เที่ยวเองบอสเนียและเฮอร์เซโกวินา แฝดผู้น้องของสวิสและตุรกี ตอนที่ 1 “Mostar – Blagaj – Konjic” ราวกับหยุดเวลาไว้ในยุคออตโตมัน

เที่ยวเอง รีวิว มอสทาร์ บอสเนีย เฮอร์เซโกวินา ฺmostar blagaj konjic bosnia herzegovina
เที่ยวเอง กวาดเรียบเมืองริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ อเดรียติก แถมบอสเนียแอนด์เฮอร์เซโกวินา อีกประเทศ

Trip map

หลังจากเมื่อวานเรานั่งรถบัสจากเมือง Kotor ประเทศมอนเตเนโกรข้ามประเทศโครเอเชียนานหลายชั่วโมงจนเดินทางถึง Mostar ซึ่งจะเป็นเมืองแรกของบอสเนียและเฮอร์เซโกวินาที่เราจะเที่ยวชมกัน

1

รีวิวตอนที่แล้วตามนี้ครับ
มอนเตเนโกร ประเทศใหม่กำลังมาแรง ตอนที่ 3 “Kotor” ฟยอร์ดแห่งอเดรียติก

ย้อนไปเที่ยว 6 ประเทศที่เราไปมาก่อนหน้าบอสเนียฯ ได้จากรีวิวข้างล่างนี้ครับ
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 1 “Nice” เมืองตากอากาศชื่อดังสุดหรูของฝรั่งเศส
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 2 “Monaco” ประเทศเล็กๆ สุดหรูหราเว่อร์วัง
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 1 “Cinque Terre” หมู่บ้านริมหน้าผาแสนน่ารักแห่งลิกูเรีย
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 2 “Pisa” ซ้ำเดิม..เพิ่มเติมคือที่ใหม่
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 3 “Florence” ซ้ำเดิม..แต่ไม่เหมือนเดิม
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 4 “Bologna” เมืองมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในยุโรป
เที่ยวเองประเทศแปลก “San Marino” รัฐอิสระอายุกว่า 1,700 ปี
โครเอเชียน่าเที่ยวไม่เบา ตอนที่ 1 “Split” ยังไงก็ต้องขอแวะเมืองนี้
โครเอเชียน่าเที่ยวไม่เบา ตอนที่ 2 “Dubrovnik” เมืองแห่งป้อมกำแพงโบราณ บ้านหลังคาสีส้ม และทะเลสีน้ำเงินสด
มอนเตเนโกร ประเทศใหม่กำลังมาแรง ตอนที่ 1 “Podgorica และ Ostrog” มาเมืองนี้ด้วยความศรัทธา
มอนเตเนโกร ประเทศใหม่กำลังมาแรง ตอนที่ 2 “Budva และ Sveti Stefan” เมืองรีสอร์ทสุดหรูริมทะเลสุดงาม

Bosnia and Herzegovina (Bosnu i Hercegovinu หรือ Bosna i Hercegovina หรือ Босна и Херцеговина) ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวินาตั้งอยู่บนคาบสมุทรบอลข่านทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรปครับ

2
photo credit: www.maps-of-europe.net

วันที่ 10 นี้ เราจัดแผนเที่ยวไว้แน่นนิดหน่อยครับ โดยจะเที่ยวเมือง Mostar และ Konjic แถมไปหมู่บ้าน Blagaj นอกเมืองมอสทาร์ไปไม่ไกลเพิ่มอีกหนึ่งที่ด้วย

3

Mostar (Мостар) คือเมืองใหญ่อันดับที่ 5 ของบอสเนียและเฮอร์เซโกวินาตั้งอยู่ในเขตของ Herzegovina มอสทาร์เป็นท่องเที่ยวสำคัญของบอสเนียฯ โดดเด่นด้วยสะพานหินเก่าแก่ข้ามแม่น้ำ Neretva (Неретва) ที่ไหลผ่านกลางเมือง
ข้อมูลท่องเที่ยวเมือง Mostar เพิ่มเติมที่ www.turizam.mostar.ba

photo credit: www.webmedjugorje.com
photo credit: www.webmedjugorje.com

เริ่มเที่ยว Mostar กันเลยละกัน
สตาร์ทตอน 8 โมงครึ่ง ตอนนี้เรายังไม่มีเงินบอสเนียฯ เลยครับจึงลองเดินกลับไปที่สถานีรถบัส Autobuska stanica Mostar เพื่อหาร้านแลกเงิน ถามเรื่องรถเมล์ไป Blagaj และซื้อตั๋วรถบัสไป Konjic บ่ายนี้ด้วย (ตอนเช้าเส้นทางจากที่พักไปสถานีรถบัสก็ไม่ได้ดูน่ากลัวมาก ถ้าจะเลือกพักที่นี่ควรมาถึงก่อนมืดจะได้ไม่รู้สึกหวาดเสียวนะครับ)

5

6

สถานีรถบัสไม่มีร้านแลกเงิน เราจึงทำได้แค่ถามเจ้าหน้าที่ขายตั๋วว่าจะไป Blagaj ต้องขึ้นรถเมล์สาย 10 ที่ป้ายไหนเท่านั้น แต่ยังซื้อตั๋วอะไรไม่ได้เลย ไม่เป็นไร เดินเที่ยวไปหาร้านแลกเงินในเมืองไปพร้อมกันทีเดียวก็ได้

ออกจากสถานีรถบัสเดินไปทางซ้ายตามถนน Maršala Tita ไปทางทิศใต้ของเมืองประมาณ 400 เมตรก็เลี้ยวขวาเข้าถนน Braće Brkića ไปไม่ไกลก็ถึงจัตุรัส Trg Musala ตรงนี้เป็นจุดเริ่มต้นของถนนคนเดินเข้าสู่เมืองเก่าของมอสทาร์

photo credit: www.mappedplanet.com
photo credit: www.mappedplanet.com

จากจุดนี้ถ้าเดินไปทางแม่น้ำตามถนน Mostarskog bataljona ไปที่สะพาน Titov Most ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Gradsko kupatilo (Town Baths) ที่มีบริการนวด ทรีตเมนท์ สระว่ายน้ำ ยิม ฟิตเนส บิวตี้ซาลอนต่างๆ เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ 08.00-17.00 น. แต่เราไม่ได้เดินไปครับ

จาก Trg Musala เดินเข้าถนน Ose Grebe ถึงทางตันก็เลี้ยวซ้ายและเลี้ยวขวาเข้าถนน Braće Fejića

8

9

ตรงตามถนนสายหลักเข้าสู่ Stari Grad หรือเมืองเก่านี้ไปไม่ไกลก็เห็น Karađozbegova džamija (Karadjoz-Bey Mosque หรือ Karagöz Bey Mosque) มัสยิดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1557 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเติร์ก Kodža Mimar Sinan เปิดให้เข้าชม 08.00-12.30 น. และ 14.00-19.00 น.
ค่าเข้าชมมัสยิดราคา 5 BAM (2.50 ยูโร) ค่าเข้าชมมัสยิดและหอคอย (minaret) 10 BAM (5 ยูโร)

10

11

ตรงผ่านมัสยิด Karadjoz-Bey ตามถนน Braće Fejića นิดเดียว ทางขวามือคือถนน Bišćevića ulica ทางเข้าไปยัง Bišćevića Turska kuća (Bišćević Turkish house) Ottoman Residences ในช่วงศตวรรษที่ 16-19 เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 08.00-20.00 น. แต่เราไม่ได้เดินเข้าไปครับ

เดินตรงต่อไปจนเข้าถนน Ulica Mala Tepa นิดเดียวก็เห็นทางเข้ามัสยิดซึ่งเป็นจุดชมวิวสะพานเก่าของมอสทาร์ที่ดีที่สุด นั่นก็คือ Koski Mehmed-pašina džamija (Koski Mehmed-Pasha Mosque)

13

14

มัสยิดแห่งนี้เริ่มก่อสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 (ปีค.ศ. 1617) ริมแม่น้ำ Neretva สามารถเข้าชมได้ทุกวัน ยกเว้นวันศุกร์ ตั้งแต่ 09.00-22.00 น. ค่าเข้าชมมัสยิดและลงไปที่จุดชมวิวสะพานเก่าจากริมแม่น้ำราคา 6 BAM (3 ยูโร) ส่วนค่าเข้าชมมัสยิดและขึ้นหอคอย (minaret) ไปชมวิวสะพานเก่าจากจุดสูงสุดของเมืองราคา 12 BAM (6 ยูโร)

15

16

เราอยากได้ภาพมุมสูงที่เห็นแม่น้ำ Neretva และสะพานเก่า Stari Most ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่สุดของมอสทาร์อยู่เบื้องล่าง จึงเลือกเข้าชมมัสยิดและขึ้น minaret ไปชมวิวจากจุดสูงสุดของเมือง ตอนนั้นยังไม่มีเงินบอสเนียฯ (BAM หรือ KM) เลย จึงจ่ายเงิน 6 ยูโรไปแทน (ร้านค้า ร้านอาหาร และสถานที่ต่างๆ ของมอสทาร์ยินดีรับเงินยูโรนะครับ)

เข้าไปในมัสยิดและขึ้นบันไดวน 78 ขั้น ความกว้างของบันไดแค่ 1.3 เมตรเท่านั้น แคบมากและแต่ละขั้นก็ถี่มาก คนตัวใหญ่หรือสูงนี่เดินขึ้นลำบากเลย

17

แต่พอขึ้นไปถึงระเบียงชมวิวบน minaret ก็พบกับ “the most beautiful view of the old bridge” สมคำกล่าวที่ป้ายก่อนเข้าประตูมัสยิดเลยครับ จุดนี้คือจุดถ่ายรูปสะพานเก่า Stari Most ที่ยอดเยี่ยมที่สุดจริงๆ ยืนถ่ายรูปรอบทิศและวีดีโอเป็นสิบนาทีเลย

18

19

20

ลงจาก minaret ผ่านประตูกั้นลงไปถ่ายรูปสะพานเก่าจากริมแม่น้ำได้ด้วย แต่จุดนี้ไม่แจ่มเท่ากับถ่ายจากบนหอคอยครับ ได้ภาพสมใจอยากแล้วก็เดินไปเที่ยวที่อื่นต่อ แน่นอนว่าที่หมายของเราคือ Stari Most

21

จริงๆ ที่ถนน Maršala Tita ซึ่งขนานกับถนน Mala Tepa มีมัสยิดชื่อ Nesuh-age Vučjakovića džamija (Nesuh-Aga Vučjaković Mosque) มัสยิดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตอนกลางศตวรรษที่ 16 เป็นที่รู้จักกันในนาม ‘mosque under the lime-tree’ อยู่ห่างจากมัสยิด Koski Mehmed-Pasha 150 เมตร แต่เราไม่ได้เดินไปที่นั่น

22

ออกจากเขตมัสยิด Koski Mehmed-Pasha เดินไปทางขวาตามถนน Mala Tepa เข้าถนน Kujundžiluk ก็เจอร้านรับแลกเงิน เดินเที่ยวไปหาร้านไปตั้งนานกว่าจะเจอ ค่อยยังชั่วหน่อยจะมีเงินบอสเนียฯ ใช้แล้ว เข้าไปในร้านแลกเงิน 50 ยูโร ได้เงิน konvertibilna marka (KM หรือ BAM) มา 96.30 BAM อัตราแลกเปลี่ยนคือ 1 ยูโร = 1.95583 BAM
(เรทที่เราคิดมาก่อนคือ 1 ยูโร = 1.96 BAM, 1 BAM = 0.51 ยูโร, 1 BAM = 19.80 บาท โดยประมาณ) ถือเป็นเรทที่ดีมาก แต่ถูกหักค่าอะไรสักอย่าง (provizija) เล็กน้อย

เดินตามถนน Kujundžiluk แถวนี้คือ Stara čaršija (Old Bazaar) ซึ่งเต็มไปด้วยร้านขายสินค้าพื้นเมืองสไตล์แขกและร้านอาหาร ได้ฟีลเหมือนกำลังเดินอยู่ในตุรกีเลยครับ ผมชอบเมืองเก่าแบบแขกๆ มากเลย

24

25

เดินไปไม่ไกลก็ถึง Stari Most (Old Bridge) สะพานโบราณอายุกว่า 400 ปีสร้างข้ามแม่น้ำ Neretva โดยชาว
ออตโตมันตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ที่นี่คือไฮไลต์สำคัญที่สุดของมอสทาร์ สะพานแห่งนี้ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปีค.ศ. 2004 หลังพังเสียหายในช่วงสงคราม Croat–Bosniak เมื่อปีค.ศ. 1993
(ระยะทางจากสถานีรถบัสถึง Stari Most ประมาณ 1.4 กิโลเมตร)

26

สะพานมีความยาวราว 30 เมตร กว้าง 4 เมตร และสูงกว่า 20 เมตร เป็นสุดยอดผลงานการก่อสร้างแบบอิสลามใน
บอลข่านที่นี่นิยมใช้เป็นสถานที่วัดความกล้าด้วยการกระโดดลงสู่แม่น้ำด้านล่าง แต่ตอนนี้มีรั้วเหล็กกั้นไม่ให้ปีนสะพานไปกระโดดลงแม่น้ำครับ

27

ข้ามสะพานไปยังอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ Neretva

28 29 30

เลี้ยวซ้ายเดินตามถนน Jusovina ไม่ไกลก็ถึง Kriva Ćuprija (Crooked Bridge) สะพานหินเก่าแก่ข้ามแม่น้ำ Radobolja สะพานนี้เป็นจุดท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของมอสทาร์

31

ชมวิวแม่น้ำ Radobolja จากบนสะพานครับ

32 33

ข้ามสะพานเดินไปทางหอคอยของมัสยิดเข้าถนน Onešćukova ulica ผ่าน Hamam (Turkish Bath)

34 35 36

วนกลับไปข้ามสะพาน Stari Most เข้าถนน Kujundžiluk เหมือนเดิม เดินกลับทางเดิมไปทางทิศเหนือของเมืองผ่าน Stara čaršija (Old Bazaar)

37

ตรงต่อเข้าถนน Ulica Mala Tepa ผ่านทางเข้ามัสยิด Koski Mehmed-Pasha ลองเลี้ยวขวาและเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Maršala Tita ตรงกลับไปที่สถานีรถบัสเกือบ 11 โมง

38

39
photo credit: www.fortuna.ba

เข้าไปในอาคารสถานีซื้อตั๋วรถบัสไป Konjic รอบ 15.00 น. ไว้ก่อนเลย เราบอกคนขายว่าจะซื้อตั๋วไปคอนยิช แต่นางฟังไม่รู้เรื่อง สงสัยเราจะออกเสียงผิดครับ จึงยื่นกระดาษที่เขียนชื่อเมืองให้ดูซะเลย นางออกเสียงตอบกลับมาฟังคล้ายๆ ว่า “ก้อนยิช” เสียงโทนต่ำ 55 ตั๋วรถบัส Mostar-Konjic ราคา 9.50 BAM + ค่าบริการ (Stani Rna usluga) อีก 1 BAM รวมเป็น 10.50 BAM ครับ

เช็คเวลารถบัสได้ที่ Bosnia & Herzegovina bus

40

ต่อไปเราจะไปหมู่บ้าน Blagaj ครับ

ออกจากอาคารสถานีรถบัส ข้ามถนนเลี้ยวขวาไปรอรถเมล์ที่ป้าย ยืนดูป้ายบอกเวลารถเมล์สาย 10, 11, 12 ที่สามารถไป Blagaj ได้ รถเมล์สาย 10 และ 11 จะไปลงใกล้หมู่บ้าน Blagaj กว่าสาย 12 ที่จะเลี้ยวขวาก่อนถึงหมู่บ้านประมาณ 1.2 กิโลเมตร แต่รถเมล์สาย 10 เพิ่งจะผ่านไปตอน 11.00 น. ส่วนสาย 11 จะมาถึงตอน 12.00 น. เราเลยต้องขึ้นสาย 12 ที่จะมาถึงป้าย 11.30 น. ไป Blagaj แม้ว่าจะต้องลงก่อนถึงหมู่บ้านแล้วเดินอีกเป็นกิโล ยังไงก็ต้องรีบไปให้ถึงก่อนเพราะต้องกลับมอสทาร์เพื่อเดินทางต่อไปเมือง Konjic ตอนบ่ายสามโมง

41

ขึ้นรถเมล์สาย 12 จ่ายค่ารถให้คนขับ 2.10 BAM รถเมล์จอดป้ายที่ Trg Musala ด้วย นั่งไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมงก็ลงรถที่ป้ายหน้าโรงเรียนอนุบาลก่อนที่รถจะเลี้ยวขวาแยกไปอีกทางหนึ่ง

42

แล้วเดินตรงตามถนนหลักเข้าสู่ตัวหมู่บ้าน (kasaba) Blagaj ออกเสียงว่า “บลาไกจ์” วันนี้แดดจัดมากเลย อากาศอย่างร้อน เดินผ่าน Hotel Blagaj ไปไม่ไกลก็เห็น Tourist Information (ระยะทางประมาณ 600 เมตร)

43

ตรงต่อไปเรื่อยๆ เลียบแม่น้ำ Buna ไม่นานก็เห็นวิวน้ำตกสีเขียวมรกตไหลออกจากถ้ำที่ภูเขาสูงลงสู่แม่น้ำ Buna

44 45 46

บริเวณนี้เรียกว่า Tekija u Blagaju (Muslim Monastery in Blagaj) หรือเรียกสั้นๆ ว่า Blagaj Tekija ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างเก่าแก่อยู่ริมแม่น้ำที่ได้รับการสงวนรักษาให้เป็น Nacionalni Spomenik (National Monument) มรดกชิ้นสำคัญของประเทศ

47 48

สิ่งก่อสร้างสำคัญที่สร้างอยู่ตามชะง่อนผาหน้าถ้ำคือ Blagaj Tekke (Blagaj Dervish House) หรือ Sufi Monastery สร้างขึ้นในสมัยอาณาจักรออตโตมันประมาณปีค.ศ. 1520 โดยได้บูรณะครั้งใหญ่เมื่อปีค.ศ. 1851 ต้องเสียค่าเข้าชม 2 ยูโร

49 50

ได้เวลาอาหารกลางวันพอดี ข้ามสะพานไปนั่งโต๊ะที่วิวยอดเยี่ยมที่สุดของ Restoran Vrelo อยู่เหนือน้ำตกเลยครับ

51 52

จัดการสั่ง Pileći fileti (Chicken steak) ที่มีเครื่องเคียงเป็นเฟรนช์ฟราย (pomfrit) ผัก (Povrće) และข้าว (riža) จานนี้ราคา 10 BAM กินไปชมวิวน้ำตกและถ้ำไป มีความสุขเจงๆ ครัช 😀

53 54

ก่อนบ่ายโมงครึ่งก็เดินกลับทางเดิมเลย Tourist Information ตรงไปที่ป้ายรถเมล์สาย 10 และ 11

55 56

ยืนดูเวลารถเมล์ที่ป้ายแล้วกว่ารถเมล์สาย 11 จะมาถึงป้ายคือ 15.00 น. ส่วนสาย 10 จะมาถึงตอน 18.40 น. เวลารถเมล์ขากลับมอสทาร์ไม่ลงตัวกับแผนของเราที่จะนั่งรถบัสจากมอสทาร์ไปเมือง Konjic ตอนบ่ายสาม ถ้าเราค้างคืนที่มอสทาร์อีกคืนก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ

57

ทำไงดี? จะกลับมอสทาร์ยังไง? มีวิธีสุดท้ายคือเรียกแท็กซี่ครับ แต่ยืนมองไปรอบๆ แถวนี้ไม่น่ามีแท็กซี่ผ่านมาเลย เงียบแบบแทบไม่มีรถแล่นผ่าน ตัดสินใจเดินกลับไปที่ Torist Information ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยโทรเรียกแท็กซี่ไปส่งที่มอสทาร์ให้หน่อย เค้าใจดีมากครับช่วยโทรให้เรา แต่ไม่มีแท็กซี่อยู่ใกล้ๆ Blagaj เลย เค้าจึงลองเดินไปที่ร้านอาหารแถวนั้นและถามว่าใครจะช่วยไปส่งที่มอสทาร์ได้บ้าง แล้วก็มีหนุ่มใจดีตกลงไปส่งเราโดยคิดราคาเหมาจ่ายไปเลย 10 ยูโร (จ่ายเป็นเงินยูโรนะครับ) ขับประมาณ 15 นาทีไปส่งที่เชิงสะพานหน้าถนน Lacina ทางเดินไปที่พักเลย

58

เข้าไปเอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้แล้วเดินไปสถานีรถบัส Autobuska stanica Mostar เพื่อขึ้นรถบัส Autoprevoz-Bus ไป Konjic ซึ่งจะออกเดินทางในเวลา 15.00 น. จ่ายค่ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 1 BAM แล้วขึ้นรถไปหาที่นั่ง
(สองเมืองนี้สามารถเดินทางโดยรถไฟซึ่งมีราคาถูกกว่าได้เช่นกัน แต่เวลาไม่สะดวกเท่ากับรถบัสที่มีหลายรอบกว่า
เช็คเวลารถไฟจากเว็บไซต์ของการรถไฟบอสเนียได้ที่ Bosnia & Herzegovina train)

59

Konjic อยู่ห่างจากมอสทาร์ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 83 กิโลเมตร นั่งรถบัส 1 ชั่วโมง 15 นาทีก็ถึง

photo credit: ejatlas.org
photo credit: ejatlas.org

จุดที่เราลงนี้ไม่ใช่สถานีรถบัส เป็นแค่ท่าจอดรถบัสใหญ่ มิน่าใน google map จึงระบุพิกัดไม่ได้ ตอนนี้เราอยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำ Neretva พิกัดประมาณนี้ครับ

61

เดินตรงไปข้ามสะพานที่อยู่ข้างหน้าข้ามแม่น้ำไปแล้วเลี้ยวขวาเข้าถนนใหญ่ชื่อ Maršala Tita เดินอีกไม่ไกลไปเช็คอินที่ Hotel Oaza โรงแรมนี้ดีมากทั้งทำเล ห้องพัก ร้านอาหาร และราคา ห้องพักสำหรับ 2 คนราคาคืนละ 50 ยูโร แต่ไม่มีอาหารเช้าให้ครับ

62

5 โมงเย็น ท้องฟ้ายังสว่างใสอยู่ ออกไปเดินเล่นชมเมืองเก่าของ Konjic (Коњиц) เบาๆ เมืองเล็กๆ นี้มีชื่อเสียงเรื่องงานฝีมือไม้แกะสลัก (woodcarve) และเป็นจุดตั้งต้นในการเดินทางขึ้นไปยัง Lukomir หมู่บ้านที่ในตำนานท้องถิ่นบอกเล่าว่าเป็นจุดกำเนิดมังกรบอสเนียตั้งอยู่บนเทือกเขา Bjelašnica ที่ระดับความสูง 1,495 เมตรจากระดับน้ำทะเล นับเป็นหมู่บ้านที่อยู่สูงที่สุดของประเทศ รวมทั้งห่างไกลความเจริญมากที่สุดอีกด้วย การเดินทางไปหมู่บ้านลูโคเมียร์ต้องซื้อทัวร์จาก Konjic ซึ่งจะต้องออกตั้งแต่เช้าและกลับเย็นเลย เราไม่มีเวลาพอจึงไม่ได้ขึ้นไปครับ ขอเอาภาพมาให้ชมแทนละกัน

แต่ก่อนจะเดินเที่ยวชมเมือง ขอเดินไปสำรวจดูสถานีรถไฟซึ่งเราจะต้องมาขึ้นรถไฟเข้าเมืองหลวงคือ Sarajevo พรุ่งนี้เช้าและซื้อตั๋วรถไฟล่วงหน้าไว้เลย

ออกจากโรงแรม เดินไปทางขวากลับไปทางสะพานที่ข้ามมาเมื่อสักครู่ แต่ไม่ต้องเลี้ยวซ้ายข้ามแม่น้ำไป เดินข้ามถนนตรงไปที่ทางเข้า Željeznička stanica Konjic หรือสถานีรถไฟคอนยิชเลย สถานีรถไฟเงียบมาก ไม่มีคนขายตั๋ว เหมือนว่าปิดแล้ว ยืนอ่านป้ายแสดงขบวนรถไฟและเวลาอีกทีเพื่อความชัวร์ว่าข้อมูลที่เช็คมาถูกต้องแน่นอน

64 65

จากนั้นก็เดินกลับไปที่สะพานข้ามแม่น้ำ Neretva ลงไปที่ถนนเลียบริมแม่น้ำเดินไปทางทิศใต้ของเมืองไม่ไกลก็ถึง Stari kameni most u Konjicu (Стари Камени мост) ที่แปลว่า Old stone bridge in Konjic สะพานหินเก่าแก่นี้สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1682 เป็นแลนด์มาร์คของคอนยิช

66 67

มองข้ามแม่น้ำไปทางขวามือคือมัสยิด Junuz-čauševa džamija

68 69

ส่วนทางซ้ายคือ Hotel Konak อาคารเตี้ยๆ ทางขวาของโรงแรมคือ Zavičajni muzej (Heritage Museum)

70

ข้ามสะพานหินไปแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Stara čaršija ก็ถึงด้านหน้าของ Zavičajni muzej (Heritage Museum) พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมชิ้นงานทางชาติพันธุ์วิทยาของคนท้องถิ่น Herzegovina ในสมัยก่อนมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการให้ผู้ที่ชื่นชอบเรื่องราวของประวัติศาสตร์ มรดกทางธรรมชาติ ประเพณี และวัฒนธรรม ได้ศึกษา

พิพิธภัณฑ์นี้ก่อตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2011 ประกอบด้วยส่วนแสดงนิทรรศการ แกลเลอรี่ บ้านเกิดของ Zulfikar Zuko Džumhur และห้องสมุด โดยเปิดให้เข้าชมในเดือนเม.ย.-ต.ค. ทุกวัน 09.00-16.30 น., พ.ย.-มี.ค. วันจันทร์-ศุกร์ 10.00-14.00 น.
ข้อมูลจาก visit Zavičajni muzej

71

เดินลงไปถ่ายรูปสะพานเก่าที่ริมแม่น้ำ Neretva ใกล้ๆ กับโรงแรม Konak

72 73

ข้ามสะพานกลับไปที่ฝั่งเดิมแล้วเลี้ยวซ้ายเดินกลับโรงแรมไปกิน burek และ sirnica ที่เล็งไว้ตั้งแต่แรกแล้ว

74

burek (บูเร็ค) คือ street food ยอดนิยมในแถบบอลข่านที่ได้รับอิทธิพลมาตั้งแต่ยุคออตโตมัน มีลักษณะเป็นแป้งบางๆ ที่สอดไส้ด้วยเนื้อสับ สามารถรับประทานได้ทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นพร้อมโยเกิร์ตในช่วงเช้าหรือกินกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงค่ำ ถ้าเป็นไส้ชีสจะเรียกว่า sirnica และมีไส้ผักโขมด้วย

75

สั่ง burek ชิ้นละ 2.50 BAM (ประมาณ 50 บาท) และ sirnica ชิ้นละ 2 BAM มาลองชิม burek อร่อยมาก แต่ sirnica ไม่ค่อยโดนเพราะเลี่ยนชีสไปหน่อย อาหาร 2 ชิ้นนี้ดูเหมือนไม่เยอะน่าจะไม่อิ่ม แต่ที่ไหนได้โคตรจะอิ่มเลยครับ แต่ยังไม่วายขอจัดเค้ก Havana-Torta หน้าตาน่ากินแถมราคาอย่างถูกแค่ 2 BAM เอง อิ่มหนักมาก 555

76

77

คืนนี้ได้นอนเร็วกว่าทุกวัน 5 ทุ่มครึ่งหัวก็ถึงหมอนแล้ว

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต