ลบภาพจำเก่าๆ เที่ยวเอง “เซอร์เบีย” ตอนที่ 1 “Novi Sad” ใต้ความแข็งกร้าว..มีความนุ่มนวล

เที่ยวเองตามแนวแม่น้ำดานูบใน Danube Trip กันต่อครับ

รีวิวตอนที่แล้ว (วันที่ 4 ของทริป) เราเที่ยวชมกรุงบูดาเปสต์ต่ออีกครึ่งวันเช้า แล้วนั่งรถบัสของบริษัท Fudeks จากสถานี Budapest OrangeWays (Budimpešta OrangeWays) ตอนเที่ยงตรงข้ามพรมแดนทางใต้ของฮังการีเข้าสู่ดินแดนของประเทศเซอร์เบีย

รายละเอียดตามรีวิวด้านล่างนี้
ฮังการี..หนึ่งดินแดนริมฝั่งน้ำดานูบอันน่าค้นหา ตอนที่ 2 “Budapest” เมืองหลวงอันรุ่มรวยด้วยสถาปัตยกรรมงดงามสองฟากฝั่งแม่น้ำ

วันก่อนหน้านั้นเราไปเที่ยวเมืองเมืองใกล้ๆ กรุงบูดาเปสต์กันมา
ฮังการี..หนึ่งดินแดนริมฝั่งน้ำดานูบอันน่าค้นหา ตอนที่ 1 “Székesfehérvár” เมืองปราสาทแห่งรักชั่วนิรันดร์

1 Danube Trip map

ความจริงตอนแรกผมวางแผนว่าจะนั่งรถไฟ night train ในคืนวันที่ 4 ของทริปไปเช้าที่สถานีรถไฟกลางของ Belgrade ประเทศเซอร์เบีย โดยไม่แวะเที่ยวที่เมือง Novi Sad โดยรถไฟจะออกจากสถานีรถไฟ Budapest-Keleti pályaudvar (Budapest-Keleti) ทางทิศตะวันออกของบูดาเปสต์ ในเวลา 22.25 น. และเดินทางถึงสถานีรถไฟกลาง Belgrade–Glavna (Beograd Glavna Železnička Stanica) 06.32 น. ใช้เวลาเดินทาง 8 ชั่วโมง 7 นาที รถไฟจะต้องหยุดจอดตรวจคนเข้าเมืองที่สถานีรถไฟ Kelebia ประมาณ 40 นาที ตอนตี 1
ตั๋วรถไฟมีราคาถูกกว่ารถบัสนิดหน่อยคือประมาณ 15 ยูโร + ค่าห้องนอน (Postelja) อีก 9.50 รวมแล้วประมาณ 24.50 ยูโร

ค้นหาตารางเวลารถไฟเซอร์เบียได้ที่ Serbia train

แต่พอลองหาข้อมูลใน TripAdvisor ดูว่าคนที่เคยใช้รถไฟเส้นทางนี้มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยบ้างมั้ย? ก็พบว่ามีความไม่ปลอดภัยมากกว่า มีนักท่องเที่ยวคนหนึ่งกระเป๋าถือหายไปในขณะที่นอนหลับอยู่ในตู้นอนที่ล็อคประตูอย่างดี เดาว่าเจ้าหน้าที่การรถไฟเซอร์เบียรู้เห็นเป็นใจกับมิจฉาชีพให้มาขโมยของเองเพราะมีข่าวว่ามีมาเฟียคอยคุมรถไฟของเซอร์เบีย เรื่องนี้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ผมไม่ทราบแน่นอนนะครับ อ่านที่เค้าว่ามาอีกที บางคนถูกเจ้าหน้าที่น่าจะเป็นตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ขึ้นรถไฟมาขอตรวจพาสปอร์ตยึดพาสปอร์ตแล้วเดินหายไปนานมาก ไม่รู้ว่าเอาไปทำอะไรที่ไหน ก่อนจะนำมาคืนให้ แต่เหตุการณ์แย่ๆ มักเกิดขึ้นในรถไฟกลางคืนจากเซอร์เบียเข้าฮังการีครับ ผมอ่านเจอว่าคนที่เดินทางจากฮังการีไปเซอร์เบียไม่มีปัญหาอะไรนะ มีแต่ความรู้สึกว่าบรรยากาศตู้นอนบนรถไฟมันดูน่ากลัวไม่ปลอดภัย น่าจะเป็นที่สภาพความเก่าของรถไฟที่ไม่ค่อยได้รับการบำรุงรักษาจึงทำให้รู้สึกแบบนี้

เพื่อความปลอดภัยและราบรื่นในการเดินทาง ผมจึงตัดสินใจล้มเลิกแผนนั่งรถไฟกลางคืนจากฮังการีเข้าสู่เซอร์เบีย แล้วเลือกใช้รถบัสรอบกลางวันแทน

เข้าเรื่องเลยดีกว่า

ประมาณบ่ายสองโมง เราผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง Szeged-Röszkei Határátkelőhely (Szeged-Röszke Border Crossing) ฝั่งประเทศฮังการี และด่านของประเทศเซอร์เบียแบบไม่มีปัญหาใดๆ

2

การเดินทางเข้าประเทศเซอร์เบียสามารถใช้วีซ่าเชงเก้นแบบ Single entry หรือมากกว่าได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าเซอร์เบีย
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ Serbia VISA

รถบัสแล่นเข้าสู่เขตหมู่บ้าน Horgoš (Хоргош) ของเซอร์เบีย อีกไม่นานก็หยุดพักให้หาอะไรกินที่ปั๊ม Euro Petrol ริมทางหลวงในเขตเมือง Subotica ประมาณ 30 นาที เพราะตั้งแต่เที่ยงหลายคนยังไม่ได้กินข้าวกลางวันเลย แต่เราซื้ออาหารเตรียมไปกินบนรถระหว่างเดินทางแล้วจึงไม่หิว

photo credit: http://www.123rf.com
photo credit: http://www.123rf.com

โชคดีที่ที่นี่มีที่แลกเงินด้วยเพราะตอนนี้เรามีแต่เงินยูโร เลยแลกเงินกันคนละ 25 ยูโรให้พอใช้ก่อน (ตามที่วางแผนไว้คือจะแลกเงินคนละ 45 ยูโร น่าจะได้เงิน 5,400 RSD) ตอนนี้ได้เงิน Serbian dinar (Cрпски динар) หรือ Srpski dinar มาคนละเกือบ 3,000 RSD (อัตราแลกเปลี่ยนคือ 1 ยูโร = 119.1647 RSD มีค่าคอมมิชชั่น 2%) ซึ่งถือว่าโอเคเลยเพราะเรทที่เช็คมาจากเมืองไทยคือ 1 ยูโร = 120 RSD, 1 RSD = 0.0083 ยูโร, 1 RSD = 0.29 บาท

มีเงินดีนาร์สำหรับจ่ายค่ารถเมล์ใน Novi Sad แล้ว ตอนแรกก็กังวลอยู่ว่าถ้าไม่มีที่แลกเงินแล้วจะเอาเงินดีนาร์จากไหนจ่ายค่ารถเมล์เพราะรถบัสรอบกลางวันนี้ไม่ได้เข้าเมืองไปจอดที่สถานีรถบัสกลางของ Novi Sad ซึ่งน่าจะมีร้านแลกเงิน แต่จะแวะจอดส่งที่ท่ารถบัสที่เรียกว่า Temerinska petlja ที่อยู่นอกเมืองไปไกล ต้องนั่งรถเมล์เข้าตัวเมืองอีก คนขับรถเมล์ไม่รับเงินยูโรด้วย รับแต่เงินดีนาร์ เราจึงโพสต์ถามไปในเพจ Thai People in Serbia ว่าแถวท่ารถบัส Temerinska petlja มีร้านแลกเงินมั้ย? เพราะเห็นมีห้างสรรพสินค้าอยู่ แล้วก็มีนักศึกษาไทยใน Novi Sad มาตอบว่ามีร้านแลกเงินในห้างครับ

ขอแนะนำว่าถ้าเป็นไปได้ควรแลกเงินของประเทศที่กำลังจะไปจากประเทศที่กำลังจะออกจาก ไม่ควรไปหาเอาดาบหน้า ถ้าไปถึงเมืองเล็กๆ อาจจะไม่มีที่ให้แลกเงินก็ได้ครับ เคสนี้เราน่าจะแลกเงินเซอร์เบียมาจากบูดาเปสต์ แต่ก็ไม่ได้สังเกตว่ามีขายรึเปล่านะครับ ถ้าเป็นที่เมืองใหญ่ใกล้ชายแดนมีขายแน่นอนเพราะคนทั้งสองประเทศต้องไปมาหาสู่ค้าขายกันเป็นประจำ

นั่งรถต่ออีกประมาณชั่วโมงนึง รถบัสก็แวะจอดที่ท่ารถบัส Temerinska petlja (Темеринска петља) ชานเมือง Novi Sad ตอนเกือบ 4 โมงเย็น ถึงก่อนกำหนดเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง แถวนี้เป็นที่โล่งนอกเมืองประมาณว่ารถบัสจากพัทยาจอดส่งให้ลงกลางทางที่มอเตอร์เวย์อ่ะครับ ลองนึกภาพตามเอานะครับ

ตอนแรกเราไม่รู้หรอกว่าท่ารถอยู่ตรงไหนของเมือง ผมและน้องชายจึงช่วยกันหาว่าชื่อ Temerinska petlja นี้อยู่ตรงไหนกันแน่ ลอง search จาก google map ไม่โชว์ตำแหน่งในแผนที่ครับ ลองดูจาก Foursquare โชว์ตำแหน่งใกล้กับห้างสรรพสินค้า Tempo ทางใต้คลองของแม่น้ำดานูบ เราจึงลอง drop ลงไปดูภาพจริงในแผนที่ก็เห็นว่ามีห้างสรรพสินค้าจริง แต่ไม่น่ามีสถานีรถบัสอยู่ ลองเลือกดูเป็นแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศเพื่อดูภาพ top view ก็เห็นว่ามีลานจอดรถกว้าง แต่ไม่มีรถบัสจอด มีแต่รถบรรทุกอยู่แถวๆ นั้น เลยเดาว่าน่าจะผิดที่แล้ว

ชื่อ Temerinska petlja ไม่ปรากฏในแผนที่เลย แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าท่ารถอยู่ที่ไหน ใกล้หรือไกลจากศูนย์กลางเมืองเท่าไหร่ เดินเข้าเมืองได้หรือต้องนั่งรถเมล์ จึงลองเข้า google พิมพ์คำว่า Temerinska petlja ลงไปแล้วกด search ผลที่ออกมาคือ Temerinska petlja – Google อยู่เป็นลำดับแรก คลิ๊กลิ้งค์เข้าไปก็โชว์ไอคอนรูปรถบัสสีฟ้าเลย ลองซูมออกดูเห็นว่าตำแหน่งอยู่ไกลจากคลองขึ้นไปทางเหนืออีกค่อนข้างไกล แต่อยู่ใกล้สี่แยกใหญ่ที่เป็นจุดตัดของทางหลวงที่มาจากฮังการีกับถนนหลักเข้าเมืองซึ่งน่าจะเป็นไปได้ว่ารถบัสอาจจะแวะเข้ามาจอดนอกเมือง Novi Sad แล้วขับต่อไป Belgrade เลยโดยไม่เข้าเมืองไปส่งที่สถานีรถบัสกลาง และฝั่งตรงข้ามท่ารถบัสคือห้างสรรพสินค้า Mega Roda จึงเดาว่าน่าจะต้องมีรถสาธารณะมาที่ห้างนี้สิ เพื่อความชัวร์จึงลองเข้า www.gspns.co.rs ซึ่งเป็นเว็บไซต์การขนส่งสาธารณะของ Novi Sad แล้วเจอหัวข้อ Bus Maps ให้เลือก คลิ๊กเข้าไปก็มีแผนที่เส้นทางรถเมล์ทั้งหมดของเมืองให้ดู (แต่ตอนนี้เข้าไม่ได้แล้วนะครับ) และเห็นว่ามีรถเมล์สาย 5 ซึ่งสามารถใช้เดินทางต่อเดียวเข้าศูนย์กลางเมืองได้มาสุดทางที่ห้างนี้ เป๊ะเลย! แสดงว่าท่ารถบัส Temerinska petlja อยู่ตรงข้ามห้าง Mega Roda แน่นอน ลองใช้ google map คำนวณระยะทางและพบว่าท่ารถบัสนี้อยู่ห่างจากศูนย์กลางเมือง Novi Sad ประมาณ 6 กิโลเมตร

4

ข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้หายากแต่ก็มีประโยชน์มาก ช่วยทำให้เรารู้ล่วงหน้าจะได้ไม่ร้อนรนว่าจะต้องทำยังไงต่อเมื่อไปถึงจุดนั้น ถามคนแถวนั้นหน้างานก็คงไม่มีใครฟังรู้เรื่องเพราะอยู่บ้านนอกของเซอร์เบียนะคร้าบ 55

ลงรถปุ๊บก็เห็นรถเมล์สาย 5 จอดรออยู่แล้วเข้า รีบวิ่งลากกระเป๋าไปขึ้นรถเมล์ทันพอดี ถ้าไม่งั้นต้องรออีก 13 นาทีเลย (ในเว็บไซต์มีตารางเวลาบอกว่ามีรถเมล์ออกทุก 13 นาที) ขึ้นรถเมล์ไปซื้อตั๋วจากคนขับรถคนละ 55 RSD (ราคานี้เราถามคนไทยในเซอร์เบียมาก่อนแล้วจึงเตรียมเงินไว้พอดี) ยืนเบียดกับหมู่ฝรั่งเต็มแน่นคันตลอดทางเข้าตัวเมือง

5

พอรถเมล์แล่นผ่านศูนย์กลางเมืองที่เริ่มมีตึกสูงให้เห็น แล้วเลี้ยวขวาที่สามแยกผ่านโบสถ์ยิว Novosadska sinagoga ที่อยู่ทางซ้ายมือ เลี้ยวขวาอีกทีที่สี่แยกใหญ่ไปก็ลงที่ป้ายซึ่งทแยงมุมกับโรงแรม Panorama Garni (ถ้าตรงไปอีกราว 1.6 กิโลเมตรก็จะถึงสถานีรถบัสกลาง Novi Sad “MAS” และสถานีรถไฟกลาง Železnička Stanica Novi Sad)

6

ข้ามถนนเดินไปเช็คอินตอน 4 โมงครึ่ง โรงแรมนี้เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาวอยู่ที่หัวมุมสี่แยกหลักของเมืองพอดี ตัวตึกสังเกตเห็นง่าย ทำเลที่ตั้งของโรงแรมดีมากอยู่ห่างจากสถานีรถบัสกลาง Novi Sad “MAS” 1.6 กิโลเมตร และไกลจาก Trg Slobode จัตุรัสศูนย์กลางเมืองเพียง 700 เมตรเท่านั้น แต่ทางเข้าอยู่ด้านข้างของโรงแรมต้องเข้าทางถนน Futoška แล้วขึ้นลิฟท์ไปอีก เข้าใจว่าโรงแรมเช่าบางชั้นของตึกมาทำเป็นห้องพักครับ ห้องพักสะอาดสอ้าน กว้างขวาง โมเดิร์น ห้องน้ำดีมากๆ ราคาก็ไม่แพงครับ ห้องสำหรับ 2 คนีคืนละ 5,500 RSD (46 ยูโร) มีอาหารเช้าให้ แชร์ค่าห้องกันแค่คนละไม่ถึง 830 บาทเอง

7

เชื่อว่าหลายคนคงไม่เคยได้ยินชื่อเมือง Novi Sad และคงไม่มีทัวร์ไทยนำเที่ยวเมืองนี้แน่ ผมจึงขอเล่าข้อมูลเบื้องต้นให้ฟังหน่อยนะครับ

Novi Sad หรือในภาษาเซอร์เบียสะกดแบบนี้ Нови Сад ตัวอักษรจะคล้ายภาษารัสเซีย อ่านว่า “โนวี่ ซาด” คือเมืองใหญ่อันดับที่ 2 ของประเทศเซอร์เบีย (Serbia) หรือ Srbija (Србија) และเป็นเมืองหลวงของ Autonomna Pokrajina Vojvodina (Autonomous Province of Vojvodina) หรือเรียกสั้นๆ ว่า Vojvodina (Војводина)

วอยโวดินาเป็นมณฑลอิสระหรือเขตปกครองตนเองทางภาคเหนือของเซอร์เบียซึ่งยังไม่ได้แยกตัวเป็นประเทศอิสระเหมือนกับประเทศอื่นๆ ซึ่งแต่เดิมเคยรวมอยู่กับอดีตประเทศยูโกสลเวีย (ชื่อเดิมของเซอร์เบีย) ได้แก่ Slovenia, Croatia, Bosnia and Herzegovina, Macedonia และ Montenegro รวมถึง Kosovo ซึ่งยังมีสถานะคลุมเครือว่าได้รับอิสรภาพจากเซอร์เบียเป็นประเทศเอกราชแล้วหรือไม่ ไม่แน่นะครับในอนาคตวอยโวดินาอาจจะกลายเป็นประเทศล่าสุดของยุโรปก็เป็นได้

photo credit: http://springtimeofnations.blogspot.com
photo credit: http://springtimeofnations.blogspot.com

แล้วพวกเรามาเที่ยวโนวี่ซาดทำไม? เมืองนี้มีอะไรน่าสนใจหรอ?
ตอนแรกเราก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาเที่ยวเมืองนี้หรอกครับ เรากะจะนอนในรถไฟกลางคืนจากกรุงบูดาเปสต์ของฮังการีไปถึงกรุงเบลเกรดของเซอร์เบียในตอนเช้าวันรุ่งขึ้นเลยไม่แวะกลางทางที่เมืองโนวี่ซาดนี้ แต่จากข้อมูลเรื่องความไม่ค่อยปลอดภัยของรถไฟกลางคืนในเส้นทางนี้ เราจึงเปลี่ยนแผนมานั่งรถบัสตอนกลางวันแทน จึงเกิดความคิดว่าน่าจะลองแวะเที่ยวที่โนวี่ซาดซึ่งเป็นเมืองใหญ่อยู่ระหว่างเมืองหลวงของฮังการีและเซอร์เบียดู ค้างสักคืนนึงแล้วตอนเช้าค่อยเดินทางต่อไปกรุงเบลเกรด เที่ยวเบลเกรดครึ่งวันบ่ายก็ทันสบายๆ จะได้ไม่ต้องนั่งรถบัสรวดเดียวจากบูดาเปสต์ถึงเบลเกรดตอนเย็น และได้เที่ยวเพิ่มอีกหนึ่งเมืองของเซอร์เบียด้วย เรียกว่าเป็นเมืองแถมก็ละกันครับ 55

5 โมงเย็น ได้เวลาออกไปเดินเที่ยวและรับประทานอาหารค่ำในเมืองแล้ว
ข้ามถนนด้านหน้าโรงแรมเดินเข้าถนน Jevrejska (Јеврејска) ไปทางเดิมที่นั่งรถเมล์มาตรงเข้าสู่ Centar Grada หรือใจกลางเมือง

photo credit: www.elec-intro.com
photo credit: www.elec-intro.com

เดินไปแป๊บเดียวก็ถึง Novosadska sinagoga (Новосадска синагога) หรือ Novi Sad Synagogue โบสถ์ยิวที่เมื่อกี๊เพิ่งผ่านมา

10

ตรงไปอีกราว 200 เมตรถึงสามแยกเดิมที่รถเมล์ตรงจากท่ารถบัส Temerinska petlja มาถึง ตรงนี้คือเขตศูนย์กลางของเมืองโนวี่ซาดครับ

ข้ามถนนตรงเข้าถนนคนเดินเล็กๆ ชื่อ Pozorišni trg ผ่านโรงละครแห่งชาติที่ Pozorišni trg (Позоришни трг) หรือ Theatre Square ไปก็ถึง Trg Slobode (Трг Слободе) หรือ Freedom Square

11

สิ่งแรกที่เห็น ณ จัตุรัสกลางเมืองโนวี่ซาดคือโบสถ์ยอดแหลมสูงเสียดฟ้า นั่นคือ Crkva imena Marijinog (Црква Имена Маријиног) หรือ The Name of Mary Church คนท้องถิ่นเรียกโบสถ์โรมันคาทอลิกแห่งนี้สั้นๆ ว่า cathedral

12

เที่ยวเอง รีวิว โนวี่ซาด เซอร์เบีย novi sad serbia

กลับหลังหันไปก็เห็นอาคาร Gradska Kuca (Градска кућа) หรือที่ว่าการเมืองหลังเก่า

14

วันนี้ที่จัตุรัสสโลโบเดมีตลาดนัดพอดี บรรยายกาศยามเย็นที่นี่จึงคึกคักเป็นพิเศษครับ เดินดูของขายพื้นเมืองที่มีทั้งของกินของใช้ของแห้งของสด ดูวิถีชีวิตชาวเมืองที่จูงลูกจูงหลานมาเดินเล่นเลือกซื้อของกลับไปทำอาหารกินเองที่บ้านครู่หนึ่ง

15

จากนั้นเดินตรงเข้าถนนกว้างด้านข้างของโบสถ์ Crkva imena Marijinog

16

ถนนคนเดินสายหลักของเมืองนี้มีชื่อว่า ulica Zmaj Jovina (улица Змај Јовина) สองข้างทางของถนนมีตึกแถวเตี้ยๆ สีพาสเทลสดใสสลับสีตัดกันอย่างน่ารักหวานแหวว ที่นี่เป็นแหล่งค้าขายมีร้านขายเสื้อผ้า รองเท้า ร้านอาหาร ร้านไอติม ร้านขายยา ร้านแลกเงิน และอื่นอีกมาก เหมือนในย่านใจกลางเมืองในยุโรปทั่วไปครับ

17 18 19

เดินตรงไปจนสุดถนนก็เห็นอาคารสไตล์เซอร์เบียนไบแซนไทน์ที่เรียกว่า Vladičanski dvor (Владичански двор) หรือ Bishop’s Palace ข้างหน้าวังมีรูปปั้นของ Jovan Jovanović (Zmaj) กวีเอกของเซอร์เบียตั้งอยู่

20

ทางซ้ายมือคือ Saborna crkva – Crkva Svetog Đorđa Velikomučenika (Saborna crkva Svetog velikomučenika Georgija) หรือ Church of Saint George

21

ส่วนอาคารสีบานเย็นทางขวาคือ Gradska biblioteka (Градска библиотека) หรือห้องสมุดประจำเมืองที่หัวมุมถนน Dunavska (Дунавска)

22

ขณะกำลังยืนดูป้ายบอกทางไปป้อม Petrovaradinska tvrđava แลนด์มาร์คของที่นี่อยู่ก็มีวัยรุ่นสาวอัธยาศัยดีเข้ามาแนะนำร้านอาหารชื่อ Euforia โชว์เมนูอาหารเซอร์เบียต่างๆ และชี้บอกทางเข้าร้านให้ ตอนนั้นเรายังเที่ยวไม่เสร็จเลยบอกเธอไปว่าขอเที่ยวก่อนนะ เดี๋ยวจะกลับมาดูที่ร้านละกัน

23

เลี้ยวขวาเข้า ulica Dunavska (улица Дунавска) ถนนการค้าใจกลางเมืองอีกสายที่สองข้างทางเป็นตึกแถวเตี้ยๆ ทาสีจัดจ้านกว่าตึกที่ถนน Zmaj Jovina เดินไปจนสุดทางก็เห็นสวนอยู่ข้างหน้า

24 25

เลี้ยวซ้ายเดินเลียบริมสวนผ่าน Muzej Vojvodine (Музеј Војводине) หรือ Museum of Vojvodina ตรงต่อไปอีกประมาณ 300 เมตรก็ถึงริมแม่น้ำดานูบ มองไปทางขวาก็เห็น Petrovaradinska tvrđava (Петроварадинска тврђава) หรือ Petrovaradin Fortress

26

ป้อมปราการทางการทหารที่ตั้งอยู่บนเนินเขา Fruška Gora เหนือแม่น้ำดานูบนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1692-1780 ภายในมีอุโมงค์ใต้ดินหลายชั้น ป้อมโบราณแห่งนี้ได้รับฉายาว่า “the Gibraltar of the Danube” ปัจจุบันกลายเป็น Muzej Grada Novog Sada หรือ Novi Sad City Museum  เวลาเปิด-ปิดและค่าเข้าชมไม่ปรากฏในเว็บไซต์
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ visit Petrovaradin Fortress

27

เดินถ่ายรูปชิลล์ๆ ริมแม่น้ำไปจนถึง Varadinski most (Варадински мост) หรือสะพาน Varadin ซึ่งสามารถเดินข้ามแม่น้ำดานูบไปยังฝั่งตะวันออกของเมืองเพื่อขึ้นเนินเขาไปป้อมเปโตรวาราดินได้ แต่ตอนนี้ใกล้จะทุ่มนึงแล้ว กลัวว่าถ้ามืดแล้วจะหาทางกลับยากและไม่ปลอดภัยเพราะแถวนี้ดูเปลี่ยวไม่ค่อยมีคนเดินผ่านไปมาเท่าไหร่ (แต่จริงๆ เมืองนี้ปลอดภัยนะครับ ไม่น่ากลัวเลย) จึงตัดสินใจไม่เดินไปที่ป้อม

28 29

ใกล้มืดแล้ว เดินกลับไปที่ถนน Dunavska ดีกว่า

30

แวะร้านไอติมที่เล็งไว้ตั้งแต่ตอนที่เดินผ่านครั้งแรก ร้านนี้มี Dobostorta เค้กชื่อดังของฮังการีขายด้วย ตามหาที่บูดาเปสต์ตั้งหลายร้านไม่มีขาย มาเจอง่ายๆ ที่เซอร์เบียซะงั้น สั่งใส่กล่องเอาไปกินเป็นของหวานตบท้ายมื้อเย็น มันเลยเละจึงไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูครับ

เดินกลับไปที่ Vladičanski dvor ตรงที่วัยรุ่นสาวมาแนะนำร้านอาหาร ลองแวะเข้าซอยแคบๆ ตามที่เธอชี้บอกทางเรา เดินไปจนสุดซอยก็เห็น Restoran Euforia

31

เข้าร้านไปก็เจอสาวน้อยคนนั้น เธอให้พนักงานมาต้อนรับและเอาเมนูมาให้ มื้อนี้ขอสั่งอาหารเซอร์เบียแท้ๆ บ้าง แต่พนักงานเสิร์ฟบอกว่าเซอร์เบียไม่มีอาหารของตัวเอง ส่วนใหญ่จะผสมผสานอิทธิพลของอาหารออตโตมันและกรีกเข้าไปด้วย ประมาณว่าเป็นอาหารฟิวชั่นนั่นแหละ

สรุปเราสั่ง 3 เมนูมาแบ่งกันกินคือ Pileći File u Ljutom Sosu sa Mozzarellom (Chicken fillet in hot sauce with mozzarella) ราคา 584 RSD (ประมาณ 170 บาท), Punjena Piletina sa Blitvom i Kajmakom (Chicken stuffed with Swiss chard and cream) ราคา 574 RSD และ Cezar Salata (Caesar salad) จำราคาไม่ได้ครับ

32

ผมลองสั่ง Točeno Staropramen แก้ว 0.3 ลิตร ราคา 139 RSD (ประมาณ 40 บาท) คือเบียร์ยี่ห้อ Jelen ซึ่งเป็นยี่ห้อดังของเซอร์เบียมาดื่มดู รสชาติก็โอเคนะ ขนาดผมไม่ชอบดื่มเบียร์ยังดื่มได้ไม่ฝาดคอเลย

33

อาหารทุกเมนูอร่อยถูกปากมากๆ ครับ ไม่เสียแรงที่เราเลือกกลับมากินตามที่สัญญาไว้เลย เช็คบิลมื้อนี้ 2,374 RSD (ประมาณ 700 บาท) แต่เราจ่ายไป 2,600 RSD เป็นค่าทิปให้พนักงานเล็กน้อย

ก่อนเดินกลับโรงแรมเห็นร้านแลกเงินที่ถนน Zmaj Jovina ยังเปิดอยู่ จึงเข้าไปแลกเงินเพิ่มอีกคนละ 20 ยูโร ได้เรท 1 ยูโร = 119.50 RSD ไม่มีค่าคอมมิชชั่นด้วย ตอนนี้เรามีเงินเซอร์เบียครบตามที่วางแผนไว้แล้ว ถ้าใช้ไม่พอยังไงค่อยแลกเพิ่มที่เบลเกรดอีกก็ได้

เดินตามเส้นทางเดิมกลับถึงโรงแรมตอนสามทุ่ม แม้จะมืดค่ำแล้วแต่ก็ยังมีคนเดินขวักไขว่ตามท้องถนนเต็มไปหมด ไม่เปลี่ยวและน่ากลัวเลยครับ ต่างจากภาพในหัวที่วาดมาก่อนว่าบรรยากาศในเมืองนี้ต้องเงียบเหงา ดึกแล้วอาจจะไม่ค่อยปลอดภัย แต่จริงๆ แล้วตรงกันข้ามเลยครับ คนจรจัดก็ไม่เยอะเท่าที่บูดาเปสต์ สรุปแล้วโนวี่ซาดเป็นเมืองน่ารักและเที่ยวได้สบายใจเกินกว่าที่คิดไว้เยอะเลยครับ เราคิดไม่ผิดที่ตัดสินใจแวะเที่ยวก่อนไปกรุงเบลเกรด

คืนนี้หัวถึงหมอนไม่ดึกมาก เตรียมตื่นเช้าเดินทางเข้าเมืองหลวงของเซอร์เบียกันวันพรุ่งนี้

photo credit: Peter Hermes Furian
photo credit: Peter Hermes Furian

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต