เที่ยวเอง ‘Россия’ รัสเซีย…ไม่ไป ไม่ได้แล้ว ตอนที่ 2 “Moscow” เปิดโลกหลังม่านเหล็กอันงดงามอลังการ

เที่ยวเอง รีวิว มอสโก รัสเซีย Moscow Russia

เที่ยวเอง รัสเซีย

Itinerary Moscow

ตอนที่แล้วเรานอนในตู้นอนของรถไฟ night train จากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กข้ามคืนและเดินทางมาถึงกรุง
มอสโกตอน
เช้าตรู่ของวันที่ 3 ในรัสเซียครับ
‘Россия’ รัสเซีย…ไม่ไป ไม่ได้แล้ว ตอนที่ 1 “Sankt-Peterburg” ราชินีแห่งยุโรปเหนือผู้ยิ่งใหญ่และเลอค่า

1

7 โมงตรง  รถไฟเข้าจอดสุดทางที่สถานีรถไฟ Moskva Leningradskaya (Москва Ленинградская) หรือ Leningradsky vokzal (Ленингра́дский вокза́л)
(ในเว็บไซต์การรถไฟรัสเซีย Russia train ใช้ชื่อว่า Moskva Okt ที่ย่อมาจาก Oktjabrskaya)
ลองดูวิธีการซื้อตั๋วรถไฟได้จากรีวิวตอนแรกนะครับ

2.1

ลงจากรถไฟ เดินลากกระเป๋าออกไปนอกสถานีซึ่งมีบันไดลงไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Komsomolskaya (Комсомольская) สถานีนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในฐานะสถานีรถไฟใต้ดินที่งดงามที่สุดในบรรดา 150 สถานีทั่วมอสโกด้วยการตกแต่งสไตล์บาโรค เพดานโค้งขนาดใหญ่และชานเดอเลียร์อันประณีตคือจุดเด่นของสถานีนี้ แต่เมื่อลงไปเห็นด้วยตาจริงๆ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าสวยงามมากตามคำร่ำลืออะไร อาจจะเป็นเพราะยังง่วงๆ เพลียๆ กับการเดินทางอยู่มั้งครับ 😛

ตอนนี้เราอยู่ตรงนี้ครับ
อัพเดทแผนที่รถไฟใต้ดินของมอสโกได้ที่ Moscow metro map

3.1

เดินไปซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินแบบ 10 rides ราคา 265 รูเบิ้ล ได้บัตรกระดาษขนาดเท่านามบัตรมา 1 ใบสำหรับใช้สแกนผ่านประตู แต่เรามีกระเป๋าเดินทางใหญ่มาด้วยซึ่งตามข้อมูลที่ค้นมาจะต้องเสียค่ารถไฟใต้ดินเป็น 2 ครั้งดับเบิ้ล หรือที่เรียกว่าตั๋ว 1 ride and 1 passenger-luggage แต่ช่องทางเข้าแคบมากแบบไม่น่าจะลากกระเป๋าผ่านได้ เราจึงขอเจ้าหน้าที่ผ่านทางพิเศษซึ่งก็ต้องสแกนบัตรก่อน ปรากฏว่ายอดจำนวนเที่ยวในตั๋วลดจาก 10 เที่ยว เหลือ 9 เที่ยว ไม่ใช่ 8 เที่ยว โชคดีไปประหยัดค่ารถได้เที่ยวนึง

photo credit: abali.ru
photo credit: abali.ru

สมัยที่เราไปนั้น ตั๋วรถไฟใต้ดินในมอสโกมีหลายราคา ได้แก่ 1 ride ราคา 28 รูเบิ้ล, 2 rides 56 รูเบิ้ล, 1 ride and 1 passenger-luggage ราคา 56 รูเบิ้ล ตั๋ว 3 ชนิดนี้มีอายุ 5 วันนับตั้งแต่วันที่ซื้อ, ตั๋ว 5 rides ราคา 135 รูเบิ้ล, 10 rides 265 รูเบิ้ล และ 20 rides 520 รูเบิ้ล ตั๋ว 3 ชนิดนี้มีอายุ 45 วันนับตั้งแต่วันที่ซื้อ

แต่ปัจจุบัน ค่ารถไฟใต้ดินของมอสโกแพงขึ้นเยอะเลยครับ

5

เทียบราคาค่ารถไฟใต้ดินเป็นภาษารัสเซียกับภาษาอังกฤษให้ครับเผื่อคุยกับคนขายตั๋วไม่รู้เรื่องจะได้ยื่นกระดาษภาษารัสเซียให้อ่านเลย รับรองซื้อตั๋วไม่ผิดชนิดชัวร์
อัพเดทราคาได้ที่ Moscow metro fare

6

สำหรับนักท่องเที่ยว ขอแนะนำให้ซื้อตั๋ว 1 วัน (Без лимита поездок 1 сутки) ราคา 210 รูเบิ้ล ใช้โดยสารรถไฟใต้ดินได้ไม่จำกัดภายใน 24 ชั่วโมงนับตั้งแต่เวลาที่ใช้ครั้งแรก หรือถ้าอยู่ในมอสโก 2-3 วันก็ซื้อตั๋ว 3 วัน (Без лимита поездок 3 суток) ราคา 400 รูเบิ้ล ไปเลยครับ คุ้มที่สุด

ตอนผมไปมอสโกครั้งที่ 2 ซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินแล้วได้เป็นบัตรที่เขียนว่า Единый проездной для проезда в метро, трамвае, автобусе, троллейбусе в г. Москве คือตั๋วเที่ยวเดียวสำหรับใช้โดยสารรถไฟใต้ดิน รถราง รถเมล์ และ trolley bus ในมอสโก เทียบราคาแล้วก็คือตั๋วแบบ 1 ride (1 поездка) หน้าตาตั๋วหรือบัตรเป็นแบบนี้ครับ

photo credit: ria.ru
photo credit: ria.ru

จากสถานีรถไฟใต้ดิน Komsomolskaya นั่งรถไฟใต้ดินสาย Sokolnicheskaya (สีแดง) 4 สถานีไปที่สถานี Okhotny ryad (Охотный ряд) ใจกลางเมือง เดินตามทางเชื่อมใต้ดินไปที่สถานี Teatralnaya (Театральная) ต่อสาย Zamoskvoretskaya (สีเขียวเข้ม) อีก 1 สถานีไปที่สถานี Tverskaya (Тверская) ซึ่งเป็นสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้กับที่พักของเราในคืนนี้มากที่สุด

ป้ายบอกทางหรือชื่อสถานีที่สถานีรถไฟใต้ดินของมอสโกส่วนใหญ่ไม่มีภาษาอังกฤษครับ ถ้ามัวแต่มาเทียบตัวอักษรภาษารัสเซียคงไม่ไหวแน่เพราะขืนมัวยืนอ่านป้ายเงอะๆ งะๆ เกะกะขวางทางคงจะโดนคนมอสโกรำคาญเอาแน่ๆ คนที่นี่เค้ารีบเร่งเดินกันอย่างรวดเร็วมากชนิดไม่สนใจใครเลย

วิธีการที่ง่ายกว่าคือใช้การดูสีของขบวนรถไฟใต้ดินแต่ละสายซึ่งมีทั้ง 12 สาย 12 สีครับ

photo credit: russianreport.wordpress.com
photo credit: russianreport.wordpress.com

พอออกประตูสถานีมาก็เห็นทางขึ้นหลายทาง เราตัดสินใจขึ้นบันไดทางขวามือไปก่อนแล้วค่อยถามทางไปโรงแรม Inga Hotels Moscow จากคนแถวนั้น แล้วเดินตามหาโรงแรมอยู่นานเป็นชั่วโมงกว่าจะหาเจอเพราะที่อยู่ไม่ชัดเจน ถามคนแถวนั้นหลายคนก็ตอบมั่วๆ บ้าง พูดไม่รู้เรื่องบ้าง แถมเมื่อไปถึงหน้าโรงแรมแล้วกดกริ่งเรียกให้เปิดประตูก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ ทดลองกดรหัสเรียกหลายรอบก็ยังไม่ถูก ยืนรออยู่นานแล้วไม่มีทีท่าว่าจะเข้าไปข้างในได้ เลยตัดสินใจโทรหาเจ้าของโรงแรมให้เปิดประตูให้ แต่ก็คุยกันไม่รู้เรื่องอีก เจ้าของโรงแรมพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ตอนนี้มึนกันหมดเลย ไม่รู้จะหาทางเข้าโรงแรมได้ยังไง นึกขึ้นมาได้ว่ายามที่ป้อมแถวนั้นซึ่งเราเคยไปถามทางมาทีนึงแล้วพอคุยกับเรารู้เรื่องบ้าง เลยไปขอให้ช่วยโทรไปที่โรงแรมหน่อย สุดท้ายก็ได้คำตอบว่าให้กดรหัส B2 เพื่อเรียกคนให้เปิดประตู

เราจึงกลับไปที่โรงแรมแล้วทำตามคำบอกของยาม แต่ก็ยังคงไม่มีสัญญาณตอบรับอยู่ดี ยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่ แต่โชคดีเหลือเกิน ขณะนี้เรากำลังพยายามสุ่มกดรหัสมั่วๆ อยู่ ก็มีคนเปิดประตูออกมา เราจึงรีบยันประตูและขนกระเป๋าเข้าไปด้านใน จังหวะนั้นชายเจ้าของโรงแรมก็ลงมาข้างล่างพอดีเสมือนรู้ว่าจะมีแขกมาเช็คอิน เค้าพาเราขึ้นลิฟท์ไปชั้น 5 ถ้าเค้าไม่ลงมารับ เราก็ไม่รู้อยู่ดีว่าจะต้องขึ้นไปที่ชั้นไหนเพราะไม่มีป้ายอะไรบอกไว้เลย

เวลา 9 โมงครึ่ง เราก็ถึงโรงแรมเสียที Inga Hotels Moscow เป็นโรงแรม 2 ดาว อยู่ในซอยย่อยของถนน Tverskaya ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินประมาณ 300 เมตร และห่างจากจัตุรัสแดง 1.2 กิโลเมตร ห้องพักสำหรับ 3 คน ราคาคืนละ 3,300 รูเบิ้ล แต่ไม่มีอาหารเช้าให้ ส่วนห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวมแต่สะอาด มีอ่างอาบน้ำ โรงแรมนี้เหมือนเป็นอพาร์ตเมนท์ส่วนตัว แล้วแบ่งซอยเป็นห้องย่อยๆ ประมาณ 3-4 ห้องให้แขกพักครับ

9

10 โมงเช้าพอดี พร้อมออกเที่ยวชมกรุงมอสโกหรือ Moscow (Москва) เมืองหลวงของประเทศรัสเซีย เริ่มต้นถนน Tverskaya ด้านหน้าโรงแรม เดินลงไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Tverskaya (Тверская) ใช้ตั๋วรถไฟใต้ดินที่ยังเหลืออยู่ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Zamoskvoretskaya (สีเขียวเข้ม) ไปที่สถานี Novokuznetskaya (Новокузнецкая) ขึ้นจากสถานีแล้วลองถามทางคนแถวนั้นดู จากนั้นก็เดินเกือบ 10 นาทีไปยัง Gosudarstvennaâ Tret´âkovskaâ Galereâ (The State Tretyakov Gallery) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรัสเซียซึ่งเปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ 10.00-18.30 น. ต้องเข้าชมก่อนเวลาปิด 1 ชั่วโมง ค่าเข้าชม 450 รูเบิ้ล
อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Tretyakov Gallery

10

ท้องฟ้าเริ่มครึ้ม เมฆฝนเริ่มดำ เราต้องรีบเดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Novokuznetskaya เพื่อเดินทางกลับไปยังจัตุรัสแดง ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Zamoskvoretskaya (สีเขียวเข้ม) เหมือนเดิมย้อนกลับไป 1 สถานีก็ถึงสถานี Teatralnaya (Театральная) เดินออกทางออกอะไรสักทางไปก็เห็นกำแพงอิฐแดงของ Moskovskiy Kreml (Московский Кремль) หรือมอสโกเครมลินที่บริเวณจัตุรัสแดงแล้ว

11

เดินมุ่งหน้าสู่จัตุรัสแดงท่ามกลางสายฝนแรงปานกลาง แต่วันนี้ดูเหมือนว่าจะเข้าไปยังลานของจัตุรัสไม่ได้ มันมีรั้วและตำรวจกั้นไม่ให้เข้าไปข้างในเพราะจะมีการจัดงานวันชาติรัสเซียจึงต้องวางกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา ถือเป็นโชคร้ายของเราจริงๆ มามอสโกแต่เข้าจัตุรัสแดงไม่ได้ #ร้องไห้หนักมาก

12

Krásnaya Ploschad (Красная Площадь) หรือจัตุรัสแดง (บอกคนรัสเซียว่า Red Square เค้าก็เข้าใจครับ) เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองรัสเซีย จัตุรัสแดงเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญ ได้แก่
พระราชวังเครมลิน มหาวิหารเซนต์บาซิล สุสานเลนิน และห้างสรรพสินค้าแห่งสหภาพโซเวียตเดิม

เดินอ้อมรอบๆ แนวกำแพงหาทางเข้าไปหลบฝนใน Glavnyi Universalnyi Magazin หรือห้างสรรพสินค้า GUM (ГУМ) สุดหรูซึ่งมีช็อปแบรนด์เนมมากมาย เดินชมการตกแต่งภายในอาคารอย่างปราณีตบรรจง เด่นที่หลังคาโค้งโปร่งแสงทำให้อาคารดูสว่างและกว้างขวางโอ่อ่า

13

เดินไปอีกด้านหนึ่งของห้าง GUM มองไปจะเห็นมหาวิหารเซ็นต์บาซิลสวยเด่นอยู่ไม่ไกล ยืนหลบฝนอยู่ร่วมครึ่งชั่วโมงก็ไม่มีทีท่าว่าฝนจะเบาลงเลย ยิ่งนานยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องตัดสินใจฝ่าฝนเดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดินเพื่อกลับโรงแรมไปเช็คอินตอนบ่ายโมงตามที่บอกเจ้าของโรงแรมไว้

14

กลับถึงสถานีรถไฟใต้ดิน Tverskaya แวะซื้อเบอร์เกอร์เอาไปกินที่ห้อง เช็คอินเข้าห้องไปเก็บกระเป๋า ตากของที่เปียกเละ ทำตัวให้แห้ง และนั่งพักเหนื่อยรอฝนหยุดก่อนค่อยออกไปเที่ยวมอสโกอีกครั้ง ฝนหยุดเมื่อไหร่ก็ไปเมื่อนั้นแหละ

รอจนถึงบ่ายสองโมงครึ่ง ลองเปิดหน้าต่างไปดูว่าฝนเบาลงยัง สภาพอากาศดีขึ้นมาก ได้เวลาออกไปเที่ยวแล้ว เย่ๆ!

เราเดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Tverskaya อีกครั้ง เดินตามทางเชื่อมไปโผล่ที่สถานี Chekhovskaya (Чеховская) นั่งรถไฟใต้ดินสาย Serpukhovsko-Timiryazevskaya (สีเทา) 1 สถานีไปที่สถานี Borovitskaya (Боровицкая) แล้วเดินเชื่อมต่อไปยังสถานี Arbatskaya

photo credit: engl.mosmetro.ru
photo credit: engl.mosmetro.ru

Arbatskaya (Арбатская) เป็นสถานีรถไฟใต้ดินที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของมอสโก มีความลึก 41 เมตร สถานีนี้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นบังเกอร์หลบภัย หลังจากสตาลินเสียชีวิตลง 1 เดือน Arbatskaya ได้รับการเชิดชูให้เป็นสถานีที่มีเอกลักษณ์การออกแบบในสไตล์ Stalinist Baroque ที่สมบูรณ์แบบ

16

ทีแรกเรากะจะไปเดินเล่นที่ถนน Arbat (Арбат) ก่อน แต่พอขึ้นมาจากสถานีก็เห็นแนวกำแพงอิฐของเครมลินอีกครั้ง ตอนนี้ท้องฟ้าสดใสและแดดจ้าหลังฝนหยุดจึงเปลี่ยนใจขอเดินเที่ยวรอบๆ เครมลินก่อนแม้ว่าจะเข้าไปในบริเวณจัตุรัสแดงไม่ได้ก็ตาม กลัวว่าถ้ากลับมาตอนเย็นท้องฟ้าอาจจะไม่สวยสดขนาดนี้

17

Troitskaya bashnya (Troitskaya Tower) หอคอยซึ่งเป็นประตูทางเข้าหลักสำหรับนักท่องเที่ยวอยู่ข้างหน้าเราแต่มีรั้วสูงกั้นไม่ให้เข้าไปด้านใน

18

เดินไปทางซ้ายมือผ่านอาคาร Kremlin Arsenal (Арсенал Московского Кремля) ที่มีหอคอยชื่อ Srednyaya Arsenalnaya bashnya (Средняя Арсенальная башня)

19

ส่วนทางซ้ายมือคือ Aleksandrovsky Sad (Александровский сад) หรือสวนของพระเจ้าซาร์ อเล็กซานเดอร์

20

เดินต่อไปจนถึง Uglovaya Arsenalnaya bashnya (Угловая Арсенальная башня) หอคอยสูงอยู่ที่
หัวมุมกำแพงเครมลินซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดเขตเครมลินฝั่งตะวันตก

21

เห็นลานโล่งกว้างของ Manezhnaya ploschad (Манежная площадь) หรือ Manege Square จัตุรัสกลางเมืองสำคัญอีกแห่งของมอสโก ที่นี่เป็นที่ตั้งของ Gosudarstvenny istoricheskiy muzyey (Государственный исторический музей) ซึ่งก็คือ State Historical Museum หรือ Russian Historical Museum เป็นอาคารสถาปัตยกรรมแบบรัสเซียนสีแดงอิฐอันงดงาม
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ visit Russian Historical Museum

แถวๆ นี้เต็มไปด้วยแผงขายของที่ระลึกมากมาย ราคาไม่แพงเลยโดยเฉพาะตุ๊กตาแม่ลูกอ่อนของรัสเซียหรือ Matryoshka doll

22

ถ้ามองลอดโค้งประตูหอคอยคู่ที่อยู่ด้านข้างของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติรัสเซียไปก็จะเห็นจัตุรัสแดงและ Mavzoléy Lénina (Мавзоле́й Ле́нина) หรือ Mausoleum of V.I. Lenin สุสานเลนินซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานของผู้นำพรรคบอลเชวิคที่ปัจจุบันล่มสลายไปกับความยิ่งใหญ่ของสหภาพโซเวียต เลยไปอีกไกลๆ ก็คือมหาวิหารเซนต์บาซิลนั่นเอง

23

เราต้องเดินอ้อมรอบนอกของจัตุรัสแดงเพราะไม่สามารถเดินผ่านเข้าไปในบริเวณจัตุรัสได้ เดินไปเจอห้าง GUM (ГУМ) อีกครั้ง เข้าไปข้างในห้างเพื่อเดินลัดไปออกอีกประตูหนึ่งซึ่งเป็นประตูที่ออกไปยังถนนด้านข้างของเซนต์บาซิลที่เมื่อเช้าเราก็มากันแล้ว

photo credit: www.pinterest.com
photo credit: www.pinterest.com

เดินไปชมสถานที่สำคัญที่สุดในบริเวณจัตุรัสแดงคือ Svyatoy Vasily Blazhenny ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม Cathedral of the Protecting Veil of the Mother of God หรือ Cathedral of St. Vasily the Blessed (Собор Василия Блаженного) หรือ St. Basil’s Cathedral (Храм Василия Блаженного)

มหาวิหารเซนต์บาซิลคือหนึ่งในสัญลักษณ์ของกรุงมอสโกสร้างขึ้นโดยพระเจ้าอีวานเมื่อปีค.ศ. 1555-1561 ถือเป็นโบสถ์รัสเซียนออร์โธด็อกซ์ที่งดงามที่สุดในโลก ด้านหน้าของมหาวิหารมีอนุสาวรีย์ของ Minin และ Pozharsky ตั้งอยู่ ปัจจุบันอาคารโบสถ์เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รู้จักกันอย่างเป็นทางการว่า Cathedral of the Intercession of the Most Holy Theotokos on the Moat (Собор Покрова пресвятой Богородицы, что на Рву) หรือ Pokrovsky Sobor (Покровский собор)

นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมภายในมหาวิหารได้ทุกวันตั้งแต่ 11.00-19.00 น. ค่าเข้าชม 250 รูเบิ้ล
อัพเดทข้อมูลต่างๆ ได้ที่ visit St. Basil’s Cathedral

25

เราไม่มีเวลามากพอที่จะเข้าไปชมด้านในวิหารเพราะเสียเวลาจากฝนตกหนักเมื่อเช้าไปหลายชั่วโมงอยู่ จึงเดินอ้อมไปอีกด้านหนึ่งของมหาวิหารซึ่งเป็นลานกว้างใหญ่มาก ทางซ้ายมือคือ Spasskaya bashnya (Спасская башня) Spasskaya Tower คือหอคอยสวยงามและมีสัดส่วนลงตัวที่สุด หอคอยนี้สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1491 เป็นสัญลักษณ์ของเครมลินและเป็นประตูทางเข้าหลักอีกแห่งด้วย

26

แต่วันนี้ไม่สามารถเข้าชมภายในเขต Moskovskiy Kreml (Moscow Kremlin) ได้เนื่องจากปิดเฉลิมฉลองวันชาติรัสเซียครับ เราเลยเซ็งกันไปตามระเบียบ

ปกติแล้วพิพิธภัณฑ์เครมลินเปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันพฤหัส ตั้งแต่ 10.00-18.00 น. ต้องเข้าชมก่อนเวลาปิด 1 ชั่วโมงและเสียค่าผ่านประตู 350 รูเบิ้ล
อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Moscow Kremlin

เครมลินตั้งอยู่บนเนินเขา Borovitsky เหนือฝั่งแม่น้ำ Moskva ที่อยู่ทางทิศใต้ เครมลินคือสัญลักษณ์ของอดีตสหภาพโซเวียตเป็นจุดกำเนิดแห่งประวัติศาสตร์รัสเซียที่มีอายุยาวนานกว่า 850 ปี ภายในอาณาบริเวณประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างสำคัญๆ ของประเทศมากมาย อาทิ Kremlin Palace of Congresses (Кремлёвский Дворец съездов) หรือ State Kremlin Palace อาคารที่ประชุมของพรรคคอมมิวนิสต์รัสเซียที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1959 จะเห็นปืนใหญ่ Tsar-Cannon ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องมาถ่ายรูปด้วย เลยไปอีกคือ Kremlin Senate (Сенатский дворец) หรือ Residence of the Senate ทำเนียบประธานาธิบดีของรัสเซียที่ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 11 ตั้งแต่ปีค.ศ. 1776-1787

photo credit: www.travelcentre.com.au
photo credit: www.travelcentre.com.au

ที่จุดสูงสุดของเนินเขา Borovitsky เป็นที่ตั้งของ Uspensky sobor (Успенский Собор) หรือ Cathedral of the Assumption (Cathedral of the Dormition) โบสถ์อัสสัมชัญเป็นโบสถ์รัสเซียนออร์โธด็อกซ์ที่สร้างอุทิศให้แก่ Dormition of the Theotokos ชม Ivan Velikiy Bell Tower หอระฆังพระเจ้าอีวานสูง 81 เมตรเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในเขตเครมลิน มีระฆังยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งอยู่

เดินต่อไปอีกก็จะถึง Bolshoy Kremlyovskiy Dvorets (Большой Кремлёвский дворец) หรือ Grand Kremlin Palace พระราชวังเครมลินสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1837-1849 เพื่อเป็นที่ประทับของราชวงศ์ซาร์

ปิดท้ายที่ Oruzheynaya Palata (Оружейная Палата) หรือ Armoury Chamber building
พิพิธภัณฑ์อาร์เมอรี่แชมเบอร์เป็นสถานที่เก็บสมบัติล้ำค่าของกษัตริย์รัสเซีย ได้แก่ บัลลังค์เพชร บัลลังค์งาช้าง ราชรถทองคำ เครื่องบรรณาการจากราชวงศ์ต่างๆ ในยุโรป รวมถึงไข่อีสเตอร์ที่หาชมได้ยาก เปิดให้เข้าชม 4 รอบต่อวันในเวลา 10.00, 12.00, 14.30 และ 16.30 น. ค่าเข้าชม 700 รูเบิ้ล
เช็คข้อมูลได้ที่ visit Armoury Chamber

เราไม่สามารถเข้าไปชมสิ่งก่อสร้างมากมายในอาณาเขตของเครมลินได้ จึงต้องเดินอ้อมรอบนอกแนวกำแพงอิฐของ
เครมลินผ่านหอคอยต่างๆ ได้แก่ Beklemishevskaya bashnya, Petrovskaya bashnya, Bezymyannaya bashnya ที่ 1 และ 2, Taynitskaya bashnya, Blagoveshcheskaya bashnya ริมกำแพงด้านนี้สามารถมองเห็นส่วนที่โผล่พ้นความสูงของกำแพงของ Ivan Velikiy Bell Tower และ Bolshoy Kremlyovskiy Dvorets (Grand Kremlin Palace) ได้อย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เข้าไปชมด้านใน แต่ก็ได้เห็นพระราชวังเครมลินอันเลื่องชื่อจากข้างนอกก็ยังดี

31

32.1

5 โมงเย็นแล้ว เราเดินข้ามถนนไปริมฝั่งแม่น้ำมอสโกซึ่งเป็นแม่น้ำสายไม่กว้างนัก เดินลอดใต้สะพานข้ามแม่น้ำที่มีชื่อว่า Bolshoy Kamenny Most (Большой Каменный мост) หรือ Greater Stone Bridge

33

มุ่งหน้าไปยัง Khram Khrista Spasitelya (Храм Христа Спасителя) หรือ Cathedral of Christ the Saviour ซึ่งตั้งเด่นตระหง่านอยู่ข้างหน้าเรา เดินไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงมหาวิหารเซนต์ เดอะ ซาเวียร์ วิหารโดมทองที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซียสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1812 เพื่อเป็นเกียรติแด่ชัยชนะที่มีเหนือกองทัพนโปเลียน ต่อมาในปีค.ศ. 1992 Boris Yeltsin อดีตประธานาธิบดีของรัสเซียได้ทำการบูรณะโบสถ์แห่งนี้ขึ้นใหม่เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 850 ปีของกรุงมอสโกซึ่งแล้วเสร็จในปีค.ศ. 2000 ปัจจุบันถือเป็นโบสถ์ออร์โธด็อกซ์ที่สูงที่สุดในโลกโดยมีความสูงถึง 105 เมตร เปิดให้เข้าชมวันจันทร์ 13.00-17.00 น. วันอังคาร-อาทิตย์ 10.00-17.00 น. ค่าเข้าชม 250 รูเบิ้ล
อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Cathedral of Christ the Saviour

34

เดินฝ่าแสงแดดอันร้อนแรงของกรุงมอสโกจนคอแห้ง ขอพักดื่มน้ำเย็นๆ ให้ชื่นใจหน่อยนึง ที่มอสโกนี้อาหารหรือของกินพวกเบอร์เกอร์และแซนด์วิชราคาไม่แพงเลย อันนึงอยู่ที่ 50-100 รูเบิ้ล แต่น้ำดื่มทุกชนิดค่อนข้างแพง ขวดครึ่งลิตรราคาไม่ต่ำกว่า 50 รูเบิ้ล ถ้าเป็นตามซุ้มขายของตามถนนขวดนึงก็ 70-80 รูเบิ้ลก็มี

หายเหนื่อยแล้วก็เดินต่อไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Kropotkinskaya (Кропоткинская) แล้วนั่งรถไฟใต้ดินสาย Sokolnicheskaya (สีแดง) ไป 3 สถานี ลงที่สถานี Sportivnaya (Спортивная) ออกจากสถานีก็เห็นป้ายบอกทางไป Novodevichy Convent (Новоде́вичий монасты́рь) หรือที่รู้จักกันว่า Bogoroditse-Smolensky Monastery (Богоро́дице-Смоле́нский монасты́рь) ชี้ไปทางขวาบอกระยะทาง 700 เมตร เราเดินตามป้ายบอกทางไปจนสุดถนน มองไปทางซ้ายมือก็เห็น Novodevichy Convent หรืออารามชี โนโวเดวิชี คอนแวนต์ โบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 300 ปีเคยเป็นที่คุมขังพระนางโซเฟียและบรรดาเชื้อพระวงศ์ฝ่ายหญิงในประวัติศาสตร์ราชวงศ์โรมานอฟ ปัจจุบันใช้เป็นสุสานสำหรับสุภาพสตรีคนสำคัญๆ ระดับประเทศไม่ว่าจะเป็นอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง นางไรซา กอร์บาชอฟ ฯลฯ ในปีค.ศ. 2004 อารามแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO แต่เราไม่ได้เข้าไปชมด้านในเพราะที่นี่เปิดให้เข้าชม (น่าจะฟรี) ได้ถึงเวลา 17.30 น. โดยทุกวันจันทร์แรกของเดือนและทุกๆ วันอังคารปิดบริการ

35

เดินย้อนกลับทางเดิมอีก 700 เมตรไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Sportivnaya (Спортивная) แล้วนั่งรถไฟใต้ดินสาย Sokolnicheskaya (สีแดง) มุ่งหน้าออกนอกตัวเมืองต่ออีก 1 สถานีไปที่สถานี Vorob’yevy Gory (Воробьёвы Горы) ซึ่งตั้งอยู่เหนือแม่น้ำมอสโก

36

Vorobyovy Gory (Воробьёвы го́ры) หรือ Sparrow Hills (Воробьёвы го́ры) หรือ Lenin Hills (Ле́нинские го́ры) เนินเขาสแปโรว์หรือเนินเขานกกระจอกนี้อยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำมอสโกเป็นจุดสูงสุดของกรุงมอสโก มีระดับความสูงถึง 220 เมตร บนเนินเขาแห่งนี้เป็นที่ตั้งของสนามกีฬาแห่งชาติและบ้านพักของเลนินด้วย

ลงจากสถานีออกไปก็เป็นที่โล่งกว้าง บริเวณนี้เป็นศูนย์กีฬาของมอสโกมี Central Stadium Luzhniki (Стадион “Лужники”) หรือสนามกีฬาแห่งชาติลุซนิกี้เป็นสนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซียมีความจุเกือบ 80,000 ที่นั่ง

38

ทุ่มนึงแล้วแต่แดดยังจ้าอยู่เลย ขอนั่งพักสบายๆ ดื่มน้ำเย็นๆ ที่คาเฟ่เล็กๆ แถวนั้นหน่อย แล้วค่อยไปมหาวิทยาลัยมอสโก ซึ่งที่หมายปลายทางสุดท้ายของเราในวันนี้ก่อนจะกลับเข้าเมืองไปรับประทานอาหารค่ำแถวถนนอารบัท

เดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน (จริงๆ อยู่ลอยฟ้า) Vorob’yevy Gory นั่งรถไฟใต้ดินสาย Sokolnicheskaya (สีแดง) ต่อไปอีก 1 สถานีก็ถึงสถานี Universitet (Университет)

39

ออกจากสถานี เดินข้ามถนนใหญ่ด้านหน้าไปแล้วเลี้ยวซ้าย เดินตามแนวรั้วมหาวิทยาลัยไปเรื่อยๆ แล้วเข้าประตูไปในเขตมหาวิทยาลัย ใช้เวลาเดินรวมประมาณ 20 นาทีก็ถึงด้านหลังของตึกสูงเสียดฟ้าที่สำคัญที่สุดของมอสโกคือ Moskóvskiy gosudárstvennyy universitét ímeni M. V. Lomonósova (Московский государственный университет имени М. В. Ломоносова) หรือ Lomonosov Moscow State University (MSU) มหาวิทยาลัยมอสโกมีพื้นที่กว้างใหญ่มากๆ นักศึกษาที่นี่เค้าใช้รถบัสของมหาวิทยาลัยในการเดินทางไปไหนมาไหนกัน (เราไม่รู้ไง เลยเดินลูกเดียว เล่นเอาขาแทบลากเลย)

40.1

ถ่ายรูปจนพอใจเพราะอุตส่าห์เดินมาตั้งไกล ประมาณสองทุ่มครึ่งเราก็ทำใจเดินกลับทางเดิมไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Universitet อีกครั้ง คราวนี้สแกนตั๋วเมโทรที่ยังเหลืออยู่แล้วนั่งรถไฟใต้ดินสาย Sokolnicheskaya (สีแดง) ยาวรวดเดียว 6 สถานีไปลงที่สถานี Biblioteka Imeni Lenina (Библиотека и́мени Ленина) ซึ่งเชื่อมต่อกับสถานี Arbatskaya (Арбатская)

ขึ้นจากสถานีเดินหาร้านอาหารง่ายๆ รับประทานมื้อค่ำ ประมาณสามทุ่มเข้าร้าน Evrokafe ที่ถนน New Arbat Avenue (Но́вый Арба́т) สั่งอาหารกินกันแค่ 2 คน จานใหญ่เบ้อเริ่ม อิ่มสุดๆ หมดไปอีกแค่ 460 รูเบิ้ล ซึ่งถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับค่าอาหารของประเทศอื่นๆ ในยุโรป

41.1

42.1

สี่ทุ่มแล้วยังไม่มืดเลย แค่ครึ้มๆ เลยไปเดินเล่นที่ ulitsa Arbat (улица Арбат) ซึ่งอยู่ไม่ไกล

43

ถนนอารบัทเป็นถนนคนเดินที่ยาวที่สุดในมอสโกเต็มไปด้วยร้านค้าบูติค ร้านขายของที่ระลึก คาเฟ่ นักดนตรี และศิลปินมากมาย ถนนอารบัทฉลองครบรอบ 500 ปีไปเมื่อปีค.ศ. 1993 เดินไปเกือบสุดถนนก็สามารถมองเห็น Hotel Ukraina หรือ Radisson Royal Hotel โรงแรมหรู 5 ดาว เป็นโรงแรมที่สูงที่สุดในยุโรป และเป็นอีกหนึ่งตึก skyscraper ของมอสโกซึ่งเป็น 1 ใน 7 ตึกสูงของสตาลินที่เรียกว่า Stalin’s Seven Sisters

44

เดินเล่นจนท้องฟ้าเริ่มมืดก็เดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Arbatskaya ลงสถานีไปแล้วเดินต่อไปที่สถานี Borovitskaya (Боровицкая) ใช้ตั๋วรถไฟใต้ดินที่เหลืออยู่เที่ยวสุดท้ายขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Serpukhovsko-Timiryazevskaya (สีเทา) ไปที่สถานี Chekhovskaya (Чеховская) แล้วเดินไปออกที่สถานี Tverskaya กลับถึงโรงแรมตอนห้าทุ่มพอดี

คืนนี้เราค้างที่มอสโก 1 คืนครับ

เวลาผ่านไปเร็วจัง วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทริปรัสเซียแล้วครับ
เช้านี้เราตื่นตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง เตรียมตัวออกไปเที่ยวมอสโกต่ออีกครึ่งวันเช้าซึ่งยังมีโปรแกรมอีกหนึ่งแห่งคือ Poklonnaya Gora (Poklonnaya Hill)

45

8 โมงครึ่ง ออกเดินทางไปยังจุดหมายสุดท้ายโดยเดินไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Tverskaya ซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินแบบ 1 เที่ยว ราคา 28 รูเบิ้ล ได้เป็นบัตรกระดาษหน้าตาเหมือนตั๋ว 10 เที่ยวที่ซื้อเมื่อวาน แต่ใช้ได้แค่ครั้งเดียว รู้สึกว่ามันดูสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติเอามากๆ เลยครับ ถ้าซื้อแบบเที่ยวเดียวก็ควรจะใช้เป็นเหรียญหรือวัสดุอื่นที่เอากลับมาใช้ใหม่ได้อีก
อัพเดทราคาค่าตั๋วรถไฟใต้ดินได้ที่ Moscow metro fare

สแกนตั๋วผ่านประตูเข้าไปแล้วแยกไปทางสถานี Pushkinskaya (Пушкинская) ซึ่งเชื่อมต่อกับสถานี Tverskaya นั่งรถไฟใต้ดินสาย Tagansko-Krasnopresnenskaya (สีม่วง) ไปที่สถานี Barrikadnaya (Баррикадная) ซึ่งเชื่อมต่อกับสถานี Krasnopresnenskaya (Краснопресненская) แล้วต่อสาย Circular (สีน้ำตาล) รถไฟสายนี้เป็นขบวนรถโมเดิร์นสะอาดสะอ้านแตกต่างจากสายอื่นๆ ที่ค่อนข้างเก่าและโทรมแต่ก็ดูขลังสไตล์หลังม่านเหล็กดีนะ

46

นั่งรถไปสถานีเดียวแล้วลงที่สถานี Kievskaya (Киевская) ซึ่งเป็นสถานีรถไฟใต้ดินแรกของมอสโกสร้างเสร็จสมบูรณ์ในสมัยสตาลินโดดเด่นด้วยศิลปะที่เน้นสีสันของกระจกโมเสก แวะเก็บภาพความงดงามของสถานีเคียฟสกาย่าเสียหน่อย

47จากนั้นก็ต่อรถไฟใต้ดินสาย Arbatsko-Pokrovskaya (สีน้ำเงินเข้ม) อีก 1 สถานีไปที่สถานี Park Pobedy (Парк Победы) เพื่อขึ้นสู่เนินเขา Poklonnaya

48

Poklonnaya Gora (Покло́нная гора́) หรือ Poklonnaya Hill คืออีกหนึ่งเนินเขาสูงของมอสโก บนเนินเขาเป็นที่ตั้งของสิ่งก่อสร้างสำคัญๆ ของกรุงมอสโกมากมาย สิ่งก่อสร้างแรกที่พบเมื่อโผล่ขึ้นจากสถานีรถไฟใต้ดินคือ Moskovskiye Triumfalnye vorota (Моско́вские Триумфа́льные воро́та) หรือ Moscow Triumphal Arch ประตูชัยมอสโกซึ่งตั้งอยู่ที่ถนน Kutuzovsky Prospekt ที่บริเวณ Ploschad Pobedy (Площадь Победы) หรือ Victory Square ประตูชัยนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะที่มีต่อนโปเลียนในสงคราม Patriotic เมื่อปีค.ศ. 1812 แต่ตอนที่เราไปถึงนี้ประตูชัยทำการปรับปรุงซ่อมแซมอยู่ มีผ้าคลุมและโครงสร้างต่างๆ ปกปิดตัวประตูชัยไว้มิดจนไม่สามารถถ่ายรูปได้เลย ขอเอารูปในสภาพสมบูรณ์มาให้ชมแทนนะครับ

เดินตามถนนใหญ่ราว 10 นาที ประมาณ 9 โมงครึ่งก็เริ่มจะเห็นลานโล่งกว้างของ Park Pobedy (Парк Победы) หรือ Victory Park ซึ่งมีน้ำพุเรียงแถวอยู่ด้านหน้าของ Monument Petry Velikomu (Monument to Peter the Great) หรือ Victory Monument และ Central Museum of the Great Patriotic War ซึ่งมีเสาหิน obelisk สูง 141.8 เมตรตั้งเด่นสูงอยู่ด้านหน้า ความสูงของเสาแสดงถึงจำนวน 1,418 วัน 1,418 คืนในช่วงสงคราม Patriotic อันยาวนาน ที่ฐานของเสามีรูปปั้นของ Saint George สังหารมังกรบนแท่นหินแกรนิต

50

51

นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ 3 ศาสนสถานของ 3 ศาสนา คือ Monument of St. George, Memorial Mosque และ Holocaust Memorial Synagogue (Московская Мемориальная синагога) อีกด้วย

52

ได้เวลาอันสมควรแล้ว เดินกลับทางเดิมไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Park Pobedy ลงสถานีไปซื้อตั๋วแบบเที่ยวเดียวอีก 1 ใบ 28 รูเบิ้ล แล้วนั่งรถไฟใต้ดินสาย Arbatsko-Pokrovskaya (สีน้ำเงินเข้ม) เหมือนเดิมกลับเข้าตัวเมือง แต่ขากลับนี้นั่งยาว 4 สถานีไปลงที่สถานี Ploshchad’ Revolyutsii (Площадь Революции) ออกจากรถไฟกำลังเดินไปที่ทางออกของสถานี Teatralnaya (Театральная) เห็นคนที่เดินผ่านไปมาต่างก็รูปคลำจมูกของรูปปั้นสุนัขที่มีอยู่ทั้งสองข้างจนสีรูปปั้นลอกเหลือเป็นเนื้อทองเหลืองข้างใน เราเลยขอลูบดูบ้าง ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าเค้าลูบกันทำไม พอกลับเมืองไทยมาจึงได้รับคำตอบว่ามีความเชื่อว่าลูบแล้วจะโชคดีและจะสอบได้ A

เราไม่กล้าถ่ายรูปมาครับเพราะมีตำรวจยืนอยู่ใกล้ๆ อาจจะโดนไถเงินก็ได้ แต่จริงๆ แล้วในสถานีรถไฟใต้ดินที่มอสโกสามารถถ่ายรูปได้ไม่เหมือนกับที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กครับ

พอขึ้นจากสถานีรถไฟใต้ดิน Teatralnaya ก็เห็น Bol’shoy Teatr (Большой театр) หรือ Bolshoi Theatre ซึ่งมีความหมายว่า “โรงละครที่ยิ่งใหญ่” สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1824 ออกแบบโดยสถาปนิกนาม Joseph Bové Grand Theatre แห่งนี้เป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงมอสโกที่นักท่องเที่ยวจะต้องไปเพราะเป็นหนึ่งใน

โรงละครโอเปร่าและบัลเลต์ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในโลก ภายในสร้างเป็นห้องโถงขนาดมหึมาแบ่งเป็น 5 ชั้นซึ่งประดับประดาไว้อย่างหรูหรา เราถ่ายรูปกันแค่ด้านหน้าของโรงละคร และแล้วก็ได้เวลาเสร็จสิ้นการเที่ยวชมกรุงมอสโกเพียงเท่านี้

54

ประมาณ 11 โมง เดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Teatralnaya ซื้อตั๋วอีก 1 เที่ยว แล้วนั่งรถไฟใต้ดินสาย Zamoskvoretskaya (สีเขียวเข้ม) ไปที่สถานี Tverskaya เดินกลับโรงแรมไปเช็คเอาท์และเดินลากกระเป๋าเดินทางกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Tverskaya ซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินอีกเที่ยวเดียว 28 รูเบิ้ล โดยไม่ต้องซื้อตั๋วแบบ 1 ride and 1 passenger-luggage ราคา 56 รูเบิ้ล ถึงแม้จะมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาด้วยก็ตาม

เดินไปรอรถที่ชานชลาและขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Zamoskvoretskaya (สีเขียวเข้ม) ไป 3 สถานีแล้วลงที่สถานี Paveletskaya (Павелецкая) เดินตามป้ายบอกทางไปสถานีรถไฟ Paveletskiy vokzal (Павелецкий вокзал) ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่ใช้เดินทางไปสนามบิน Domodedovo

photo credit: www.aeroexpress.ru
photo credit: www.aeroexpress.ru

แวะกินอาหารง่ายๆ รองท้องเป็นมื้อกลางวันก่อน แล้วค่อยไปซื้อตั๋วรถไฟด่วน aeroexpress (аэроэкспресс) จากตู้ขายตั๋วอัตโนมัติซึ่งไม่ยากเพราะมีเมนูภาษาอังกฤษให้อ่านและทำไปตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ สอดธนบัตรไป 320 รูเบิ้ลแล้วรับตั๋วสำหรับใช้ขึ้นรถไฟไปสนามบิน (ตั๋ว Round Trip ราคา 590 รูเบิ้ล ตั๋วมีอายุ 30 วัน, ตั๋ว Plus Metro ราคา
350 รูเบิ้ล คือตั๋ว aeroexpress+รถไฟใต้ดิน 1 เที่ยว หรือ 380 รูเบิ้ล สำหรับตั๋ว aeroexpress+รถไฟใต้ดิน 2 เที่ยว)
อัพเดทข้อมูลได้ที่ aeroexpress fare

56

บ่ายโมงตรงคือเวลาที่รถไฟด่วน aeroexpress ออกเดินทางไป Moskovsky Aeroport Domodedovo (Московский аэропорт Домоде́дово) สนามบิน Moscow Domodedovo ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ห่างจากศูนย์กลางกรุงมอสโกราว 42 กิโลเมตร (aeroexpress ออกทุกๆ นาทีที่ 0 และ 30 ของแต่ละชั่วโมง)

photo credit: rkcm.mgou.info
photo credit: rkcm.mgou.info

วิธีการอื่นในการเดินทางไปสนามบินมีหลายวิธี เช่น ใช้ Express Bus ค่าตั๋ว 100 รูเบิ้ล หรือ Shuttle Bus (Mini-bus) สาย Avtoline, Alfa-Mobil, Mostransavto ค่าตั๋ว 120 รูเบิ้ล ใช้เวลาเดินทาง 25-35 นาที มีรถออกทุก 15 นาที ตั้งแต่ 06.00-24.00 น. ขึ้นรถที่สถานีรถไฟใต้ดิน Domodedovskaya (Домодедовская) แต่วิธีนี้อาจประสบปัญหาการจราจรที่คับคั่งของกรุงมอสโกได้
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ bus to Domodedovo Airport

หรือใช้ Commuter train จากสถานีรถไฟ Paveletskiy ค่าตั๋วรถไฟ 92 รูเบิ้ล ประมาณ 1 ชั่วโมง 10-15 นาที
เช็คตารางเวลารถไฟได้ที่ Commuter train to Domodedovo Airport และ Commuter train timetable

58

การเดินทางไปสนามบินนานาชาติ Sheremetyevo (Международный Аэропорт Шеремéтьево) ซึ่งเป็นสนามบินที่สายการบิน Aeroflot บินตรงจากเมืองไทยมาลง และสนามบินนานาชาติ Vnukovo (Международный аэропорт Внуково) ก็สามารถใช้บริการรถไฟด่วน aeroexpress (аэроэкспресс) ได้เช่นกันครับ
อ่านรายละเอียดเวลาและราคาตั๋วรถไฟด่วนได้ที่ 
aeroexpress to Sheremetyevo

13.47 น. หลังจากนั่งหลับจนเหงื่อท่วมในรถไฟมาเกือบชั่วโมงก็ถึงสนามบินโดโมเดโดโวซะที

เดินไปออกันที่ช่องผ่านทางเพื่อออกจากสถานีเพราะระบบสแกนตั๋วออกของที่นี่ค่อนข้างรวน บางช่องสแกนเท่าไหร่ก็ไม่ยอมให้ผ่าน คนเลยต้องเข้าคิวรอกันอย่างยาว พอผ่านออกจากสถานีมาได้ก็เดินเข้าไปในอาคารสนามบินซึ่งต้องเอ็กซเรย์กระเป๋าเดินทางกันเลยตั้งแต่แรก สนามบินที่นี่เข้มงวดมาก ผู้โดยสารก็เยอะมาก กว่าเราจะได้เช็คอินที่เคาน์เตอร์สายการบิน Austrian Airlines ก็เกือบจะบ่ายสามโมงแล้ว ก่อนเข้าเกทก็มีการเอ็กซเรย์กระเป๋าเดินทางและตรวจค้นตัวอีกที

ผ่านช่องตรวจคนเข้า-ออกเมืองอีกครั้งซึ่งก็พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่เราก็ผ่านไปได้ กว่าจะถึงเกทแทบจะถึงเวลาเครื่องบินออกในเวลา 15.45 น. เราไปถึงเกทได้ยินเจ้าหน้าที่ตะโกนเรียก “เวียนนา เวียนนา” หลายรอบ จึงรีบแจ้นขึ้นเครื่องโดยด่วนเลยครับ

ในที่สุดเครื่องบินก็เหินฟ้าจากสนามบินกรุงมอสโกมุ่งหน้าสู่กรุงเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย โดยเราจะแวะเที่ยวที่ Vienna และ Bratislava เมืองหลวงของประเทศสโลวาเกีย ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยด้วยครับ
ชีวิตดี๊ดีที่ “Vienna” นครแห่งดนตรีคลาสสิกและศิลปะอันเลิศหรู
เที่ยวแนวๆ ที่ “Bratislava” เมืองเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยกิมมิกน่ารัก

59

จบทริปตะลุยรัสเซียสุดมันส์ซึ่งได้ทั้งความสุข ความสนุก ความตื่นเต้น ความเหนื่อย ความงง และอีกหลากหลายอารมณ์ความรู้สึก แต่ที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นประสบการณ์อันล้ำค่าที่หาไม่ได้จากที่ไหน ถ้าไม่ได้ลองไปรัสเซียเอง เราถึงบอกว่า “รัสเซีย…ไม่ไป ไม่ได้แล้ว”

60

Accommodation: Inga Hotels Moscow

Transportation: Russia trainMoscow metro, aeroexpressAustrian Airlines

Shopping: GUM

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต