ล่องลอยในสวรรค์บนดิน เที่ยวเอง Switzerland ตอนที่ 2 “Luzern” เมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ที่พลาดไม่ได้

เที่ยวเอง รีวิว ลูเซิร์น สวิส สวิตเซอร์แลนด์ Luzern Swiss Switzerland

เที่ยวเอง สวิตเซอร์แลนด์

Itinerary Luzern

ใครที่เพิ่งจะมาอ่านรีวิวตอนนี้อาจจะงงว่าทำไมจากตอนแรกที่ Zürich แล้วอยู่ดีๆ ผมนั่งรถไฟจาก Sargans มาที่ Luzern ดังนั้นขอให้ไปอ่านรีวิวตอน Liechtenstein ก่อนนะครับเพราะเป็นเรื่องราวภาคต่อกัน

ล่องลอยในสวรรค์บนดิน Switzerland ตอนที่ 1 “Zürich” จุดเริ่มต้นของดินแดนในฝัน
ข้ามแม่น้ำไรน์สู่ “Liechtenstein” ประเทศจิ๋วที่แทบไม่มีใครรู้จัก

เช้าตรู่ของวันที่ 2 ในสวิส ขอแวะเข้าไปเดินเล่นใจกลาง (Zentrum) ของเมือง Sargans นิดหน่อย บนภูเขาคือ Schloss Sargans หรือ Sargans Castle แห่งเขตการปกครองเล็กๆ นี้
แต่โชคไม่ค่อยดีที่มีฝนตกแรงปานกลางตลอด จึงต้องตัดสินใจเดินกลับโรงแรมและตรงไปที่สถานีรถไฟ

1

โปรแกรมวันนี้คือจะนั่งรถไฟไป Luzern เดินเที่ยวจนถึงเย็นแล้วนั่งรถไฟต่อไปยังกรุง Bern เมืองหลวงของ
สวิตเซอร์แลนด์ และค้างคืนที่นั่นครับ

2

09.39 น. คือเวลารถไฟ EC 8 ออกจากสถานีรถไฟ Sargans (ขบวนนี้ออกทุกวันจันทร์-เสาร์)
รถไฟขบวนนี้เป็นขบวนกลับไปซูริค จึงต้องลงที่สถานี Thalwil ตอน 10.37 น. รอต่อขบวน IR 2327 อีก 8 นาที แล้วนั่งรถไฟไปอีก 40 นาทีก็ถึง Luzern ในเวลา 11.25 น. ใช้เวลาเดินทางรวมทั้งหมด 1 ชั่วโมง 46 นาที (ปกติตั๋วรถไฟชั้น 2 ราคาเที่ยวละ 39 ฟรังก์) แต่ผมใช้ Swiss Pass เดินทางฟรีครับ

เช็คเวลาและราคารถไฟได้ที่ Switzerland Train  ราคาที่โชว์ตอนแรกคือราคา Half-Fare travelcard นะครับ แต่ราคาที่นักท่องเที่ยวต้องซื้อคือราคา No reduction ซึ่งเป็นราคา Half-Fare travelcard x 2 เข้าไปครับ

ฝากกระเป๋าเดินทางไว้ที่สถานีรถไฟ ค่าฝากกระเป๋าตู้ใหญ่ราคา 7 ฟรังก์ ถูกกว่าที่ซูริค 2 ฟรังก์ (ตู้เล็ก 6 ฟรังก์)
ก่อนเที่ยงก็พร้อมเที่ยวชมเมือง Luzern หรือ Lucerne แล้ว

ที่ผมบอกว่าลูเซิร์นคือเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ (ในสายตาของคนไทย) ก็เพราะเท่าที่เห็นคนไทยที่ไปเที่ยวสวิสมา ยังไม่เคยเห็นใครไม่ไปลูเซิร์นเลยครับ 😀

4

ออกจากสถานีรถไฟกลาง Luzern ไปที่ Bahnhofplatz เดินตรงไปทางแม่น้ำไม่ไกลเลยก็ถึงสะพานใหญ่ข้ามแม่น้ำ Reuss ที่มีชื่อว่า Seebrücke หรือ Lake Bridge บนสะพานเป็นจุดชมวิวแม่น้ำ Reuss ไหลลง Vierwaldstättersee หรือทะเลสาบลูเซิร์นซึ่งได้ชื่อว่าถูกถ่ายรูปมากที่สุด

5

มองไปทางซ้ายมือก็เห็น Kapellbrücke อยู่ไม่ไกล ยังไม่เดินข้ามสะพาน Seebrücke ไป แต่เดินตามถนน Bahnhofstrasse เลียบริมแม่น้ำไปที่เชิงสะพาน Kapellbrücke หรือ Chapel Bridge สะพานชื่อดังสัญลักษณ์
ของลูเซิร์นที่ใครมาที่นี่ก็ต้องถ่ายรูปด้วย สะพานไม้นี้เป็นสะพานเก่าแก่มีอายุถึง 670 ปีเลยทีเดียว

6

7

อีกสะพานหนึ่งใกล้กับ Kapellbrücke คือสะพาน Rathaussteg ซึ่งเป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำไปยัง Altes Rathaus หรือที่ว่าการเมืองลูเซิร์นหลังเก่า
ส่วนอาคารยอดโดมหัวหอมคู่สีเขียวริมแม่น้ำคือ Jesuitenkirche โบสถ์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1666 นี้ว่ากันว่าเป็นโบสถ์บาโรคที่สวยงามที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์

8

9

เดินข้ามสะพาน Kapellbrücke ไปยังเขตเมืองเก่าของลูเซิร์น

10

พอลงจากสะพานก็ถึง Kapellplatz ซึ่งเป็นที่ตั้งของ St. Peterskapelle (St. Peter’s Chapel)

11

เดินผ่านโบสถ์ไปทางทิศตะวันตกตามถนน Kapellplatz ตรงต่อเข้าถนน Kapellgasse และ Kornmarkt ผ่านลาน
ด้านหน้าของ Altes Rathaus บริเวณนี้คือย่าน Weinmarkt

12

13

เดินเข้าซอยนู้นทะลุไปออกซอยนี้ไปโผล่ที่ถนน Weggisgasse เดินไปจนถึงร้านช็อกโกแลตชื่อดังอีกร้านชื่อ Läderach ที่หัวมุมถนน ตอนนั้นบ่ายโมงแล้วพักรับประทานอาหารกลางวันที่ร้าน Heini ที่บริเวณนี้

14

15

เที่ยวต่อครับ เดินเข้าถนน Grendelstrasse ทะลุไปออกที่ถนน Schweizerhofquai ริมทะเลสาบ Vierwaldstättersee
จากจุดนี้มองตรงไปก็เห็น Hofkirche St. Leodegar (St. Leodegar im Hof) โบสถ์สำคัญที่สุดของลูเซิร์นถือเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของที่นี่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ สามารถเข้าชมภายในโบสถ์ได้ทุกวันตั้งแต่ 07.00-19.00 น.

16

17

เข้าชมภายในโบสถ์ครู่หนึ่งก่อนเดินกลับไปที่ถนนใหญ่ เลี้ยวขวาเข้าถนน Löwenstrasse เดินตามถนนเส้นนี้ไปจนเห็นป้ายบอกทางไป Löwendenkmal ก็แยกไปทางขวาและเดินตามถนน Denkmalstrasse บ่ายสองโมงก็เข้าไป
ในสวน Gletschergarten (Glacier Garden) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Löwendenkmal อนุสาวรีย์สิงโตซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงทหารหาญชาวสวิสผู้ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่จนวินาทีสุดท้าย อนุสาวรีย์นี้คือสัญลักษณ์สำคัญของลูเซิร์นที่ไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหนพลาดมาที่นี่

18

19

เก็บภาพสัญลักษณ์ของลูเซิร์นเสร็จแล้วก็เดินกลับมาที่ทางแยกเดิม ต่อด้วยเดินขึ้นไปทางทิศเหนือ เลี้ยวซ้ายหาทางขึ้นเนินเขาไปยังจุดสูงสุดของเมือง

(ถ้ามีเวลาน้อย ขี้เกียจเดิน หรือไม่มีแรงเดินขึ้นเขา 555 ก็ไม่ต้องพยายามขึ้นไปนะครับ ผมค่อนข้างบ้าพลังและไปถึงที่ไหนแล้วจะต้องเที่ยวให้ทั่ว เที่ยวให้เยอะที่สุด ครับ  ถ้าไม่ได้เดินขึ้นเขาก็ให้เดินกลับทางเดิมไปที่โบสถ์ St. Leodegar im Hof ริมทะเลสาบและเดินเล่นริมแม่น้ำ Reuss ใกล้ๆ สะพานไม้เก่าแก่ก็พอแล้วครับ)

photo credit: www.geocities.jp
photo credit: www.geocities.jp

เดินตามถนน Zürichstrasse ขึ้นทางลาดเอียงข้ามถนนและเดินเข้าถนน Fluhmattweg เดินโค้งไปตามทางขึ้นทางชัน เดินตรงต่อเข้าถนน Fluhmattstrasse ชมวิวเมืองลูเซิร์น (Dietschiberg) จากเนินเขาแห่งนี้ เดินโค้งต่อไปเข้าถนน Brambergstrasse แยกซ้ายเข้าถนน Schirmerstrasse ลงบันไดตามถนน Schirmertorweg ก็จะถึงถนน Museggstrasse ซึ่งมีแนวกำแพงเมือง Museggmauer อยู่ข้างบน

21

22

เดินตามถนน Museggstrasse ใต้แนวกำแพงเมืองหาทางลงเขาโค้งซ้ายไปจนถึงถนน Brüggligasse เดินลงไปถึงพื้นราบก็ถึงเชิงสะพาน Spreuerbrücke สะพานไม้อีกแห่งหนึ่งของลูเซิร์นที่ Mühlenplatz สะพานไม้แห่งนี้ไม่โด่งดังเท่า Kapellbrücke และสั้นกว่าด้วย แต่น้ำในแม่น้ำรอยส์ช่วงนี้เชี่ยวมากจนสามารถทำฝายกั้นแม่น้ำและมีเครื่องผลิตพลังงานอะไรสักอย่างจากพลังน้ำนี่แหละครับ

23

เดินข้ามสะพานชมวิวแม่น้ำ Reuss และโบสถ์ Jesuitenkirche

24

25

ถึงอีกฝั่งแม่น้ำ เดินลอดโค้งประตูไปแล้วเลี้ยวขวาก็จะถึง Naturmuseum

26

เดินกลับไปตามถนน Pfistergasse ผ่าน Historisches Museum พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ลูเซิร์นซึ่งเปิดให้เข้าชมวันอังคาร-อาทิตย์ 10.00-17.00 น. ปิดทุกวันจันทร์ ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ 10 ฟรังก์

27

เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Reusssteg ไปที่ริมแม่น้ำ เดินตามถนนสายนี้ชมวิวริมแม่น้ำอันงดงามไปเรื่อยๆ

28

กระทั่งผ่านสะพาน Reussbrücke เข้าสู่ถนน Bahnhofstrasse เดินผ่านโบสถ์ Jesuitenkirche ก่อนข้ามสะพาน Rathaussteg กลับไปเดินเล่นหาซื้อของกินและขนมที่ย่าน Weinmarkt อีกครั้ง เพราะมีเวลาเหลืออีกชั่วโมงกว่าๆ ก่อนจะถึงเวลารถไฟไป Bern ออก

29

นั่งเล่นชมวิวเพลินๆ ฆ่าเวลาที่ถนน Rathausquai ริมแม่น้ำ Reuss รอเวลารถไฟออกจนถึงประมาณ 4 โมงครึ่งก็เดินกลับข้ามสะพาน Seebrücke กลับไปสถานีรถไฟกลาง Luzern เอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้แล้วเดินไปขึ้นรถไฟ

30

17.00 น. รถไฟ IR 2532 แล่นออกจากชานชลาตรงไปยัง Bern ใช้เวลาเดินทางเพียงชั่วโมงเดียวก็ถึงกรุงแบร์น (เบิร์น) เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์แล้วครับ (ปกติตั๋วรถไฟชั้น 2 ราคาเที่ยวละ 37 ฟรังก์)
เช็คเวลาและราคารถไฟได้ที่ Switzerland Train

เดินไปเช็คอินที่ Hotel National Bern ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Bern
วันนี้พอแค่ก่อนครับ  พรุ่งนี้เช้าค่อยเที่ยวกรุงแบร์นเต็มๆ ทีเดียว

Accommodation: Hotel National Bern

Transportation: Switzerland Train

Restaurant: Heini

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต