เจาะลึก..เที่ยวเอง GERMANY ใต้ ตอนที่ 5 “Munich” ฟ้าใสในหน้าร้อนที่นครมิวนิค

เที่ยวเอง รีวิว มิวนิค บาวาเรีย เยอรมัน เยอรมนี tieweng review munchen munich bavaria germany

เที่ยวเอง “บาวาเรีย” ปิดท้ายทริป

วันเที่ยววันสุดท้ายของทริปเจาะลึกเยอรมันคือวันเที่ยวใน Munich (München ในภาษาเยอรมัน) เมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย

เราเคยมามิวนิคหลายรอบแล้ว ครั้งนี้จึงเลือกเดินเที่ยวแค่บริเวณใจกลางเมือง กินอาหารอร่อยๆ และออกนอกเมืองไปชมพระราชวัง Nymphenburg ซึ่งยังไม่เคยได้ไปสักที

photo credit: www.munich-touristinfo.de

ถ้าอยากไปสถานที่อื่นๆ ที่อยู่นอกเขตใจกลางเมืองด้วย เช่น สนาม Allianz Arena, BMW Welt, BMW Museum, สนาม Olympiastadion, Isator, Deutsches Museum ซึ่งควรต้องใช้เวลาเพิ่มอีก 1 วัน ลองอ่านวิธีการจัดแผนในรีวิวเที่ยว Munich ที่เคยเขียนไว้นานแล้วนะครับ
ตระเวน (Travel) เยอรมันใต้ ตอนที่ 4 “Munich” เที่ยวเมืองหลวงแห่งบาวาเรีย

และ ตอนท้ายของรีวิวนี้
ตระเวน (Travel) เยอรมันใต้ ตอนที่ 3 “Neuschwanstein” ปราสาทดีสนีย์อันโด่งดังที่จะพลาดไปเยือนไม่ได้

เมื่อวานเราออกนอกมิวนิคไปเที่ยว 2 ทะเลสาบสุดสวยแห่งบาวาเรียแบบไปเช้าเย็นกลับตามรีวิวนี้ครับ
เจาะลึก..เที่ยวเอง GERMANY ใต้ ตอนที่ 4 “Konigssee – Obersee” ล่องทะเลสาบน้ำใสดุจกระจกแห่งเยอรมัน

อ่านรีวิวเที่ยวอีกรัฐหนึ่งของเยอรมันใต้คือ Baden-Württemberg ได้จากลิ้งค์ด้านล่างนี้
เจาะลึก..เที่ยวเอง GERMANY ใต้ ตอนที่ 1 “Stuttgart – Esslingen” วันเดียว เที่ยวเมืองแห่งยนตรกรรมระดับโลก และ เมืองริมน้ำน่ารักหวานแหวว
เจาะลึก..เที่ยวเอง GERMANY ใต้ ตอนที่ 2 “Schloss Lichtenstein – Tubingen” เดินเขาขึ้นปราสาทริมหน้าผา พาชมเมืองวินเทจสีสันโดนใจ
เจาะลึก..เที่ยวเอง GERMANY ใต้ ตอนที่ 3 “Burg Hohenzollern” เดินป่าหน้าร้อนขึ้นจุดชมปราสาทสุดอลังการบนยอดเขา

ที่พักของเราในมิวนิคคือ Maritim Hotel München ซึ่งสะดวกในการเดินทางไปไหนมาไหนในเมืองและออกไปยังเมืองต่างๆ ด้วย เพราะเดินไม่ถึง 200 เมตรก็ถึงประตูหลังของสถานีรถไฟกลาง München Hbf แล้ว

รับประทานอาหารเช้าก่อนออกไปเที่ยวทั้งวัน

เดินไปสถานีรถไฟกลาง München Hbf กดตู้ซื้อ Single 1-Tageskarte Innenraum (Single 1 Day Ticket Inner District) หรือตั๋ว 1 วันสำหรับใช้โดยสารรถไฟใต้ดิน (U-Bahn), รถเมล์, รถราง และรถไฟท้องถิ่น (S-Bahn) ในโซนกลางเมือง (Inner District) ของมิวนิค ราคา 6.70 ยูโร (สำหรับผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป) ตั๋วนี้ใช้เดินทางได้จนถึง 6 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น

ถ้าจะเที่ยวในมิวนิคและไปสนามบินในวันเดียวกัน ให้ซื้อ Single 1-Tageskarte แบบ Gesamtnetz (Entire Network) ราคา 13 ยูโร ไปเลย

เช็คราคาตั๋วประเภทอื่นๆ และอัพเดทราคาได้ที่ Munich tickets and fares
เช็คเขตโซนต่างๆ ของมิวนิคได้ที่ Munich Zone map

ช่วงเช้า ออกนอกเมืองไปพระราชวัง Nymphenburg ก่อนเลย

วิธีการเดินทางไป ขึ้นรถรางสาย 16, 17 จากป้าย Hauptbahnhof ด้านหน้าสถานีรถไฟกลาง München Hbf

นั่งรถรางไปลงสุดสายที่ป้าย Romanplatz แล้วเดินอีกราว 1.2 กม.

ไม่แน่ใจว่ารถรางจะไปลงใกล้กว่านี้หรือไม่ เพราะเห็นกำลังก่อสร้างทางกันอยู่ และน่าจะนั่งรถเมล์สาย 51 ต่อไปลงที่ป้าย Schloss Nymphenburg ซึ่งใกล้ทางเข้าพระราชวังได้ด้วย

เดินเลียบทางน้ำไปยังอาคารพระราชวังที่เห็นอยู่ข้างหน้าในบริเวณสวน Schlosspark Nymphenburg

 เดินไปยังอาคารหลักของ Schloss Nymphenburg (Nymphenburg Palace) พระราชวังที่เริ่มสร้างในสถาปัตยกรรมบาโรคในปีค.ศ. 1664 และเสร็จสมบูรณ์เมื่อปีค.ศ. 1675 เพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อนของราชวงศ์ Wittelsbach ผู้ปกครองบาวาเรียในอดีต

แม้ภายนอกจะไม่ได้ดูสวยงามโออ่ามากนัก แต่ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงมากๆ ห้องที่โดดเด่นของพระราชวังคือ Schönheitengalerie (Gallery of Beauties) ซึ่งพระเจ้า Ludwig ที่ 1 ทรงเก็บสะสมภาพวาดสตรีผู้เลอโฉม 36 นาง ทั้งชนชั้นขุนนางและชนชั้นกลางของมิวนิค รวมถึงภาพวาดนาง Lola Montez นักเต้นรำชาวไอริชผู้มีความสัมพันธ์กับพระองค์จนเป็นเหตุให้ทรงสละราชบัลลังก์ในที่สุด

ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันที่ 24, 25, 31 ธ.ค., 1 ม.ค. และ Shrove Tuesday ในเดือนเม.ย. – วันที่ 15 ต.ค. 09.00-18.00 น. ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. – เดือนมี.ค. เปิด 10.00-16.00 น.

ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. – 15 ต.ค. ค่าเข้าชมแบบ Combination ticket “Nymphenburg” 11.50 ยูโร, วันที่ 16 ต.ค. – 31 มี.ค. ลดราคาเหลือ 8.50 ยูโร ถ้าเข้าชม Nymphenburg Palace อย่างเดียว ราคา 6 ยูโร

เช็คเวลาเปิด-ปิดแต่ละส่วนได้ที่ Nymphenburg Palace opening hour
อัพเดทค่าเข้าชมได้ที่ Nymphenburg Palace admission fee

เข้าชมพระราชวังกัน

นี่คือห้องโถงแรกที่เข้าไปถึงเลย

เดินชมห้องต่างๆ จนทั่ว เลือกห้องที่สวยเด่นมาให้ชมกันครับ

ออกไปชมสวนด้านหลังอาคารพระราชวัง  

ประตูสวนเปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้า ช่วงเดือนพ.ค.-ก.ย. ปิด 21.30 น., เม.ย. และ ต.ค. ปิด 20.00 น. ในฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพ.ย.-มี.ค. ปิด 6 โมงเย็น น่าจะเข้าฟรีเพราะไม่เห็นมีคนตรวจตั๋วครับ

น้ำพุเปิดตั้งแต่วันอีสเตอร์ – กลางต.ค. 10.00-12.00 น. และ 14.00-16.00 น.

เดินแค่นี้พอครับ เดินกลับไปที่ป้ายรถราง Romanplatz นั่งรถรางสาย 17 กลับสถานีรถไฟกลาง München Hbf

ต่อไปเราจะไปสถานที่สำคัญที่สุดของเมือง นั่นคือ Marienplatz

วิธีการเดินทางคือนั่งรถไฟท้องถิ่น (S-Bahn) สาย S1, S2, S3, S4, S6, S7, S8 ซึ่งมีรถบ่อยมาก ไปที่สถานี Marienplatz

photo credit: Vedrana

ขึ้นจากสถานีมาก็เห็น Neues Rathaus (New Town Hall) ที่ทำการเมืองหลังใหม่ซึ่งสร้างในสไตล์นีโอโกธิคกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งมีหอคอยสูงกว่า 80 เมตรเด่นตระหง่านอยู่ ณ Marienplatz จัตุรัสกลางเมืองเก่าที่เปรียบเสมือนหัวใจของเมืองมิวนิค เป็นแหล่งค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ามานานหลายศตวรรษ ปัจจุบันเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สุดของมิวนิคและเป็นสถานที่จัดงานต่างๆ ประจำเมือง

หน้า Neues Rathaus มี Mariensäule เสาพระแม่มารีทองคำซึ่งเป็นที่มาของชื่อจัตุรัสแห่งนี้ตั้งเด่นอยู่

มองเลยไปอีกก็เห็นยอดของ Frauenkirche โบสถ์พระแม่มารีทรงหัวหอมคู่ที่สร้างด้วยอิฐสีแดงสูง 99 เมตร โผล่พ้นอาคารขึ้นมา

Glockenspiel หรือหอนาฬิกาตรงกลางหอคอยจะมีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำให้ชมกันในเวลา 11.00 น. และ 12.00 น.

ทางทิศตะวันออกของจัตุรัสเป็นที่ตั้งของ Altes Rathaus (Old Town Hall) ที่ทำการเมืองหลังเก่าซึ่งปัจจุบันคือ Spielzeugmuseum (Toy Museum)

เดินเข้าไปด้านใน Neues Rathaus สักหน่อย ตอนนี้ไม่ให้เดินลัดออกประตูทางขวามือไปยังถนน Dienerstraße แล้วครับ

เดินไปขึ้นหอคอยของ Peterskirche (St. Peter’s Church) ที่อยู่ตรงข้ามกับ Neues Rathaus เพื่อชมวิวจากมุมสูงที่เห็น Marienplatz ทั้งหมด ค่าขึ้นหอคอย 3 ยูโร

ลงจากหอคอยเข้าอีกประตูไปชมภายในโบสถ์ St. Peter ได้ฟรีครับ

ออกจากโบสถ์เลี้ยวซ้ายเดินทะลุไปนิดก็ถึง Viktualienmarkt ตลาดนัดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ซึ่งมีสินค้าจำพวกอาหารขายมากมาย ทั้งผักสด ผลไม้นำเข้า ชีส ไส้กรอก ตลาดเปิดขายวันจันทร์-ศุกร์ถึง 2 ทุ่ม วันเสาร์เปิดถึง 4 โมงเย็น ตลาดปิดวันอาทิตย์

บ่ายแล้ว ไปร้าน Hofbräuhaus โรงเบียร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกด้วยประวัติอันยาวนานกว่า 400 ปี รับประทานอาหารมื้อกลางวันดีกว่า มาตอนเย็นกี่ครั้งคนแน่นร้านจนอดกินตลอด

เดินไปทางหอคอยสูงของ Altes Rathaus (Spielzeugmuseum) ลอดใต้ทางเชื่อมอาคารเข้าถนน Sparkassenstraße ตรงไปราว 200 เมตรก็เลี้ยวขวาเดินตามถนน Münzstraße นิดเดียวก็ถึงร้านแล้ว

ที่นี่มีวงดนตรีเล่นเพลงพื้นเมืองบาวาเรียนช่วยเสริมบรรยากาศด้วย 

ร้านดังขนาดนี้แต่อาหารราคาไม่แรงมากครับ เอาเมนูไปเลือกกันเลย

ผมสั่งเมนูที่ถ้ามาเยอรมันแล้วต้องโดนคือ Surhaxe (pickled knuckle of pork) หรือขาหมูเยอรมันนี่เอง จานนี้ราคา 12.90 ยูโร + เบียร์ Hofbräu Original แก้วยักษ์ 9.20 ยูโรมาดื่มคู่

แต่รู้สึกว่ามันเค็มไปอ่ะ ของร้าน Weisses Bräuhaus ที่กินมา 2 ทีแล้วอร่อยกว่า

อิ่มโคตรๆ เดินเที่ยวต่อ

เดินกลับไปที่ Altes Rathaus และ Marienplatz

เดินเข้าถนนช้อปปิ้งชื่อ Dienerstraße ด้านข้าง Neues Rathaus ตรงไปประมาณ 300 เมตรก็ถึง Max-Joseph-Platz จัตุรัสที่ตั้งของ Bayerische Staatsoper (Bayerisches Nationaltheater) โรงละครแห่งชาติที่สร้างขึ้นในสไตล์คลาสสิก จัตุรัสแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดของ Maximilianstraße ถนนช้อปปิ้งสายไฮโซซึ่งมีช็อปของแบรนด์ไฮเอนด์ระดับโลกเรียงรายอยู่สองฝั่งถนนมากมาย ใครกระเป๋าหนักเชิญช้อปได้เลยคร้าบ

อาคารขนาดใหญ่ด้านข้างโอเปร่าคือ Residenz München (Munich Residence) พระราชวังที่ประทับและเป็นศูนย์กลางอำนาจของกษัตริย์บาวาเรียนานถึง 500 ปี

พระราชวังเปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันที่ 24, 25, 31 ธ.ค., 1 ม.ค. และ Shrove Tuesday ช่วงเดือนเม.ย. – วันที่ 20 ต.ค. Residenzmuseum และ Treasury เปิดตั้งแต่ 09.00-18.00 น., วันที่ 21 ต.ค. – มี.ค. เปิด 10.00-17.00 น. ต้องเข้าชมก่อนเวลาปิด 1 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม Residenzmuseum สำหรับผู้ใหญ่ราคา 7 ยูโร, ค่าเข้าชม Treasury สำหรับผู้ใหญ่ราคา 7 ยูโร, ตั๋วรวมค่าเข้าชมทั้ง Residenzmuseum และ Treasury สำหรับผู้ใหญ่ราคา 11 ยูโร ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าชมฟรีทั้งหมด เข้าชมสวนและน้ำพุได้ฟรี

เช็คเวลาเปิด-ปิดได้ที่ Residenz opening hour
อัพเดทค่าเข้าชมได้ที่ Residenz admission fee

ไฮไลต์ของ Residenz คือ Antiquarium ห้องโถงสไตล์เรอเนสซองส์สุดหรูหราที่ทรงคุณค่าด้วยภาพเขียนสีท่าผนังและเพดานทั้งห้อง

เดินชมห้องต่างๆ มากมาย พระราชวังใหญ่มาก เส้นทางเดินวนซับซ้อนยังกะเขาวงกต ถ้าเล่นซอบแอบในนี้ หาทั้งวันก็หาไม่เจอครับ 555

ส่วนห้องอีกฝั่งมีขนาดไม่ใหญ่เป็นที่เก็บสิ่งของมีค่าต่างๆ ของกษัตริย์บาวาเรียมากมาย

จบการชมพระราชวัง เดินออกไปที่จัตุรัส Max-Joseph-Platz เดินไปทางขวาแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนน Residenzstraße ตรงไปไม่ถึง 200 เมตรก็ถึง Odeonsplatz ซึ่งมีสิ่งก่อสร้างสำคัญของเมืองคือ Theatinerkirche (Theatine Church) โบสถ์ที่ได้รับการกล่าวขานว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของมิวนิค โบสถ์เปิดให้ชมทุกวันตั้งแต่ 09.00-19.00 น.

อีกด้านหนึ่งของจัตุรัสคือ Feldherrnhalle (Field Marshals’ Hall) หรืออนุสรณ์แห่งกองทัพบาวาเรีย

เยื้องกับโบสถ์ Theatine มีโค้งประตูทางเข้าไปยังสวนด้านหลัง Residenz München

เดินออกประตูเดิมแล้วเลี้ยวขวาเดินตามถนน Odeonsplatz ผ่านสถานีรถไฟใต้ดิน Odeonsplatz และ Reiterdenkmal für Ludwig I หรือรูปปั้นพระเจ้าลุดวิกที่ 1 แห่งบาวาเรีย

ตรงเข้าถนน Ludwigstraße ถนนสายสำคัญที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามคลาสสิกที่สุดในบาวาเรีย ข้างหน้าไกลไปประมาณ 1 กม. เป็นที่ตั้งของ Siegestor หรือประตูชัยมิวนิค แต่ขี้เกียจเดินไปแล้ว 55

เดินประมาณ 800 เมตร กลับไปที่จัตุรัส Max-Joseph-Platz แวะสำรวจราคาสินค้าตามช็อปแบรนด์ดังต่างๆ แถวนี้ รอถ่ายรูปโอเปร่าตอนก่อนมืด

เดินเข้าถนน Maximilianstraße ไปเอาท์ดอร์ดินเนอร์ที่ร้านสุดฮิป brenner” เมนู Salmon Fillet จานนี้ราคา 19.50 ยูโร แพงไม่เบาสมกับระดับความดังจริงๆ 555

เดินกลับไปถ่ายรูป Marienplatz ยามค่ำคืน

นั่งรถไฟท้องถิ่น (S-Bahn) สาย S1, S2, S3, S4, S6, S7, S8 กลับสถานีรถไฟกลาง München Hbf

เดินกลับโรงแรม Maritim Hotel München

ค้างที่มิวนิคอีกคืน

วันกลับเมืองไทย

ไฟลท์ของ Lufthansa กลับกทม. จะออกตอน 15.25 น. ยังมีเวลาเหลืออีกครึ่งวันเช้าให้เที่ยวมิวนิคได้ แต่ไม่อยากเสียตังค์ค่ารถในเมืองแล้ว ขอเดินเล่นช้อปปิ้งใกล้ๆ โรงแรมแถว Karlsplatz ก็พอ

รับประทานมื้อเที่ยงที่ร้านดีราคาเบาใกล้โรงแรมชื่อ Münchner Stubn ก่อนไปสนามบิน

ไป Flughafen München

เดินไปสถานีรถไฟกลาง München Hbf ลงไปชั้นใต้ดิน (ตอน search รถไฟของเยอรมัน ถ้ามีคำว่า tief แปลว่าอยู่ชั้นใต้ดิน) กดตู้ซื้อตั๋วรถไฟโดยเลือกปลายทางเป็น Munich Airport จ่ายเงินสดหรือบัตรเครดิต 11.60 ยูโร ก็ได้ตั๋ว Einzelfahrt ab 4 Zonen สำหรับใช้เดินทางไปสนามบิน

อัพเดทราคาตั๋วได้ที่ Munich tickets and fares

จับรถไฟขบวน S8 เวลา 12.35 น. ไปสนามบิน ใช้เวลา 40 นาทีก็ถึงสถานี München Flughafen Terminal

ค้นหาตารางเวลาและค่าตั๋วรถไฟเยอรมันได้ที่ www.bahn.com

ขึ้นไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์สายการบิน Lufthansa แต่เที่ยวบินตรง Munich – Bangkok นี้ operate โดยสายการบิน Eurowings ครับ

15.25 น. เที่ยวบิน LH 792 ออกเดินทาง

ที่นั่งเครื่อง Eurowings กว้างไม่ต่างจากลุฟท์ฮันซานะครับ เสิร์ฟอาหาร 2 มื้อตามปกติเลย กินอิ่มนอนหลับยาวข้ามคืนกลับเมืองไทย

เผลอตื่นอีกที เครื่องบินก็ลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิตอน 7 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น รวมเวลาบิน 10 ชั่วโมง 45 นาที

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต