เที่ยวเองสโลวีเนีย..มีดีอะไร ตอนที่ 1 “Ljubljana” พอดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน

เที่ยวเอง รีวิว ลูบลิยานา สโลวีเนีย ljubljana slovenia
เที่ยวเอง กวาดเรียบเมืองริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ อเดรียติก แถมบอสเนียแอนด์เฮอร์เซโกวินา อีกประเทศ

Trip map

เหลืออีก 3 วันเราก็จะถึงวันสุดท้ายของทริปแล้ว เช้าตรู่วันที่ 14 เราจะเดินทางโดยรถบัสจากกรุงซาเกร็บ เมืองหลวงของประเทศโครเอเชีย ข้ามพรมแดนเข้าสู่ดินแดนของประเทศสโลวีเนีย (Slovenia) ซึ่งเป็นประเทศที่ 7 ในทริปนี้ มุ่งตรงเข้าเมืองหลวงคือ Ljubljana

1

เดินป่าชมทะเลสาบและน้ำตกอันอลังการงานสร้างตามรีวิวนี้เลย
โครเอเชียน่าเที่ยวไม่เบา ตอนที่ 4 “Plitvice” ทะเลสาบเขียวขจีและน้ำตกงามเว่อร์วัง

ย้อนความเดิมของทริปยาวๆ ตั้งแต่วันแรกเลยครับ
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 1 “Nice” เมืองตากอากาศชื่อดังสุดหรูของฝรั่งเศส
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 2 “Monaco” ประเทศเล็กๆ สุดหรูหราเว่อร์วัง
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 1 “Cinque Terre” หมู่บ้านริมหน้าผาแสนน่ารักแห่งลิกูเรีย
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 2 “Pisa” ซ้ำเดิม..เพิ่มเติมคือที่ใหม่
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 3 “Florence” ซ้ำเดิม..แต่ไม่เหมือนเดิม
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 4 “Bologna” เมืองมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในยุโรป
เที่ยวเองประเทศแปลก “San Marino” รัฐอิสระอายุกว่า 1,700 ปี
โครเอเชียน่าเที่ยวไม่เบา ตอนที่ 1 “Split” ยังไงก็ต้องขอแวะเมืองนี้
โครเอเชียน่าเที่ยวไม่เบา ตอนที่ 2 “Dubrovnik” เมืองแห่งป้อมกำแพงโบราณ บ้านหลังคาสีส้ม และทะเลสีน้ำเงินสด
มอนเตเนโกร ประเทศใหม่กำลังมาแรง ตอนที่ 1 “Podgorica และ Ostrog” มาเมืองนี้ด้วยความศรัทธา
มอนเตเนโกร ประเทศใหม่กำลังมาแรง ตอนที่ 2 “Budva และ Sveti Stefan” เมืองรีสอร์ทสุดหรูริมทะเลสุดงาม
มอนเตเนโกร ประเทศใหม่กำลังมาแรง ตอนที่ 3 “Kotor” ฟยอร์ดแห่งอเดรียติก
บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา แฝดผู้น้องของสวิสและตุรกี ตอนที่ 1 “Mostar – Blagaj – Konjic” ราวกับหยุดเวลาไว้ในยุคออตโตมัน
บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา แฝดผู้น้องของสวิสและตุรกี ตอนที่ 2 “Sarajevo” ฟ้าหลังฝน..สวยงามเสมอ
บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา แฝดผู้น้องของสวิสและตุรกี ตอนที่ 3 “Jajce” เมืองเล็กๆ เหนือน้ำตกอันงดงาม
โครเอเชียน่าเที่ยวไม่เบา ตอนที่ 3 “Zagreb” เมืองหลวงที่หลายคนมองข้าม

ตี 5 ครึ่ง ฟ้ายังไม่สว่างดีเลย เราต้องฝืนร่างลุกจากเตียงไปรีเฟรชร่างกาย อัดกาแฟอุ่นๆ ให้หายง่วง แล้วค่อยเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมเดินไปสถานีรถบัส Autobusni kolodvor Zagreb คราวนี้เราเผื่อเวลาหาชานชาลาและซื้อขนมปังเอาขึ้นไปกินเป็นมื้อเช้าบนรถไว้อย่างดี ไม่พลาดกระหืดกระหอบเหมือนเช้าเมื่อวานแล้ว

เช็คเบอร์ชานชาลาและใช้เศษเงิน kuna ที่เหลืออยู่ซื้ออาหารให้หมด แล้วเดินไปขึ้นรถบัสที่จะออกไป Ljubljana ตอน 7 โมงตรง รถบัส IC Bus (PT-Arriva Štajerska) คันนี้เป็นรถของบริษัท Panturist Volanbusz ซึ่งเราซื้อตั๋วแบบ jednosmjerna karta หรือ one way (povratna karta คือตั๋วไป-กลับ) ล่วงหน้าทางเว็บไซต์มาจากเมืองไทยแล้วในราคาใบละ 77 HRK (ประมาณ 400 บาท)

รถบัสรอบถัดไปคือ 10.00 น. เป็นรถบัส Arriva Express ของบริษัท Panturist Volanbusz เช่นกัน จะเดินทางถึงสถานีรถบัส Avtobusna postaja Ljubljana ในเวลา 12.15 น.
เช็คเวลาและราคาตั๋วรถบัสได้ที่ Panturist VolanbuszCazmatrans bus

เรายอมเลือกรถบัสคันแรกแม้จะต้องออกจากซาเกร็บเช้าตรู่เพราะอยากจะไปถึง Ljubljana ก่อนเที่ยง เข้าไปฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อน แล้วกลับมาขึ้นรถบัสไป Bled ตอนเที่ยงตรง ถ้าเลือกคันที่ออก 10 โมง จะต้องนั่งรถบัสไป Bled รอบบ่ายโมงซึ่งมีเวลาแค่ 45 นาทีในการเดินไปเก็บของที่โรงแรมและเดินกลับไปที่สถานีรถบัส ถ้ามาไม่ทันบ่ายโมงก็ต้องรออีกทีบ่ายสามเลยซึ่งมันช้าเกินไปครับ

2

ข้อมูลเพิ่มเติมครับ จาก Zagreb ไป Ljubljana นอกจากใช้บริการรถบัสได้แล้วยังสามารถนั่งรถไฟไปได้ด้วย มีรถไฟออกจากสถานีรถไฟกลาง Zagrebački Glavni kolodvor หลายขบวนหลายเวลาคือ 04.45, 06.55, 12.37, 18.38 และ 21.22 น. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 18-33 นาที ถึงสถานีรถไฟกลาง Železniška postaja Ljubljana
เช็คตารางเวลารถไฟจากการรถไฟสโลวีเนียที่ Slovenia train เลือก International timetable

เราเลือกพักที่โรงแรมใกล้สถานีรถบัสเพราะตั้งใจจะใช้รถบัสไป Ljubljana อยู่แล้ว เห็นเวลารถไฟออกยังไม่ 7 โมงเช้าเลย ส่วนขบวนถัดมาคือ 12.37 น. ซึ่งไม่ลงตัวกับแพลนที่เราต้องการครับ

สถานีรถบัสกลางกับสถานีรถไฟกลางของซาเกร็บอยู่คนละที่กัน ห่างกันประมาณ 1.4 กิโลเมตร

3

นั่งรถบัส 2 ชั่วโมง 15 นาที 09.15 น. รถบัสก็เข้าจอดที่ชานชาลาสถานีรถบัสกลาง Avtobusna postaja Ljubljana ตรงหน้าสถานีรถไฟกลาง Železniška postaja Ljubljana

4 5

ขอเดินเข้าไปสำรวจสถานีรถไฟก่อนเพื่อหาข้อมูลว่ามีที่ฝากกระเป๋ามั้ย? สรุปคือไม่มีครับ ใครจะมาแวะเที่ยวที่นี่ไม่กี่ชั่วโมงแล้วไปเมืองอื่นต่อคงลำบากหน่อยนะครับ

ออกจากสถานีรถไฟเดินเข้าไปในอาคารชั้นเดียวเล็กๆ ของสถานีรถบัสเพื่อซื้อตั๋วขาไป Bled รอบ 12.00 น. ไว้ก่อนเลย ตั๋วรถบัส Ljubljana-Bled เที่ยวเดียวราคา 6.30 ยูโร + ค่าจองอีก 1.50 ยูโร = 7.80 ยูโร (ประมาณ 300 บาท) ถือว่าแพงเหมือนกันนะครับ

หันหลังให้สถานีรถไฟ เดินไปทางขวาตามถนน Trg Osvobodilne fronte ถึงสี่แยกใหญ่เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Slovenska cesta ระยะทางประมาณ 600 เมตร เดินไปทางทิศใต้ของเมืองเข้าไปฝากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไว้ที่ Hotel Center Ljubljana ก่อนเพราะยังเช็คอินไม่ได้

photo credit: www.mappery.com
photo credit: www.mappery.com

ยังไม่ 10 โมงก็พร้อมแล้ว เหลือเวลาอีกประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนจะถึงเวลารถบัสออก วันนี้อากาศโอเค ท้องฟ้าไม่สดใสแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าฝนจะตก ไม่อยากนั่งเสียเวลาไปเปล่าๆ ครับ เลยออกไปเดินเที่ยวในเมืองก่อนซะเลยเผื่อวันที่จัดแผนเที่ยวที่นี่ไว้ดันฝนตกขึ้นมา

เวลา 2 ชั่วโมง เพียงพอสำหรับเดินเที่ยวในเมืองได้พอสมควรครับ เที่ยวทันแค่ไหนเอาแค่นั้นก่อน ยังมีเวลาวันสุดท้ายก่อนบินกลับเมืองไทยให้เที่ยว Ljubljana อีกเกือบทั้งวัน

Ljubljana อ่านออกเสียงยากหน่อยนะครับ ขอสะกดเป็นภาษาไทยแบบใกล้เคียงว่า “ลูบลิยานา” คือเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของ Slovenija (Slovenia) หรือประเทศสโลวีเนียซึ่งเป็นประเทศหนึ่งในกลุ่มเชงเก้นละใช้สกุลเงินยูโร

photo credit: www.euron.org
photo credit: www.euron.org
เริ่มเที่ยวเลยละกัน

ออกจากโรงแรมเดินไปทางขวาตามถนน Slovenska cesta ตรงไปทางทิศใต้ของเมือง (คนละทางกับเส้นทางกลับไปสถานีรถบัส) ถนนสายหลักนี้ดูเป็นระเบียบและสะอาดมาก ฟุตบาธกว้างและแทบจะเสมอกับผิวถนนเลย รถไม่เยอะ เดินสะดวก ข้ามถนนสบายครับ ภาพในหัวเราตอนแรกก่อนมาเมืองนี้ไม่คิดว่าจะดูดีมีระดับขนาดนี้เลย รู้สึกชอบตั้งแต่วูบแรกที่เดินเที่ยวในเมืองจริงๆ ครัช

ถ่ายรูปมาแต่ตอนกลางคืนครับ เอามาให้ดูกันหน่อย

8

ตรงไปนิดเดียวก็เลี้ยวซ้ายที่สามแยกเข้าถนน Tavčarjeva ulica เดินผ่านอาคารสีขาวขนาดใหญ่ซึ่งก็คือ Okrožno sodišče v Ljubljani (Ljubljana District Court) ไม่ไกลก็ถึงสามแยกที่ตัดกับถนน Kolodvorska ulica ถ้าเลี้ยวซ้ายไปก็จะกลับไปที่สถานีรถไฟและรถบัส เราจะเข้าเมืองครับเลยโค้งขวาและเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Komenskega ulica แล้วเลี้ยวขวาที่สี่แยกเดินตามถนน Resljeva cesta

9

ตรงไปทางทิศใต้มุ่งหน้าสู่แม่น้ำ Ljubljanica (ระยะทางจากโรงแรมประมาณ 750 เมตร) ตอนนี้เรายืนอยู่ที่ Zmajski Most (Dragon Bridge) สะพานชื่อดังอีกแห่งของกรุงลูบลิยานาที่สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปีค.ศ. 1901 ชื่อของสะพานก็มาจากรูปปั้นมังกรสีเขียวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่ 4 มุมของสะพานนั่นเอง

10 11

วันสุดท้ายเราก็เดินมาที่สะพานมังกรนี้อีกครั้งครับเพราะท้องฟ้าสดใสเลยกลับมาถ่ายรูปใหม่

12 13

จะข้ามสะพานมังกรหรือไม่ข้ามก็ได้ครับ สามารถเดินไปทางขวาเลียบแม่น้ำ Ljubljanica ไม่ไกลก็ถึง Mesarski most (Butchers’ Bridge) สะพานคนเดินที่มีคู่รักมาคล้องกุญแจแสดงถึงความรักที่มั่นคงต่อกัน บนสะพานมีผลงานประติมากรรมของศิลปินท้องถิ่นประดับไว้ให้ชมและถ่ายรูปกันด้วย

เรามาที่นี่ทั้ง 2 วัน เหมือนกัน

14 15 16 17

ข้ามสะพานไปยังฝั่งใต้ของแม่น้ำซึ่งเป็นเขตเมืองเก่าของลูบลิยานา ตรงผ่านลานจอดรถและตลาดกลางเมืองที่จัตุรัส Vodnikov trg สุดทางก็เลี้ยวซ้ายพอเห็น Spomenik Valentina Vodnika หรือรูปปั้น Vodnik ก็เลี้ยวขวาเข้าซอกแคบๆ ซึ่งเป็นทางเดินขึ้นเขาเหนือเขตเมืองเก่า

18 19

เดินตามทางชันถึงชันมากขึ้นไปประมาณ 15 นาทีก็ถึงอาณาเขตของ Ljubljanski grad บนเนินเขา Grajski grič (Castle Hill)

20

ถ้าไม่อยากเดินก็สามารถใช้บริการ funicular จาก Krekov trg ขึ้นเขาได้ครับ ตั๋วสำหรับผู้ใหญ่แบบเที่ยวเดียวราคา 2.20 ยูโร ตั๋วไป-กลับ 4 ยูโร
เช็คเวลาเปิด-ปิดและข้อมูลเพิ่มเติมที่ Ljubljana Castle funicular

หยุดถ่ายรูปบ้านเมืองของกรุงลูบลิยานาจากที่สูงก่อนครับ

21 22

เดินไปทางหอคอยนาฬิกาของ Grajska kapela sv. Jurija (Chapel of St. George) โบสถ์เก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1489 ส่วนหอคอยสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19

23

วนซ้ายไปที่ด้านหน้าทางเข้า Ljubljanski grad (Ljubljana Castle) ปราสาทลูบลิยานาคือป้อมปราการป้องกันเมืองในสมัยโบราณสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 ต่อเนื่องศตวรรษที่ 12 กระทั่งปรับปรุงเสร็จสมบูรณ์ในศตวรรษที่ 15

24

ปราสาทเปิดให้เข้าชมในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค. และ พ.ย. 10.00-20.00 น., เม.ย.-พ.ค. และ ต.ค. 09.00-21.00 น., มิ.ย.-ก.ย. 09.00-23.00 น. และ ธ.ค. 10.00-22.00 น.
ค่าเข้าชมปราสาทสำหรับผู้ใหญ่ราคา 7.50 ยูโร เด็กอายุ 7-18 ปี 5.20 ยูโร ซื้อออนไลน์ลด 10%

อ่านรายละเอียดต่างๆ ได้ที่ visit Ljubljana Castle

25 26

เราไม่มีเวลามากพอที่จะเข้าชมครับ เลยเดินลงเขากลับทางเดิมไปที่ Vodnikov trg เลี้ยวซ้ายเดินผ่านรูปปั้น Vodnik

27

ตรงเข้าถนน Ciril-Metodov trg (Sts. Cyril and Methodius Square) ไปทางยอดโบสถ์ Ljubljanska stolnica (Ljubljana Cathedral) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ cerkev svetega Nikolaja, šenklavška cerkev (St. Nicholas’ Church) โบสถ์ที่สร้างขึ้นในสไตล์โกธิคตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 แต่ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นศิลปะแบบบาโรค

28 29

ตรงไปอีกนิดก็ถึง Robbov vodnjak (Robba Fountain) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Fountain of the Three Carniolan Rivers (Vodnjak treh kranjskih rek) ตั้งเด่นอยู่ที่ Mestni trg (Town Square)

30

มองเลยไปก็เห็นอาคารที่มีหอนาฬิกาสูง นั่นคือ Ljubljanska mestna hiša (Ljubljana Town Hall) หรือที่เรียกกันว่า Rotovž หรือ Magistrat

31

ถนนในเมืองเก่าสายนี้ดูคลาสสิกดีเหมาะสำหรับเดินเล่นสบายๆ และหาร้านเก๋ๆ นั่งดื่มกินชิลล์ๆ ครับ

32 33

เดินเข้าถนน Stritarjeva ulica หน้าน้ำพุตรงไปนาทีเดียวก็ถึงแม่น้ำ Ljubljanica อีกครั้ง คราวนี้เรามาถึงสะพานที่ถือเป็นแลนด์มาร์คและสัญลักษณ์สำคัญของกรุงลูบลิยานา สะพานที่ว่านี้คือ Tromostovje (Triple Bridge) เป็นกลุ่มของสะพาน 3 สะพานข้ามแม่น้ำ Ljubljanica ซึ่งเชื่อมระหว่างเขตประวัติศาสตร์ของเมืองกับเขตเมืองใหม่ ออกแบบโดย Jože Plečnik

34

สิ่งก่อสร้างโดดเด่นข้างหน้าคือ Franččanska cerkev (Cerkev Marijinega oznanenja) หรือ Franciscan Church (Church of the Annunciation) โบสถ์สีชมพูหวานแหววซึ่งเป็นฉากหลังสุดลงตัวของสะพานแฝดสาม

35 36

มองย้อนกลับหลังเงยหน้าขึ้นไปบนเนินเขาก็คือที่ตั้งของปราสาทลูบลิยานานั่นเอง

37 38

สองวันต่อมาเราก็มาเดินเล่นแถวนี้อีกทีครับ วันที่สองอากาศแจ่มใส ท้องฟ้าไม่หม่นเหมือนวันแรกครับ

39 40

ข้ามสะพานไปที่ Prešernov trg (Prešeren Square) จัตุรัสซึ่งเป็นแหล่งนัดหมายหลักของชาวเมืองลูบลิยานาและเป็นที่ตั้งของโบสถ์ Franciscan ชมวิถีชีวิตของผู้คนที่มานั่งเล่นเดินเล่นที่ย่านหรูแห่งนี้

41

น่าแปลกใจมากว่าที่จัตุรัสกลางเมืองซึ่งเป็นแหล่งที่มีคนพลุกพล่านแต่ไม่เห็นมีคนจรจัดหรือขอทานซักคนเลย และตลอดทางเท่าที่เดินมาก็รู้สึกว่าลูบลิยานาเป็นเมืองหลวงที่ปลอดภัยมากๆ ครับ

วันแรกไม่ได้เดินเข้าถนนสายเศรษฐกิจสำคัญของเมืองชื่อ Miklošičeva cesta ข้างโบสถ์ Franciscan ซึ่งมีอาคารดีไซน์เจ๋งอยู่ไม่ไกล แต่วันที่สองที่มาที่นี่เราเดินไปถ่ายรูปมาครับ

42 43

อาคารที่ว่านั้นก็คือ Okrajno sodišče v Ljubljani หรือ Zadružna gospodarska banka (Cooperative Business Bank Building) อาคารสำนักงานธนาคารที่โดดเด่นด้วยศิลปะแบบอาร์ทนูโวที่สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1921 ออกแบบโดย Ivan Vurnik สถาปนิกท้องถิ่น ตึกนี้มีความสวยงามเฉพาะตัวโดยเฉพาะการตกแต่งบริเวณระเบียงด้านหน้าตึกจึงได้รับการยกย่องให้เป็นตัวแทนสถาปัตยกรรมของสโลวีเนียเลยทีเดียว โดยด้านในมีการประดับตกแต่งสไตล์อาร์ทนูโวอย่างงดงามเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมได้ครับ

44 45

เดินกลับไปที่โบสถ์ Franciscan ผ่ากลางจัตุรัส Prešeren ไปทางขวาเข้าถนนถนน Wolfova ulica ที่เชิงสะพานแฝดสาม

46

ตรงตามแนวแม่น้ำไปราว 200 เมตรก็เห็นอาคาร Univerza v Ljubljani (University of Ljubljana) ซึ่งตั้งอยู่ที่ Kongresni trg (Congress Square) หรือที่เรียกว่า Zvezda (the Star) บริเวณนี้คือจัตุรัสกลางกรุงลูบลิยานา

47 48

ที่ Park Zvezda มีซากโบราณ Rimski vodnjak (Roman well) และเยื้องกับมหาวิทยาลัยลูบลิยานามีอาคารอิฐสีเหลืองซึ่งเป็น Orkester Slovenske filharmonije (Slovenian Philharmonic Orchestra)

49 50

เดินไปที่หน้ามหาวิทยาลัย มองไปทางขวาเห็นอาคารโดดเด่น นั่นคือ Župnijska cerkev svete Trojice (Holy Trinity Parish Church) หรือชื่ออย่างไม่เป็นทางการคือ Uršulinska cerkev svete Trojice (Ursuline Church of the Holy Trinity) หรือ Nunska cerkev (Nun Church)

51 52

เดินไปทางโบสถ์ Ursuline มองผ่านสวนไปมีอาคารสไตล์นีโอคลาสสิกสีชมพูอยู่ อาคารดังกล่าวคือ Kazina ซึ่งในอดีตเคยเป็น Kazinsko društvo หรือสโมสรของชนชั้นสูงในสังคม ปัจจุบันเป็นที่อยู่ของสถาบันต่างๆ เช่น Institute of Modern History, The France Marolt Academic Folklore Society และ Tone Tomšič Academic Choir

53

มองย้อนกลับไปทางมหาวิทยาลัยก็เห็นปราสาทลูบลิยานาอยู่บนเนินเขาครับ

54

สมควรแก่เวลาเดินกลับโรงแรมและไปสถานีรถบัสแล้ว วันนี้เที่ยวพอแค่นี้ก่อนครับ จริงๆ แล้วในเมืองยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอีก 4-5 แห่งซึ่งอยู่เลยโบสถ์ Ursuline นี้ไปอีก แต่เดี๋ยววันสุดท้ายของทริปค่อยเดินมาทางนี้และเลยต่อไปเที่ยวอีกครั้งก็ได้ครับ

จากหน้า Župnijska cerkev svete Trojice หรือโบสถ์ Ursuline เลี้ยวขวาเดินผ่าน Park Zvezda ตามถนน Slovenska cesta ไปประมาณ 600 เมตรก็ถึงโรงแรม ตรงต่อไปสถานีรถบัสให้ทันเวลารถออกไปเมือง Bled ตอนเที่ยงตรง

55

ลูบลิยานามีขนาดไม่ใหญ่เท่าไหร่ เดินเที่ยวได้ทั่วครับ แต่ถ้าต้องการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะก็สามารถใช้รถเมล์ได้อย่างสะดวก ตั๋วรถเมล์ 1 โซนจ่ายด้วย Urbana Card ราคาเที่ยวละ 1.20 ยูโร

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Ljubljana transportationLjubljana transportation fee

56

หลังจากไปเที่ยวทะเลสาบ Bled และกลับมาค้างคืนที่ลูบลิยานา วันรุ่งขึ้นเราออกไปเที่ยวเมืองอื่นทั้งวันและกลับลูบลิยานาค้างอีก 1 คืน

อ่านรีวิวล่วงหน้าได้ที่นี่ครับ
สโลวีเนีย..มีดีอะไร ตอนที่ 2 “Bled” เมืองทะเลสาบรูปดาวและโบสถ์กลางน้ำอันโด่งดัง
สโลวีเนีย..มีดีอะไร ตอนที่ 3 “Koper – Piran – Postojna” 3 เมืองน่าเที่ยว..ไม่ไกลจากเมืองหลวง

เราจะพักที่ลูบลิยานา 2 คืน ราคาห้องพักถือว่าถูกแล้วเมื่อเทียบกับทำเลคือคืนละ 60.54 ยูโร ไม่มีอาหารเช้า แต่สามารถหยิบน้ำเปล่าและแอปเปิ้ลกินได้ตลอดครับ จ่ายเป็นเงินสด 2 คืนนี้คิดเป็นเงินไทยแล้วประมาณ 2,360 บาท

โรงแรมที่นี่ที่อยู่ในทำเลดีคือระหว่างสถานีรถไฟ/รถบัสกับแม่น้ำ Ljubljanica ในระยะทางเดินประมาณ 1 กิโลเมตร
ส่วนใหญ่แล้วราคาคืนนึงเกิน 100 ยูโรทั้งนั้นครับ

57

เช้าวันสุดท้ายของทริปหลังจากตะลอนเที่ยวตามแนวชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและอเดรียติกจากฝรั่งเศสใต้มาจนถึงสโลวีเนียอย่างยาวนานกว่า 2 อาทิตย์ วันนี้เราจะไม่ไปไหนไกลจากลูบลิยานาแล้ว ขอเดินเที่ยวสบายๆ แค่ในเมืองหลวงแห่งนี้พอครับ

8 โมงเช้า ตื่นนอนสบายๆ แพ็คกระเป๋าเดินทางเตรียมพร้อม จากนั้นก็ขนลงไปเช็คเอาท์และฝากไว้ที่รีเซ็ปต์ชั่นก่อนออกไปเดินเที่ยวชมเมืองอีกรอบหนึ่ง วันนี้จะใช้เส้นทางเดียวกับเมื่อวานซืนรีเพลย์เที่ยวลูบลิยานาอีกครั้งเพราะท้องฟ้าแจ่มใสกว่าวันแรกที่มาถึงเยอะครับ ออกไปเก็บภาพอีกทีดีกว่า แต่ขี้เกียจเดินขึ้นเขาไปที่ปราสาทลูบลิยานาซ้ำแล้วครับ เก็บแรงไว้เดินไปยังสวน Tivoli ซึ่งอยู่ไกลสุดในแผนของเราดีกว่า

ออกจากโรงแรมเดินตามเส้นทางเดียวกับวันแรกไปยัง Zmajski Most (Dragon Bridge) สะพานมังกรข้ามแม่น้ำ Ljubljanica เดินเลียบแม่น้ำผ่าน Mesarski most (Butchers’ Bridge) สะพานที่มีกุญแจคล้องอยู่เต็มไปหมด คราวนี้ขอไม่เดินขึ้นเขาไปยัง Ljubljanski grad (Ljubljana Castle) และเข้าถนน Ciril-Metodov trg ไปยัง Ljubljanska stolnica (Ljubljana Cathedral) และ Mestni trg (Town Square) ที่ตั้งของที่ว่าการเมืองแล้ว เราเดินตรงตามแม่น้ำอีกนิดไปยัง Tromostovje (Triple Bridge) กลุ่มของสะพาน 3 สะพานข้ามแม่น้ำ Ljubljanica แลนด์มาร์คสำคัญของลูบลิยานาที่ Prešernov trg (Prešeren Square) ซึ่งมีโบสถ์ Franččanska cerkev (Franciscan Church) สีชมพูเด่นอยู่

58

จากจุดนี้ เราเปลี่ยนเส้นทางเดินนิดหน่อยโดยเดินตามถนน Cankarjevo nabrežje เลียบริมแม่น้ำ Ljubljanica ทางฝั่งใต้ของแม่น้ำเพื่อถ่ายรูปแม่น้ำ สะพานแฝดสาม และโบสถ์สีชมพู ซึ่งเป็นมุมซิกเนเจอร์ของที่นี่

59 60

ข้ามสะพานเดินไปที่ Kongresni trg (Congress Square) เลี้ยวขวาผ่าน Univerza v Ljubljani (University of Ljubljana) มุ่งหน้าไปทางโบสถ์ Uršulinska cerkev svete Trojice ซึ่งเป็นสถานที่สุดท้ายก่อนเดินกลับโรงแรมและไปขึ้นรถบัสไปทะเลสาบ Bled เมื่อวานซืนครับ

61 62

วันนี้เราจะเดินไปเที่ยวสถานที่ที่ยังไม่ได้ไปเมื่อสองวันก่อนครับ จากโบสถ์ Ursuline เดินไปทางซ้ายแล้วเลี้ยวขวาที่สามแยกเข้าถนน Erjavčeva cesta ผ่าน Slovensko narodno gledališče Drama หรือ Slovenian National Theatre Drama (SNG Drama)

63

ตรงไปไม่ไกลก็ถึง Trg republike (Republic Square) จัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดของลูบลิยานา บริเวณนี้เป็นสถานที่ประกาศอิสรภาพจากยูโกสลาเวียเมื่อปีค.ศ. 1991

64

เดินผ่านอาคารสูงที่จัตุรัสไปก็เห็น Slovenski parlament (Slovenian Parliament) หรืออาคารรัฐสภาแห่งสโลวีเนียอยู่ข้างหน้า

65

เดินลัดสวนด้านข้างรัฐสภาไปปุ๊บก็เจอ Ljubljanska operna hiša (Slovensko narodno gledališče Opera in balet Ljubljana) หรือ Slovenian National Opera and Ballet Theatre

66

ตรงตามถนน Župančičeva ulica แล้วเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกเข้าถนน Cankarjeva cesta  จากตรงนี้ถ้าเลี้ยวขวาก็จะกลับไปที่สี่แยกจุดตัดกันของถนน Slovenska cesta กับ Čopova ulica ซึ่งตรงต่อไปก็จะถึง Triple Bridge

67

เดินตรงผ่านอาคาร Narodna galerija (National Gallery)

68

เข้าเขต Mestni park Tivoli สวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดของเมือง สวนแห่งนี้คือจุดสิ้นสุดเขตศูนย์กลางเมืองทางฝั่งตะวันตก

69 70

เดินเข้าไปในสวนประมาณ 500 เมตรมีรูปปั้น VodnjakDeček z ribo (Boy with a Fish Fountain) อยู่ด้านหน้า Grad Tivoli (Tivoli Castle)

71 72

เดินชมสวนอยู่พักนึงก็ไม่ไหวแล้วเพราะวันนี้ร้อนเหลือเกิน แดดเปรี้ยงเลยครัช เดินกลับทางเดิมออกจากสวนเข้าถนน Cankarjeva cesta ตรงดิ่งผ่าน Glavna pošta (Main Post Office) อาคารโบราณสวยงามที่หัวมุมถนนไปเดินเล่นที่ Čopova ulica หรือถนน Čop คือถนนคนเดินสายหลักของเมือง ถนนสายนี้มี McDonald’s สาขาเก่าแก่ที่สุดในประเทศตั้งอยู่ด้วย

ขอเอารูปถ่ายตอนค่ำเมื่อวานที่เราได้มาเดินสำรวจชีวิตกลางคืนของคนที่นี่แล้วครั้งนึงเพราะกลางวันนี้ไม่ได้ถ่ายมาครับ

73 74

บ่ายโมงแล้ว หาอะไรกินแถวนี้แหละ ขี้เกียจเดินต่อแล้วเพราะวันนี้เดินแทบจะรอบเมืองเลย เห็นร้านจีนป้ายสีส้มชื่อ The Wok คนแน่นร้านเชียว ต้องอร่อยแน่ๆ ลองเข้าไปดูเมนูหน่อยว่ามีอะไรน่ากินบ้าง สรุปก็สั่ง Riževi Rezanci (Rice Noodles) + Svinjina (Pork) กระปุกนึง 6.40 ยูโร นั่งกินในร้านแบบไม่รีบร้อน ร้านนี้มีสาขาอื่นในหลายประเทศด้วย เช่น Amsterdam, Barcelona, Berlin, London, Milan, Moscow, New York, Dubai

อิ่มแล้วก็เดินไปหาซื้อเบเกอรี่และพิซซ่าห่อเตรียมไปกินที่สนามบินก่อนเวลาเครื่องบินออกตอน 18.05 น. ไปเปลี่ยนเครื่องที่ Frankfurt เพราะสายการบิน Adria Airways ที่จะออกจากลูบลิยานานั้นเป็นสายการบิน low cost ไม่มีอาหารเสิร์ฟครับ

เดินกลับโรงแรมไปขนกระเป๋าเดินลากไปสถานีรถบัส Avtobusna postaja Ljubljana เห็นรถเมล์เบอร์ 64 เขียนป้ายหน้ารถว่า Letališče Brnik จอดรออยู่ ขนกระเป๋าไว้ใต้ท้องรถแล้วขึ้นรถไปซื้อตั๋วจากคนขับใบละ 4.10 ยูโร นั่งรอเวลารถออกตอน 15.10 น.

75

เช็คเวลาและค่ารถบัสได้ที่ Slovenia bus และ Alpetour bus

76

ถ้าต้องการความรวดเร็วก็สามารถใช้บริการรถมินิบัสของ GoOpti ได้ในราคา 7-9 ยูโร
ดูรายละเอียดที่ GoOpti ครับ

นั่งรถเมล์ชมวิวขุนเขาสูงชันที่ยังมีหิมะปกคลุมยอดอยู่บ้างเพลินๆ อีก 47 นาทีต่อมาเราก็เดินทางมาถึง Letališče Jožeta Pučnika Ljubljana (Ljubljana Jože Pučnik Airport) หรือ Aerodrom Brnik Ljubljana สนามบินนานาชาติกรุงลูบลิยานาตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้าน Brnik ทางทิศเหนือห่างจากสถานีรถบัสกลางลูบลิยานาประมาณ 30 กิโลเมตร

photo credit: www.mapsofworld.com
photo credit: www.mapsofworld.com

78 79

สนามบินที่นี่เรียกว่าเล็กครับ มีเคาน์เตอร์เช็คอินไม่กี่สายการบิน เข้าไปเช็คอินโหลดกระเป๋าเดินทางที่เคาน์เตอร์ของ Adria Airways สายการบิน low cost ที่เป็น alliance กับ Lufthansa นั่งกินขนมปังและพิซซ่าที่ซื้อมาจากในเมืองจนอิ่มแล้วผ่าน Security Check เดินไปรอขึ้นเครื่องที่เกท

80

18.05 น. เครื่องบินออกตัวช้าๆ ให้ชมวิวเทือกเขาสูงที่ยอดมีหิมะขาวปกคลุมก่อนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ามุ่งหน้าสนามบิน Frankfurt am Main ซึ่งจะใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง 25 นาที

81 82

รอต่อไฟลท์ของสายการบิน Lufthansa กลับเมืองไทยที่จะออกตอน 22.00 น. นั่งเอนหลับบนเครื่องข้ามคืน 10 ชั่วโมงเศษ ในที่สุดก็เดินทางกลับถึงบ้านเกิดเมืองนอนอย่างปลอดภัยในเวลา 14.10 น. ของวันรุ่งขึ้นครับ

83 84

จบทริปใหญ่ต้นปี 2016 อย่างสนุก ประทับใจ ได้ประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆ เพียบลยครับ 😀

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต