เที่ยวเอง San Francisco ไม่เห็นต้องเช่ารถขับ

เที่ยวเอง รีวิว ซาน ฟรานซิสโก สหรัฐ อเมริกา San Franciso USA
พอบอกว่าจะไปเที่ยวอเมริกาฝั่งตะวันตก San Francisco – Los Angeles คนมักจะเข้าใจว่าต้องขับรถเที่ยวสิ

โน! เที่ยวในเมืองใช้รถสาธารณะได้ครัช แม้เมืองจะใหญ่มาก บางที่จะไกล แต่รถเมล์เค้าดี มีบ่อย ไม่ต้องรอนาน ใช้เวลาเที่ยวในซานฟรานฯ ชิลล์ๆ ไม่ถึง 2 วันเต็มก็ทั่วแล้ว มีเวลาเหลือให้ช้อปปิ้งกระจาย ระหว่างเมืองก็นั่งรถบัสหรือรถไฟได้ ขับรถไม่เป็น ไม่กล้าขับรถเมืองนอก งงข้างพวงมาลัย ไปไม่กี่คนไม่คุ้มค่าเช่ารถ ค่าน้ำมัน ค่าประกัน ค่าที่จอดรถ ก็เที่ยวเองได้ครับ ไปดูกันว่าเราจัดเส้นทางเที่ยวกันยังไง แถมแนะนำที่ช้อปปิ้งของถูกในทำเลสะดวกด้วยครับ 😀

เราเดินทางโดย night bus จาก L.A. ซึ่งออกจากท่ารถบัส Union Station (Patsaouras Transit Plaza Bay 8) ในดาวน์ทาวน์เกือบเที่ยงคืน ถึง San Francisco ที่ป้ายจอดรถบัส Caltrain Station ที่ Townsend St eastbound ตรงหัวมุมถนน 5th St ประมาณ 9 โมงครึ่ง (เลตจากกำหนดไป 2 ชั่วโมง)

รถบัสของ Megabus เป็นตัวเลือกที่สะดวกเมื่อเทียบกับของ Greyhound ประหยัดเวลา และราคาไม่แพง (แม้ที่นั่งจะไม่ค่อยเหมาะสำหรับการนอนบนรถเท่าไหร่)

ป้ายรถบัสนี้ไม่ได้อยู่ในเขตดาวน์ทาวน์ซานฟรานฯ ต้องนั่งรถเมล์เข้ากลางเมือง โดยเดินนิดนึงไปที่หน้าสถานีรถไฟ San Francisco @ 4th & King St ซึ่งมีป้ายรถเมล์อยู่ เลยไปป้ายนั้นไปอีกนิด รอรถเมล์ (trolley bus) สาย 30 หรือ 45

ค่าตั๋วรถเมล์และรถไฟใต้ดินแบบ Single Ride สำหรับผู้ใหญ่ราคา 2.75 USD ถ้าจ่ายเป็นเงินสด (คนขับรถไม่ทอนเงิน) ขานี้ต้องยอมจ่ายเต็มราคาไปก่อนครับเพราะไม่มีที่ขาย 1-Day / 3-Day Visitor Passport อยู่แถวนั้น

เช็คราคาตั๋วแต่ละประเภทได้ที่ www.sfmta.com

นั่งรถเมล์ไปลงที่ป้าย Stockton St & Sutter St ใกล้ Union Square (ชื่อป้ายรถเมล์ของซานฟรานฯ คือจุดตัดกันของ 2 ถนน) ดู google map ด้วยจะได้ไม่ลงผิดป้ายนะครับ (รถเมล์สาย 30 หรือ 45 จะเลี้ยวขวาเข้าถนน Stockton ตรงผ่าน Chinatown)

เดินตามถนน Stockton ไปยัง Union Square จัตุรัสใจกลางซานฟรานดาวน์ทาวน์

เดินลัดผ่านกลางจัตุรัสเข้า Powell Street (ถนนที่ขนานกับ Stockton Street) ร้อยเมตรเศษก็เห็นป้าย Herbert Hotel ที่พักของเราในคืนนี้

โรงแรมเล็กๆ บนถนนช้อปปิ้งสำคัญใจกลางเมืองนี้ตกแต่งแบบฮิปๆ คูลๆ กำแพงเป็นอิฐเปลือย ใช้วอลล์เปเปอร์ทำให้ดูเก่าๆ ทำเลที่ตั้งดีมากๆ ถนน Powell เป็นเส้นทางหลักเชื่อมระหว่างดาวน์ทาวน์กับ Pier ต่างๆ ซึ่งมีรถเมล์ต่อไปยังสะพาน Golden Gate มีรถรางคลาสสิก (Cable Car) ผ่านหน้าโรงแรมเลย เดินไปไชน่าทาวน์ก็ไม่ไกล เดินไม่กี่นาทีก็ถึงสถานีรถไฟใต้ดินและรถไฟ BART ไปสนามบินแล้ว

ห้องพักราคาหนักเหมือนกันคือคืนละ 117 USD + Tax 14% + City tax 2.25% แต่ไม่รู้เค้าบวกค่าอะไรเข้าไปอีกนิด รวมแล้วจ่ายไป 138.35 USD (ประมาณ 4,400 บาท) ไม่มีอาหารเช้า และต้องเดินราว 100 เมตรไปฝากกระเป๋าใหญ่ไว้ที่ Bartlett Hotel เพราะยังเช็คอินเข้าห้องไม่ได้ครับ

เริ่มเที่ยว San Francisco โดยรถสาธารณะกันเลย

แต่ก่อนอื่นต้องป้องกันผิวหน้าและผิวกายให้พร้อมรับมือกับแสงแดดจ้าของวันนี้ แม้ว่าจะเป็นผู้ชายก็ต้องดูแลรักษาผิวไม่แตกต่างจากสาวๆ ผู้ชายก็กลัวดำเหมือนกันนะครับ 555

โปรแกรมของวันแรกจะเที่ยวในเมือง ไม่ต้องปะทะแดดแรงโดยตรงมากเท่าไหร่ เราจึงเลือกใช้ครีมกันแดด SpectraBAN Sensitive SPF 30 PA++ หลอดสีขาวเหมาะสำหรับคนผิวบอบบางเเละแพ้ง่ายเพราะเนื้อครีมบางเบา ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม เเอลกอฮอล์ ไม่มีพาราเบน ทำให้ไม่ระคายเคืองผิวและทำให้สิวขึ้น สามารถป้องกันรังสียูวีเอเเละยูวีบีช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ลดรอยหมองคล้ำจุดด่างดำ ฝ้า กระ และมีสารช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ป้องกันผิวแห้งจากการถูกรังสียูวี แถมเป็นสูตรกันน้ำด้วย ใช้ทาได้ทั้งใบหน้าเเละตัว พูดเลยว่าไปเที่ยวทุกครั้งต้องพกเจ้า SpectraBAN หลอดนี้ไปใช้ตลอด นอกจากนี้ยังใช้ในชีวิตประจำวันได้ทุกวันด้วย ไปทำงานที่ออฟฟิศหรือใช้ชีวิตอยู่แถวบ้านก็ทาได้ครับ

ทุกอย่างพร้อมก็เดินไปซื้อ 3-Day Visitor Passport ราคา 33 USD ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อ Walgreens ที่ถนน Powell ไม่กี่ก้าวจากโรงแรม บัตรประเภทนี้ใช้โดยสารรถเมล์ของ Muni, รถไฟใต้ดิน Muni Metro, รถราง historic streetcar และ Cable Car ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายใน 3 วัน (เราจะอยู่ในซานฟราน 2 วันจึงไม่เลือกซื้อแบบ 1-Day Visitor Passport ราคา 22 USD)

เช็คสถานที่ขาย Visitor Passport ได้ที่ Where to buy SFMTA products?

ข้ามถนน Powell หน้าโรงแรมไปมีป้ายรถรางคลาสสิก (Cable Car) แต่ยังไม่ขึ้นจากป้ายนี้ ขอเดินไป Union Square อีกทีก่อน แถวๆ นี้เป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์ดังจากทั่วโลก ต้นกำเนิดตำนานแห่งยีนส์ Levi’s ก็คือซานฟรานซิสโกนี่เอง

จากป้าย Cable Car ที่ถนน Powell ข้าง Union Square ขึ้น Cable Car สาย Powell-Hyde หรือ Powell-Mason โดยใช้ 3-Day Visitor Passport โดยสารฟรีครับ (ปกติค่ารถรางราคาเที่ยวละ 7 USD แพงมากกก) รถรางแล่นขึ้นเนินชันไปลงที่ป้าย Powell St & California St แล้วเดินขึ้นเนินตามถนน California ราว 300 เมตรไปยัง Grace Cathedral โบสถ์ศิลปะโกธิคแห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาของซานฟรานซิสโก (ถ้าเดินไปก็ประมาณ 800 เมตร)

ถ้าไม่อยากเดินไปโบสถ์ก็นั่ง Cable Car ตามถนน Powell ต่อไปอีกราว 200 เมตรแล้วลงที่ป้าย Powell St & Clay เดินลงเนินตามถนน Clay ตรงผ่านสี่แยกจุดตัดกับถนน Stockton เข้าสู่เขต Chinatown ชุมชนชาวจีนที่ใหญ่ที่สุดนอกทวีปเอเชียและเก่าแก่ที่สุดในอเมริกาเหนือ กินข้าวเที่ยงแถวนี้แหละ ร้านอาหารจีนเพียบ ราคาถูกแค่ 8-10 ดอลลาร์ (รวมค่าทิปนิดหน่อย) ก็อิ่มแปล้แล้ว แถมถูกปากอาตี๋อย่างเราแน่นอนครัช

เดินกลับไปที่ถนน Stockton ขึ้นรถเมล์สาย 30, 45, 91 จากป้ายฝั่งที่ไม่ได้จะตรงไปทางอุโมงค์ ไปลงที่สวนที่ Washington Square ที่ตั้งของ Saints Peter and Paul Church เดินผ่านสวนและโบสถ์หอคอยแหลมคู่ไปทางขวาเข้าถนน Filbert Street ขึ้นทางชันไปยัง Coit Tower (นั่งรถเมล์สาย 39 ขึ้นไปก็ได้)

หอสูง 180 ฟุตนี้ตั้งอยู่ใน Pioneer Park บน Telegraph Hill เป็นจุดชมวิวพาโนรามา 360 องศาของเมืองซานฟรานฯ

จ่ายค่าขึ้นหอคอยสำหรับผู้ใหญ่ 8 USD และขึ้นลิฟท์ไปชมวิว จากยอดหอจะมองเห็นเขต Financial District ของเมือง, สะพาน San Francisco – Oakland Bay, Pier 39, เกาะ Alcatraz, สะพาน Golden Gate รวมถึง Mt. Sutro

เช็คเวลาเปิด-ปิดและค่าขึ้นหอได้ที่ visit Coit Tower

ขาลงเขา นั่งรถเมล์สาย 39 ไปลงที่ป้าย Fisherman’s Wharf/Pier 39 ข้ามถนนเดินตรงไปที่ Pier 39 ในเขต North Beach ซึ่งเป็น nightlife district ของเมือง North Beach ถูกเรียกว่า “Little Italy” เพราะอดีตเป็นชุมชนใหญ่ของคนอเมริกัน-อิตาเลียน ยามค่ำคืนของที่นี่จะเต็มไปด้วยตึกที่ประดับไฟนีออน บาร์ คาเฟ่ และร้านอาหารมากมาย

Pier 39 เป็นแหล่งการค้าที่คึกคักริมทะเล มีร้านค้าเป็นร้อยร้านและร้านอาหารดีๆ มากมาย ไฮไลต์สำคัญของที่นี่คือฝูงสิงโตทะเลที่มานอนอาบแดดเป็นจำนวนมากนั่นเอง

ตรงนี้มีเรือบริการล่องชมอ่าวซานฟรานซิสโกไปเกาะ Alcatraz เกาะที่เคยเป็นที่คุมขังนักโทษอเมริกันในอดีต

เดินตามถนน The Embarcadero ผ่านร้านค้าริมทะเลที่มีมากมายตลอดสองข้างทางไม่นานก็ถึง Fisherman’s Wharf แหล่งขายอาหารทะเลที่เต็มไปด้วยร้านอาหารซีฟู้ด

เดินตรงต่อไปจนเห็นสวนก็เลี้ยวซ้ายเดินตามถนน Hyde ขึ้นไป 2 บล็อกถนนก็ถึงสี่แยกจุดตัดกับถนน North Point ขึ้นรถเมล์สาย 47 ซึ่งขับตามถนน North Point มาเรื่อยๆ พอรถเลี้ยวซ้ายก็ลงที่ป้าย Van Ness Ave & North Point St ต่อรถเมล์สาย 28 ไปลงที่ Golden Gate Bridge/Parking Lot

Golden Gate Bridge สะพานโกลเด้นเกทออกแบบก่อสร้างโดย Joseph Baermann Strauss และ Charles Alton Ellis ตอนเปิดใช้ครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1937 เป็นสะพานแขวนที่ยาวและสูงที่สุดในโลก โดยมีความยาวถึง 4,200 ฟุต (1,280 เมตร) กว้าง 90 ฟุต (27.4 เมตร) และสูง 746 ฟุต (227.4 เมตร) สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมการคมนาคมระหว่าง San Francisco กับ Marin County ให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

เดินหามุมถ่ายรูปสะพานชื่อดังระดับโลกอยู่พักใหญ่เลยครับ

ปิดท้ายวันแรกที่ถนน Lombard โดยนั่งรถเมล์สาย 28 จากป้ายเดิมที่ลง รถเมล์แล่นกลับเข้าเมืองเข้าสู่ถนน Lombard พอรถเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Van Ness Ave ก็ลง แล้วเดินย้อนไปที่ถนน Lombard เลี้ยวซ้ายเดินขึ้นทางชันอีกราว 450 เมตรก็ถึง Lombard Street ช่วงที่เชื่อมระหว่างถนน Hyde กับ Leavenworth ถนนช่วงนี้มีชื่อเสียงจากความคดเคี้ยวไปมาถึง 8 โค้ง สาเหตุที่ต้องสร้างถนนให้หงิกงอเช่นนี้ก็เพราะพื้นที่ตรงนี้มีความลาดชันมาก ถ้าตัดถนนเป็นเส้นตรงลงมาอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย โดยรถที่ขับรถลงเนินมาจะใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เดินลงไปข้างล่างเพื่อถ่ายรูปย้อนกลับขึ้นไป

เดินกลับขึ้นไปที่ถนน Hyde ข้ามถนนไปขึ้นรถรางคลาสสิก (Cable Car) ไปลงสุดสายใกล้ Powell Street ต่อ Cable Car อีกสายตามถนน Powell กลับโรงแรม

ห้องพักของเราหน้าตาแบบนี้ครับ

วันที่ 2 ในซานฟรานฯ

วันนี้จัดโปรแกรมเที่ยวสบายๆ ไปทะเลช่วงครึ่งเช้า บ่ายๆ เข้าสู่โหมดช้อปปิ้งกระจายครับ

ตอนเช้าเราจะออกไปนอกเมืองเพื่อไปทะเล พยากรณ์บอกว่าวันนี้ sunny ทั้งวัน ไม่มีเมฆเลยจ้า เพราะฉะนั้นจึงต้องใช้ SpectraBAN Anti UVA-UVB With SPF 50+, PA+++ ครีมกันเเดดเนื้อเข้มข้นหลอดนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับวันที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องโดนเเดดแบบหลีกเลี่ยงได้ยากเพราะมีระดับการปกป้องผิวจากแสงแดดสูง มีคุณสมบัติ double protection เป็นเสมือนเกราะป้องกันผิวสะท้อนแสงแดดออก ใช้สูตรแอนตี้ยูวีเอ-ยูวีบีด้วย SPF 50+ และ UVA PA+++ สลายยูวีทำให้ผิวไม่ถูกทำร้าย ช่วยชะลอริ้วรอยและป้องกันจุดด่างดำ ฝ้า และกระ

เนื้อครีมสีขาวเข้มข้นเเต่ซึมง่าย ทาเเล้วไม่ทิ้งคราบขาว ไม่ทำให้หน้ามัน เป็นสูตรกันน้ำกันเหงื่อได้นานทำให้ไม่เหนียวเหนอะหนะเวลาเหงื่อออก เเถมยังช่วยปรับสีผิวให้ขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวไม่คล้ำขึ้นแน่นอนครับ นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่มีผิวแพ้ง่าย ผิวเเห้งและหยาบกร้าน เพราะเป็นครีมกันแดดที่อยู่ในกลุ่มเวชสำอางที่มีส่วนผสมของวิตามินอีซึ่งเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ช่วยปกป้องผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวมีสุขภาพดีทุกวัน และช่วยลดรอยเหี่ยวย่นอีกด้วย

เอาล่ะ! ออกจากโรงแรม เดินไปทางขวาตามถนน Powell ไม่กี่นาทีก็ถึงสถานีรถไฟใต้ดิน Powell Street Station สถานีนี้เป็นสถานีรถไฟ BART (Bay Area Rapid Transit) สำหรับใช้เดินทางไป San Francisco International Airport ด้วย โดยรถไฟเปิดให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ตั้งแต่ 04.00-23.45 น., วันเสาร์ 06.00-23.45 น., วันอาทิตย์ 08.00-23.45 น. ค่า BART Blue Ticket ไปสนามบินราคา 9.65 USD

เช็คเวลารถไฟ BART ได้ที่ www.bart.gov
คำนวณราคาตั๋วรถไฟได้ที่ www.bart.gov/tickets/calculator

ใช้ 3-Day Visitor Passport นั่งรถไฟใต้ดินสาย J, K, L, M, N, T ไปที่สถานี Civic Center ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านการบริหารของเมือง

ขึ้นจากสถานีไปที่ United Nations Plaza แถวนี้เป็นแหล่งคนจรจัดเลยนะเนี่ย

เดินผ่าน Pioneer Monument ไปยัง Civic Center Plaza ซึ่งเป็นที่ตั้งของ San Francisco City Hall หรือที่ทำการเมืองซานฟรานซิสโก

จากนั้นเดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Civic Center นั่งรถเมล์สาย 21 จากป้ายหน้า Orpheum Theatre ไปลงที่ป้าย Hayes St & Steiner St ตรงไปที่สวนเพื่อถ่ายรูป Painted ladies กลุ่มบ้านเรือนสถาปัตยกรรมสไตล์วิคตอเรียนสีพาสเทลที่ตั้งเรียงกันตามความลาดชันของถนน Steiner บ้านหลังที่เก่าแก่ที่สุดสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1849 เลยทีเดียว

เดินลงทางลาดของถนน Steiner ถึงสี่แยกจุดตัดกับถนน McAllister ก็ข้ามถนนแล้วเลี้ยวขวาไปขึ้นรถเมล์สาย 5 หรือ 5R เลียบ Golden Gate Park สวนสาธารณะขนาดใหญ่กว่า 1,000 เอเคอร์ ใหญ่กว่า Central Park ที่นิวยอร์คถึง 20% (ถ้าจะเข้าสวนก็ให้ลงที่ป้าย Fulton St & 8th Ave ภายในบริเวณสวนมีสถานที่น่าสนใจ เช่น Strybing Arboretum & Botanical Gardens, Conservatory of Flowers, Japanese Tea Garden, Asian Art Museum และ the California Academy of Sciences ซึ่งมี aquarium, Morrison Planetarium และ laserium)

เราไม่เลือกเข้าสวนครับ นั่งรถเมล์ตามถนน Fulton ไปลงที่ป้าย Fulton St & 25th Ave ข้ามถนนไปที่ป้ายรถเมล์ที่อยู่ทแยงมุมกัน ขึ้นรถเมล์สาย 29 ไปลงสุดทางแล้วเดินตามทางเลี้ยวขวาลงไปยัง Baker Beach ชายหาดจุดชมวิวสะพาน Golden Gate อีกมุมหนึ่ง

ตอนแรกกะว่าจะมากินข้าวกลางวันที่นี่ แต่ปรากฏว่าไม่มีอะไรขายเลยจ้า คนที่มานั่งเล่นนอนเล่นเค้าขนอาหารมาปิคนิคกันเองหมดเลยครัช ต้องทนหิวกลับไปกินในเมืองซะแล้ว 555

เดินกลับไปที่ป้ายรถเมล์เดิม นั่งรถเมล์สาย 29 ย้อนกลับไปลงที่ป้ายตรงจุดตัดกับถนน California ตรงไปที่สี่แยกข้ามถนนไปขึ้นรถเมล์สาย 1 นั่งยาวเข้าเมืองไปลงที่ Chinatown ต้องฝากท้องไว้ที่ย่านจีนนี้อีกแล้วสิ

ช่วงบ่าย ไม่มีโปรแกรมเที่ยวไหนแล้วครับ เป็นช่วงเวลาแห่งการช้อปปิ้ง แถว Union Square มีห้าง Macy’s แบ่งโซนเป็นของผู้หญิงและผู้ชายชัดเจนเลย ของถูกกว่าเมืองไทยพอสมควร แต่ถ้าชิ้นไหนเซลก็จะถูกกว่า 70% ขึ้นไปจ้า ถ้าอยากได้รองเท้า เชิญเลือกให้หนำใจที่ตึก DSW เยื้อง Union Square ถ้าต้องการสินค้าหลากหลายชนิดและราคาถูกมากต้องเข้าห้าง Marshalls ที่ถนน O’Farrell ใกล้ห้าง Macy’s และตามถนน Powell ใกล้ๆ โรงแรมก็มีช็อปแบรนด์ดังมากมายให้ช้อปได้เป็นวันๆ 😀

เดินช้อปเหนื่อยกว่าเดินเที่ยวอีกครับ 55 #เที่ยวเอง #เที่ยวสายช้อป

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต

ศึกษาวิธีการและขั้นตอนการขอวีซ่าสหรัฐอเมริกาได้ตามนี้เลยครับ

ขอวีซ่า “อเมริกา” ต้องทำยังไง?