KOSOVO ไปทำไม! เที่ยวเอง “Prizren – Prishtina” 2 เมืองของดินแดนอิสระน้องใหม่ของโลก

เที่ยวเอง รีวิว พริซเรน พริชตินา โคโซโว prizren prishtina kosovo
Kosovo คือดินแดนอิสระหรือจะนับเป็นประเทศที่ 3 ของ Greek to Roman Trip ก็ว่าได้
photo credit: canconf.com

รีวิว Albania ตอนที่แล้ว เรานั่งรถตู้ใหญ่ของ Tirana-Metropol จากเมืองหลวงคือกรุง Tirana ตอนบ่าย 3 โมง เข้าสู่ดินแดน Kosovo

รถจอดพักริมไฮเวย์ในเขตเมือง Kukës ใกล้ชายแดน Kosovo

อ่านรีวิว 3 เมืองของประเทศอัลเบเนียได้ที่
SHQIPËRI มีอะไรให้เที่ยวเอง “Berati – Tiranë – Durrës” สามเมือง สามอารมณ์ ของอัลเบเนีย

และ อ่าน 3 รีวิวเที่ยวเอง Greece ก่อนหน้าได้ตามนี้ครับ
กรีซให้สุด..เที่ยวเอง GREECE ตอนที่ 1 “Santorini” อยากอยู่แบบนี้นานๆ ได้ไหม  
กรีซให้สุด..เที่ยวเอง GREECE ตอนที่ 2 “Athens” น่าทึ่งว่าคนโบราณเค้าสร้างเมืองกันได้ยังไง
กรีซให้สุด..เที่ยวเอง GREECE ตอนที่ 3 “Meteora” อารามลอยฟ้าอันวิเวกแห่งกรีซ  

รถแวะพักที่คาเฟ่ริมไฮเวย์ในเขตเมือง Kukës ของอัลเบเนีย ไม่ไกลจากพรมแดน Kosovo

นั่งรถต่ออีกไม่นานก็ถึงด่านชายแดน ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองขึ้นรถมาเอาพาสปอร์ตลงไปตรวจ เรามีวีซ่าแบบสามารถเดินทางเข้าออกประเทศกลุ่มประเทศเชงเก้น (Multiple Entries) อยู่แล้วจึงผ่านเข้าดินแดน Kosovo ได้อย่างไม่มีปัญหาครับ

คนไทยที่มีวีซ่าเชงเก้นแบบ Multiple Entries ที่ยังไม่หมดอายุสามารถเดินทางเข้าและอาศัยอยู่ใน Kosovo ได้ไม่เกิน 15 วัน

ข้อมูลจาก www.mfa-ks.net

เข้าเขต Kosovo ได้แป๊บเดียว รถตู้ก็จอดให้ลงไปต่อรถตู้อีกคันเพราะรถคันแรกจะเข้าไปยังเมืองหลวงคือ Prishtina (Prishtinë) แต่เราจะไปเมือง Prizren ครับ

นั่งรถต่ออีกพักนึงก็ถึงสถานีรถบัสกลาง Stacioni i Autobusëve Prizren เมืองพริซเรน เลตกว่ากำหนด 6 โมงเย็นไปครึ่งชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 3 ชั่วโมงครึ่ง

อีกวิธีการเดินทางจาก Tirana ไป Prizren แต่อาจไม่สะดวกเท่าการใช้รถตู้ของ Tirana-Metropol คือ นั่งรถบัสจากสถานีรถบัสกลาง Stacioni i Autobusëve Tiranë (ใน google map คือ Tirana International Bus Station) ถึงสถานีรถบัส Stacioni i Autobusëve Prizren ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 40 นาที ตั๋วรถบัสราคา 10 ยูโร

เช็คตารางเวลารถบัสได้ที่ bus from Tirane to Prizren และ busticket4.me (ตารางเวลาอาจไม่แน่นอน 100% ควรเช็คเวลาที่สถานีรถบัสและซื้อตั๋วหน้างาน)

ถึงเมือง Prizren

เดินตรงไปทางแม่น้ำ Prizren Bistrica เลี้ยวซ้ายเดินเลียบแม่น้ำแล้วข้ามสะพานไปเช็คอินที่ Hotel Cleon ห้องพักคืนนี้ราคา 40.50 ยูโร มีอาหารเช้าด้วย พนักงานสุภาพมากและพูดภาษาอังกฤษได้ดีเลยครับ

Kosovo (Kosovë) หรือ โคโซโวคือดินแดนเล็กๆ บนคาบสมุทรบอลข่านที่ไม่มีทางออกทะเล ทุกทิศล้อมรอบด้วยประเทศ Serbia, Montenegro, Albania และ Macedonia

โคโซโวประกาศตัวเป็นเอกราชจากเซอร์เบียในเดือนก.พ. 2008 หลังผ่านสงครามกลางเมืองกับอดีตประเทศยูโกสลาเวียอันโหดร้ายยาวนานนับปี โคโซโวได้รับการรับรองสถานะเป็นประเทศจากหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป อัลเบเนีย ตุรกี รวมถึงไทย ขณะที่เซอร์เบียยังถือว่าโคโซโวเป็นจังหวัดหนึ่ง เช่นเดียวกับรัสเซียและจีนที่ประกาศไม่รับรอง ดังนั้นโคโซโวจึงไม่มีสถานะเป็นประเทศอย่างเป็นทางการจนถึงปัจจุบัน

ประชากรส่วนใหญ่มีเชื้อสายอัลเบเนียน ส่วนภาษาที่ใช้มีทั้งหมด 4 ภาษา คือ อัลเบเนียน เตอร์กิช เซอร์เบียน และบอสเนียน แต่ก็พอสื่อสารภาษาอังกฤษได้บ้างเพราะมีกองกำลัง NATO ของสหประชาชาติเข้ามาประจำการในช่วงสงครามเกือบ 20 ปีแล้ว

photo credit: www.bloomberg.com
เที่ยว Prizren (Призрен) หรือ Prizreni

เมืองออตโตมันโบราณริมฝั่ง Lumbardhi i Prizrenit (Lumi i Bardhë) หรือแม่น้ำ Prizren Bistrica ทางตะวันตกเฉียงใต้ของ Kosovo พริซเรนตกอยู่ภายใต้การปกครองของออตโตมันในปีค.ศ. 1455 และกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของจักรวรรดิออตโตมันในดินแดนโคโซโว

มีเวลาเหลือตอนเย็นอีกเกือบ 2 ชั่วโมงก่อนพระอาทิตย์ตก เลยออกจากโรงแรมเลี้ยวขวาไปเดินเล่นกลางเมือง เดินเลียบริมแม่น้ำไปราว 300 เมตรก็ถึง Ura e Gurit หรือ Kameni Most (камени мост) ที่แปลว่า Stone Bridge สะพานเก่าข้ามแม่น้ำ Prizren Bistrica ที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 แห่งนี้คือแลนด์มาร์คของเมืองพริซเรน

ข้ามสะพานไปถ่ายรูปสะพานหินเก่าแก่ที่มีฉากหลังเป็น Xhamia e Sinan Pashës (Sinan Pasha Mosque) มัสยิดหลักของเมือง

ข้ามสะพานกลับไปที่ฝั่งเดิม ตรงไปนิดก็ถึง Kroi i Shatervanit (Shatërvan) น้ำพุกลาง Shadervani หรือจัตุรัส Shadirvan (Şadırvan) ใช้ดื่มกินและประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม

มองไปข้างหน้าก็เห็น Kisha e Shën Gjergjit (Саборни храм Св.Ђорђе) หรือ Church of St. George โบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดของเมือง (เดินไปถึงหน้าโบสถ์แต่ห้ามถ่ายรูปครับ)

เดินกลับไปที่จัตุรัส Shatërvan เลี้ยวขวาเดินไปทางหอ minaret สูงของ Xhamia e Sinan Pashës shek. XVII (Sinan Pašina Džamija XVII vek) หรือเรียกย่อๆ ว่า Xhamia e Sinan Pashës (Синан Пашина Џамија) หรือ Sinan Pasha Mosque (Sinan Paşa Camii) มัสยิดออตโตมันที่สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1615 ทางการเซอร์เบียประกาศให้มัสยิดแห่งนี้เป็น Cultural Monuments of Exceptional Importance เมื่อปีค.ศ. 1990

เดินอ้อมไปทางด้านหลังของมัสยิด เลี้ยวซ้ายไปแล้วเดินขึ้นเขาตามป้ายบอกทางไป Kalaja บนเนินเขาเป็นที่ตั้งของ Kisha e Shën Shpëtimtarit หรือ Kisha e Shën Spasit (Црква Светог Спаса / Crkva Svetog Spasa) หรือ Church of the Holy Saviour โบสถ์เซอร์เบียนออร์โธด็อกซ์ที่สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1330 สถานที่นี้เป็นหนึ่งใน Monument of Culture of Exceptional Importance ของทางการเซอร์เบียเช่นกัน

เดินขึ้นเขาไปไกลพอสมควรก็ถึงจุดชมวิวเมืองพริซเรนจากมุมสูงที่ Kalaja e Prizrenit หรือ Kaljaja (Каљаја) คือ Prizren Fortress (Призренски град / Prizrenski grad) และ Dušan’s Fortress (Душанов град / Dušanov grad)

ป้อมปราการโบราณที่สร้างในสมัยไบแซนไทน์บนเนินเขาเหนือตัวเมืองพริซเรน ต่อมาได้ก่อสร้างเพิ่มเติมโดยจักรพรรดิ Stefan Dušan ระหว่างปีค.ศ. 1331-1355 ป้อมปราการแห่งนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของออตโตมันยาวนานถึง 4 ศตวรรษ และได้รับการประกาศให้เป็น Monument of Culture of Exceptional Importance ในปีค.ศ. 1948

ถ่ายรูปวิวทั่วทั้งเมืองก่อนดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าจากป้อมพริซเรน

เย็นนี้พอแค่นี้ก่อนครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าค่อยมาเดินเที่ยวในเมืองอีกครั้ง แต่ไม่เดินขึ้นเขามาที่ป้อมนี้แล้วเพราะแดดร้อนแน่ๆ 55

เดินลงเขากลับทางเดิมผ่านมัสยิด Sinan Pasha ซึ่งมีร้านขายของที่ระลึกราคาไม่แพง

หาอะไรกินมื้อเย็นแถวจัตุรัส Shatërvan เจอร้านขายบูเร็ค (burek) อาหารพื้นเมืองแถบนี้ซึ่งเราเคยลองตอนไปเที่ยวบอสเนียฯ แล้วชอบมาก เลยสั่งมากินคนละ 2 อัน อันนึงแค่ 0.8 ยูโรเอง แค่นี้ก็อิ่มแล้ว โคตรถูกอ่ะ

เดินตามแนวแม่น้ำผ่าน Ura e Gurit (Stone Bridge) กลับโรงแรม

เมืองนี้ปลอดภัยดีครับ ตอนกลางคืนเดินเล่นได้สบาย ร้านอาหารกลางเมืองและริมแม่น้ำลูกค้าเพียบ ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาชอบทักทายแบบรู้สึกแปลกใจว่ามีคนเอเชียมาเที่ยวบ้านเค้าด้วยว่ะ 55

วันที่ 2 ใน Kosovo

วันนี้เราจะนั่งรถบัสรอบบ่ายโมงเข้าเมืองหลวงคือกรุง Prishtina (Prishtinë) ช่วงเช้าเลยมีเวลาเดินเที่ยวอีกครึ่งวันสบายๆ

กินอาหารเช้าที่โรงแรมก่อน หน้าตาดีเลยนะเนี่ย

จากนั้นก็เดินเลียบแม่น้ำไปยัง Ura e Gurit (Stone Bridge) แสงตอนเช้าค่อนข้างจ้าครับ ถ่ายรูปไม่ค่อยสวยเท่าไหร่

ข้ามสะพานไปแล้วเลี้ยวขวาเดินไปจนถึงอีกสะพาน

เลี้ยวซ้ายเข้าถนนใหญ่ตรงไม่ไกลก็ถึง Muzeu i Hamamit (Turkish Bath) หรือโรงอาบน้ำโบราณแบบเตอร์กิช

เดินออกไปทางแม่น้ำแล้วเลี้ยวซ้ายไปอีกนิดก็ถึง Lidhja Shqiptare e Prizrenit (Albanian League of Prizren) ซึ่งด้านในเป็นที่ตั้งของ Xhamia e Bajraklise (Gazi Mehmed Pasha) มัสยิดเก่าแก่ที่สร้างเมื่อปีค.ศ. 1573 แห่งนี้คือมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดของเมือง

เลยไปอีกคือ Xhamia e Maksud Pashës (Maksut Pasha Mosque)

เดินเลียบแม่น้ำกลับไปข้ามสะพานไปเดินเล่นแถวมัสยิด Sinan Pasha

ข้าม Ura e Gurit (Stone Bridge) แล้วเลี้ยวซ้ายเดินตามแนวแม่น้ำผ่าน Hotel Cleon ไปจนถึงสะพานใหญ่ เลี้ยวขวาข้ามถนนแล้วตรงไปอีกไม่ไกลก็ถึง Kisha e Shën Premtës หรือ Bogorodica Ljeviška (Богородица Љевишка) โบสถ์ Our Lady of Ljeviš คือโบสถ์เซอร์เบียนออร์โธด็อกซ์ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 ตั้งอยู่ใน Sahatkulla (Serbian Quarter) ในยุคออตโตมันโบสถ์แห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นมัสยิด เมื่อยูโกสลาเวีย (เซอร์เบียในปัจจุบัน) เข้าปกครองดินแดนโคโซโวก็ได้เปลี่ยนกลับมาใช้เป็นโบสถ์ในคริสต์ศาสนาอีกครั้งและได้แต่งตั้งให้เป็น Monument of Culture of Exceptional Importance เมื่อปีค.ศ. 1990 ต่อมาในช่วงภาวะความไม่สงบในโคโซโวโบสถ์เก่าแก่นี้ได้ถูกทำลายเสียหายก่อนได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ โดยในปีค.ศ. 2006 องค์การยูเนสโกได้คัดเลือกให้เป็นมรดกโลก

หมดเมืองแล้วครับ ตัวเมืองไม่ใหญ่เลย

เดินกลับโรงแรมไปเช็คเอาท์และข้ามสะพานไปรอรถบัสที่ถนนเลียบแม่น้ำ รอตรงไหนก็ได้ครับ พอรถมาก็โบกเรียกได้เลย ไม่ต้องเดินไกลไปขึ้นรถที่สถานีรถบัส

ไป Prishtina (Prishtinë)

บ่ายโมงตรง รถบัสของ Arbëria Turist มาถึง โบกเรียกและขึ้นรถเข้าเมืองหลวง เกือบบ่าย 3 ก็ถึงสถานีรถบัสกลาง Stacioni i Autobusëve Prishtinë ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 55 นาที ตั๋วรถบัส Prizren – Prishtina ราคา 4 ยูโร

เส้นทางระหว่าง 2 เมืองหลักนี้มีรถบัสบ่อยครับ ไม่ต้องเป็นห่วง พลาดคันนี้ก็รออีกไม่นาน
เช็คตารางเวลารถบัสได้ที่ www.balkanviator.com และ trafiku.ntelefon.com

สถานีรถบัสมีห้องฝากกระเป๋า (Garderoba) ค่าฝากใบละ 1 ยูโร ถามที่ Informacioni ได้เลยครับ

นั่งแท็กซี่ไปที่ Lena’s apartment ใกล้ไฮเวย์หลักชื่อ Bulevardi Bill Klinton ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร มิเตอร์สตาร์ทที่ 1.50 ยูโร กิโลเมตรต่อไป 0.60 ยูโร เสียค่าแท็กซี่ไปแค่ 1.80 ยูโรเอง

จากสถานีรถบัสสามารถขึ้นรถเมล์สาย 1, 2 เข้าตัวเมืองได้ แต่ป้ายรถเมล์ที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไฮเวย์ห่างจากสถานีรถบัสเกือบ 1 กิโล และไม่รู้จะเดินทางไหนด้วยเพราะเป็นสะพานรถสูงและทางวนใต้สะพาน

เช็คเส้นทางรถเมล์ได้ที่ Prishtina bus รถเมล์สายหลักๆ ได้แก่ สีเขียว: สาย 2, สีฟ้า: สาย 7, สีชมพู: สาย 10

ทางขึ้นอพาร์ทเมนต์อยู่ใต้ตึกใหญ่ริมไฮเวย์ แต่หาพิกัดค่อนข้างยากและสภาพด้านนอกดูโทรมๆ เหมือนจะไม่ปลอดภัย แถมสื่อสารทางอีเมลกับคุณลีน่าไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย เราต้องขอให้เจ้าของร้านอาหารแถวนั้นช่วยโทรตามนางมาเปิดห้องให้ เสียเวลารอเกือบชั่วโมงเลย แต่ทำเลที่ตั้งถือว่าดีเลย เดินทางไปสถานีรถบัสและเดินเข้าไปเที่ยวในเมืองได้สะดวก

สภาพห้องโอเคนะ ราคาก็ถูกคือคืนละ 38.25 ยูโร แต่ไม่มีอาหารเช้า

5 โมงเย็น ได้เวลาเดินเที่ยว Prishtina แล้ว

Prishtina (Prishtinë) ในภาษาเซอร์เบียคือ Priština (Приштина) คือเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของดินแดนพิพาท Kosovo แต่ต้องพูดตรงๆ ว่าเป็นเมืองหลวงที่ไม่มีอะไรเที่ยวเลย เรามาเมืองนี้เพราะจะได้พูดได้เต็มปากว่าเคยมาโคโวโซแล้วและเพื่อเดินทางต่อไปประเทศ Macedonia ได้สะดวกกว่าไปจาก Prizren ครับ

ออกจากอพาร์ทเมนต์ เดินไปที่ถนนใหญ่ Bulevardi Bill Klinton มองไปไม่ไกลก็เห็น Katedralja e së Shën Nënë Tereza në Prishtinë (Катедрала Мајке Терезе у Приштини / Katedrala Majke Tereze u Prištini) หรือ Cathedral of Saint Mother Teresa in Pristina โบสถ์โรมันคาทอลิกที่สร้างเพื่ออุทิศแด่แม่ชีชาวอัลเบเนียเชื้อสายอินเดียและมิชชันนารีของชาวคาทอลิก

เดินไปที่โบสถ์ Saint Mother Teresa

เลี้ยวซ้ายเดินตามถนน Xhorxh Bush ผ่านด้านข้างของโบสถ์ตรงไปสุดถนนแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Garibaldi และเลี้ยวขวาที่สี่แยกใหญ่ไปยัง Monumenti i Newborn (NEWBORN) ป้ายแสดงว่าโคโซโวเป็นประเทศอิสระเกิดใหม่ที่แยกตัวออกจากประเทศเซอร์เบียตั้งอยู่ที่ด้านหน้า Pallati i Rinise dhe Sporteve (Палата омладине и спорта / Palata omladine i sporta) หรือ Palace of Youth and Sports) อาคารอเนกประสงค์ที่ใช้เป็นศูนย์การค้า ที่จอดรถในร่ม ศูนย์ประชุม และห้องสมุด

ป้าย Newborn เปิดตัวเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2008 ซึ่งเป็นวันประกาศอิสรภาพของโคโซโว ป้ายนี้จะถูกเพนท์เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกวันที่ 17 ก.พ. ของแต่ละปี

ตรงต่อไปตามถนน Luan Haradinaj จนสุดทางก็เลี้ยวขวาที่สามแยกเดินตามถนน UÇK ตรงผ่าน Bashkia Prishtinë (Prishtina Town Hall) ไปก็เห็นมัสยิด Xhamia e Çarshisë

ตรงไปอีกนิดก็ถึง Muzeu i Kosovës (Музеј Косова / Muzej Kosova) หรือ Kosovo Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโคโซโวคือพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1949 แม้ว่าตัวอาคารจะสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1889 ในสไตล์ Austro-Hungarian เพื่อใช้เป็นศูนย์บัญชาการทางการทหาร พิพิธภัณฑ์นี้คือสถาบันแห่งมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บรักษามรดกล้ำค่าของดินแดนโคโซโว

เดินผ่าน Xhamia e Jashar Pashës (Jashar Pasha Mosque) ราว 200 เมตร ไปยัง Hamami i madh i Prishtinës (Велики хамам у Приштини / Veliki hamam u Prištini) หรือในภาษาตุรกีคือ Fatih Sultan Mehmet Han Hammam คำว่า Hammam แปลว่า Turkish bath

Great Hamam of Pristina นี้เป็นอนุสรณ์ในยุคออตโตมันเพียงไม่กี่แห่งที่หลงเหลืออยู่ในพริชตินา โรงอาบน้ำแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Xhamia e Mbretit (Царска џамија у Приштини / Carska džamija u Prištini) หรือ Imperial Mosque มัสยิดออตโตมันที่สร้างโดย Fatih Sultan Mehmet เมื่อปีค.ศ. 1461 ทางการเซอร์เบียได้ประกาศให้มัสยิดแห่งนี้เป็น Cultural Monuments of Exceptional Importance เมื่อปีค.ศ. 1990

เดินย้อนทางเดิมผ่าน Kosovo Museum และมัสยิด Xhamia e Çarshisë แล้วเลี้ยวซ้ายเดินตามถนนใหญ่ Rruga Agim Ramadani ไม่ไกลก็เห็นถนนคนเดินอยู่ทางขวามือ เดินเข้าถนนนั้นไปก็เห็น Qeveria e Kosovës (Vlada Kosova) หรือ Government of Kosovo อาคารที่ทำการรัฐบาลและที่ทำงานของนายกรัฐมนตรีโคโซโวตั้งอยู่ที่ Sheshi Skënderbej (Skanderbeg Square)

อาคารตรงข้ามคือโรงละครแห่งชาติ Teatri Kombëtar (Народно позориште / Narodno pozorište) หรือ National Theatre of Kosovo

เดินตรงต่อไปราว 800 เมตรแล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นบันไดไปยัง Biblioteka Kombëtare e Kosovës (Народна библиотека Косова / Narodna biblioteka Kosova) หรือ National Library of Kosovo อาคารรูปทรงแปลกตานี้คือหอสมุดแห่งชาติโคโซโวออกแบบโดย Andrija Mutnjaković สถาปนิกชาวโครแอตเมื่อปีค.ศ. 1982 โดยเขาพยายามผสมผสานระหว่างศิลปะออตโตมันกับไบแซนไทน์เข้าด้วยกันเพื่อแสดงถึงความกลมเกลียวกันระหว่าง 2 ชนชาติที่อาศัยอยู่ในแคว้นโคโซโว (ขณะนั้น) ตัวอาคารประกอบด้วยโดมเล็กใหญ่ผสมกันรวมแล้วถึง 73 โดม

เมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ประชาชนถึงกับตะลึงถึงความสวยงามแปลกตาของอาคารเพราะบริเวณรอบๆ เมืองเต็มไปด้วยอาคารคอนกรีตเตี้ยๆ ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอพาร์ทเมนต์สำหรับคนจนหรือผู้ลี้ภัยสงครามเท่านั้น อาคารนี้จึงได้ชื่อว่าเป็นอาคารที่สวยที่สุดของประเทศเลยทีเดียว

เดินลัดสวนไปทางโบสถ์ Saint Mother Teresa

เดินตามถนนใหญ่ Bulevardi Bill Klinton กลับไปหาอะไรกินแถวๆ ที่พัก
(ถ้าจะขึ้นรถเมล์กลับก็เลี้ยวซ้ายที่ถนนใหญ่หน้าโบสถ์ ขึ้นรถเมล์สาย 7 ที่ป้าย Ulpianë 1 ป้าย ค่ารถเมล์ 0.50 ยูโร ข้ามถนนเดินย้อนกลับโรงแรม)

อาหารที่โคโซโวถูกมากๆ เมื่อเทียบกับราคาในยุโรปตะวันตก จานนึงแค่ 2.50-5 ยูโรเท่านั้น ถ้าแพงกว่านี้คือร้านหรูๆ (ซึ่งไม่ค่อยมี) แล้วครับ 😀

ค้างคืนที่ Prishtina 1 คืน

พรุ่งนี้เราจะนั่งรถบัสข้ามประเทศไปยังเมืองหลวงของ Macedonia คือ Skopje ครับ

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต