เที่ยวเอง “บัลกาเรีย” ถ้าไม่ได้มา..คงไม่เชื่อสายตาตัวเอง

เที่ยวเอง รีวิว โซเฟีย บัลกาเรีย sofia bulgaria
เดินทางข้ามประเทศอีกครั้งในวันที่ 11 ของเที่ยวเอง Danube Trip

จากรีวิว บุกแดนผีดิบ “โรมาเนีย” ตอนที่ 6 “Bucharest” เจ้าของฉายา ‘ปารีสตะวันออก’ ซึ่งเป็นเมืองสุดท้ายของโรมาเนียที่เราไปเที่ยวมา

เย็นวันนี้เราก็ออกจากประเทศโรมาเนียเข้าสู่ประเทศสุดท้ายของทริป นั่นก็คือ Bulgaria

1

“Danube Trip” เราเดินทางตามแนวแม่น้ำดานูบที่ประเทศอะไรบ้าง ติดตามได้จากรีวิวทั้งหมดนี้
ฮังการี..หนึ่งดินแดนริมฝั่งน้ำดานูบอันน่าค้นหา ตอนที่ 1 “Székesfehérvár” เมืองปราสาทแห่งรักชั่วนิรันดร์
ฮังการี..หนึ่งดินแดนริมฝั่งน้ำดานูบอันน่าค้นหา ตอนที่ 2 “Budapest” เมืองหลวงอันรุ่มรวยด้วยสถาปัตยกรรมงดงามสองฟากฝั่งแม่น้ำ
ลบภาพจำเก่าๆ ของ “เซอร์เบีย” ตอนที่ 1 “Novi Sad” ใต้ความแข็งกร้าว..มีความนุ่มนวล
ลบภาพจำเก่าๆ ของ “เซอร์เบีย” ตอนที่ 2 “Belgrade” เมืองหลวงของอดีตยูโกสลาเวียอันยิ่งใหญ่
บุกแดนผีดิบ “โรมาเนีย” ตอนที่ 1 “Timișoara” เมืองหน้าด่านสู่ทรานซิลวาเนีย
บุกแดนผีดิบ “โรมาเนีย” ตอนที่ 2 “Hunedoara” ลุยปราสาทน่าสะพรึงแห่งทรานซิลวาเนีย
บุกแดนผีดิบ “โรมาเนีย” ตอนที่ 3 “Sibiu” ความงดงามในความลึกลับแห่งทรานซิลวาเนีย
บุกแดนผีดิบ “โรมาเนีย” ตอนที่ 4 “Brașov” เมืองศูนย์กลางของทรานซิลวาเนีย..ต้นทางสู่วังแดร็กคูล่า!
บุกแดนผีดิบ “โรมาเนีย” ตอนที่ 5 “Bran – Sinaia” ลุยปราสาทตำนานแดร็กคูล่า และ ปราสาทฤดูร้อนกลางหุบเขา

2 Danube Trip map

พรมแดนระหว่างประเทศโรมาเนียกับบัลกาเรียมีแม่น้ำดานูบกั้นเกือบตลอด วิธีการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างสองประเทศนี้ทางบกที่สะดวกและเป็นที่นิยมมากที่สุดก็คือนั่งรถบัสข้าม Podul prieteniei (Podul de la Giurgiu) ในภาษาโรมาเนีย หรือ Most na druzhbata (Мост на дружбата) ในภาษาบัลกาเรีย ซึ่งก็คือ Friendship Bridge หรือสะพานมิตรภาพโรมาเนีย-บัลกาเรีย ชาวบ้านเรียกกันง่ายๆ ว่า Dunav most (Дунав мост) หรือ Danube Bridge

photo credit: www.amawaterways.com
photo credit: www.amawaterways.com

77

พอรถบัสลงจากสะพาน Dunav ก็เข้าสู่เขตเมือง Ruse หรือ Rousse ประเทศบัลกาเรีย ก่อนผ่านด่านมีเจ้าหน้าที่ขึ้นรถมาเอาพาสปอร์ตไปตรวจ สักพักก็นำกลับมาคืนให้ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เราสามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศสุดท้ายของทริปนี้ได้สำเร็จ

78

ข้อมูลเพิ่มเติมครับ
บัลกาเรียไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศเชงเก้น แต่สามารถใช้วีซ่าเชงเก้นแบบ Single entry หรือมากกว่า เดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าบัลกาเรียซึ่งต้องไปขอที่เวียดนาม แต่วีซ่าเชงเก้น Single entry เมื่อเดินทางออกจากประเทศในกลุ่มเชงเก้นไปยังประเทศที่อยู่นอกกลุ่มแล้วจะไม่สามารถเดินทางกลับเข้าไปยังประเทศในกลุ่มเชงเก้นได้อีกนะครับ

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.mfa.bg

รถบัสเคลื่อนผ่านด่านตม. มุ่งหน้าเข้าตัวเมือง Ruse เมืองหน้าด่านทางบกที่สำคัญของบัลกาเรีย ยังไม่ 6 โมงเย็นรถบัสก็เข้าจอดที่สถานีรถบัส Avtogara Ruse (Автогара Русе) หรือ South Bus Station ที่ถนน bulevard “Tsar Osvoboditel”

6 Avtogara Ruse

จากด้านหน้าสถานีรถบัส เดินไปทางซ้ายไม่ไกลก็เห็นสถานีรถไฟกลาง (Централна железопътен гара Русе) อยู่ทางซ้ายมือ

7

เลี้ยวขวาเข้าถนนสายหลักของเมืองชื่อ ulitsa Nikolaevska (улица Николаевска) ตรงไปอีกประมาณ 300 เมตรก็ถึง Hotel Vadis (Хотел Вадис) ซึ่งจะเป็นที่พักของเราในคืนนี้

8

ล็อบบี้ของโรงแรมอยู่ที่ชั้น 3 เราต้องยกกระเป๋าหนักขึ้นบันไดไปเช็คอิน ค่าห้องพักสำหรับ 2 คน ราคา 69 BGN มีอาหารเช้าให้ด้วย แชร์กันจ่ายแค่คนละ 625 บาทเองครับ สภาพห้องดีเลิศ ห้องกว้างมาก เตียงและโซฟาหรูหราเกินราคา คืนนี้หลับสบายชัวร์ 😉

9

แนะนำให้รู้จักเมือง Ruse (Русе) หรือ Rousse หน่อยนะครับ รูเซ่คือเมืองใหญ่อันดับที่ 5 ของประเทศบัลกาเรียตั้งอยู่ริมแม่น้ำดานูบที่ไหลกั้นพรมแดนบัลกาเรียกับโรมาเนีย เมืองนี้ไม่ได้มีความสำคัญในด้านการท่องเที่ยวแต่เป็นเมืองที่มีความสำคัญในแง่การคมนาคมระหว่างประเทศ คนที่เดินทางระหว่างสองประเทศนี้ทางบกจะต้องผ่านเมืองรูเซ่แทบทั้งนั้น

เรามาถึงรูเซ่เย็นแล้วจึงต้องแวะพักค้างคืนที่นี่ก่อนออกเดินทางต่อในวันรุ่งขึ้น เย็นนี้ยังมีเวลาเหลืออีกประมาณชั่วโมงครึ่งก่อนจะมืด เวลาเท่านี้เพียงพอที่จะเที่ยวเมืองรูเซ่แบบสบายๆ เพราะเมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ ที่สถานที่สำคัญๆ อยู่แถวบริเวณจัตุรัสใจกลางเมืองแทบทั้งหมด

ออกจากโรงแรม เดินตามถนน Nikolaevska (Николаевска) ไปทางทิศเหนือ (ทางแม่น้ำ) เลี้ยวขวาเข้าถนน ulitsa Neofit Bozveli (улица Неофит Бозвели) เดินตามทางค่อนข้างเปลี่ยวไปจนเห็นร้าน Billa ตรงไปจนถึงสี่แยกใหญ่ก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนใหญ่ชื่อ ulitsa Borisova (улица Борисова) ก็เริ่มเห็นความเป็นเมืองมากขึ้น

10

เดินประมาณ 500 เมตรผ่านตึกร้างซึ่งเคยเป็น Stara muzikalna gimnaziya (Стара музикална гимназияа) หรือ Old High School of Music ทางขวามือ

11

ตรงต่อไปอีก 5 นาทีก็เห็นอาคาร Община Русе (Municipality of Ruse) หรือที่ทำการเมืองเมืองรูเซ่

12

เดินผ่านอาคารไปก็ถึงลานโล่งกว้าง นั่นคือ ploshtad Svoboda (площада свободата) หรือ Freedom Square ที่มี Pametnik na svobodata (Паметник на свободата) หรือ Monument of Liberty อนุสาวรีย์แห่งเสรีภาพตั้งอยู่ตรงกลางจัตุรัส อนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 โดย Arnoldo Zocchi นักปั้นชาวอิตาเลียน

13 14

อาคารสไตล์นีโอคลาสสิกอันสวยงามทางซ้ายมือคือ Dohodno Zdanie (Доходно здание) เดิมอาคารหลังนี้เคยเป็นโรงละคร ห้องสมุด และคาสิโน ปัจจุบันคืออนุสรณ์สถานทางวัฒนธรรมของเมือง

15

เราเดินไปทางขวาก่อน มุ่งหน้าไปยัง Rusenskata opera i Filharmoniy (Русенската опера и Филхармония) หรือ Opera & Philharmonic Society Rousse โรงโอเปร่าประจำเมือง

16 17

จากนั้นก็เดินกลับไปที่ ploshtad Svoboda ยามเย็นแบบนี้ชาวเมืองรูเซ่พาลูกหลานมาวิ่งเล่นแถวจัตุรัสกลางเมืองกันเยอะเลยครับ บรรยากาศที่นี่คึกคักไม่เบาเลย

18

เดินไปที่อาคาร Dohodno Zdanie ซึ่งมีร้านอาหารดูดีให้นั่งชิลล์รับประทานอาหาร

19 20.1 20.2

แต่ตอนนี้เรายังไม่มีเงินของบัลกาเรียซักกะ lev เดียวเลยครับ พยายามสอดส่ายสายตามองหาร้านแลกเงินมาตลอดทางที่เดินมาซึ่งก็มีอยู่บ้าง แต่ทุกร้านปิดแล้ว

บัลกาเรียใช้เงินสกุล Bulgarian lev / leva (лев / лева) หรือตัวย่อคือ BGN โดยอัตราแลกเปลี่ยนที่คำนวณไว้ก่อนไปคือ 1 ยูโร = 1.96 BGN, 1 BGN = 0.51 ยูโร, 1 BGN = 17.70 บาท

เราจึงต้องเดินเที่ยวด้วยหาร้านแลกเงินไปด้วย เดินอ้อมรอบจัตุรัสไปที่ด้านหน้าของอนุสาวรีย์แห่งเสรีภาพ เยื้องกับอนุสาวรีย์คืออาคาร Sudebna Palata (Съдебната палата) หรือ Palace of Justice ตั้งอยู่ที่ต้นถนน Alexandrovska

21 22

เดินผ่านอาคารศาลไปยัง Girdap หรือ Ghirdap (Гирдап) หรือ The town’s clock อาคารธนาคารของ Ivan และ Stefan Simeonov เป็นธนาคารของเอกชนแห่งแรกของบัลกาเรียสร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1881 แต่ปิดบริการไปในปีค.ศ. 1925

23

เดินผ่านอาคาร Girdap เข้า ulitsa Alexandrovska (улица Александровска) ถนนการค้าสายหลักของเมืองไปหาร้านแลกเงินให้ได้เสียก่อน ไม่งั้นไม่มีตังค์ซื้อข้าวกินแน่ๆ ถ้าแลกเงินไม่ได้จริงๆ คงต้องเดินกลับไปต้มมาม่ากินที่โรงแรมประทังชีวิตวันนี้ไปก่อนครับ 555

24

เดินตามถนน Alexandrovska ที่มีบ้านเรือนสไตล์นีโอบาโรคและนีโอโรโคโคอยู่สองฝั่งถนนไปสักระยะ ดูท่าทางแล้วจะไม่มีร้านแลกเงินไหนเปิด กลัวว่าถ้ามืดแล้วจะหาทางกลับลำบากเพราะถนนที่เดินมาตอนแรกก็น่ากลัวพอสมควรเลย ขากลับก็ต้องผ่านทางนั้นอีก ตัดสินใจกลับโรงแรมเลยดีกว่า

25 26

เดินกลับไปที่หน้าอนุสาวรีย์แห่งเสรีภาพอีกครั้ง จากตรงนี้ถ้าเดินตรงต่อไปตามถนน Alexandrovska อีกทางหนึ่งเข้าไปยังเขตเมืองเก่าแล้วเลี้ยวซ้ายที่ Ploshtad Knyaz Aleksandar Batenberg ก็จะถึง Batenberg Palata (Battenberg Palace) ซึ่งปัจจุบันเป็นอาคาร Rousse Regional Historical Museum (Регионален исторически музей)

ส่วนอีกมุมหนึ่งของจัตุรัสคือ Lyuben Karavelov Regional Library (Библиотека Любен Каравелов) อาคารสไตล์บาโรคอันงดงาม แล้วเดินเข้าถนน Nikolaevska (Николаевска) ด้านข้างอาคารไปรษณีย์เก่าประมาณ 1 กิโลเมตรก็กลับโรงแรมได้ แต่ตอนนี้ใกล้จะมืดเต็มแก่แล้ว ไม่อยากเปลี่ยนเส้นทางเดิน เราจึงเลือกเดินกลับทางเก่า

เดินกลับทางเดิมตามถนนใหญ่ ulitsa Borisova ผ่านร้านอาหารที่มีอาหารเอเชียขาย แต่เราไม่มีเงินจะซื้อจึงต้องจำใจเดินผ่านไปจนถึงอีกสี่แยกนึงซึ่งบังเอิญเหลือบไปเห็นป้ายร้านแลกเงินที่ถนนทางขวามือ เลยลองเดินไปดูว่าร้านยังเปิดอยู่รึเปล่า เหมือนสวรรค์เข้าข้างครับ ร้านยังเปิดอยู่จริงๆ ด้วย เข้าไปแลกเงินสิ รอไร! เราแลกกันคนละ 30 ยูโร ได้เรท 1 ยูโร = 1.94 BGN ใกล้เคียงกับราคาที่หามาก่อนมากๆ มีเงินคนละ 58 BGN ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตในบัลกาเรียอีกเกือบ 2 วันที่เหลือแล้ว

เดินกลับไปที่ร้านอาหารที่เล็งไว้สิ ร้านนี้มีอาหารเอเชียและอาหารฝรั่งขาย ชื่อร้านอ่านไม่ออกครับเพราะเป็นตัวอักษรภาษาบัลกาเรียหมด เราสั่งข้าวผัดไก่ ผัดหมี่ไก่ราดซอส และไก่ทอด ห่อกลับไปกินที่โรงแรม ได้อาหารมาแบ่งกันกินอย่างเยอะชนิดที่ไม่รู้หรอกว่าแต่ละอย่างราคาเท่าไหร่เพราะอ่านไม่ออกจริงๆ 555 เช็คบิลออกมามื้อนี้แค่ 12.36 BGN แชร์กันจ่ายแค่คนละ 55 บาทเท่านั้น ถูกสุดๆ ไปเลย

สองทุ่มแล้ว เดินตามเส้นทางเดิมกลับโรงแรม ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลงเรื่อยๆ เรารู้สึกหวาดเสียวเล็กๆ ครับเพราะถนนที่นี่แทบจะไม่เปิดไฟ แต่ถนนบางสายก็เห็นถนนเดินชิลล์เหมือนไม่มีอะไรน่ากลัว หรือว่าพวกเค้าชิน ส่วนเรามโนกันไปเอง 555 สุดท้ายก็กลับถึงโรงแรมอย่างปลอดภัย

เข้าสู่เช้าวันใหม่ วันที่ 12 ของ Danube Trip

เช้านี้ได้นอนตื่นสายกว่าทุกวันที่ผ่านมาเพราะไม่ต้องรีบร้อนออกไปไหนแล้ว รับประทานมื้อเช้าที่โรงแรมเสร็จก็เดินไปหาซื้อขนมปังที่ร้านใกล้ๆ ตุนไปกินแก้หิวระหว่างติดเที่ยงบนรถบัส ช่วงสายๆ เราจะเคลื่อนพลข้ามเมืองครั้งสุดท้ายเข้าสู่ Sofia เมืองหลวงของประเทศบัลกาเรียซึ่งเป็นเมืองที่ 15 ของทริปนี้

29

อีกครึ่งชั่วโมงจะถึงกำหนดเวลารถบัสออกก็เช็คเอาท์และค่อยๆ เดินลากกระเป๋าไปสถานีรถบัส Avtogara Ruse ที่เดียวกับตอนขามา เราซื้อตั๋วรถบัส Ruse – Sofia ของบริษัท Etap-Adress ออนไลน์มาก่อนแล้วในราคาใบละ 22 BGN (ประมาณ 400 บาท) จึงโชว์ใบคอนเฟิร์มที่ปรินท์จากอีเมลให้คนขับรถดู เก็บกระเป๋า แล้วขึ้นรถไปนั่งตามหมายเลขที่จองไว้รอเวลารถบัสออกตอน 11 โมงตรง

รถบัส Ruse – Sofia มี 4 รอบต่อวัน เช็คเวลาและราคาได้ที่ www.etapgroup.com

นั่งรถไปแค่ชั่วโมงครึ่ง คนขับก็จอดพักให้ลงไปหาอะไรกินที่จุดพักรถข้างทางใกล้กับเมือง Pleven ประมาณ 20 นาที จากนั้นก็นั่งยาวต่ออีกเกือบ 3 ชั่วโมง ยังไม่สี่โมงเย็นรถบัสก็เข้าจอดที่สถานีรถบัสกลางของ Sofia ที่เรียกว่า Tsentralna avtogara Sofiya (Централна автогара София)

30
photo credit: www.sofiatravel.com

เดินเข้าไปในอาคารสถานีทะลุไปออกด้านหน้า สถานีรถบัสที่นี่ใหญ่โตมาก ดูใหม่ โมเดิร์น และสะอาดสะอ้าน ไม่เหมือนสถานีรถบัสที่เมืองหลวงของประเทศแถบยุโรปตะวันออกอื่นที่เราเคยไปๆ มาเลยครับ

31 32

สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ของบัลกาเรีย  สามารถเช็คตารางเวลารถบัสได้ที่ Bulgaria bus

ก่อนจะมา Sofia ผมนึกภาพว่าบ้านเมืองต้องเป็นแบบอดีตประเทศคอมมิวนิสต์ที่มีความแข็งทื่อ ดูเชยๆ และเก่าโทรม ไม่น่าจะทันสมัย ผู้คนหน้าตาเฉยๆ บึ้งตึงนิดๆ ไม่ค่อยเป็นมิตรและยิ้มแย้มแจ่มใสเท่าไหร่ ขอทานน่าจะเยอะไม่แตกต่างจากบูคาเรสต์เพราะเป็นประเทศที่ค่อนข้างยากจนในยุโรป แต่เมื่อมาถึงที่นี่กลับต้องเปลี่ยนใจตั้งแต่ก้าวแรกที่ได้เหยียบเมืองหลวงแห่งนี้ มันไม่ใช่อย่างที่คิดเลย มันจะเป็นยังไง ต้องตามไปดูต่อเองครับ

จากด้านหน้าสถานีรถบัส เดินไปทางขวาตามถนน bulevard Knyaginya Maria Luiza (бул. княгиня Мария Луиза) ผ่านสถานีรถไฟกลาง Tsentralna zhelezopatna gara Sofiya (Централна железопътна гара София) หรือ Gare Centrale Sofia ซึ่งตอนนั้นอยู่ระหว่างการก่อสร้างปรับปรุงใหม่ ตรงไปข้ามถนนและทางรถรางที่สี่แยกใหญ่

33

เดินไปเช็คอินที่ Hotel Sofia Plaza โรงแรมนี้เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาวอยู่ที่ถนน bulevard Hristo Botev ทำเลดี อยู่ห่างจากสถานีรถบัสกลางประมาณ 400 เมตร เดินทางในเมืองได้สะดวกเพราะสถานีรถไฟใต้ดิน Centralna gara (Централна ЖП гара) อยู่ใกล้ๆ สภาพห้องไม่ได้ดีมาก ห้องไม่กว้าง แต่ก็อยู่ได้สบายๆ ถือว่าสมราคานะ ค่าห้องคืนนี้ 77.63 BGN รวมอาหารเช้าด้วย แชร์กันจ่ายคนละ 700 บาทนิดๆ เอง

34

แต่สภาพระหว่างทางที่เดินมาดูน่ากลัวอยู่โดยเฉพาะทางเดินใต้ดินไปสถานีรถไฟใต้ดินที่ค่อนข้างมืดและเปลี่ยว ถ้ากลับดึกๆ เลือกเดินบนบกน่าจะปลอดภัยกว่า (อาจเป็นเพราะช่วงนั้นมีการก่อสร้างสถานีรถไฟอยู่ก็ได้) แนะนำให้ยอมจ่ายแพงกว่านิดหน่อยแล้วเลือกโรงแรม Maxim ที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน Lavov most (Лъвов мост) หรือ Lions’ Bridge ห่างจากสถานีรถบัสกลางราว 500 เมตร จะดีกว่าครับ

อีกครึ่งชั่วโมงต่อมาเราก็พร้อมเที่ยว Sofia หรือ София ในภาษาบัลกาเรีย

กรุงโซเฟียคือเมืองหลวงและเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศบัลกาเรีย (България) ซึ่งเป็นประเทศที่ผมชอบมากตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น สาเหตุที่ชอบก็ไม่ได้มาจากเรื่องเที่ยวหรอกครับ แต่มาจากเรื่องฟุตบอล ในฟุตบอลโลกปี 1994 บัลกาเรียซึ่งตกรอบแรกมาทุกครั้งที่ลงแข่งรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกกลับประสบความสำเร็จได้อันดับที่ 4 ใน
ทัวร์นาเมนท์นี้ โดยผู้เล่นที่เป็นไอดอลของผมคือ Hristo Stoichkov ครับ ตั้งแต่นั้นมาผมก็ชอบประเทศนี้ตลอดมาเลย เกี่ยวกันมั้ย? ฮ่าๆๆ

photo credit: www.cciabn.ro
photo credit: www.cciabn.ro

จากโรงแรม เราเดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Centralna gara (Централна ЖП гара) ที่สถานีรถไฟกลาง ลงบันไดไปใต้ดินและเดินตามทางเดินที่ค่อนข้างมืดและเปลี่ยวแป๊บเดียวก็ถึงทางเข้าสถานี ซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินแบบ All lines Paper Day travelcard (Абонаментна карта за всички линии) ใบละ 4 BGN (ประมาณ 70 บาท) จากคนขายตั๋วเพราะลองเข้าไปกดตู้ขายตั๋วแล้วทำไม่เป็นครับ ตั๋ววันชนิดนี้ใช้เดินทางโดยรถไฟใต้ดิน รถเมล์ และรถรางได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายในวันนี้

36 37

ข้อมูลค่าโดยสารขนส่งสาธารณะประเภทอื่นๆ ของโซเฟียที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวมีดังนี้

  • Single trip travelcard (Карта за еднократно пътуване) ตั๋วรถไฟใต้ดิน รถเมล์ รถราง แบบเที่ยวเดียว ราคา 1 BGN ซื้อจากคนขับรถได้
  • Electronic ticket for 10 travels for 1 passenger loaded in electronic card, for trams and trolleybuses (Електронна карта за десет еднократни пътувания за един пътник, зареден в електронна карта, за трамваи и тролейбуси) ราคา 8 BGN
  • Electronic ticket for 10 travels, loaded in electronic card, for metro (Електронна карта за десет еднократни пътувания, зареден в електронна карта, за метро) ราคา 8 BGN

อัพเดทข้อมูลได้ที่ Sofia transportation

38

ลงบันไดไปที่ชานชาลาซึ่งดูใหม่ โมเดิร์น และสะอาดมาก (ดูดีกว่าสถานีรถไฟใต้ดินที่ปารีสและอีกหลายเมืองในยุโรปเยอะเลย) คนที่ยืนรอรถอยู่ก็แต่งตัวดีกันหมด เป็นพนักงานออฟฟิสประมาณนั้น มีความรู้สึกเหมือนกับตอนอยู่ที่สถานีรถไฟใต้ดินที่บูคาเรสต์เลยครับ

ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย M2 (สีน้ำเงิน) 1 สถานีแล้วลงที่สถานี Lavov most (Лъвов мост)

photo credit: www.metrosofia.com
photo credit: www.metrosofia.com
photo credit: flipfloppeople.com
photo credit: flipfloppeople.com

ขึ้นจากสถานีมาก็เจอ Lavov most (Lions’ Bridge) หรือสะพานสิงโตเลย สะพานนี้เป็นสะพานสั้นๆ ข้ามแม่น้ำ Vladaya ซึ่งแคบมากและแห้งขอดจนไม่คิดว่านี่คือแม่น้ำ จะเรียกว่าคลองยังไม่ควรเลยครับ 555

41 42

จุดนี้เป็นจุดถ่ายรูปเมืองโซเฟียที่ดีที่สุดในสายตาของผมเลยเพราะเมื่อมองข้ามสะพานไปข้างหน้าภาพที่เห็นคือถนน bulevard Knyaginya Maria Luiza ที่มีอาคารสีสันสดใสขนาบอยู่สองข้างและมีรถรางคลาสสิกแล่นอยู่ตรงกลางถนนโดยมีฉากหลังเป็นภูเขาสูงที่มีหิมะปกคลุมอยู่บนยอดเขา

43

ถ่ายรูปเสร็จก็เดินลงไปที่สถานีรถไฟใต้ดินอีกครั้ง นั่งรถไฟใต้ดินสาย M2 (สีน้ำเงิน) เหมือนเดิม 1 สถานีไปที่สถานี Serdika (Сердика) แล้วต่อสาย M1 (สีแดง) อีก 1 สถานีก็ถึงสถานี Sofiyski universitet „Sv. Kliment Ohridski“ (Софийски университет „Св. Климент Охридски“) หรือ Sofia University

photo credit: flipfloppeople.com
photo credit: flipfloppeople.com

ขึ้นจากสถานีมาก็เห็นรูปปั้นนกอินทรีเกาะอยู่บนเสาที่หัวสะพาน ที่นั่นคือ Orlov Most (Орлов мост) หรือ Eagles’ Bridge สะพานสั้นๆ ข้ามแม่น้ำ Perlovska ที่ ploshtad Orlov Most (Orlov Most Square) ซึ่งเป็นสี่แยกที่รวมของถนนใหญ่สายหลักของเมือง

45

จากสะพานอินทรี เราจะเดินไป Grobnitsa pametnik „Aleksandar І Batenberg“ (Гробница паметник „Александър І Батенберг“) Memorial Tomb of Alexander I of Battenberg หรือ Mavzoley na Batenberg (Мавзолей на Батенберг) Battenberg Mausoleum หลุมฝังศพของเจ้าชาย Alexander Joseph ผู้ปกครองรัฐบัลกาเรียคนแรกในยุคใหม่อยู่ที่ถนน bulevard Vasil Levski ไม่ไกลจากสถานีรถไฟใต้ดิน Sofiyski universitet „Sv. Kliment Ohridski“ (Sofia University) โดยจะเดินเข้าไปในสวนสาธารณะจนถึง Nacionalen stadion “Vasil Levski” (Национален стадион „Васил Левски“) หรือสนามกีฬาแห่งชาติซึ่งเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศตั้งอยู่ทางทิศเหนือของ Borisova gradina (Борисова градина) หรือ Knyaz-Borisova gradina (Княз-Борисова градина) สวนของพระเจ้า Boris คือสวนสาธารณะที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของกรุงโซเฟีย แล้วเดินวนขวาไปยัง Battenberg Mausoleum

photo credit: flipfloppeople.com
photo credit: flipfloppeople.com

แต่เราดันเดินหลงทางในสวนครับ เสียเวลาไปพอสมควรเลย จึงต้องหาทางออกจากสวนแล้วเดินกลับทางเดิมไปที่สะพานอินทรี เดินผ่านทางลงสถานีรถไฟใต้ดินเดียวกับตอนที่มาถึงตรงเข้าถนน bulevard “Tsar Osvoboditel” (бул. Цар Освободител) เดินเลียบริมสวน Knyazheska” gradina ไปราว 300 เมตรแล้วลงบันไดไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Sofiyski universitet „Sv. Kliment Ohridski“ (Софийски университет „Св. Климент Охридски“) ลอดใต้ถนนไปที่ฝั่งอาคาร Sofiyski universitet „Sv. Kliment Ohridski“ (Софийски университет „Св. Климент Охридски“) หรือมหาวิทยาลัยโซเฟียที่หัวมุมสี่แยก

47 48

เดินผ่านหน้าอาคารมหาวิทยาลัยเข้าถนน bulevard Vasil Levski (бул. Васил Левски) ไม่ไกลก็ถึง SS. Cyril and Methodius National Library (Национална библиотека „Свети Свети Кирил и Методий“) หรือ National Library of Bulgaria หอสมุดแห่งชาตินี้เปิดใช้มาตั้งแต่ปีค.ศ. 1878 เลยทีเดียว

49

ใกล้จะ 6 โมงเย็นแล้ว ยังมีเวลาเที่ยวต่อได้อีก 2 ชั่วโมง นี่คือข้อดีของการมาเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิครับ 🙂 จากตรงนี้เราเดินอีกนิดไปที่สี่แยก หันซ้ายไปก็เห็นโบสถ์สวยงามอลังการตั้งตระหง่านอยู่ ข้ามถนนตรงเข้าถนน ulitsa Oborishte (улица Оборище) ไปที่ ploshtad Aleksandar Nevski (Alexander Nevski Square) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Hram-pametnik „Sveti Aleksandar Nevski“ (Храм-паметник „Свети Александър Невски“) หรือ St. Alexander Nevsky Cathedral แลนด์มาร์คสำคัญที่สุดของกรุงโซเฟีย

50

โบสถ์คริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์ที่ผสมผสานศิลปะอิสลามแห่งนี้เป็นที่มาของสถาปัตยกรรมแบบ Bulgarian Orthodox เริ่มก่อสร้างในปีค.ศ. 1882 ออกแบบโดย Alexander Pomerantsev เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ทหารรัสเซียที่ร่วมรบในสงคราม Russo-Turkish ระหว่างปีค.ศ. 1877-78 โดยใช้ชื่อ Saint Alexander Nevsky ซึ่งเป็นเจ้าชายของรัสเซีย

โบสถ์นี้ใหญ่โตโอฬารมาก มีพื้นที่กว้าง 3,170 ตารางเมตร สามารถจุคนได้ถึง 10,000 คน เป็นหนึ่งในโบสถ์ออร์โธด็อกซ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและใหญ่เป็นอันดับ 2 ในคาบสมุทรบอลข่าน

51

เดินอ้อมรอบจัตุรัส Alexander Nevski ไปที่ด้านหน้ามหาวิหารและเข้าไปชมภายในมหาวิหารอันสวยงามวิจิตรด้วยภาพวาดนักบุญทั่วผนังและเพดานของโถงโบสถ์ ในนี้เงียบสงบมาก ชาวคริสต์ที่นี่ต่างกำลังสวดมนต์ขอพรจากพระเจ้าอยู่ เราไม่แน่ใจว่าถ่ายรูปได้รึเปล่าเพราะไม่เห็นมีใครยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเลย จึงไม่ได้เก็บภาพด้านในมาเลย

52

ออกจากมหาวิหาร มองไปทางขวาเห็นอาคารเก่าแก่ที่สร้างด้วยอิฐทั้งหลัง นั่นคือ ด้านข้างของ tsarkva „Sveta Sofia“ (църква „Света София“) หรือ Hagia Sophia Church โบสถ์เก่าแก่อันดับที่ 2 ของบัลกาเรีย เดินไปดูที่ด้านหน้าโบสถ์แป๊บนึงแต่ไม่ได้เข้าไปชมด้านในครับ

53

จากนั้นเดินย้อนกลับไปที่ด้านข้างของโบสถ์ St. Alexander Nevsky เลี้ยวขวาเข้าถนน ulitsa 15-ti noemvri (улица 15-ти ноември) เดินไปทางภูเขาหิมะนิดเดียวก็ถึง ploshtad “Narodno sabranie จัตุรัสอันคับคั่งด้วยการจราจรแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ Narodno sabranie (Народно събрание) หรือ National Assembly อาคารรัฐสภาและฝ่ายนิติบัญญัติแห่งชาติบัลกาเรียที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1879

54

ตรงกลางจัตุรัสมี Pametnik na Tsar Osvoboditel (Паметник на Цар Освободител) หรือ Monument to the Tsar Liberator อนุสาวรีย์พระเจ้าซาร์ อเล็กซานเดอร์ที่ 2 แห่งรัสเซียผู้ยิ่งใหญ่ทรงม้า

55

อาคารด้านข้างของ Narodno sabranie คือ Balgarska akademiya na naukite (Българска академия на науките) หรือ Bulgarian Academy of Sciences (BAS)

56

ตอนนี้เรากลับมายืนอยู่บนถนน bulevard “Tsar Osvoboditel” (бул. Цар Освободител) อีกครั้ง จากตรงนี้มองไปทางหนึ่งเห็นอาคารมหาวิทยาลัยโซเฟียที่เราผ่านมาเมื่อกี๊ เราต้องเดินไปอีกทางหนึ่งผ่านอาคาร Balgarska akademiya na naukite (Bulgarian Academy of Sciences) ตรงไปเรื่อยๆ ระหว่างทางมีสิ่งก่อสร้างสำคัญๆ ของเมืองมากมาย ที่แรกคือ Tsentralen voenen klub (Централен военен клуб) หรือ Central Military Club

57

ตามด้วย tsarkva “Sv. Nikolay Chudotvorets” (църква “Св. Николай Чудотворец” / Church of St Nicholas the Miracle-Maker) หรือ Hram “Sveti Nikolaj” (Храм “Свети Николай”) หรือ Ruska tsarkva (Руска църква / Russian Church) โบสถ์รัสเซียอันงดงาม

58

อาคารถัดไปคือ Natsionalen prirodonauchen muzey (Национален природонаучен музей) National Museum of Natural History หรือ NMNHS (НПМ) พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1889

59

เดินเลยไปอีกหน่อยก็ถึงลานโล่งกว้างของ ploshtad “Knyaz Alekandar I (площад „Княз Александър I“) Prince Alexander I Square หรือ Battenberg Square (площад „Батенберг“) จัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดของโซเฟียแห่งนี้เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญคือ Natsionalna hudozhestvena galeriya (Национална художествена галерия) หรือ National Art Gallery เดิมอาคารสวยงามหลังนี้คือ Knyaz Alexander I Battenberg’s Palace พระราชวังหลวงในสมัยที่บัลกาเรียยังปกครองในระบอบกษัตริย์นั่นเอง

60

เลี้ยวซ้ายเข้าไปใน “Gradska” Gradina (City Garden) ซึ่งเต็มไปด้วยครอบครัวและวัยรุ่นหนุ่มสาวจับกลุ่มนั่งเล่นคุยกันยามเย็น

61

เดินไม่ไกลก็ถึง Naroden teatar „Ivan Vazov“ (Народен театър „Иван Вазов“) หรือ Ivan Vazov National Theatre ผมว่าโรงละครแห่งนี้เป็นอาคารที่สวยงามที่สุดของโซเฟียเลย

62

เดินออกจากสวนกลับไปที่จัตุรัส Knyaz Alexandar I และ Natsionalna hudozhestvena galeriya (National Art Gallery) อีกครั้ง เดินต่อไปทางซ้ายผ่านอาคาร Bulgarian National Bank (Българска народна банка) ไปก็ถึง ploshtad “Atanas Burov” (Atanas Burov Square) ข้างหน้าของเราคือ Prezidenstvo ทำเนียบประธานาธิบดีของบัลกาเรียซึ่งมีทหารแต่งชุดเต็มยศยืนรักษาการณ์อยู่หน้าประตู

63

ส่วนมัสยิดเก่าๆ ทางซ้ายมือคือ Natsionalen arheologicheski muzey (Национален археологически музей) หรือ National Archaeological Museum

64

เดินไปส่องดูที่ประตูทางซ้ายของ Prezidenstvo ซึ่งเปิดอยู่ก็เห็น Rotonda “Sveti Georgi” (Ротонда „Свети Георги“) หรือ Church of St. George อยู่ข้างใน แต่เราไม่กล้าเดินเข้าประตูไปเพราะไม่แน่ใจว่าอนุญาตให้เดินผ่านไปได้หรือไม่ เลยเดินอ้อมไปเข้าประตูด้านข้างของ Prezidenstvo ลงบันไดไปชมซากโบสถ์เก่าแก่ซึ่งห้อมล้อมด้วยอาคารทุกทิศทาง

65

เดินไปออกทางประตูอีกด้านหนึ่งกลับไปที่ถนนใหญ่ที่ ploshtad Nezavisimost (площад Независимост) หรือ Independence Square อาคารฝั่งตรงข้ามถนนคือ Tsentralen universalen magazin (Централен универсален магазин) หรือชื่อย่อว่า TZUM (ЦУМ) คือห้างสรรพสินค้ากลางของโซเฟีย อาคารติดกันคือ Ministerski savet (Министерски съвет) หรือ Council of Ministers เป็นอาคารฝ่ายบริหารของประเทศ ทำเนียบประธานาธิบดี และกระทรวงศึกษาธิการและวิทยาศาสตร์

66

มองไปทางขวาเห็นอาคารสูงโดดเด่นที่สุด นั่นคือ Largoto (Ларгото) หรือ Largo (Ларго) อาคารสถาปัตยกรรมแบบ Stalinist Gothic หรือ Socialist Classicism ที่ก่อสร้างขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1950 อดีตเคยเป็นที่ทำการพรรค Balgarska Komunisticheska Partiya (Bulgarian Communist Party) แต่ปัจจุบันกลายเป็น Narodno sabranie หรือสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

67

เดินไปทางอนุสาวรีย์ของเซนต์โซเฟียที่อยู่ตรงกลางถนน

68

พอเห็นซากโบสถ์โบราณซึ่งอยู่ที่สถานีรถไฟใต้ดิน Serdika (Сердика) เลี้ยวขวาไปก็เห็นหออะซานของมัสยิด Banya Bashi หรือ Banya bashi dzhamiya (Баня баши джамия) ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนน bulevard Knyaginya Maria Luiza (бул. княгиня Мария Луиза)

69

จุดนี้ถ้าเดินตรงไปก็จะกลับไปที่สะพานสิงโตอีกครั้ง ถ้าเดินไปทางซ้ายเข้าถนน ulitsa Ekzarh Yosif (улица Екзарх Йосиф) ก็จะไป Sofiyska sinagoga (Софийска синагога) หรือ Sofia Synagogue ศาสนสถานยิวที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้และใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของยุโรป

photo credit: flipfloppeople.com
photo credit: flipfloppeople.com

แต่เราเลือกเดินลงสถานีรถไฟใต้ดิน Serdika (Сердика) นั่งรถไฟใต้ดินสาย M2 (สีน้ำเงิน) ไปทาง Hladilnika (Хладилника) 1 สถานีก็ลงที่สถานี NDK (НДК) ด้านหน้า Park Naroden Dvorec na Kulturata

photo credit: www.metrosofia.com
photo credit: www.metrosofia.com

เดินเข้าไปในสวนที่มีประติมากรรมหน้าตาประหลาดๆ หลายชิ้น ที่เจ๋งๆ คือต้นไม้รองเท้าครับ

72

ตรงกลางสวนเป็นที่ตั้งของ Natsionalen dvorets na kulturata (Национален дворец на културата) หรือ National Palace of Culture ซึ่งเรียกย่อๆ ว่า NDK (НДК) คือศูนย์ประชุมและแสดงนิทรรศการที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้

73

จะสองทุ่มแล้ว ได้เวลามื้อค่ำพอดี เราเลือกเดินไปหาร้านอาหารบัลกาเรียแท้ๆ รับประทานที่ถนนคนเดินชื่อดังของเมืองที่มีชื่อว่า bulevard Vitosha (булевард Витоша) หรือเรียกสั้นๆ ว่า Vitoshka (Витошка) ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือเมื่อเดินออกจากสวน ข้ามถนนไปที่ถนนธุรกิจหลักของกลางกรุงโซเฟียซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีช็อปแบรนด์ดังมากมาย เช่น Versace, Escada, Bvlgari, D&G, Ermenegildo Zegna, Max Mara, Emporio Armani, Hugo Boss, Lacoste, Tommy Hilfiger แต่ระหว่างทางที่เดินไม่เห็นมีร้านอาหารแบบที่เราต้องการเลย เห็นแต่ร้านสมัยใหม่เต็มไปหมด

74 75

เดินไปจนสุดทางแล้วตรงต่อตามทางรถรางอีกไม่ไกลก็เลี้ยวขวาเข้าถนน ulitsa Solunska (улица Солунска) เดินอีกราว 300 เมตรก็ถึง ploshtad Petko R. Slaveykov (Площад Славейков) หรือ Petko R. Slaveykov Square จัตุรัสที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของโซเฟียซึ่งเป็นตลาดขายหนังสือกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรบอลข่าน ที่นี่มีรูปปั้นของสองนักเขียนพ่อลูกตระกูล Slaveykov เป็นสัญลักษณ์

76

ระหว่างทางเราเหลือบไปเห็นร้านอาหารที่ตกแต่งร้านแบบท้องถิ่นตรงใจเราอยู่ทางซ้ายมือจึงเดินย้อนทางเดิมกลับไปที่ร้านนั้น เลี้ยวขวาเข้าถนน ulitsa Hristo Belchev (улица Христо Белчев) ก็ถึงหน้าร้าน ยืนอ่านชื่อร้านที่ป้ายซึ่งมีแต่ตัวอักษรภาษาบัลกาเรียเขียนว่า Хаджидрагановите изби อ่านไม่ออกสิครับ 555 พอกลับเมืองไทยแล้วจึงมาลองเสิร์ชดูว่ามันสะกดเป็นภาษาอังกฤษว่าอะไร แล้วก็รู้ว่าร้านนี้ชื่อ Hadjidraganovite Izbi เรามโนกันว่าร้านนี้น่าจะเป็นร้านดังเหมือนกันเพราะตอนที่เรากำลังจะเข้าร้านเห็นพนักงานออกมาต้อนรับผู้ใหญ่ใส่สูทภูมิฐานกลุ่มใหญ่ที่ลงมาจากรถหรูเลย

77

ภายในร้านตกแต่งด้วยชุดพื้นบ้าน จานชามเครื่องใช้ของชาวบ้าน และรูปวาดแบบท้องถิ่น ได้ฟีลเหมือนอยู่ในชนบทของบัลกาเรียมากๆ แถมยังมีวงดนตรีพื้นเมืองมาร้องเล่นเพลงพื้นบ้านให้ฟังถึงโต๊ะ แต่ต้องให้ทิปเค้านะครับ

78 79 80

มื้อนี้เป็นมื้อสุดท้ายของทริปนี้แล้ว เราจึงขอจัดเต็มด้วยเมนูจานใหญ่ยักษ์ที่เรียกว่า Balkanska skara for four (Балканска скара за четирима) ซึ่งประกอบด้วยเนื้อหมูและแกะย่าง meatballs และ Kebapche หรือเนื้อเสียบไม้ย่างอย่างเยอะ น้ำหนักรวม 2,000 กรัม จานหรือจะเรียกว่าถาดก็ได้อยู่นี้ราคาเบาๆ 59 BGN (ประมาณ 1,050 บาท) พร้อมสั่งเบียร์ Astika (Астика) แก้วใหญ่ 600 ml 2.90 BGN (ประมาณ 50 บาท) มาดื่มคู่กับเมนูของกริลล์

81 82

ปิดท้ายด้วย Buffalo yoghurt in terrine with jam (биволско мляко) หรือ Kiselo Mlyako โยเกิร์ตนมควายสดๆ ราดด้วยแยมบลูเบอร์รี่รสชาติดีงามนี้ราคาถ้วยละ 5 BGN (ประมาณ 90 บาท) มาบัลกาเรียทั้งทีก็ต้องลองชิมโยเกิร์ตแท้ๆ เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึงคร้าบ

83

กินหนักกินเต็มจริงๆ ครับมื้อนี้ เช็คบิลออกมา 75 BGN แชร์กันจ่ายคนละประมาณ 330 บาท ถือว่าไม่แพงนะ ถ้าอยู่ในประเทศยุโรปตะวันตก ราคาเท่านี้กินได้แค่ร้านอาหารระดับกลางๆ ของที่นั่นเอง

ให้ข้อมูลเพิ่มเติมนิดหน่อยครับ อาหารบัลกาเรียได้รับอิทธิพลมาจากอาหารกรีกและตุรกีค่อนข้างมาก เมนูหลักๆ ก็เช่น Moussaka หรือ Musakka เป็นเนื้อบดผสมกับมะเขือม่วงหั่นแผ่นและมันฝรั่งทำเป็นก้อนสี่เหลี่ยมหนา ผมเคยกินตอนไปเที่ยวซานโตรินีครับ รสชาติไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ Kufte (кюфте) หรือ meatball ผมติดใจรสชาติมาตั้งแต่ตอนไปตุรกีแล้ว มาบัลกาเรียก็ต้องไม่พลาดครับ และ Kebapche (кебапче) เป็นเนื้อหมูหรือวัวเสียบไม้ย่างคล้ายๆ เคบับของตุรกี นิยมรับประทานคู่กับเบียร์ครับ

เกือบสี่ทุ่มแล้ว ถึงเวลากลับโรงแรม เราเดินตามเส้นทางเดิมของถนนคนเดิน Vitoshka ประมาณ 700 เมตรกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน NDK (НДК) ใช้ตั๋ววันที่ซื้อมาเป็นครั้งสุดท้าย นั่งรถไฟใต้ดินสาย M2 (สีน้ำเงิน) 3 สถานีกลับไปที่สถานี Centralna gara (Централна ЖП гара) และเดินตามถนนใหญ่บนบกกลับโรงแรมเพราะไม่กล้าเดินตามทางเดินใต้ดิน มันมืดและร้างผู้คนมากเลย

วันนี้เป็นวันเที่ยวสุดท้ายของ Danube Trip แล้ว พรุ่งนี้เที่ยงก็จะต้องบินกลับเมืองไทยไปใช้ชีวิตตามปกติเหมือนทุกๆ วัน

ตื่นขึ้นมาในเช้าวันสุดท้ายของทริป

เช้านี้เราไม่มีโปรแกรมออกไปเที่ยวไหนแล้ว ขอละเลียดอาหารเช้าที่โรงแรมแบบชิลล์ๆ

10 โมง เช็คเอาท์และเดินลากกระเป๋าลงไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Centralna gara (Централна ЖП гара) เหมือนเดิมเพื่อขึ้นรถไฟใต้ดินไปสนามบิน คราวนี้เราไม่ได้ซื้อตั๋ววันแล้ว แต่ซื้อ Single trip travelcard (Карта за еднократно пътуване) คือตั๋วรถไฟใต้ดินแบบเที่ยวเดียวใบละ 1 BGN จากคนขายตั๋ว แต่เรามีกระเป๋าใหญ่มาด้วยเลยต้องเสียเงินเพิ่มอีกคนละ 1 BGN

84

ลงบันไดเลื่อนไปรอรถที่ชานชาลา ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย M2 (สีน้ำเงิน) 2 สถานีไปต่อสาย M1 (สีแดง) ที่สถานี Serdika (Сердика) ยืนไปตลอดทางอีก 6 สถานีก็ต้องลงที่สถานี Mladost 1 (Младост 1) แล้วต่อสาย M1 (สีแดง) อีกขบวนไปอีก 6 สถานี ยังไม่ 11 โมงก็เดินทางถึงสนามบิน Letishte Sofiya-Vrazhdebna

photo credit: www.metrosofia.com
photo credit: www.metrosofia.com

Letishte Sofiya-Vrazhdebna (Летище София-Враждебна) หรือ Vrazhdebna Airport ตัวย่อคือ SOF คือสนามบินนานาชาติของกรุงโซเฟียตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองโซเฟียที่ Orlov Most (Eagles’ Bridge) ไปทางทิศตะวันออกประมาณ 6.6 กิโลเมตร

86

รถไฟใต้ดินส่วนเชื่อมต่อจากสถานี Mladost 1 (Младост 1) ที่เขตชานเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงโซเฟีย ถึงสถานี Letishte Sofia เพิ่งจะเปิดให้บริการเมื่อไม่นานมานี้เอง เราจึงเดินทางไปสนามบินได้อย่างสะดวกสบายครับ

ก่อนที่รถไฟใต้ดินจะขยายเส้นทางไปถึงสนามบินนั้น วิธีการเดินทางไปสนามบินจะต้องนั่งรถไฟใต้ดินสาย M1 (สีแดง) หรือ M3 (สีเขียว) ไปที่สถานี Sofiyski universitet „Sv. Kliment Ohridski“ (Софийски университет „Св. Климент Охридски“) หรือซื้อ Single trip travelcard (Карта за еднократно пътуване) ราคา 1 BGN จากคนขับรถเมล์ แล้วนั่งรถเมล์สาย 213, 214, 305, 404, 413 จาก Tsentralna zhelezopatna gara Sofiya สถานีรถไฟกลาง หรือ Tsentralna avtogara Sofiya สถานีรถบัสกลาง ไปที่จัตุรัส Ploshtad Orlov Most (ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร) ข้าม Orlov Most (Eagles’ Bridge) ไปที่ป้ายรถเมล์ Pliska (Плиска) ที่ถนน bulevard Tsarigradsko Shose (бул. Цариградско шосе) แล้วขึ้นรถเมล์สาย 84 โดยซื้อ Single trip travelcard (Карта за еднократно пътуване) อีกใบจากคนขับรถเมล์ ไปสนามบิน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาทีในวันธรรมดาและ 30 นาทีในวันหยุด

หรือนั่งรถไฟใต้ดินสาย M1 (สีแดง) เลยสถานี Sofiyski universitet „Sv. Kliment Ohridski“ (Софийски университет „Св. Климент Охридски“) ไป 5 สถานีแล้วลงที่สถานี Mladost 1 (Младост 1) เดินไปที่ป้ายรถเมล์ที่ถนน ulitsa Yerusalim (улица Йерусалим) แล้วนั่งรถเมล์สาย 384 อีกประมาณ 6 กิโลเมตรไปสนามบิน โดยซื้อ Single trip travelcard (Карта за еднократно пътуване) ราคา 1 BGN จากคนขับรถเมล์ได้

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.sofia-airport.bg/en/passengers/