มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 1 “Nice” เที่ยวเองเมืองตากอากาศชื่อดังสุดหรูของฝรั่งเศส

เที่ยวเอง รีวิว นีซ ฝรั่งเศส nice france
เที่ยวเอง กวาดเรียบเมืองริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ อเดรียติก แถมบอสเนียแอนด์เฮอร์เซโกวินา อีกประเทศ

ขออนุญาตเล่าที่มาของทริปแห่งปี 2559 ของเที่ยวเอง ซึ่งขอตั้งชื่อว่า Mediterranean & Adriatic + Bosnia and Herzegovina Trip: กวาดเรียบเมืองริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและอเดรียติก แถมบอสเนียแอนด์เฮอร์เซโกวินา อีกประเทศ ก่อนเข้าเรื่องรีวิวแบบจริงจังนะครับ 😀

1

ก่อนบรรเจิดไอเดียจนเกิดเป็นทริปนี้ เราแค่อยากไปเที่ยวประเทศในแถบคาบสมุทรบอลข่านที่ยังไม่เคยไปซึ่งก็มีโครเอเชีย สโลวีเนีย บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา มอนเตเนโกร มาซิโดเนีย โคโซโว และอัลบาเนีย และก็อยากไปเที่ยวแก้ตัวและเที่ยวเมืองใหม่ๆ ในอิตาลีเพิ่มด้วย เพราะจากอิตาลีมีเรือกลางคืนข้ามทะเลอเดรียติกไปโครเอเชียได้เลย เส้นทางที่อยากไปจึงน่าจะเป็นไปได้

เราจึงค่อยๆ ศึกษาหาข้อมูลและวางแผนไปที่ละขั้น หาประเภทพาหนะสาธารณะที่จะพาเราไปยังเมืองต่างๆ ได้ รวมถึงเวลาและราคาค่าโดยสาร จนวางโครงสร้างเชื่อมต่อเมืองต่างๆ ในทริปได้สำเร็จ จากนั้นก็ลงดีเทลทำแผนเที่ยวในเมืองต่างๆ ทำแผนคร่าวๆ ประมาณ 70% และลองหาตั๋วเครื่องบินปิดหัวปิดท้ายทริป ลองหาไฟลท์จากกรุงเทพฯ ไปเมืองที่ไกลจากเมืองไทยที่สุดก่อนคือ Nice ซึ่งไม่มีไฟลท์บินตรงแน่นอน และกลับจากเมืองใดเมืองหนึ่งของประเทศในกลุ่มประเทศเชงเก้นเพื่อให้สามารถขอวีซ่าเชงเก้นแบบ Multiple Entries ไว้สำหรับใช้เดินทางเข้าประเทศโครเอเชียและบอสเนียฯ โดยไม่ต้องขอวีซ่าของ 2 ประเทศนั้นซึ่งต้องส่งเรื่องไปขอที่อินโดนีเซียและมาเลเซียทำให้เสียเวลารอพิจารณาวีซ่าและเสียค่าใช้จ่ายแพงมาก

ตอนแรกเรากะจะวนไปบินกลับจากอิตาลี อาจจะเป็นที่เวนิซหรือมิลาน แต่มาคิดๆ ดูแล้วทั้งสองเมืองนี้ก็เคยไปแล้วจะเสียเงินไม่น้อยไปเที่ยวอีกทำไม จึงลองหาไฟลท์จากเมืองหลวงของประเทศสโลวีเนียคือ Ljubljana ซึ่งอยู่ในกลุ่มเชงเก้นเหมือนกันกลับเมืองไทยซึ่งก็ไม่มีไฟลท์บินตรงอีก จะได้ไม่ต้องเสียวันเพิ่มและค่าใช้จ่ายงอกจากสโลวีเนียย้อนกลับเข้าอิตาลีอีกด้วยครับ

สายการบินที่มีไฟลท์ Bangkok – Nice และ Ljubljana – Bangkok มี 3 สาย ได้แก่ Turkish Airlines, Austrian Airlines และ Lufthansa ซึ่งเป็น alliance กับ Swiss Air สองสายการบินแรกเวลาดีเลยคือบินกลางคืน ไม่เสียเวลา แต่ราคาสูงไปหน่อย แต่เมื่อจัดโปรแกรมอย่างละเอียดลงตัวได้แล้วก็ต้องยอมเลือกบินไปโดย Swiss Air และกลับด้วย Adria Airways ซึ่งเป็นสายการบินร่วมกับ Lufthansa จากสโลวีเนียไปต่อไฟลท์ของ Lufthansa ที่แฟรงก์เฟิร์ต แม้ว่าจะต้องบินกลางวันและถึงนีซดึก ส่วนขากลับต้องบินย้อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ แต่เครื่องออกตอน 6 โมงเย็นซึ่งถือว่าโอเคเลย มีเวลาเที่ยวอีกเกือบเต็มวัน และไฟลท์จากแฟรงก์เฟิร์ตกลับไทยก็บินตอนกลางคืนด้วยจะได้นอนบนเครื่องกลับบ้านเลย

เราปรับแผนไปมาร่วม 2 เดือนครับกว่าจะได้ข้อสรุปเป็นแผนเที่ยว 16 วัน 15 คืน (ไม่นับคืนสุดท้ายบนเครื่องบินและวันที่กลับถึงเมืองไทย) มีวันเที่ยวทั้งหมด 15 วันเกือบเต็มครับ เราจะไปเที่ยวกัน 8 ประเทศ ส่วนจำนวนเมืองน่าจะร่วม 30 ได้ครับ (ดูแผนที่เส้นทางทริปด้านบนได้) ทริปนี้สุดมัน(ส์)แน่นอน!

3 วันหลังจากเรายื่นขอวีซ่า Schengen Multiple Entries จากสถานทูตอิตาลีผ่านเอเจนซี่ชื่อ VFS ที่ตึกสีลมคอมเพล็กซ์ เราก็ได้วีซ่าสมใจนึกครับ แบบนี้ก็สามารถเดินทางเข้าประเทศโครเอเชียและบอสเนียฯ ได้โดยไม่ต้องมีวีซ่าของสองประเทศนี้ สบายล่ะงานนี้!

        ทุกอย่างพร้อม ลุยกันเลยสิ รอไร!

รีวิวตอนแรก กรุงเทพฯ – นีซ นี้จะเริ่มตั้งแต่สนามบินสุวรรณภูมิครับ เราจะบินโดยสายการบิน Swiss Air ไฟลท์ LX 181 ซึ่งจะออกเดินทางในเวลา 12.40 น. แต่ไฟลท์ดีเลย์ประมาณ 20 นาที นั่งอดนั่งทนไป 12 ชั่วโมง ในที่สุด
เครื่องบินก็ร่อนลงจอดที่สนามบินนานาชาติ Zürich Kloten ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ช้ากว่ากำหนดเวลา 19.40 น. ไปเกือบ 20 นาที เช่นกัน

2

เวลาสองทุ่มที่สวิสตรงกับเวลาเมืองไทยตี 1 ครับ เราเริ่มง่วงและวิ้งจากการเดินทางไกล แต่การเดินทางยังไม่สิ้นสุดนะ ตอน 21.15 น. เราต้องต่อไฟลท์ LX 564 ไป Nice อีก 1 ชั่วโมง 10 นาที กว่าจะถึงนีซก็ 22.25 น.

นั่งหลับบนเครื่องสิครับ ชั่วโมงเดียวก็มีความหมาย เผลอวูบไปแป๊บเดียวเราก็มาอยู่ที่ Aéroport Nice Côte d’Azur (Terminal 1) แล้วครับ ไม่ต้องเสียเวลาผ่านตม. เพราะต้องผ่านตั้งแต่ขาออกจากสนามบินซูริคเรียบร้อยแล้ว รอรับกระเป๋าเดินทางและเดินลากกระเป๋าออกจากอาคารสนามบินได้เลย

3

สนามบิน Nice Côte d’Azur อยู่ไกลจากตัวเมืองนีซประมาณครึ่งชั่วโมงโดยรถเมล์ครับ เรามาถึงดึกแล้วจึงต้องเลือกที่พักที่อยู่ใกล้ๆ สนามบิน โดยเลือกจอง Hôtel Campanile Nice Aéroport ที่อยู่ห่างออกไปแค่ประมาณ 400 เมตร โดยเดินออกประตู Terminal 1 ของสนามบิน ข้ามถนนด้านหน้าตรงลอดใต้สะพานไม่ไกลก็เจอวงเวียน ข้ามไปอีกฝั่งของวงเวียนแล้วเดินไปทางขวาผ่านตึกสูงของโรงแรม Novotel ไปก็เห็นป้าย Campanile โรงแรมนี้เป็นตึกสูงใหญ่ สภาพด้านนอกดูดีถึงดีมาก แต่ราคาห้องพักไม่ได้แพงโหดมากนัก ห้องสำหรับ 2 คน ราคาต่อคนคืนละ 75 ยูโร + city tax อีกคนละ 1.10 ยูโร แต่ไม่มีอาหารเช้าให้ คืนนี้แชร์ค่าห้องกันคนละเกือบ 1,600 บาทครับ

ใช้รูปถ่ายตึกโรงแรมตอนเช้าแทนละกันครับ

4

ขึ้นลิฟท์เข้าห้องพัก อาบน้ำอาบท่า เตรียมตัวเที่ยวพรุ่งนี้เช้าเลย กว่าหัวจะถึงหมอนก็เกือบตี 1 แล้วครับ จุดนี้ไม่ไหวแล้ว ที่เมืองไทยเท่ากับเกือบ 6 โมงเช้า เรียกว่าตื่นข้ามวันเลย 555+

5

เช้าวันที่ 2 เลยดีกว่า ข้ามวันอย่างรวดเร็ว

7 โมงกว่าก็สะดุ้งตื่นแล้วเพราะยังจูนเวลาไม่ได้ ทำธุระยามเช้าต่างๆ และเก็บกระเป๋าลงไปเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมก่อน 9 โมง โปรแกรมครึ่งวันนี้คือเราจะนั่งรถเมล์เข้าเมืองนีซไปฝากกระเป๋าเดินทางไว้ที่สถานีรถไฟแล้วค่อยเดินเที่ยวในเมืองและชายหาด เสร็จแล้วก็กลับมาเอากระเป๋าและนั่งรถไฟไปโมนาโกตอนบ่ายๆ

6

ออกจากโรงแรมเดินตามเส้นทางเดียวกับเมื่อคืนกลับไปที่สนามบิน พอถึงหน้าอาคารสนามบินก็เดินไปทางขวาซึ่งเป็นที่จอดรถเมล์ใหญ่ Gare routière

7

เข้าไปในห้องขายตั๋วบอกคนขายตั๋วว่าจะซื้อตั๋วรถเมล์เข้าเมืองนีซไปที่สถานีรถไฟ Gare Nice Ville พนักงานสาวตอบเราว่าค่ารถคนละ 6 ยูโร ผมนี่อึ้งเลยครัช ไม่ได้อึ้งที่ราคานะครับ แต่ตะลึงกับใบหน้าโคตรสวยของเธอ 555 ไปประกวดนางงามน่าจะเวิร์คกว่านะครับ อิอิ

ผมเช็คราคาตั๋วรถเมล์จาก Nice Airport to Nice city center มาก่อนแล้ว รู้ว่าไม่ถึง 6 ยูโรแน่นอน ในเว็บเขียนไม่เคลียร์แต่สรุปได้ว่าค่ารถเมล์ราคา 1 ไม่ก็ 4 ยูโร สงสัยรถเมล์ที่ท่านี้คงเป็น Airport bus สาย 98, 99 หรือรถเมล์ระหว่างเมืองแถบนี้จึงมีราคาแพงกว่ารถเมล์ธรรมดาครับ

ผมถามเธอว่าถ้าจะขึ้นรถเมล์สาย 23 ต้องไปขึ้นที่ไหน เธอชี้ไปทางที่เดินไปโรงแรม เราก็งงๆ ว่าเราเดินผ่านมาแล้วไม่เห็นมีป้ายรถเมล์ จึงถามว่าต้องลอดใต้สะพานหรือขึ้นทางลาดไปบนถนนด้านบน เธอตอบว่าให้เดินขึ้นไปที่ถนนด้านบน ป้ายรถเมล์อยู่ตรงนั้นเลย

photo credit: en.nice.aeroport.fr
photo credit: en.nice.aeroport.fr

เซย์ Merci beaucoup ขอบคุณครับ แล้วเดินลากกระเป๋าตามทางลาดขึ้นไปรอรถเมล์ที่ป้าย ยืนรออยู่ไม่นานรถเมล์สาย 23 ก็มาจอดที่ป้าย (มีรถเมล์บริการตั้งแต่ 05.30-20.05 น.) ขึ้นรถไปจ่ายค่ารถคนละ 1.50 ยูโรให้คนขับแล้วนั่งเข้าเมืองประมาณ 30 นาที พอเห็นสะพานรถไฟและสะพานสูงๆ อยู่ข้างหน้าก็ลงจากรถที่ถนน Boulevard Gambetta ก่อนรถจะลอดใต้สะพาน

9

เดินย้อนกลับไปที่สี่แยกแล้วเลี้ยวซ้ายตามป้ายบอกทางไป Gare S.N.C.F. เดินตามถนน Avenue Thiers เลียบกำแพงสถานีอีกไกลเหมือนกันกว่าจะเห็นด้านข้างของสถานีรถไฟ Gare Nice Ville ตรงเลยผ่านไปก็ถึงด้านหน้าสถานีซึ่งอยู่ระหว่างซ่อมแซม

10

เราพยายามเดินหาที่ฝากกระเป๋าในอาคารสถานีเพราะจำได้ว่ามันอยู่ข้างในนั้น (ผมเคยมานีซเมื่อเกือบ 10 ปีก่อนแล้วครับ) แต่อาจเป็นเพราะสถานีบางส่วนกำลังซ่อมปรับปรุงอยู่ เลยไม่มีที่ฝากกระเป๋า พอดีเห็น Tourist Info อยู่หน้าสถานีจึงลองเดินเข้าไปถามดูว่ามีที่ฝากกระเป๋าที่อื่นอีกมั้ย? เจ้าหน้าที่ตอบว่าให้ไปฝากที่ Hotel Interlaken และชี้ไปที่อาคารสีชมพูพาสเทลฝั่งตรงข้ามพร้อมบอกว่าค่าฝากใบละ 5 ยูโร (จำได้ว่าครั้งก่อนค่าฝากในห้องล็อคเกอร์อย่างปลอดภัย 24 ชั่วโมง 8 ยูโร)

ข้ามถนนไปแล้วยกกระเป๋าหนักๆ ลงบันไดไปฝากกระเป๋าใบใหญ่ที่โรงแรมใบละ 5 ยูโร แต่กระเป๋าสะพายใบกลางไม่คิดตังค์ครับ แจ้งเจ้าของโรงแรมว่าจะกลับมาเอากระเป๋าประมาณเที่ยงๆ

เบาสบายตัวละ เดินขึ้นบันไดกลับเข้าไปในสถานีรถไฟเพื่อซื้อตั๋วรถไฟไป Monaco กดบัตรคิวแล้วนั่งรอสักพักแล้วก็เข้าเคาน์เตอร์ซื้อตั๋วรถไฟราคา 3.90 ยูโร รถไฟขบวน Nice-Monaco เป็นรถไฟท้องถิ่น ตั๋วที่ซื้อไปสามารถใช้ขึ้นรถไฟขบวนเวลาอะไรก็ได้ครับ โดยเวลาที่เหมาะสมของเราคือ 12.00, 12.30 และ 12.40 น. แต่ขบวนเที่ยงตรงคงจะเที่ยวนีซไม่ทันเพราะตอนนี้ก็เกือบ 10 โมงแล้ว

เช็คเวลาและราคาตั๋วรถไฟฝรั่งเศสได้ที่ France train

11

พร้อมแล้วครับ ออกจากสถานีรถไฟข้ามถนนเดินไปทาง Hotel Interlaken อีกครั้ง เดินผ่านโรงแรมตรงตามถนน Avenue Durante ไปทางทิศใต้ ตรงต่อเข้าถนน Avenue Baquis และ Rue du Congrès ประมาณ 1.2 กิโลเมตร

12

13

ก็เห็นทะเลอยู่ข้างหน้า จุดนี้คือ Promenade des Anglais (Camin dei Anglés) ถนนเลียบชายหาดชื่อดังระดับโลกที่มีน้ำทะเลสีฟ้าสดหรือที่เรียกในภาษาฝรั่งเศสว่า Côte d’Azur (French Riviera) ลงไปที่หาดซึ่งเป็นหินกรวดไม่ใช่ทรายเดินถ่ายรูปชิลล์ๆ

14

15

แล้วก็เดินไปทางทิศตะวันออก มองไปก็เห็นแท่งเสา Neuf Lignes Obliques สูงเชียว เดินไปทางนั้นแหละครับ

16

17

เดินตามถนน Promenade des Anglais เลียบแนวชายหาดไปประมาณ 1.4 กิโลเมตรก็มีจุดชมวิวถ่ายรูปโค้งอ่าวของชายฝั่ง Côte d’Azur ในระดับไม่สูงเท่าไหร่

18

19

แต่เราอยากได้ภาพมุมสูงของชายฝั่งและตัวเมืองนีซครับจึงเดินไปที่ Hotel Suisse

20

ขึ้นบันไดด้านข้างโรงแรมไปยัง Colline du Château (Castle Hill) เพื่อเก็บภาพมุมสูงทั่วทั้งเมืองและน้ำทะเลสีฟ้าสดสุดแสนงดงามครับ จุดนี้เป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวจะพลาดไม่ได้จริงๆ แต่วันนี้ฟ้าหม่นไปหน่อยครับ ไม่งั้นภาพจะแจ่มกว่านี้เยอะ

21

22

ยืนถ่ายรูปอยู่ครู่ใหญ่เลยก่อนเดินลงเขากลับไปที่ Hotel Suisse เลี้ยวขวาตรงเข้าถนน Rue des Ponchettes

23

เดินไปราว 300 เมตรก็เลี้ยวขวาลอดโค้งประตูไปทางซ้ายมือเต็มไปด้วยร้านอาหารเก๋ๆ ตลอดสองข้างทาง เดินไปอีกนิดคือ Place Charles Félix ที่นี่เป็นตลาดกลางแจ้งขายสินค้าหลากชนิด มีทั้งดอกไม้ ผลไม้ ของสด วัตถุดิบต่างๆ ของใช้กระจุกกระจิกมากมาย บรรยากาศความเป็นเมืองคึกคักขึ้นเรื่อยๆ ครับ

24

เดินตรงลูกเดียวจนเห็นเสา Neuf Lignes Obliques ทางซ้ายมือก็เลี้ยวขวาเข้าถนน Rue de l’Opéra นิดเดียวก็เห็น Fontaine du Soleil หรือน้ำพุแสงอาทิตย์อันงดงามตั้งอยู่ตรงกลาง Place Masséna ที่ล้อมรอบด้วยอาคารสีแดงสวยสดครับ

25

ใกล้เที่ยงแล้ว เราต้องเดินกลับสถานีรถไฟเพื่อขึ้นขบวนที่จะออกตอน 12.30 หรือ 12.40 น. ไปโมนาโกครับ จากจุดนี้เราเดินไปทางทิศเหนือตามทางรถรางที่ถนน Avenue des Phocéens

26

ตรงไปเรื่อยๆ เกือบกิโล ขอแวะร้านฟาสต์ฟู้ดท้องถิ่นชื่อ Quick เข้าไปสั่งเบอร์เกอร์ Giant Max ชุดนึงมีเฟรนช์ฟราย (frites) และเป๊ปซี่ด้วย ราคา 7.60 ยูโร นั่งกินแบบรวดเร็วสมชื่อร้านให้อิ่มก่อนเดินกลับสถานีรถไฟ

เดินต่อไปอีกไม่ไกลก่อนถึงสะพานรถไฟข้ามถนนที่อยู่ข้างหน้าและป้ายรถราง Gare Thiers ก็เลี้ยวซ้ายเดินขึ้นทางลาดกลับไปยังสถานีรถไฟ Gare Nice Ville

27

แวะ Hotel Interlaken เพื่อเอากระเป๋าที่ฝากไว้ก่อน คราวนี้ขอเดินอ้อมนิดหน่อยเพื่อลากกระเป๋าขึ้นไปที่ถนนข้างบนแล้วเดินเข้าไปในสถานีรถไฟ อ่านบอร์ดแสดงชานชาลารถไฟแล้วเดินลงอุโมงค์โผล่ไปขึ้นรถไฟขบวน TER n°81119 รอบ 12.30 น. ทันแบบฉิวเฉียดเลยครับ รถไฟระหว่างนีซและโมนาโกนี้เป็นรถไฟท้องถิ่นซึ่งมีผู้โดยสารเยอะตลอด ครั้งนี้ผมก็ไม่ได้นั่งอีกแล้ว (ครั้งที่แล้วยืนเบียดบนรถไฟจากโมนาโกไปนีซครับ) ยืนชมวิวรถไฟที่แล่นเลียบริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บางช่วงแทบจะติดทะเลเลยครับ รถไฟท้องถิ่นจอดทุกสถานี/ป้ายเลย ระยะทางแค่ประมาณ 20 กิโล แต่ใช้เวลา 25 นาทีถึงจะถึงโมนาโกที่ Gare de Monaco Monte-Carlo

เช็คเวลาและราคาตั๋วรถไฟฝรั่งเศสได้ที่ France train

จบครึ่งวันเช้านี้ก่อน ติดตามตอนต่อไปที่ MONACO นะครับ

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต