เที่ยวเองไกด์ Northern Ireland, UK “ไอร์แลนด์เหนือ” มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง

เที่ยวเอง รีวิว เบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือ belfast the dark hedges giant's causeway carrick-a-rede rope bridge northern ireland

“อังกฤษ” อีกครั้ง ต้องไป “ไอร์แลนด์เหนือ” ด้วย

หลังจากเที่ยวเมืองหลวงของสก็อตแลนด์ เราออกเดินทางต่อไปยังไอร์แลนด์เหนือ

ดูแผนที่เส้นทางของทริปประกอบนะครับ

อ่านรีวิว Edinburgh ได้ตามนี้เลย
เที่ยวเองไกด์ Scotland, UK ตอน “Edinburgh” มนต์ขลังแห่งดินแดนสก็อต

ไอร์แลนด์เหนือคือดินแดนส่วนหนึ่งของ United Kingdom หรือสหราชอาณาจักร ตั้งอยู่ทางเหนือของเกาะไอร์แลนด์ ดังนั้นวิธีการเดินทางมาจึงทำได้ 3 วิธี ได้แก่

  • เครื่องบินจากเมืองหลักในยุโรปลงที่ Belfast International Airport (BFS) หรือ Belfast City Airport (BHD)
  • เรือเฟอร์รีจากท่าเรือ Cairnryan ของสก็อตแลนด์, เมือง Douglas ของ Isle of Man เกาะใหญ่ในทะเลไอริช และท่าเรือ Birkenhead ตรงข้ามเมือง Liverpool ของอังกฤษ
  • รถบัสจากเมืองต่างๆ ของประเทศไอร์แลนด์ เช่น Dublin
photo credit: www.everycrsreport.com

เราเลือกใช้เรือเฟอร์รีจากท่าเรือ Cairnryan ของสก็อตแลนด์ครับ

จาก Edinburgh เราใช้บริการรถบัสของ Citylink ไปยังท่าเรือ Cairnryan + เรือเฟอร์รีของ Stena Line จากท่าเรือ Cairnryan ไปยังท่าเรือ Belfast + รถบัสจากท่าเรือ Belfast เข้ากลางเมือง

ค่ารถบัส Edinburgh – Cairnryan + ค่าเรือ Cairnryan – Belfast + ค่ารถบัสเข้าเมือง Belfast ราคารวม 29 GBP ถ้าซื้อล่วงหน้า 2 วัน หรือ 33 GBP

ซื้อตั๋วรถบัสและเรือได้ที่ www.citylink.co.uk
เช็คตารางเวลาเรือได้ที่ www.stenaline.co.uk

ไปไอร์แลนด์เหนือ

เราซื้อตั๋วรถบัสรอบ 11 โมงเช้าผ่านเว็บไซต์ไว้แล้ว

รถบัส Citylink Ulsterbus Service 923 ออกจาก Edinburgh Bus Station ซึ่งอยู่ห่างจากที่พักใกล้ St Giles’ Cathedral ในเมืองเก่าประมาณ 1 กิโลเมตร

รถบัสคันนี้แวะจอดที่สถานีรถบัสเมือง Glasgow เราต้องลงรถไปต่อรถบัสอีกคัน คราวนี้นั่งยาวหลับแล้วหลับอีกจนถึง Cairnryan Stena Ferry Terminal เกือบบ่ายสาม (กำหนดเวลาในเว็บคือ 14.40 น.)

เช็คอินรับ boarding pass และเดินไปขึ้นเรือ

เส้นทางนี้ไม่ต้องผ่านตม. เพราะเป็นการเดินทางภายในสหราชอาณาจักร

15.30 น. เรือ Stena Superfast VII Ferry ออกจากท่าเรือ Cairnryan

รีบหาร้านอาหารเพราะกลางวันยังไม่ได้กินอะไรที่ช่วยให้อิ่มได้เลย เสร็จแล้วก็เดินดูชั้นต่างๆ ของเรือและไปนั่งเล่นที่ห้องเกม

อยู่บนเรือ 2 ชั่วโมง 15 นาทีก็ถึงท่าเรือ Belfast ตอน 17.45 น.

ออกจากอาคารท่าเรือมีป้ายรถเมล์อยู่ทางขวา ยืนรอรถบัสสีน้ำเงินแถวนั้นแหละ อย่าขึ้นรถเมล์สาย 96 ซึ่งจะเข้าไปยังศูนย์กลางเมืองเหมือนกันเพราะต้องจ่ายเงินต่างหาก

ถ้านั่งแท็กซี่เข้าเมืองราคา 9 GBP

ประมาณ 6 โมงครึ่งถึงสถานีรถบัส Belfast Europabus Centre

เดินออกไปที่ถนน Great Victoria หน้าสถานีรถบัส มองไปทางซ้ายคือ Grand Opera House เลยไปหน่อยมีอาคารสูงเด่นคือ Assembly Buildings Conference Centre อยู่ที่หัวมุมถนน ถ้าเลี้ยวขวาที่สี่แยกเดินตาม Howard Street ไม่ไกลก็จะถึง Belfast City Hall

แต่ที่พักของเราอยู่คนละทางกับเส้นทางเข้าใจกลางเมืองจึงต้องเดินไปทางขวา ผ่านสี่แยกเล็กไปเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกใหญ่ ตรงไปไม่ไกลก็สุดถนนที่ Bankmore Square เลี้ยวขวาเข้า Dublin Road นิดเดียวก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Marcus Ward (ระยะทางราว 400 เมตร) Airbnb ที่เราจองไว้อยู่ที่นี่ ยืนรอแป๊บเดียว ป้า Alice ก็ขับรถมาเปิดประตูให้ขึ้นไปยังห้องพัก

Airbnb นี้ใช้ชื่อว่า Stylish city centre apartment อยู่ในทำเลดีมาก ไม่ไกลจากสถานีรถบัสและใจกลางเมือง มีร้านอาหารนานาชาติและ Tesco Express อยู่ใกล้ๆ

หาและจองที่พักใน Belfast ได้ที่ www.airbnb.com

ห้องดูดีมากครับ มี 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่นใหญ่มาก มีครัวและโต๊ะกินข้าวอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เอาจริงนอนได้ 4 คน สบายๆ

เที่ยว Belfast

เย็นนี้ฟ้ายังใสอยู่ ตัดสินใจเดินเที่ยวเลยละกันเผื่อวันหลังฝนตก

Belfast หรือในภาษาไอริชว่า Béal Feirste คือเมืองหลวงของไอร์แลนด์เหนือและเมืองท่าสำคัญหนึ่งของสหราชอาณาจักร

ออกจากที่พัก เดินไปที่ Dublin Road เลี้ยวขวาเดินผ่าน Bankmore Square ตรงไปไม่ไกลก็ทะลุไปเจอด้านหลัง Belfast City Hall

เดินไปยังด้านหน้าที่ว่าการกรุงเบลฟาสต์ซึ่งตั้งอยู่ที่ Donegall Square อาคารอันสวยงามอลังการนี้สร้างในสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรคประยุกต์เสร็จสมบูรณ์เมื่อปีค.ศ. 1906 โดยมี Alfred Brumwell Thomas สถาปนิกชาวอังกฤษเป็นผู้คิดค้นศิลปะและออกแบบอาคาร จุดเด่นอยู่ที่หอคอยทรงโดมกลางอาคารความสูง 53 เมตรซึ่งเป็นหนึ่งในจุดสูงสุดของเมืองที่สามารถชมวิวมุมสูงของกรุงเบลฟาสต์ได้อย่างทั่วถึง

อีกด้านของที่ว่าการเมืองคือ Titanic Memorial Garden

เดินตรงตามถนน Donegall Sq North ด้านหน้าที่ว่าการเมืองเข้า Chichester Street ตรงไปสุดถนนแล้วเลี้ยวซ้ายเข้า Victoria Street ตรงไปยัง Queen’s Square (ระยะทางประมาณ 700 เมตร)

ถ้าขี้เกียจเดินก็สามารถนั่งรถเมล์ Translink Metro สาย 3a, 4d, 4e, 5a, 6a, 20a, 27, 28, 78 จากป้าย Donegall Square West ด้านข้างที่ว่าการเมือง ไปลงที่ Queen’s Square ได้ ตั๋วรถเมล์ราคาเที่ยวละ 1.60 GBP, ตั๋ววัน (Day Ticket) ราคา 4.20 GBP

เช็คตารางเวลารถเมล์ได้ที่ www.translink.co.uk และ www.translink.co.uk/Services/Metro-Service-Page
อัพเดทราคาตั๋วได้ที่ Belfast transportation fares

เลี้ยวขวาเดินผ่านหอนาฬิกา Albert Memorial Clock สูงเด่นที่ Queen’s Square ไปทางแม่น้ำ Lagan ก็เห็นอาคาร Custom House

เลยไปอีกนิดมีผลงานประติมากรรมที่เรียกว่า Salmon of Knowledge (bradán feasa) อยู่ริมแม่น้ำ

จากตรงนี้ยังเหลือที่เที่ยวไกลสุดอยู่อีกฝั่งแม่น้ำ นั่นคือ Titanic Belfast

เราเลือกเดินประมาณ 1.4 กิโลเมตรไปเพราะอากาศเย็นสบาย ค่อยๆ เดินชิลล์ๆ ไปไม่เหนื่อย

ถ้าไม่อยากเดินไปก็ให้เดินกลับไปที่ป้ายรถเมล์ Custom House Square (ก่อนถึงป้าย Queens Square ใกล้หอนาฬิกา 50 เมตร) นั่งรถเมล์ Glider สาย G2 (5 นาที) ไปลงที่ป้าย Titanic (Titanic Quarter) มีรถเมล์ทุก 15 นาที ตั๋วรถเมล์ราคาเที่ยวละ 1.60 GBP

หรือ เลยไปที่ป้าย Queens Square นั่งรถเมล์ Translink Metro สาย 26 (4 นาที) ไปลงที่ป้าย Titanic (Titanic Quarter) มีรถเมล์ทุก 30 นาที ตั๋วรถเมล์ราคาเที่ยวละ 1.60 GBP

ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ Lagan ลงสะพานเดินไปทางซ้ายเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ ก็ถึง Belfast Harbour Marina จากจุดนี้ก็มองเห็นตึก Titanic Belfast แล้ว

เดินต่อไปยัง Titanic Belfast พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานรำลึกถึงโศกนาฏกรรมเรือไททานิคตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือบริเวณปากอ่าว Belfast พิพิธภัณฑ์สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อต้นปีค.ศ. 2012 เพื่อรำลึกถึงวาระครบรอบ 100 ปีเหตุเรือสำราญไททานิคอันโด่งดังจมลงสู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติก เพราะเบลฟาสต์เป็นที่ตั้งของบริษัท Harland & Wolff ซึ่งเป็นบริษัทต่อเรือไททานิค โดยใช้เงินลงทุนในการสร้างทั้งหมดสูงถึงราว 77 ล้านปอนด์ ภายในอาคารครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 12,000 ตารางเมตร ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของเรือไททานิคทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ภาพนิ่ง ภาพมัลติมีเดีย และการจำลองบรรยากาศเสมือนจริง

ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่อายุ 17-59 ปี ราคา 18.50 GBP

เช็คเวลาเปิด-ปิดและค่าเข้ามได้ที่ visit Titanic Belfast

ขากลับขี้เกียจเดินแล้ว นั่งรถเมล์ Translink Metro สาย 26 หรือรถเมล์ Glider สาย G2 จากป้าย Titanic (Titanic Quarter) 8 นาที กลับเข้ากลางเมืองไปลงที่ป้าย May Street City Hall ตั๋วรถเมล์ราคาเที่ยวละ 1.60 GBP ต้องซื้อจากตู้ขายตั๋วอัตโนมัติก่อนขึ้นรถ

เดินตรงตาม May Street ผ่านด้านหลัง Belfast City Hall แล้วเลี้ยวซ้ายเดินตาม Bedford Street เส้นทางเดิมกลับที่พัก

จริงๆ กรุงเบลฟาสต์ยังมีสถานที่สำคัญอีกแห่งคือ Stormont (Parliament Buildings) ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์กลางเมืองไปทางทิศตะวันออกประมาณ 7.5 กิโลเมตร สามารถนั่งรถเมล์ Translink Metro สาย 20a จากป้าย Queens Square 21 นาที ไปลงที่ป้าย Cloverhill Park แล้วเดินอีกราว 700 เมตรก็จะถึงอาคารรัฐสภาของไอร์แลนด์เหนือ แต่ไม่แน่ใจว่าสามารถผ่านรั้วเข้าไปยังอาคารได้หรือไม่

ค้างคืนแรกที่ Belfast

วันที่ 2 ในไอร์แลนด์เหนือ

วันนี้เราจะเช่ารถขับไปเที่ยว 3 สถานที่ท่องเที่ยวหลักของไอร์แลนด์เหนือ แล้วกลับมาคืนรถที่ Belfast

8 โมงเช้า เดินจากที่พักประมาณ 200 เมตรไปออฟฟิศของ AVIS ที่ Great Victoria Street

เราจองรถเกียร์กระปุกคันเล็กที่สุดไว้ 1 วัน ค่าเช่ารถราคา 32.76 GBP + ค่า Windscreen Damage Waiver วันละ 2.50 GBP + ภาษี 6.22 GBP = 41.48 GBP ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ค่าเช่าจะแพงกว่าพอสมควร

ตอนรับรถ พนักงานให้ข้อมูลต่างๆ และถามว่าจะซื้อประกันเพิ่มมั้ย มีให้เลือก 3 ระดับความคุ้มครองและราคา ถ้าไม่ซื้อแล้วเกิดอุบัติเหตุจะต้องจ่ายเท่านู้นเท่านี้นะ ตอนนั้นมึนๆ ฟังภาษาอังกฤษสำเนียงไอร์แลนด์เหนือไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย เลยตกลงซื้อประกันภัยเพิ่มไป 13 GBP มั้ง เบ็ดเสร็จค่าเช่ารถ 1 วันแบบรวมทุกอย่างแล้วราคา 2,360 บาท

ไป The Dark Hedges

ในสหราชอาณาจักรขับรถพวงมาลัยขวาเหมือนเมืองไทยเรา ในไอร์แลนด์เหนือรถไม่มาก ถนนดี เส้นทางไม่ยาก ขับรถเที่ยวเองได้สบายครับ

ระหว่างทางสามารถแวะเข้าไปชม Belfast Castle ปราสาทสไตล์ Scottish baronial สร้างขึ้นครั้งแรกช่วงศตวรรษที่ 12 โดยชาวนอร์แมนบนเนินเขา Cavehill Country Park ในอดีตปราสาทนี้เป็นที่อยู่ของ Sir Arthur Chichester ขุนนางใหญ่ของเมือง แต่ภายหลังผุพังลงเมื่อปีค.ศ. 1708 พื้นที่บริเวณนี้ก็ถูกปล่อยร้าง จนกระทั่ง Marquess of Donegall ที่ 3 ได้ทำการฟื้นฟูปราสาทขึ้นมาใหม่ระหว่างปีค.ศ. 1811-1870 โดยมอบหมายให้ Charles Lanyon และลูกชายของเขาเป็นผู้ออกแบบ

ปราสาทเปิดให้เข้าชมได้ ภายในมีร้านค้า ร้านอาหาร ห้องประชุม รวมทั้งสถานที่จัดงานแต่งงานยอดนิยมอีกด้วย

เช็คเวลาเปิด-ปิดได้ที่ visit Belfast Castle

แต่วันนั้นฝนตกหนักทั่วเมือง Belfast เลยไม่ได้แวะเที่ยวปราสาทเบลฟาสต์

วันรุ่งขึ้น เรานั่งรถเมล์ Translink Metro สาย 1 (1a-1g) จากป้าย Upper Queen Street หน้า Capital House กลางเมือง Belfast ไปลงที่ป้าย Strathmore Park ที่ถนน Antrim Road (A6) ใช้เวลา 17 นาที ตั๋วรถเมล์ราคาเที่ยวละ 2.10 GBP ซื้อจากคนขับรถได้เลย แล้วเดินตามป้ายบอกทางไป Belfast Castle ตามถนน Innisfayle ตรงเข้ารั้วปราสาท เดินขึ้นเนินต่อไปยังตัวปราสาท (ระยะทางถึงตัวปราสาทประมาณ 1.2 กิโลเมตร)

ขากลับ นั่งรถเมล์กลับไปลงที่ Belfast City Hall

เช็คตารางเวลารถเมล์ได้ที่ www.translink.co.uk และ www.translink.co.uk/Services/Metro-Service-Page
อัพเดทราคาตั๋วได้ที่ Belfast transportation fares เลือก City Zone Fare

ขับรถยาวมุ่งหน้าไปยัง The Dark Hedges อุโมงค์ต้นไม้อันน่าสะพรึงกลัวบนถนน Bregagh ใกล้กับหมู่บ้าน Armoy ทางตอนเหนือของไอร์แลนด์เหนือ อุโมงค์ต้นไม้ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกนี้เกิดจากการปลูกของตระกูล Stuart ในช่วงศตวรรษที่ 18 เพื่อเพิ่มความร่มรื่นและความประทับใจก่อนเข้าถึง Gracehill House ซึ่งปัจจุบันเปิดเป็นสนามกอล์ฟ เมื่อเวลาผ่านไปต้นไม้สองข้างทางที่ปลูกขึ้นกลับค่อยๆ เลื้อยโค้งเข้าหากันตามธรรมชาติจนมีสภาพอย่างที่เห็นทุกวันนี้ ความเซอร์เรียลของถนนสายนี้มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับฉากในภาพยนตร์ของผู้กำกับชื่อดังอย่าง Tim Burton อยู่เป็นประจำ

รูปนี้ถ่ายจากฝั่งแรกที่ไปถึง ควรรีบไปถึงให้เร็วที่สุดก่อนที่นักท่องเที่ยวจะแห่มากันจนถ่ายรูปไม่ได้ ติดคนเต็มไปหมด

มุมถ่ายรูปที่ดีกว่าคือถ่ายจากอีกฝั่ง ถอยหลังไกลจากต้นแรกแล้วซูมไกลเข้าไปให้ภาพดูแน่นเหลือช่องว่างระหว่างต้นไม้แต่ละต้นน้อยๆ ครับ

เท่าที่พยายามหาข้อมูลดู ไม่เจอว่ามีรถสาธารณะมาที่นี่ได้นะครับ ถ้าไม่เช่ารถขับก็ต้องซื้อทัวร์ท้องถิ่นมา

ไป Carrick-a-Rede Rope Bridge

ขับรถต่อไปทางเหนืออีกราว 15 กิโลเมตรก็ถึงลานจอดรถของ Carrick-a-Rede – National Trust ไม่เสียค่าจอดรถ

เดินไปซื้อตั๋วข้ามสะพานแขวนราคา 9 GBP และเดินตาม coastal walk ทางเดินเลียบหน้าผาประมาณ 1 กิโลก็ถึง Carrick-a-Rede Rope Bridge

ข้ามสะพานแขวนอันน่าหวาดเสียวที่เชื่อมระหว่างฝั่งหมู่บ้าน Ballintoy กับเกาะเล็กๆ ชื่อ Carrickarede (Carraig a’ Ráid) ทางเหนือสุดของไอร์แลนด์เหนือ ด้วยความสูงจากน้ำทะเลถึง 30 เมตร ยาว 20 เมตร ตอนเดินบนสะพานจึงรู้สึกเสียวนิดๆ เพราะสะพานแกว่งไปแกว่งมา

คำว่า Carrick-a-rede แปลว่าหินในถนน เมื่อปีค.ศ. 1755 ชาวประมงได้สร้างสะพานเชื่อมไปยังเกาะ Carrickarede เพื่อจับปลาแซลมอนที่มีชุกชมบริเวณหลังเกาะ (ปัจจุบันเหลือแซลมอนอยู่ไม่มากแล้วและมีเฉพาะบางฤดูด้วย) รูปทรงและวัสดุที่ใช้เป็นทางข้ามเกาะแปรเปลี่ยนไปมาตลอดแต่ก็ยังไม่มีสะพานใดที่ปลอดภัยมากนัก จนกระทั่งในปีค.ศ. 2000 ภาครัฐของไอร์แลนด์เหนือได้ช่วยเหลือในการวางโครงสร้างสะพานให้แข็งแรงจนเป็นสะพานที่ปลอดภัยในปัจจุบัน

สะพานนี้อยู่ในความดูแลของรัฐ สามารถข้ามได้ตั้งแต่ 09.30-17.00, 18.00, 20.00 น. แล้วแต่ช่วงเดือน

อัพเดทข้อมูลได้ที่ Carrick-a-Rede Rope Bridge entrance fee
เช็ควันและเวลาปิดได้ที่ Carrick-a-Rede National Trust opening times

ข้ามสะพานไปบน Carrick Island ซึ่งมีจุดถ่ายรูปธรรมชาติสวยๆ ของ Larrybane Bay ที่มี Sheep Island อยู่กลางทะเล

เดินกลับไปข้าม Carrick-a-Rede Rope Bridge แล้วขึ้นเนินทางซ้ายไปถ่ายรูปมุมสูงลงไปที่สะพาน และเดินกลับทางเดิมอีกราว 1 กิโลไปที่จอดรถ

ถ้าไม่เช่ารถขับก็สามารถใช้รถสาธารณะมาที่นี่ได้ โดยจากสถานีรถบัส Belfast Europabus Centre นั่งรถบัสของ Ulsterbus สาย 252, 256 ไปลงที่ป้าย Carrick-a-Rede Rope Bridge แล้วเดินไปสะพานอีกราว 1.4 กิโลเมตร

หรือ จากป้าย Giants Causeway The Nook นั่งรถบัสของ Ulsterbus สาย 172 ไปเมือง Ballycastle แต่ลงก่อนที่ป้าย Carrick-a-Rede Rope Bridge แล้วเดินไปสะพานอีกราว 1.4 กิโลเมตร

เช็คตารางเวลารถบัสได้ที่ http://journeyplanner.translink.co.uk และ www.translink.co.uk/Ulsterbus/Timetables

อ่านวิธีการเดินทางไปได้ที่ www.nationaltrust.org.uk

ไป Giant’s Causeway

ขับรถเลียบทะเลประมาณ 13 กม. ก็ถึงลานจอดรถของ Giant’s Causeway ซึ่งจอดฟรีเช่นกัน

เดินไปร้าน The Nook ที่ปากทางเข้า รับประทานอาหารตอนบ่ายให้อิ่มก่อนเข้าไปเที่ยว

Giant’s Causeway หรือในภาษาไอริชที่ว่า Clochán na bhFómharach คือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของไอร์แลนด์เหนือตั้งอยู่ห่างจากหมู่บ้าน Bushmills ประมาณ 5 กิโลเมตร

บริเวณนี้มีลักษณะเป็นชายฝั่งที่เกิดจากการเย็นตัวของหินภูเขาไฟเมื่อประมาณ 50,000-60,000 ปีก่อน กลายเป็นหินบะซอลต์รูปหกเหลี่ยมและแท่งสี่เหลี่ยมกว่า 40,000 แท่งซึ่งประสานสอดกันสนิท ไม่มีที่ว่างที่สามารถสอดอะไรแทรกเข้าไปได้ โดยกินพื้นที่ทั้งหมด 0.7 ตารางกิโลเมตร ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาตินี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ. 1986 และถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 4 สถานที่ทางธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักรจากผลโหวตของผู้อ่านนิตยสาร Radio Times เมื่อปีค.ศ. 2005

Giant’s Causeway เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 09.00-17.00, 18.00, 19.00 น. แล้วแต่ช่วงเดือน
เช็ควันและเวลาปิดได้ที่ visit Giant’s Causeway

ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 12.50 GBP ซื้อออนไลน์ล่วงหน้าจะได้ลดราคา 1.50 GBP
อัพเดทข้อมูลได้ที่ Giant’s Causeway entrance fee

จุดถ่ายรูปหลักๆ อยู่ด้านล่างริมทะเล ถ้ามีเวลาไม่มากก็ไม่ต้องเดินขึ้นไปด้านบนครับ

วิธีการเดินทางมาที่นี่โดยไม่เช่ารถขับคือ จากสถานีรถบัส Belfast Europabus Centre นั่งรถบัสของ Goldline Express สาย 221 ไปเมือง Aird ลงที่ป้าย Giants Causeway The Nook (ใกล้ร้านอาหาร The Nook) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง แล้วเดินไปยังอาคารขายตั๋วเข้าชม Giant’s Causeway

อ่านวิธีการเดินทางไปได้ที่ www.nationaltrust.org.uk
เช็คตารางเวลารถบัสได้ที่ http://journeyplanner.translink.co.uk

บ่าย 3 นิดๆ ยังพอมีเวลาแวะอีกสถานที่หนึ่งคือ Dunluce Castle ซากปราสาทโบราณริมหน้าผาเหนือชายฝั่งซึ่งอยู่ห่างจาก Giant’s Causeway 7 กิโลเศษ

ภาพที่เห็นบ่อยคือภาพถ่ายจากมุมไกลที่เห็นซากปราสาททั้งหลัง ถ้าเข้าไปใกล้จะได้ภาพไม่ค่อยสวยครับ

ขับรถกลับ Belfast ระยะทางประมาณ 95 กิโลเมตร

แวะเติมน้ำมันที่ปั๊มใกล้ออฟฟิศ AVIS ให้เต็มถังก่อนคืนรถ วันนี้ขับรถรวมประมาณ 210 กิโลเมตร ค่าน้ำมัน 15 GBP จ่ายโดยบัตรเครดิตเท่านั้น

ก่อน 5 โมงเย็น คืนรถเรียบร้อย

ค้างคืนที่ Belfast เป็นคืนที่สอง

วันรุ่งขึ้น

ไป Dublin เมืองหลวงของประเทศไอร์แลนด์

เส้นทาง Belfast – Dublin มีรถบัสของหลายบริษัทออกจากสถานีรถบัส Belfast Glengall Street ด้านข้างสถานีรถบัส Belfast Europabus Centre และ Grand Opera House ตลอดทั้งวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เช่น Dublin Coach ตั๋วรถบัสราคาเที่ยวละ 8 GBP หรือ 10 EUR

เช็คตารางเวลาและค่ารถบัสได้ที่ Dublin Coach แต่ซื้อออนไลน์ไม่ได้ ให้ซื้อจากคนขับรถเลย

photo credit: en.wikipedia.org

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต