Ukraine เที่ยวเองไม่ยากแล้ว ตอนที่ 2 “Odessa” ชมเมืองคลาสสิก ดูฝรั่งอาบแดดริมทะเลดำ ลอดอุโมงค์ใต้ดินยาวที่สุดในโลก

เที่ยวเอง รีวิว โอเดสซา ทะเลดำ ยูเครน odesa odessa ukraine
Ukraine คืออีกประเทศที่เราอยากไปเที่ยวเองมานานแล้ว

หลังจากตระเวนเที่ยวกรุง Kiev แบบเต็มวันตามรีวิวนี้
Ukraine เที่ยวเองไม่ยากแล้ว ตอนที่ 1 “Kiev” ยักษ์หลับที่กำลังจะตื่น

เราเดินทางต่อไปยังเมืองที่ 2 ของ Ukraine Trip นั่นคือ Odessa ริมชายฝั่งทะเลดำ

Odesa (Оде́са) หรือ Odessa คือเมืองใหญ่อันดับที่ 3 ของยูเครนและเป็นเมืองท่าและเมืองท่องเที่ยวริมทะเลดำ (Black Sea) ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ จึงได้รับฉายาว่าเป็น “ไข่มุกแห่งทะเลดำ”

วิธีการเดินทางจาก Kiev ไป Odessa ที่สะดวกรวดเร็วที่สุดคือเครื่องบิน ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง
หรือนั่งรถบัสใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง มีรถบัสตั้งแต่เช้าถึงเย็นและ night bus หลายเวลา ส่วนรถไฟใช้เวลา 7-10 ชั่วโมง มี night train ด้วย

เช็คตารางเวลาและซื้อตั๋วรถบัสออนไลน์ได้ที่ http://kievis.com และ https://bus.tickets.ua
เช็คตารางเวลาและซื้อตั๋วรถไฟออนไลน์ได้ที่ Ukraine train

ดูจากระยะเวลาที่ใช้แล้วขอบินเอาดีกว่าครับ เราเลือกบินโดยสายการบิน Ukraine International Airlines (UIA) ไฟลท์ PS057 เวลา 09.50 น. ตั๋วเครื่องบิน Kiev-Odessa ราคา 89 USD

เช็คตารางเวลาบินและซื้อตั๋วเครื่องบินได้ที่ www.flyuia.com

ก่อนจะไปสนามบินควรทำ Online Check-in มาให้เรียบร้อยก่อนเช่นเดิม โดยทำได้ตั้งแต่ 48 ชั่วโมง จนถึง 2 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทาง ปรินท์หลักฐานหรือดาวน์โหลดไฟล์ไว้ในโทรศัพท์มือถือเพื่อโชว์ให้เจ้าหน้าที่ดู ถ้ามาเช็คอินที่เคาน์เตอร์สายการบินจะมีค่าบริการ 15 ยูโรต่อเที่ยวบิน

เช็คอินออนไลน์ล่วงหน้าได้ที่ UIA Online Check-in

เราพักที่โรงแรม ibis Kiev Railway Station ซึ่งอยู่ใกล้ Zaliznychnyy vokzal “Pivdennyy” (Залізничний вокзал “Південний”) หรือสถานีรถไฟ Pivdennyi (Southern Station) ด้านหลังสถานีรถไฟกลาง Kyiv-Pasazhyrskyi (Київ-Пасажирський) หรือ Kyiv-Pas (Kiev-Pas)

หน้าสถานีรถไฟ Pivdennyy มีป้ายรถ Sky Bus (บางคันมีเบอร์ บางคันเป็นโลโก้สีม่วง) ไป Mizhnarodnyy aeroport Boryspil’ (Міжнародний аеропорт “Бориспіль”) หรือ Boryspil International Airport (KBP)

เช็คเส้นทางและค่าตั๋วรถบัสได้ที่ Sky Bus routes and fares
เช็คตารางเวลารถบัสขาออกจาก Kiev ไปสนามบินได้ที่ Sky Bus timetable แต่เลือกเวลาที่ต้องการเดินทางไม่ได้ ระบบแสดงเวลาแค่รอบเช้า แต่ไม่ต้องห่วงเพราะมีรถออกบ่อยทุก 15-20 นาที

07.25 น. นั่ง Sky Bus ประมาณ 45 นาที เพราะรถไม่ค่อยติด ตั๋วรถบัสราคา 100 UAH (ประมาณ 125 บาท) ซื้อบนรถได้ รถบัสจอดหน้าอาคารสนามบินเลย

บินแค่ 1 ชั่วโมงก็ถึง Mizhnarodnyy aeroport Odesa (Міжнародний аеропорт «Одеса») หรือ Odessa International Airport ในเวลา 10.50 น.

สนามบินนานาชาติ Odessa ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ห่างจากสถานีรถไฟกลาง Odesa-Holovna (Одеса-Головна) ราว 7.2 กิโลเมตร

ออกจากอาคารสนามบิน เดินไปทางขวาจนเจอวงเวียนที่ด้านหน้าอาคารสนามบินขาออกซึ่งเป็นอาคารเก่าเขียนป้ายว่า Аэровокзал เลี้ยวซ้ายเดินผ่านลานจอดรถก็เห็นป้ายรถเมล์

ป้ายที่ถึงก่อนคือป้ายรถเมล์เล็ก/รถตู้ที่เรียกว่า Marshrutka (Маршрутка) สาย 117 ซึ่งใช้เดินทางเข้าเมือง Odessa ได้ โดยรถจะจอดที่ด้านข้างสถานีรถไฟกลาง Odesa-Holovna แล้ววิ่งเข้าสู่ศูนย์กลางเมืองตามถนน Vulytsya Katerynyns’ka (вулиця Катерининська) ประมาณ 2.5 กิโลเมตร พอรถเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Vulytsya Lanzheronivska (вулиця Ланжеронівська) ก็ลง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่ารถ 7 UAH ตรงนั้นจะใกล้สวน Palais-Royal (Королівський сад) เดินกลับไปที่สี่แยกเลี้ยวซ้ายประมาณ 300 เมตรก็จะถึง Pam’yatnyk zasnovnykam Odesy (Monument to Catherine II) แต่รถเมล์เล็กเอากระเป๋าเดินทางใหญ่ขึ้นไม่สะดวก

เลยไปอีกช่องคือป้ายรถเมล์ trolleybus (Тролейбус) สาย 14 ซึ่งไปสุดทางที่สถานีรถไฟกลาง Odesa-Holovna ใช้เวลา 20-35 นาที ตั๋วรถเมล์ราคา 3 UAH จ่ายตอนลงรถ

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.odessa.aero
เช็คสายรถเมล์ รถราง และเส้นทางได้ที่ Odessa transportation

ประมาณเที่ยงครึ่งก็ถึงสถานีรถไฟกลาง Odesa-Holovna (Одеса-Головна) ถ้าเห็นป้ายว่า вокзал นั่นคือสถานีรถไฟครับ

จากป้ายรถเมล์มองไปทางซ้ายก็เห็นยอดโดมทองอร่ามของ Svyato-Panteleimonivs’kyi cholovichyi monastyr (St. Panteleimon Monastery) ลอดอุโมงค์เดินไปทางโบสถ์

โรงแรมที่เราจะพักในคืนนี้คือ Black Sea Hotel Rishelievskaya ซึ่งอยู่ด้านหลังโบสถ์ถัดไปอีกบล็อกหนึ่ง (ห่างจากสถานีรถไฟกลางประมาณ 500 เมตร) ทำเลที่ตั้งดีมากสำหรับคนที่มีกระเป๋าเดินทางใหญ่ซึ่งขึ้นรถเมล์เล็กจากสนามบินเข้ากลางเมืองไม่ค่อยสะดวก สามารถเดินไปสถานีรถไฟและสถานีรถบัสได้ไม่ไกลด้วย

ห้องเก่าไปหน่อย แต่ราคาก็ไม่ได้แพงคือคืนละ 1,300 UAH (ประมาณ 1,650 บาท) ไม่รวมอาหารเช้า

ไม่ไกลจากโรงแรมและโบสถ์ St. Panteleimon มีร้านอาหารดูดีเลยชื่อว่า Kompot (Кафе Компот) เมนูราคาไม่แพงด้วย

ขอกินมื้อกลางวันเติมพลังก่อนเพราะจุดนี้หิวสุดๆ แล้ว

พร้อมเที่ยว Odessa แล้ว

ไปทะเลก่อนเลย บ่ายๆ แบบนี้คนน่าจะคึกคัก เดี๋ยวเย็นๆ ค่อยเข้าศูนย์กลางเมืองไปเดินเที่ยว

ให้โรงแรมเรียกแท็กซี่ไป Plyazh Lanzheron (Пляж Ланжерон) หรือ Langeron Beach ชายหาดชื่อดังริมทะเลดำ ระยะทางประมาณ 2 กิโลครึ่ง ค่าแท็กซี่ 90 UAH

(นั่งรถรางสาย 28 จากป้ายใกล้วงเวียนหน้าสถานีรถไฟกลางไปลงที่หน้าสวนสนุก Odessa Luna Park (Одеський Лунапарк) แล้วเดินเลียบสวนจนถึงที่จอดรถเมล์เล็กสาย 203 เลี้ยวขวาเข้าสวนเดินผ่าน Lanzheronivska arch (Ланжеронівська арка) ลงไปยังชายหาดก็ได้)

Odessa ยังมีชายหาดหลักๆ อีก 2 หาด คือ Arcadia (Аркадія) และ Otrada (Отрада)
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ discover-ukraine.info

ลงแท็กซี่ที่ Nemo Resort & Spa (Одесский дельфинарий) แล้วเดินลงไปริมทะเล

เดินหาที่เหมาะๆ ลงเล่นน้ำทะเลดำซึ่งไม่เห็นจะดำเลย 555 สามารถเช่าเตียงชายหาดได้ ค่าเช่าชั่วโมงละ 100 UAH ครับ

ขากลับ คนขับแท็กซี่บอกค่ารถ 200 UAH มันแพงไปอ่ะ เลยเดินตามฝูงชนขึ้นบันไดเข้าไปยังสวน เดินลัดสวนไปออกที่ลานจอดรถเมล์เล็กสาย 203

เลี้ยวซ้ายเดินอีกไม่ไกลมากก็ถึงทางเข้าสวนสนุก Odessa Luna Park โบกรถชาวบ้านกลับโรงแรมไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เค้าคิดค่ารถ 70 UAH (จริงๆ นั่งรถรางสาย 28 กลับไปลงใกล้สถานีรถไฟกลางแล้วเดินกลับโรงแรมก็ได้ แต่ไม่รู้ซื้อตั๋วที่ไหนหรือซื้อบนรถได้มั้ย)

ออกจากโรงแรมเดินไปทางขวาตรงผ่านสี่แยกไปจนถึงอีกสี่แยกก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Vulytsya Katerynyns’ka (вулиця Катерининська) เดินไปป้ายรถเมล์ Pryvoz Rynok (ринок “Привоз”) ระยะทางราว 350 เมตร

ยืนรอรถเมล์เล็ก/รถตู้ (Marshrutka) สาย 117 ที่มาจากสนามบิน หรือ 220 เข้าศูนย์กลางเมือง (ค่ารถ 7 UAH) พอรถเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Vulytsya Lanzheronivska (вулиця Ланжеронівська) ก็ลง

เดินกลับไปที่สี่แยกเลี้ยวซ้ายราว 300 เมตรก็ถึง Pam’yatnyk zasnovnykam Odesy (Пам’ятник засновникам Одеси) หรือ Monument to Catherine II อนุสาวรีย์ของพระนางเจ้า Catherine ที่ 2 ผู้ก่อตั้งเมืองโอเดสซาตั้งอยู่ที่ Katerynyns’ka Ploshcha (Катерининська площа) หรือ Katerynyns’ka Square ใจกลางเมือง

ตรงไปทางทะเลนิดเดียวก็ถึง Pam’yatnyk Dyuku de Rishel’j (Пам’ятник Дюку де Рішельє) อนุสาวรีย์ของ Duke of Richelieu ตั้งอยู่บนถนน Prymorskyi Boulevard (Приморський бульвар) ก่อนถึง Potj’omkins’ky Skhody (Potemkin Stairs) ที่ฐานของอนุสาวรีย์มีรูปปั้นนูน 3 รูปที่แสดงถึงการเกษตร การพิจารณาคดี และการค้า

ด้านหน้าอนุสาวรีย์คือ Potj’omkins’ky Skhody (Потьомкінські сходи) หรือ Potemkin Stairs (Potemkin Steps) บันไดขนาดใหญ่ยาว 142 เมตร มีทั้งหมด 192 ขั้น สร้างขึ้นในปี.ศ. 1837-1841 เปรียบเสมือนเป็นประตูทางเข้าเมืองจากทะเลดำและเป็นจุดชมวิวอ่าวและท่าเรือโอเดสซาที่มีชีวิตชีวา

ขึ้นบันไดกลับไปที่อนุสาวรีย์ของ Duke of Richelieu เลี้ยวซ้ายเดินเลียบสวน Istanbul (Стамбульський парк) ไม่ไกลก็เห็น Pam’yatnyk O. S. Pushkinu (Пам’ятник О. С. Пушкіну) หรือรูปปั้นของ Alexander Pushkin อยู่ด้านหน้า Odes’koi meriya (Одеської мерії) หรือที่ว่าการเมืองโอเดสซา

เดินผ่านที่ว่าการเมืองไปคือ Odeskyi arkheolohichnyi muzei (Одеський археологічний музей) หรือ Odessa Archaeological Museum อาคารสวยงามสไตล์นีโอคลาสสิกนี้สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1825 และปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ในปีค.ศ. 1883 ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์มีรูปปั้นจำลองของ Laocoön และลูกชายของเขา

เดินไปที่อาคารตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์ นั่นคือ Odeskyi natsional’nyi akademichnyi teatr opery ta Baletu (Одеський національний академічний театр опери та балету) หรือ Odessa National Academic Theatre of Opera and Ballet

โรงโอเปร่าและบัลเล่ต์แห่งโอเดสซาคือโรงละครที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองโดยเปิดใช้มาตั้งแต่ปีค.ศ. 1810 ต่อมาในปีค.ศ. 1873 ได้ถูกเพลิงไหม้ทำลายเสียหาย ทางการจึงได้ระดมทุนสร้างอาคารหลังใหม่โดยมีสถาปนิกชาวเวียนนา Fellner และ Helmer เป็นผู้ออกแบบในสไตล์นีโอบาโรค โรงละครสร้างเสร็จสมบูรณ์และเปิดใช้อีกครั้งในอีก 4 ปีถัดมาด้วยมูลค่าก่อสร้างถึง 1,300,000 รูเบิล ห้องโถงออกแบบเป็นรูปเกือกม้าทำให้เสียงจากเวทีกระจายอย่างชัดเจนไปยังทุกจุดของโรงละคร

เดินผ่านด้านหน้าโรงโอเปร่าเข้าถนน Vulytsya Lanzheronivs’ka (вулиця Ланжеронівська)

ตรงไปราว 500 เมตรเข้า Mis’kyi sad (Міський сад) หรือ City garden ตรงไปออกอีกประตูหนึ่ง

เลี้ยวซ้ายไปนิดก็ถึง Odessa Passage (Пассаж) อาคาร 4 ชั้นที่มีโถงทางเดินสวยงามที่สองข้างทางมีร้านค้าและร้านอาหารมากมาย รวมทั้งมีโรงแรมอยู่ที่ชั้น 3 ด้วย

ฝั่งตรงข้าม Passage คือ Soborna Ploshcha (Соборна площа) หรือ Cathedral Square ที่ตั้งของ Odeskyi Spaso- Preobrazhens’kyi kafedral’nyi sobor (Одеський Спасо-Преображенський кафедральний собор) หรือ Spaso-Preobrazhensky Cathedral (Transfiguration Cathedral in Odessa) คือโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองสร้างโดย Gavril Bănulescu-Bodoni เมื่อปีค.ศ. 1794 จากนั้นในปี.ศ. 1936 ได้ถูกรัสเซียทำลายเสียหายและเริ่มบูรณะใหม่อีกครั้งในปีค.ศ. 1999

จบโปรแกรมเที่ยว Odessa วันแรกตรงนี้

ขากลับโรงแรม นั่งรถเมล์เล็กสาย 185 จากป้ายฝั่งโบสถ์ Spaso-Preobrazhensky (ค่ารถ 7 UAH) ไปลงหน้า Black Sea Hotel Rishelievskaya พอดี (สาย 145 ก็ไปได้ แต่ต้องลงที่ถนนข้างโรงแรม)

จาก Soborna Ploshcha (Cathedral Square) ถ้าจะไป Avtovokzal Pryvoz (Автовокзал Привоз) หรือสถานีรถบัส ให้เดินตามทางรถรางบนถนน Vulytsya Preobrazhens’ka (вулиця Преображенська) หน้า Passage (Пассаж) ไปทางทิศใต้จนถึงสี่แยกก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Vulytsya Bunina (вулиця Буніна) ข้ามถนนไปขึ้นรถเมล์เล็ก/รถตู้ (Marshrutka) สาย 117 (ค่ารถ 7 UAH) ถ้าเดินอีก 300 เมตรก็จะถึงสถานีรถไฟกลาง Odesa-Holovna (Одеса-Головна)

วันที่ 4 ของทริป และ วันเที่ยววันที่ 3

ช่วงเช้าถึงบ่ายๆ วันนี้ เรายังเที่ยวใน Odessa ต่อ
โดยจะไปชมเมืองใต้ดินที่อยู่ใต้เมือง Odessa และอาณาเขตรอบๆ ครอบคลุมหลายเขตของ Odes’ka oblast’ (Odessa Oblast) หรือแคว้นโอเดสซา ที่เรียกว่า Odes’ki katakomby (Одеські катакомби) หรือ Odessa catacombs เครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินขนาดใหญ่และยาวที่สุดในโลกมีระยะทางรวมกว่า 2,500 กิโลเมตร
(อุโมงค์ใต้ดินที่มีความยาวอับดับที่ 2 ของโลกอยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แต่มีความยาวน้อยกว่าถึง 5 เท่า)

ยังไม่มีการระบุอย่างแน่ชัดว่า Odessa catacombs เริ่มลงมือขุดตั้งแต่เมื่อไหร่ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่าในรัชสมัยของพระนางเจ้า Catherine ที่ 2 (Catherine the Great) แห่งรัสเซียซึ่งทรงครองราชย์ระหว่างปีค.ศ. 1762-1796 ได้ทรงพัฒนาให้เมือง Odessa เป็นเมืองท่าสำคัญโดยทำการขุดหินปูนใต้ดินจำนวนมากเพื่อใช้สร้างเมือง หินปูนถูกขุดลึกลงไปกว่า 100 ฟุต เมื่อหินปูนใต้ดินหมดก็จะขุดลึกลงไปอีกระดับ รวมแล้วลึก 3 ระดับ และขยายพื้นที่ขุดออกไปเรื่อยๆ เป็นระยะเวลากว่า 150 ปี จนใต้ดินของเมืองกลายเป็นเหมือนเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินขนาดใหญ่ กระทั่งปี ค.ศ. 1917 ได้เกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองในรัสเซีย การขุดหินปูนใต้ดินจึงยุติลง

เครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินที่ซับซ้อนและยาวกว่า 2,500 กิโลเมตรนี้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของคนเร่ร่อน ที่ซ่อนตัวของอาชญากรและมิจฉาชีพ และใช้ลักลอบขายของเถื่อนและค้าทาส

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพนาซีเข้ายึดเมือง Odessa ผู้ต่อต้านได้รวมตัวกันและใช้ Odessa catacombs ซึ่งจุคนได้นับหมื่นเป็นที่หลบซ่อนและต่อสู้กับกองทัพนาซี พวกเขาช่วยกันปรับปรุงพื้นที่บางส่วนของอุโมงค์ให้เหมาะกับการอยู่อาศัย บางจุดที่มีพื้นที่มากพอถูกสร้างเป็นห้องนอนสำหรับผู้ชายและผู้หญิง ห้องพักผ่อน ห้องครัวพร้อมปล่องระบายควัน รวมถึงสถานพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ

ปัจจุบันรัฐบาลยูเครนได้ปรับปรุงพื้นที่บางส่วนในเขต Nerubais’ke (Nerubayskoye) ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และอนุสรณ์สถานสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยสร้างเป็น Museum of Partisan Glory (Музей партизанської слави) ความยาว 1 กิโลเมตรในอุโมงค์ใต้ดินเพื่อให้ผู้เข้าชมเห็นสภาพความเป็นอยู่ของกลุ่มต่อต้านนาซีว่าใช้ชีวิตกันอย่างไร

ด้วยความยาวและความซับซ้อนของเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดิน การชมจึงต้องมีไกด์นำทางตลอดเวลาเพราะหากพลัดหลงในอุโมงค์แห่งนี้อาจหมายถึงว่าจะไม่ได้กลับออกมาอีกเลย

ขาไป นั่งแท็กซี่ประมาณ 20 นาที ค่ารถ 230 UAH เพราะไม่รู้พิกัดแน่นอน ถ้านั่งรถเมล์อาจลงผิดป้ายเพราะไม่น่าจะสื่อสารกับคนขับหรือคนบนรถรู้เรื่อง

พิกัดตามนี้ครับ

เราไปถึงไม่มีไกด์พาเดินชมในอุโมงค์แล้ว เจ้าหน้าที่เลยให้เข้าไปเดินเองได้ โดยเสียค่าเข้าคนละ 100 UAH แต่ต้องช่วยกันจำทางให้ดีด้วย ไม่งั้นอาจหลงทางข้างในได้

ขากลับ นั่งรถเมล์เล็กสาย 84 จากป้ายฝั่งตรงข้าม catacombs ไปลงแถว Avtovokzal Pryvoz (Автовокзал Привоз) หรือสถานีรถบัส เหมือนค่ารถจะคิดจากจุดที่ขึ้นรถไปถึงจุดที่ลง คนขับบอกว่า 12 UAH ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงแบบรถแน่นตลอดทางครับ

เดินไปถ่ายรูป Svyato-Panteleimonivs’kyi cholovichyi monastyr (St. Panteleimon Monastery) อีกมุมหนึ่ง

แล้วหาอะไรกินแถวนั้น Uzbek Pilaf จานนี้ 70 UAH ร้านบ้านๆ ที่นี่ค่าข้าวถูกพอๆ กับเมืองไทยเลยครับ

จุดหมายต่อไปขอเราคือปราสาท Kamianets-Podilskyi ในเขตเมือง Kam’yanets’-Podil’s’kyi (Ка́м’яне́ць-Поді́льський) ซึ่งอยู่ห่างจากเมือง Odessa ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 580 กิโลเมตร ถ้านั่ง night bus ไปที่เมืองใกล้เคียงคือ Chernivtsi ใช้เวลาประมาณ 11-14 ชั่วโมง ส่วน night train ใช้เวลา 17 ชั่วโมง 40 นาที

photo credit: frustratingnews.wordpress.com

เราเลือกบินอีกเช่นเคยครับ

บ่ายสองครึ่ง ขึ้นรถเมล์ trolleybus สาย 14 จากป้ายหน้าสถานีรถไฟกลาง Odesa-Holovna (ป้ายเดียวกับตอนที่ลงตอนเข้าเมืองจากสนามบิน) นั่งรถประมาณครึ่งชั่วโมงไป Mizhnarodnyy aeroport Odesa (Міжнародний аеропорт «Одеса») หรือ Odessa International Airport ค่ารถ 3 UAH

รถเมล์จอดที่ป้ายหน้าอาคารสนามบินขาออกที่เขียนป้ายว่า Аэровокзал

จาก Odessa ไป Chernivtsi ไม่มีไฟลท์บินตรงนะครับ ต้องบินกลับไปสนามบิน Boryspil (Kiev) และต่ออีกไฟลท์ โดยสายการบิน Ukraine International Airlines (UIA) ไฟลท์ PS058 ออกจากสนามบิน Odessa 16.55 น. บิน 1 ชั่วโมงถึงสนามบิน Boryspil

รอต่อไฟลท์ 2 ชั่วโมง 45 นาที ถ้าหิวต้องหาร้านอาหารก่อนผ่าน security check เข้าไปยังเกทนะครับเพราะข้างในมีแค่ซุ้มขาย snack และเครื่องดื่ม แต่มี Business Lounge ให้ใช้บริการได้ โดยมีค่าบริการ 720 UAH (ประมาณ 900 บาท) เราเลือกใช้ Business Lounge ครับ

20.40 น. ไฟลท์ PS041 ออกเดินทาง บินอีก 1 ชั่วโมง 15 นาที ก็ถึง Mizhnarodnyy aeroport Chernivtsi (Міжнародний аеропорт «Чернівці») หรือ Chernivtsi International Airport
ตั๋วเครื่องบิน Odessa-Chernivtsi ราคา 216.60 USD

สนามบินนานาชาติ Chernivtsi ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ห่างจากศูนย์กลางเมืองประมาณ 4 กิโลเมตร

สนามบินเล็กมากครับ ลงจากเครื่องเดินไปรอรับกระเป๋าที่หน้าทางเข้าอาคาร แป๊บนึงรถก็บรรทุกกระเป๋ามาส่งแบบนี้เลย 555

นั่งแท็กซี่ไปเช็คอินที่ Premium Hotel โรงแรมอยู่ริม Vulytsya Holovna (вулиця Головна) ถนนสายหลักเข้าศูนย์กลางเมือง ห่างจากสนามบินไม่ถึง 2 กิโล ค่าแท็กซี่ 100 UAH (จริงๆ น่าจะถูกกว่านี้ แต่ดึกแล้ว ขี้เกียจต่อราคาครับ)

(นั่งรถเมล์สาย 38 จากวงเวียนใหญ่ห่างจากสนามบินประมาณ 500 เมตรก็ได้)

ห้องพัก 2 คืนที่ Chernivtsi ราคาแค่ 1,600 UAH (2,000 บาท) ไม่รวมอาหารเช้า 100 UAH จะซื้อเพิ่มหรือไม่ก็ได้ครับ

ดูแผนที่เส้นทางของ Ukraine Trip ประกอบนะครับ

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต