Kumamoto ไม่ได้มีแค่หมีจอมเกรียนน้า!

เที่ยวเอง รีวิว คุมาโมโต ญี่ปุ่น kumamoto japan
ถ้าพูดชื่อ Kumamoto ขึ้นมา ภาพแรกที่นึกได้คงจะหนีไม่พ้น Kumamon” เจ้าหมีตัวดำแก้มแดงจอมเกรียนที่ทั้งกวน ขี้เล่น ทะเล้นปนทะลึ่ง ฮา ซุ่มซ่าม และน่ารัก จนเป็นที่ชื่นชอบของทุกเพศทุกวัย

1

คุมะมง คือหมีประจำจังหวัด Kumamoto บนเกาะคิวชูทางใต้ของประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมเยียนบ้านเกิดของเจ้าหมีคุมะมงเป็นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ญี่ปุ่นเค้าสร้างกิมมิกเจ๋งๆ เก่งจริงๆ ครับ

photo credit: www.qoo10.sg
photo credit: www.qoo10.sg

ภาพของคุมะมงกลายเป็นสัญลักษณ์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางจนตอนแรกผมคิดว่า Kumamoto ไม่มีอะไรเที่ยว ไม่มีอะไรทำมากมาย นอกจากไปถ่ายรูปคู่กับเจ้าหมีมาดกวนตัวนี้ แต่พอได้มีโอกาสไปป้วนเปี้ยนแถวเกาะคิวชูแบบจับพลัดจับผลูก็เลยลองไปเที่ยวเมืองคุมาโมโตดู ผลจะเป็นยังไง ลองชมกันต่อได้เลยครับ

เริ่มต้นตั้งแต่การเดินทางจากกทม.
วิธีการเดินทางไป Kumamoto ที่สะดวกที่สุดก็คือบินลงที่สนามบิน Fukuoka นั่งรถไฟใต้ดินไปที่สถานี Hakata แล้วนั่งรถไฟความเร็วสูง Shinkansen ตรงไปยังสถานีรถไฟ Kumamoto ใช้เวลา 32-56 นาที แล้วแต่เป็นรถไฟขบวนไหน ค่าตั๋วรถไฟราคา 2,130 เยน + ค่าจองที่นั่งอีก 3,000 เยน

ค้นหาเวลาและค่ารถไฟได้ที่ www.hyperdia.com

3 4

คืนนี้เราจะพักที่ Kumamoto Tokyu REI Hotel ซึ่งอยู่กลางเมืองเลย จากสถานีรถไฟต้องนั่งรถราง (Shiden) สาย A 5 ป้ายไปลงที่ป้าย Karashimacho ตรงข้ามโรงแรมพอดีเป๊ะ ค่าตั๋วรถรางราคาเที่ยวละ 170 เยน ซื้อบนรถได้
ถ้าจะนั่งรถรางหลายเที่ยวก็สามารถซื้อตั๋ววันราคา 500 เยนได้ครับ

5 6

พอถึงสถานีรถไฟ Kumamoto เจ้าคุมะมงก็มาต้อนรับเลย 😉

7 8

สถานที่ท่องเที่ยวหลัก ร้านอาหาร และร้านขนมดังๆ ของเมืองคุมาโมโตอยู่รอบๆ บริเวณนี้ สามารถเดินไปได้ไม่ไกลมากครับ

9

Kumamon Square (くまモンスクエア) สถานที่ทำงานของคุมะมงในฐานะผู้จัดการฝ่ายขายของจังหวัดคุมาโมโตและร้านขายสินค้าเกี่ยวกับคุมะมงล้วนๆ อยู่ที่ชั้น 1 ของห้าง Tsuruya หน้าร้านมีตุ๊กตาคุมะมงยืนน่ารักให้ถ่ายรูปคู่เก็บไปเป็นที่ระลึก ส่วนในร้านนั้นตระการตาด้วยสินค้าและของที่ระลึกหน้าคุมะมงเพียบ ทั้งของใช้ต่างๆ และขนม Made in Japan เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีห้องทำงานและเวทีของเจ้าหมีดำซึ่งจะออกมาโชว์ตัวเป็นๆ ตามตารางเวลาที่กำหนด สามารถเช็คข้อมูลที่เว็บไซต์ของ Kumamon Square ได้เลย สาวกคุมะมงคงอินกับที่นี่ได้เป็นชั่วโมงๆ เลย ใช่มั้ยล่ะ 55

10 11 12

จากโรงแรมเดินไปได้ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร หรือจะนั่งรถรางไปลงที่ป้าย Suidocho ก็ได้

ข้อมูลการเดินทางที่ www.kumamon-sq.jp

13

Horaku manju (蜂楽饅頭) ร้านมันจูเจ้าดังออริจินอลของแท้แน่นอน มีร้านเดียวใน Kumamoto อยู่ใน Kamitori Arcade หาไม่ยากครับ มี 2 ไส้ สีแดงกะสีขาว อันนึง 100 เยนครับ

14 15

พิกัดใน google map เขียนว่า Japanese Sweets Restaurant อยู่ห่างจาก Kumamon Square ราว 400 เมตร

16

Yokobachi ร้านอาหารญี่ปุ่นยอดนิยมของเมืองซึ่งตอนเย็นคนแน่นเต็มร้านตลอด เมนูเด่นที่มาคุมาโมโตแล้วไม่ควรพลาดลองชิมก็คือ เนื้อม้าดิบ” ตอนแรกผมก็กล้าๆ กลัวๆ ที่จะลองครับ แต่พอลองโดยจิ้มกับโชยุที่ผสมกับขิง หอมแดง และกระเทียม ก็ชอบมากและกินจนหมดจานเลย มันไม่มีกลิ่นคาวนะ อร่อยดีเลยแหละ

17 18 19

ไปดูเมนูอื่นๆ ยั่วน้ำลายกัน

20

Kumamoto-jō (熊本城) Kumamoto Castle หรือปราสาทคุมาโมโตเริ่มสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1601-1607 บนเนินเขาอันเป็นชัยภูมิที่ยอดเยี่ยมมากๆ ในช่วงปลายยุคเซนโกกุ (Sengoku) สมัยที่ไดเมียวคาโตะ คิโยมาสะ (Kato Kiyomasa) เป็นผู้ปกครองเมืองเพื่อใช้เป็นป้อมปราการป้องกันข้าศึกศัตรู

21 22

โครงสร้างของปราสาทได้รับการออกแบบอย่างชาญฉลาดโดยสร้างกำแพงหินอันแข็งแกร่งสูง 13.5 เมตรที่เรียกว่า Musha-gaeshi ล้อมรอบอาณาเขตชั้นในและหอคอยหลักที่สูง 30 เมตรซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของปราสาท มีอาคารไม้สำหรับตรวจการเป็นระยะๆ มีจุดปล่อยหินสำหรับโจมตีข้าศึกที่มาบุกรุก

23

ต่อมาปราสาทได้ตกอยู่ในการดูแลของตระกูล Hosogawa ที่เข้ามามีอำนาจปกครองเมืองคุมาโมโตแทน และในปีค.ศ. 1877 ได้เกิดเหตุไฟไหม้ทำให้ตัวปราสาทได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด อีกเกือบ 100 ปีต่อมาจึงได้มีการก่อสร้างขึ้นใหม่โดยเลียนแบบโครงสร้างเดิมของไดเมียวคาโตะ คิโยมาสะ สิ่งที่น่าทึ่งก็คือภายในปราสาทสร้างด้วยไม้โดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว

แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่สามารถเข้าชมด้านในปราสาทได้เพราะกำลังอยู่ระหว่างการซ่อมแซมบูรณะภายหลังได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา โดยคาดการณ์กันว่าจะต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 3 ปีถึงจะแล้วเสร็จสมบูณณ์ดังเดิม (ปกติค่าเข้าชมราคา 500 เยน)

นำภาพความเสียหายรอบๆ บริเวณปราสาทมาให้ชมครับ

24 25 26

ด้วยความยิ่งใหญ่และสง่างามของปราสาทคุมาโมโตจึงทำให้ได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 3 ปราสาทอันทรงเกียรติที่สุดของญี่ปุ่นรองลงมาจาก Himeji Castle และ Matsumoto Castle และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของ
เมืองคุมาโมโตด้วยครับ

การเดินทาง
จากโรงแรม Kumamoto Tokyu REI เดินไปได้ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร
จาก Kumamon Square เดินประมาณ 1.3 กิโลเมตร
จากสถานีรถไฟ Kumamoto นั่ง Kumamoto Castle Loop Bus ไปลงที่ป้าย Kumamoto Castle หรือนั่งรถรางไปลงที่ป้าย Kumamotojo/Shiyakusho-Mae (Kumamoto Castle/City Hall) แล้วเดินต่ออีกราว 800 เมตร

27

Sakura-no-baba-Johsaien คือศูนย์รวมความเป็น Kumamoto ซึ่งมีอาคารจัดนิทรรศการประวัติความเป็นมาและวัฒนธรรมของเมือง รวมทั้งกิจกรรมและการแสดงต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย

บริเวณนี้อยู่ด้านล่างของปราสาทคุมาโมโต เดินไปได้ไม่ไกลครับ

28

29.1

ที่สำคัญตรงถนน Sakura no Kohji ที่แปลว่า Cherry Blossom Street ในบริเวณ Sakura-no-baba-Johsaien ยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหาร ขนม ผลิตภัณฑ์พื้นเมือง และของฝากนานาชนิดอีกด้วย

30 31 32 33

โดยร้านอาหารที่อยากแนะนำคือ Aso-tei Yamami-chaya  หรือ Yamamicyaya

34

ร้านนี้ก็มีเมนูเด่นเป็นเนื้อม้าเช่นกัน แต่คราวนี้ไม่ดิบแล้วครับ เมนู Baked the horsemeat set meal “Sakura-zen” คือเซ็ตเนื้อม้าปิ้งย่างโคตรอร่อย ราคาไม่แพงมากคือ 1,980 เยนครับ

35

36

Suizenji Joju-en สวนสไตล์ญี่ปุ่นแบบ Momoyama แห่งนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1636 ในสมัยเมจิโดยโชกุนท่านที่ 3 ในตระกูล Hosokawa สวนซุยเซนจิเคยใช้เป็นสถานที่จัดพิธีชงชาตามความประสงค์ของโชกุนมานานถึง 80 ปีตลอด 3 รุ่นของตระกูล บรรยากาศภายในสวนดูสบายตาน่าเดินเล่น มีสระน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดจากน้ำผุดขึ้นมาจากตาน้ำใต้ดิน ถ้ามาในช่วงเดือนพฤศจิกายนจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีแดงสีเหลืองเข้ากับบรรยากาศของสวนมากๆ เลย

ค่าเข้าชมสวนราคา 400 เยน

37 38

ถ้าอยากสวมชุดกิโมโนเดินเที่ยวก็สามารถเช่าชุดได้ที่ร้าน Wa-collection Mito ไม่ไกลจากทางเข้าสวน ค่าเช่าชุดกิโมโน+ค่าเข้าสวนราคารวมภาษีแล้ว 2,160 เยน

39 40 41

ภายในสวน Suizenji Joju-en เป็นที่ตั้งของ Izumi Shinto Shrine ศาลเจ้าเก่าแก่ที่สร้างในสมัยเมจิเมื่อปีค.ศ. 1878 เพื่ออุทิศให้แก่บรรพบุรุษในตระกูล Hosokawa และเพื่อเป็นที่สถิตของดวงวิญญาณของโชกุน Fujitaka (Yusai) และ Tadatoshi ให้คุ้มครองดูแลสถานที่แห่งนี้ ผู้มาขอพรที่นี่มักจะขอให้มีสุขภาพแข็งแรงและแวะดื่มน้ำที่ผุดจากธรรมชาติ (Water for Longevity) ซึ่งชาวญี่ปุ่นโบราณเชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใสสะอาด ถ้าได้ดื่มแล้วจะเกิดสิริมงคลแก่ตัวเอง

42 43

การเดินทาง นั่งรถรางสาย A หรือ B ไปลงที่ป้าย Suizenjikoen แล้วเดินอีกราว 300 เมตร

photo credit: japan-guides.blogspot.com
photo credit: japan-guides.blogspot.com

Kichijien (吉次園– 観光農園) ฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่นอกตัวเมืองคุมาโมโตไปทางทิศเหนือประมาณ 12 กิโลเมตร เปิดตั้งแต่ 09.00-17.00 น.

45

สตรอว์เบอร์รี่ที่นี่ลูกใหญ่สีแดงสด รสชาติหวานอร่อยดีงามสุดๆ ครับ จ่ายเงิน 1,400 เยน เด็ดกินจากต้นสดๆ ได้ไม่จำกัดเท่าที่มีกำลังภายในเวลา 50 นาที เอาให้อิ่มกันไปข้างเลย 55

46 47

ปิดท้ายในเมืองด้วยมื้อเย็นสุดฟินที่ร้าน Katsuretsu Tei ด้านหลังโรงแรม Kumamoto Tokyu REI กับเมนูทงคัตสึหมูกรอบอร่อยมันหนานุ่ม โอ๊ย! ไขมันในเลือดขึ้นเลยครัช 555 จานยักษ์แบบนี้ราคา 2,500 เยน เติมข้าวกับผักไม่อั้นครับ

48 49

และไปเมากรึ่มๆ ที่โซจูบาร์ชื่อ Glocal BAR vibes อยู่ที่ชั้น 3 ตึกแคบๆ บนถนน Club Dori ไม่ไกลจากโรงแรม

50

ร้านนี้มีโซจูให้เลือกเป็นร้อยชนิด โซจูทุกชนิดมีระดับดีกรีที่ 25 ราคาโดยเฉลี่ยอยู่ที่แก้วละ 250 เยน ดื่มไม่เกิน 2 แก้วก็แมวเล้า 555  เจ้าของร้านพูดภาษาอังกฤษคล่องมาก อยากรู้อะไร ถามได้เลยครับ

51 52

เดินกลับโรงแรมนอนหลับสบายเรย คร่อกๆๆ

53 54