เที่ยวเองบอสเนียและเฮอร์เซโกวินา แฝดผู้น้องของสวิสและตุรกี ตอนที่ 2 “Sarajevo” ฟ้าหลังฝน..สวยงามเสมอ

เที่ยวเอง รีวิว ซาราเยโว บอสเนีย เฮอร์เซโกวินา sarajevo bosnia herzegovina
เที่ยวเอง กวาดเรียบเมืองริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ อเดรียติก แถมบอสเนียแอนด์เฮอร์เซโกวินา อีกประเทศ

Trip map

ผ่าน 10 วันของการเดินทางแล้วนะครับ วันนี้เราจะเข้าเมืองหลวงของบอสเนียและเฮอร์เซโกวินาคือ Sarajevo แวะเที่ยวประมาณ 5 ชั่วโมง บ่ายๆ ก็จะนั่งรถบัสไปค้างคืนที่เมือง Jajce

1

วันก่อนเราเดินเที่ยวใน Mostar ออกนอกเมืองไปหมู่บ้าน Blagaj แล้วไปเดินเล่นและค้างคืนที่ Konjic ตามรีวิวตอนนี้
บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา แฝดผู้น้องของสวิสและตุรกี ตอนที่ 1 “Mostar – Blagaj – Konjic” ราวกับหยุดเวลาไว้ในยุคออตโตมัน

เรื่องราวใน 10 วันที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ไปชมกันได้ครับ
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 1 “Nice” เมืองตากอากาศชื่อดังสุดหรูของฝรั่งเศส
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 2 “Monaco” ประเทศเล็กๆ สุดหรูหราเว่อร์วัง
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 1 “Cinque Terre” หมู่บ้านริมหน้าผาแสนน่ารักแห่งลิกูเรีย
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 2 “Pisa” ซ้ำเดิม..เพิ่มเติมคือที่ใหม่
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 3 “Florence” ซ้ำเดิม..แต่ไม่เหมือนเดิม
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 4 “Bologna” เมืองมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในยุโรป
เที่ยวเองประเทศแปลก “San Marino” รัฐอิสระอายุกว่า 1,700 ปี
โครเอเชียน่าเที่ยวไม่เบา ตอนที่ 1 “Split” ยังไงก็ต้องขอแวะเมืองนี้
โครเอเชียน่าเที่ยวไม่เบา ตอนที่ 2 “Dubrovnik” เมืองแห่งป้อมกำแพงโบราณ บ้านหลังคาสีส้ม และทะเลสีน้ำเงินสด
มอนเตเนโกร ประเทศใหม่กำลังมาแรง ตอนที่ 1 “Podgorica และ Ostrog” มาเมืองนี้ด้วยความศรัทธา
มอนเตเนโกร ประเทศใหม่กำลังมาแรง ตอนที่ 2 “Budva และ Sveti Stefan” เมืองรีสอร์ทสุดหรูริมทะเลสุดงาม
มอนเตเนโกร ประเทศใหม่กำลังมาแรง ตอนที่ 3 “Kotor” ฟยอร์ดแห่งอเดรียติก

ตามโปรแกรมเช้านี้จะต้องนั่งรถไฟจาก Konjic ไป Sarajevo เมืองหลวงของบอสเนียฯ เวลา 08.15 น. ก่อน 8 โมงเช้าก็เช็คเอาท์และเดินลากกระเป๋าไปสถานีรถไฟตามเส้นทางที่ลองเดินไปดูแล้วเมื่อวาน

2

ตรงไปไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงสถานีรถไฟกลาง Željeznička stanica Konjic เข้าไปในอาคารที่ยังคงเงียบเหงา แต่วันนี้มีป้าเจ้าหน้าที่ขายตั๋วอยู่คนนึงจึงเข้าไปซื้อตั๋วรถไฟไป Sarajevo ป้าพูดภาษาบอสเนียกลับมาฟังไม่รู้เรื่องครับแต่จับใจความได้ว่าไม่มีรถไฟ เราก็งงสิ ที่ป้ายยังติดหมายเลขขบวนรถไฟ เส้นทางรถไฟ และเวลาที่ออกอยู่เลย แล้วไม่มีรถไฟได้ยังไง! ป้าพยายามชี้ว่ามีป้ายบอกว่าปิดให้บริการชั่วคราวระหว่างวันที่เท่าไหร่ อ่าว! ซวยเลย ปิดวันไหนไม่ปิด ดันมาปิดช่วงที่เราจะใช้

ปกติรถไฟ Konjic-Sarajevo (คือขบวนเดียวกับที่มาจาก Mostar) มีหลายขบวนต่อวัน สำหรับขบวน 08.15 น. นี้เป็นรถไฟด่วนขบวน 720 ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 33 นาที โดยจะถึงสถานีรถไฟกลาง Željeznička stanica Sarajevo ในเวลา 09.48 น. ตั๋วรถไฟราคาเที่ยวละ 6.30 BAM)

เช็คเวลาและราคาตั๋วรถไฟได้ที่ Bosnia & Herzegovina trainTrain ticket prices

3

งานเข้าแล้วสิ! แต่ได้ชื่อว่า “เที่ยวเอง” ซักอย่าง เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อยครัช เรามีเตรียมแผนสำรองไว้อยู่แล้ว เปลี่ยนแผนเดินข้ามแม่น้ำ Neretva ไปที่ท่ารถบัสที่เราลงตอนมาจากมอสทาร์เมื่อวาน เร่งฝีเท้าเดินหน่อยเพราะรถบัสจะออกตอน 8 โมงครึ่ง ควบไปถึงท่ารถบัส 8 โมง 15 นาที รถบัส Autoprevoz-Bus ไป Sarajevo มาถึงพอดีเลย รีบซื้อตั๋วรถบัสที่ร้านขายของตรงนั้น ตั๋วราคาใบละ 9 BAM และต้องจ่ายค่ากระเป๋าใหญ่อีกใบละ 1 BAM (ถ้าพลาดคันนี้จะต้องรออีกคันถึง 10.15 น. เลย)

เช็คตารางเวลารถบัสได้ที่ Bosnia & Herzegovina bus

4

นั่งรถบัสชมวิวธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ไปชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงสถานีรถบัส Autobuska stanica Sarajevo ที่ถนน Put života 8

5 6

เดินเข้าไปในอาคารสถานีติดต่อเคาน์เตอร์ขายตั๋วเพื่อฝากกระเป๋าเดินทางไว้ ให้สังเกตป้ายที่เขียนว่า Garderoba
ค่าฝากกระเป๋าชั่วโมงแรก 2 BAM ชั่วโมงต่อไปชั่วโมงละ 1 BAM

7 8

สบายตัวแล้ว ขอลองเดินไปดูสถานีรถไฟกลาง Željeznička stanica Sarajevo ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 200 เมตร โดยเดินไปทางตึกโทรคมนาคมสูง เข้าไปในสถานีซึ่งดูเงียบเหงาเหมือนไม่มีรถไฟวิ่ง อาจจะเป็นเพราะรถไฟที่จะผ่านที่นี่ปิดให้บริการชั่วคราวก็ได้

9

ให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของ Sarajevo (Сарајево) เพื่อเป็นพื้นฐานสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยรู้จักประเทศและเมืองนี้
เท่าไหร่ครับ

ซาราเยโวคือเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวินาซึ่งคนทั่วไปมักจะนึกถึงภาพของสงครามและความไม่ปลอดภัยของประเทศนี้เพราะบอสเนียฯ อยู่ภายใต้สงครามกลางเมืองยาวนานเกือบ 4 ปี (ตั้งแต่ 6 เม.ย. 1992 – 14 ธ.ค. 1995) ซึ่งเป็นสงครามความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ระหว่างชาวโครแอต ชาวเซิร์บ และชาว
บอสเนียนซึ่งเป็นชาวมุสลิม ชาวเซิร์บและโครแอตในบอสเนียฯ ต่อต้านการแยกตัวเป็นอิสระของรัฐมุสลิมบอสเนียฯ จึงก่อการโจมตีอย่างหนักเกือบทั้งประเทศ รวมทั้งที่กรุงซาราเยโว ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นจนกลายเป็นสงครามบอสเนียซึ่งเป็นสงครามการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยกองทัพเซิร์บและชาวโครแอตที่ทำการสังหารหมู่ชาวบอสเนียนอย่างเหี้ยมโหด

หลังสงครามบอสเนียยุติลงจึงได้มีการกำหนดให้ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวินาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 2 เขต คือ สหพันธรัฐบอสเนียและเฮอร์เซโกวินาซึ่งเป็นของชาวมุสลิมและโครแอต และสาธารณรัฐเซิร์ปสกา (Republika Srpska) ซึ่งเป็นของชาวเซิร์บ

photo credit: en.wikipedia.org
photo credit: en.wikipedia.org
เข้าเรื่องเที่ยวกันเลยครับ

ซาราเยโวได้รับฉายาว่า “Jerusalem of Europe” เมืองหลวงแห่งนี้มีความน่าสนใจทั้งในเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และสภาพบ้านเมืองแบบออตโตมัน แม้หลายคนที่เคยมาเที่ยวประเทศบอสเนียฯ จะเลือกไปแค่เมืองมอสทาร์ แต่เราขอเที่ยวบอสเนียให้ลึกขึ้นไปอีกครับ
อ่านข้อมูลท่องเที่ยวซาราเยโวได้ที่ www.sarajevo.ba

เราจะเดินเที่ยวกรุงซาราเยโวเป็นแนวนอนจากซ้ายไปขวา (ตะวันตกไปตะวันออก) แล้วนั่งรถรางกลับไปที่สถานีรถบัสซึ่งอยู่ทางตะวันตกของเมือง
ดูแผนที่จุดท่องเที่ยวของซาราเยโวแบบเข้าใจง่ายๆ ประกอบนะครับ

photo credit: www.theydrawandtravel.com
photo credit: www.theydrawandtravel.com

ออกจากสถานีรถไฟกลางไปที่ลานกว้างมากซึ่งเป็นชุมทางรถรางรถเมล์ใหญ่ เดินผ่านป้ายรถรางทแยงมุมไปทางขวาข้ามถนนตรงเข้าถนน Halida Kajtaza เดินตามทางรถรางผ่านสถานทูตสหรัฐฯ ไปไม่ไกลก็เห็นอาคาร Zemaljski Muzej Bosne i Hercegovine (National Museum of Bosnia and Herzegovina) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบอสเนียและเฮอร์เซโกวินาก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1850 (ระยะทางประมาณ 600 เมตร)

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ visit National Museum of Bosnia and Herzegovina

12 13

ข้ามถนนใหญ่เดินไปที่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ เดินต่อตามถนน Ulica Zmaja od Bosne ไปทางทิศตะวันออกแป๊บเดียวก็ถึง Trg Bosne i Hercegovine จัตุรัสกว้างซึ่งเป็นย่านที่ทำงานและธุรกิจ

14

ตรงต่อไปที่ Sarajevo City Center ห้างสรรพสินค้าดังของเมือง ขอแวะเข้าไปดูว่าห้างที่นี่หน้าตาเป็นยังไงซะหน่อย โอ้ว! หรูหราไฮโซไม่เบานะเนี่ย 555

15 16

ออกจากห้างเดินตามทางรถรางบนถนน Hiseta ไปเรื่อยๆ จนถึงริมแม่น้ำ Miljacka ก็เห็นสถานที่สำหรับจูบอยู่ริมแม่น้ำ เค้าคงเขียนป้ายบอกเป็นกิมมิกให้ถ่ายรูปขำๆ ล่ะมั้ง 555

17

18

ตรงเข้าถนน Obala Kulina Bana เดินเลียบริมแม่น้ำผ่านสะพานเหล็ก Skenderija most ไปไม่ไกลมองข้ามแม่น้ำไปทางขวาก็เห็นอาคารสวยงามขนาดใหญ่ นั่นคือ Akademija likovnih umjetnosti Sarajevo (Academy of Fine Arts Sarajevo)

19

เดินต่อไปอีกหน่อยก็เห็น Narodno pozorište Sarajevo (Sarajevo National Theatre) โรงบัลเล่ต์และโอเปร่าแห่งซาราเยโวตั้งอยู่ที่เชิงสะพานเหล็กอีกแห่งคือ Čobanija most

20

เลยไปอีกหนึ่งสะพานที่มีชื่อว่า Drvenija most ก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Gimnazijska

21 22

ตรงไปที่ Trg oslobođenja – Alija Izetbegović ซึ่งมีคุณลุงคุณตากำลังเล่นหมากรุกยักษ์กันอยู่

23

ทางขวามือคือด้านหน้าของ Saborna Crkva Rođenja Presvete Bogorodice (Саборна Црква Рођења Пресвете Богородице) หรือ Cathedral Church of the Nativity of the Theotokos ซึ่งเป็นโบสถ์เซอร์เบียนออร์โธด็อกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในบอสเนีย

24

ตอนนี้เราอยู่ใน Stari Grad หรือเมืองเก่าของซาราเยโว

25

ต่อไปเราจะไปสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศซึ่งเป็นสถานที่สังหารหมู่โดยกองทัพ Republika Srpska ในช่วง Siege of Sarajevo ในสงครามบอสเนียถึง 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 1994 และ 28 ส.ค. 1995 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 100 ศพ จนกองทัพ NATO ต้องเข้าแทรกแซงเพื่อระงับเหตุรุนแรง สถานที่ว่านั้นก็คือ Gradska tržnica หรือ Markale (marketplace) ซึ่งปัจจุบันเป็นตลาดสดในร่มขายของสดพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ และไข่ เดินตรงผ่านจัตุรัส oslobođenja ไปนิดเดียวก็ถึงแล้ว

26 27

เลี้ยวขวาเข้าถนนคนเดิน Ulica Ferhadija ไม่ถึง 200 เมตรก็ถึงมหาวิหารสำคัญที่สุดของเมืองที่เรียกกันว่า Katedrala Srca Isusova (Sacred Heart Cathedral) Sarajevo Cathedral คือโบสถ์ขนาดใหญ่ที่สุดชองบอสเนียฯ ตั้งอยู่ที่ Trg Fra Grge Martića ด้านหน้าโบสถ์มีรอยหยดเลือดจำลองเพื่อรำลึกถึงการสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศ

28 29

ตรงเข้าถนน Ulica Strossmayerova ข้างหน้าโบสถ์แล้วเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกเข้าถนน Zelenih Beretki

30 31

นิดเดียวก็ถึงซากโบราณสถาน Tašlihan หนึ่งในที่พักที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ปัจจุบันคือ Hotel Europe

32 33

เดินเลยไปจนถึงสามแยกตัว Y เลี้ยวขวาไปที่ริมแม่น้ำซึ่งเป็นที่ตั้งของ Latinska ćuprija (Latin Bridge) หรือ Principov most (Princip Bridge) สะพานออตโตมันข้ามแม่น้ำ Miljacka ที่บริเวณเชิงสะพานทางเหนือของแม่น้ำเป็นจุดที่ Archduke Franz Ferdinand of Austria แห่งจักรวรรดิ Austro-Hungarian และพระนาง Sophie, Duchess of Hohenberg ภริยา ถูกลอบสังหารโดย Gavrilo Princip เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 1914 จนกลายเป็นชนวนของสงครามโลกครั้งที่ 1 (casus belli of World War I)

34 35

ข้ามสะพานไปถ่ายรูปแป๊บนึง

36

แล้วเดินย้อนกลับทางเดิม ถึงสามแยกตัว Y เลี้ยวขวาเข้าถนน Kundurdžiluk แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Ulica Mudželiti veliki ก็เห็นยอดของ Sahat Kula (Clock Tower) หอนาฬิกาประจำมืองที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17

37 38

เลี้ยวขวาเข้าประตูไปในอาณาเขตของ Gazi Husrev-begova džamija (Gazi Husrev-beg Mosque) หรือ Bey’s mosque มัสยิดสถาปัตยกรรมแบบออตโตมัน เปิดให้ผู้ที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมเข้าชมได้วันละ 3 ช่วงเวลาคือ 09.00-12.00, 14.30-16.00 และ 17.30-19.00 ค่าเข้าชม 3 BAM

39 40

ด้านหน้ามัสยิดมี Šadrvan (Shadirwan-Fountain) ส่วนด้านข้างคือ Gazi Husrev-begovo turbe (Gazi Husrev-beg mausoleum)

41

เดินออกประตูหน้าน้ำพุไปก็เจอ Kuršumlija medresa – Muzej Gazi Husrev-beg (Kurshumli Madrasah – Museum of Gazi Husrev-beg) เปิดให้เข้าชมในเวลา 09.00-13.00 และ 13.30-20.00 ค่าเข้าชม 3 BAM เช่นกัน

42

เลี้ยวขวาเข้าถนน Sarači เดินอีกนิดก็ถึง Morića han (Morica Inn) ที่พักแห่งเดียวในซาราเยโวที่อนุรักษ์ไว้ตามแบบฉบับของออตโตมัน เข้าไปด้านในมีคนนั่งที่ร้านอาหารเพียบเลยครับ บรรยากาศในเมืองเก่าแถวนี้คึกคักมากๆ

43 44 45

ตอนนี้เราน่าจะเดินจากสถานีรถไฟมาไกลประมาณ 3 กิโลครึ่งได้แล้วครับ เดินไกลแบบแทบไม่รู้ตัวเลย 555 วันนี้อากาศร้อนและแดดแรงมากด้วย เหงื่อนี่แฉะหลังเลยครัช แต่ที่เที่ยวของซาราเยโวยังไม่หมดแค่นี้ เรายังไม่ได้ไปจุดไฮไลต์สำคัญที่สุดของที่นี่เลย นั่นก็คือ Baščaršija ซึ่งต้องเดินตามถนน Sarači ต่อไปทางทิศตะวันออกอีกไม่กี่ก้าว

Baščaršija (Sarajevo’s old bazaar) คือจัตุรัสเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 เมื่อ Isa-Beg Isaković ได้ค้นพบซาราเยโว ที่นี่เป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมือง ตรงกลางจัตุรัสมี Sebilj น้ำพุสไตล์ pseudo-Ottoman ตั้งเด่นอยู่

46 47

เดินผ่านน้ำพุแล้วข้ามถนนไปมีป้ายรถราง Baščaršija สำหรับนั่งกลับไปที่สถานีรถไฟกลาง เดี๋ยวขากลับออกจากเมืองเก่าเราก็จะมาขึ้นรถรางที่ป้ายนี้ครับ

48

บ่ายโมงครึ่งแล้ว เดินย้อนกลับไปหาอะไรกินในซอกซอยแถวๆ นั้น เดินเลือกอยู่พักหนึ่งก่อนเข้าร้าน Minder ร้านเล็กๆ ตกแต่งเก๋ดี สั่งชุด Pileći Filet เป็นสเต็กไก่กับมันฝรั่งทอด (Pomfrit) + โค้กกระป๋องเย็นๆ คลายร้อนหน่อย ชุดนี้ 9 BAM ครับ และสั่งแฮมเบอร์เกอร์ไก่อีก 3 BAM ห่อไปกินบนรถบัสระหว่างนั่งไปเมือง Jajce เพราะจะถึงที่นู่นตอนค่ำๆ

49 50

อิ่มแล้วก็เดินเที่ยวกันต่อ กลับไปที่จัตุรัส Baščaršija เดินผ่านมัสยิด Baščaršijska džamija แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Bravadžiluk

51

ตรงไปจนถึงสามแยกตัว Y เลี้ยวขวาไปที่สะพาน Novi most kod Vijećnice ทางซ้ายมือคือ Vijećnica (Old Town Hall) ที่ทำการเมืองหลังเก่าตั้งอยู่ที่ถนน Obala Kulina Bana ริมแม่น้ำ Miljacka อาคารหลังนี้เป็น Nacionalna i univerzitetska biblioteka Bosne i Hercegovine หรือ National and University Library of Bosnia and Herzegovina (NUBBiH)

52

เดินถ่ายรูปริมแม่น้ำที่มีสะพานข้ามเป็นระยะๆ จากเชิงสะพาน Šeher-Ćehajina ćuprija ข้าง Vijećnica (Old Town Hall) มีทางเดินขึ้นเนินเขาไปยัง Žuta tabija (Yellow Fortress) ซึ่งเป็นจุดชมวิวกรุงซาราเยโวจากมุมสูง (ระยะทาง 600 เมตร) แต่เราไม่ได้เดินขึ้นไปครับเพราะไม่ได้เผื่อเวลามาและได้ข่าวว่าแถวนั้นค่อนข้างเปลี่ยวไม่ค่อยปลอดภัย

53

ข้ามสะพานไปที่ฝั่งใต้ของแม่น้ำ Miljacka ตอนนี้เรายืนอยู่ทางตะวันออกสุดของเมืองก่อนจะขึ้นภูเขาสูงที่มีบ้านคนตั้งเรียงรายอยู่เป็นชั้นๆ ขึ้นไปข้างบนเขา

54 55

ก้มดูนาฬิกาแล้วยังมีเวลาพอให้เดินไปสถานที่ที่ลิสต์มาเผื่อไว้ นั่นคือ Careva džamija (Emperor’s Mosque) หรือในภาษาตุรกีคือ Hünkâr Camii มัสยิดสำคัญสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1457 หลังจากออตโตมันได้ปกครองบอสเนีย มัสยิดแห่งนี้เป็นอีกแลนด์มาร์คสำคัญของซาราเยโว โดยเดินตามถนน Obala Isa-bega Ishakovića ตามแนวแม่น้ำไปทางทิศตะวันตกราว 300 เมตรก็เห็นมัสยิดอยู่ที่เชิงสะพาน Careva Ćuprija

56 57

เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Konak ตรงขึ้นทางชันไปไม่ไกลก็เจอ Crkva svetog Ante (St. Anthony´s Church) โบสถ์คาทอลิกสมัยใหม่ที่ตกแต่งหน้าต่างด้วยกระจกอย่างงดงาม

58

เลี้ยวซ้ายเดินตามถนน Franjevačka อีกนิดเยื้องกับโบสถ์คือ Sarajevska Pivara อาคารสวยงามแห่งนี้คือบริษัทผลิตเบียร์ยี่ห้อดังของบอสเนียฯ อย่าง Sarajevsko pivo ที่เปิดมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1864 โน่น

59 60

เลี้ยวซ้ายกลับลงอีกทางหนึ่งแล้วเลี้ยวซ้ายเดินเลียบแม่น้ำไปข้ามสะพาน Careva Ćuprija ตรงเข้าถนน Abadžiluk ข้างมัสยิดตรงไปไม่ถึง 100 เมตรก็กลับถึงจัตุรัส Baščaršija

61 62

เดินผ่านน้ำพุ Sebilj ไปที่ป้าย Baščaršija ซื้อตั๋วรถรางใบละ 1.60 BAM ต้องซื้อก่อนขึ้นรถเท่านั้นนะครับ (ตั๋วชนิดนี้ใช้ต่อรถรางสายอื่นได้ภายใน 1 ชั่วโมง ส่วนตั๋ววันใช้โดยสารรถเมล์และรถรางได้ไม่จำกัดภายใน 1 วัน ราคา 5 BAM)
เช็คข้อมูลขนส่งสาธารณะของซาราเยโวได้ที่ Sarajevo transportation เลือก Linije

63

ยืนรอรถราง (Tramvajska) สาย 1 (Baščaršija – Željeznička stanica) ซึ่งเป็นสายเดียวที่จะพาเรากลับไปถึงสถานีรถไฟได้ ตามตารางที่เช็คจากเว็บไซต์มาคือมีรอบเวลา 14.32, 14.44 และ 14.56 น. ยืนรอจนผ่านเวลาแรกไปแล้ว ไม่เห็นมีรถรางมาเลย เริ่มงงละจึงถามคนที่รอรถอยู่แถวนั้นว่าจะไปสถานีรถไฟต้องขึ้นรถรางสาย 1 ใช่มั้ย? ก็ได้รับคำตอบว่าใช่ ให้รอตรงนี้แหละ รอจนผ่านเวลาถัดมาคือ 14.44 น. แล้วรถรางก็ยังไม่มาอีก เห็นท่าไม่ค่อยดีละ กลัวจะกลับถึงสถานีรถบัสซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟไม่ทันเวลารถบัสออกตอนบ่ายสามครึ่ง ซื้อตั๋วทางออนไลน์ไว้แล้วแต่ยังไม่ได้เอาใบปรินท์ไปรับตั๋วที่สถานีรถบัสด้วย

64

เห็นรถรางสาย 3 ผ่านไปหลายคันแล้ว ตามข้อมูลที่หามาสามารถขึ้นรถรางสาย 3 กลับสถานีรถไฟได้เหมือนกันแต่ต้องลงแล้วเดินอีกประมาณ 5 นาที ไม่ได้ถึงเป๊ะๆ เหมือนสาย 1 ครับ เราจึงตัดสินใจขึ้นซะเลยแล้วไปถามคนเอาว่าจะไปสถานีรถไฟต้องลงที่ป้ายไหน ยังไม่ทันเข้าประตูรถรางโดนตรวจตั๋วก่อนเลย นายตรวจที่นี่เขี้ยวสุดๆ ครับ

ยืนไปประมาณ 10 นาที พอรถผ่านห้าง Sarajevo City Center ที่เราเข้าไปเดินเล่นมาแล้วแป๊บนึง และผ่าน Zemaljski Muzej Bosne i Hercegovine (National Museum of Bosnia and Herzegovina) ก็ลงที่ป้ายตรงสามแยกเลย

65

เดินตามถนนเดิมผ่านสถานทูตสหรัฐฯ ตรงไปก็เห็นสถานีรถไฟกลาง ข้ามถนนเดินไปทางขวากลับไปที่สถานีรถบัส Autobuska stanica Sarajevo

เข้าไปติดต่อเคาน์เตอร์ขายตั๋วยื่นกระดาษที่ปรินท์อีเมลมาเพื่อขอรับตั๋วรถบัสที่ซื้อออนไลน์ไว้ล่วงหน้าจากเมืองไทย ตั๋วรถบัส Sarajevo-Jajce แบบ karta u jednom smjeru (one way) ราคา 24 BAM และจ่ายค่าฝากกระเป๋า 5 BAM แล้วเดินเข้าชานชาลาไปขึ้นรถบัสที่จอดอยู่แล้วรอเวลารถออกตอน 15.30 น.

เช็คราคาและค่ารถบัสได้ที่ Centrotrans bus

นั่งรถบัสยาวๆ ไปเมือง Jajce (ออกเสียงว่า “ไยสะ”) ก่อนนะครับ ตามไปเที่ยวเมืองชื่อประหลาดนี้ในตอนต่อไปละกัน

66

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต