวม 5 ชั่วโมง 55 นาที

46

47

พอถึงออสโลแล้ว ผมยังขอไปเที่ยวนอกเมืองที่เรียกว่า Bygdøy อีกนิดหน่อย
สามารถอ่านรายละเอียดในรีวิวตอนที่ 4 ซึ่งเป็นเรื่องราวการท่องเที่ยวในกรุงออสโลล้วนๆ ครับ
ตะลุยเดี่ยว..เที่ยวเอง “สแกนดิเนเวีย” ตอนที่ 4 “Norway” แผ่นดินแสนสงบ ธรรมชาติบริสุทธิ์ และฟยอร์ดงดงาม

สำหรับรีวิว ตะลุยเดี่ยว..เที่ยวเอง “สแกนดิเนเวีย” ขอจบตอนสุดท้ายแต่เพียงเท่านี้ครับ

Accommodation: Flåm Hostel

Transportation: Norway trainThe Flåm Railway

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต