เที่ยวเองสโลวีเนีย..มีดีอะไร ตอนที่ 3 “Koper – Piran – Postojna” 3 เมืองน่าเที่ยว..ไม่ไกลจากเมืองหลวง

เที่ยวเอง รีวิว โคเปอร์ ปิราน พอสตอยนา สโลวีเนีย koper piran postojna slovenia
เที่ยวเอง กวาดเรียบเมืองริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ อเดรียติก แถมบอสเนียแอนด์เฮอร์เซโกวินา อีกประเทศ

Trip map

และแล้วก็เข้าสู่วันรองสุดท้ายของทริป วันที่ 15 นี้เราจะออกจากกรุงลูบลิยานาไปเที่ยว 3 เมืองท่องเที่ยวของประเทศสโลวีเนียตั้งแต่เช้ายันเย็น ก่อนกลับมาค้างคืนที่เมืองหลวงเป็นคืนที่ 2 ครับ

1

เมื่อวานช่วงบ่ายเราไปชมความงามของทะเลสาบ Bled แบบไปกลับในวันเดียวจาก Ljubljana มาครับ
สโลวีเนีย..มีดีอะไร ตอนที่ 2 “Bled” เมืองทะเลสาบรูปดาวและโบสถ์กลางน้ำอันโด่งดัง

ขอสรุปรีวิวทุกตอนของทริปมหากาพย์นี้ให้ครับ เพื่อความเข้าใจเรื่องราวและเนื้อหาทั้งหมด แนะนำให้อ่านให้หมดทุกตอนเลยนะครับ ใช้เวลาไม่กี่วันหรอกครับ 555 🙂
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 1 “Nice” เมืองตากอากาศชื่อดังสุดหรูของฝรั่งเศส
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 2 “Monaco” ประเทศเล็กๆ สุดหรูหราเว่อร์วัง
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 1 “Cinque Terre” หมู่บ้านริมหน้าผาแสนน่ารักแห่งลิกูเรีย
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 2 “Pisa” ซ้ำเดิม..เพิ่มเติมคือที่ใหม่
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 3 “Florence” ซ้ำเดิม..แต่ไม่เหมือนเดิม
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 4 “Bologna” เมืองมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในยุโรป
เที่ยวเองประเทศแปลก “San Marino” รัฐอิสระอายุกว่า 1,700 ปี
โครเอเชียน่าเที่ยวไม่เบา ตอนที่ 1 “Split” ยังไงก็ต้องขอแวะเมืองนี้
โครเอเชียน่าเที่ยวไม่เบา ตอนที่ 2 “Dubrovnik” เมืองแห่งป้อมกำแพงโบราณ บ้านหลังคาสีส้ม และทะเลสีน้ำเงินสด
มอนเตเนโกร ประเทศใหม่กำลังมาแรง ตอนที่ 1 “Podgorica และ Ostrog” มาเมืองนี้ด้วยความศรัทธา
มอนเตเนโกร ประเทศใหม่กำลังมาแรง ตอนที่ 2 “Budva และ Sveti Stefan” เมืองรีสอร์ทสุดหรูริมทะเลสุดงาม
มอนเตเนโกร ประเทศใหม่กำลังมาแรง ตอนที่ 3 “Kotor” ฟยอร์ดแห่งอเดรียติก
บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา แฝดผู้น้องของสวิสและตุรกี ตอนที่ 1 “Mostar – Blagaj – Konjic” ราวกับหยุดเวลาไว้ในยุคออตโตมัน
บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา แฝดผู้น้องของสวิสและตุรกี ตอนที่ 2 “Sarajevo” ฟ้าหลังฝน..สวยงามเสมอ
บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา แฝดผู้น้องของสวิสและตุรกี ตอนที่ 3 “Jajce” เมืองเล็กๆ เหนือน้ำตกอันงดงาม
โครเอเชียน่าเที่ยวไม่เบา ตอนที่ 3 “Zagreb” เมืองหลวงที่หลายคนมองข้าม
โครเอเชียน่าเที่ยวไม่เบา ตอนที่ 4 “Plitvice” ทะเลสาบเขียวขจีและน้ำตกงามเว่อร์วัง
สโลวีเนีย..มีดีอะไร ตอนที่ 1 “Ljubljana” พอดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน

วันนี้เราจัดโปรแกรมเที่ยวไว้แน่นเลยโดยจะไปเที่ยว 3 เมืองทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ Ljubljana ได้แก่ Koper, Piran และ Postojna ครับ ฟังดูแล้วเหมือนจะเยอะมาก จะเที่ยวทันได้ยังไง แต่จริงๆ แต่ละเมืองอยู่ไม่ไกลกันมากครับ ใช้เวลาเดินทางไม่นานเท่าไหร่ และเมืองมีขนาดเล็กๆ ด้วย เดินเที่ยวไม่กี่ชั่วโมงหมดเมืองละ

photo credit: www.bestourism.com
photo credit: www.bestourism.com

เช้านี้เลยต้องตื่นตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง ทำนู่นทำนี่เสร็จพร้อมออกเที่ยวในอีกชั่วโมงต่อมา เร่งฝีเท้าเดินไปสถานีรถบัสกลาง Avtobusna postaja Ljubljana ให้ทันเวลารถบัสออกไป Koper ตอน 07.40 น. เกือบไม่ทันครับ (ถ้าพลาดนี่ต้องรออีกคันถึง 08.15 น. เลย)

ขึ้นรถไปซื้อตั๋วราคา 11.10 ยูโร ถือว่าแพงมาก ค่ารถบัสของสโลวีเนียซึ่งเป็นพาหนะที่สะดวกรวดเร็วที่สุดมีราคาค่อนข้างแพงเลยครับ มีคนเคยบอกว่าค่าครองชีพที่นี่ถูก ไม่จริงอ่ะ

นั่งงีบไปประมาณ 2 ชั่วโมง รถบัสของบริษัท IZLETNIK Celje d.d. ก็จอดที่สถานีรถบัส Glavna avtobusna postaja เมือง Koper ตอน 09.43 น.

เช็คเวลาและค่ารถบัสได้ที่ Slovenia bus

3 4

สถานีรถบัสอยู่ติดกับสถานีรถไฟซึ่งเป็นสถานีสุดทางเลย สามารถนั่งรถไฟจาก Ljubljana มาได้เช่นกัน แต่เวลาไม่ดีเท่ากับรถบัสครับ
เช็คตารางเวลารถไฟสโลวีเนียได้ที่ Slovenia train

เรามีเวลาเดินชม Koper เมืองท่าและพาณิชย์สำคัญของสโลวีเนียประมาณ 2 ชั่วโมงครับ ไม่รอช้าลุยกันเลย เดินตรงข้ามคลองไปที่วงเวียน แยกขวาเข้าถนน Kolodvorska cesta ด้านข้างของช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ชื่อ Planet Tuš ตรงผ่านวงเวียนใหญ่ที่ 2 เข้าถนน Ferrarska ulica จนสุดทางที่สามแยกก็เลี้ยวซ้ายเดินตามถนน Vojkovo nabrežje ไปจนถึงวงเวียนเล็กๆ

5

พอเห็น Vrata Muda (Muda Gate) อยู่ทางขวามือ เดินเข้าประตูสู่เขตเมืองเก่าของโคเปอร์ไปที่จัตุรัส Prešernov trg

6 7

ตรงไปเข้าถนน Župančičeva ulica นิดเดียวก็เลี้ยวขวาขึ้นบันไดเตี้ยๆ เดินตามถนน Čevljarska ulica อีกหน่อยลอดโค้งประตูด้านหลัง Pretorska palača

8 9 10

ทะลุไปยัง Titov trg (Tito Square) จัตุรัสกลางเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญประจำเมืองคือ Pretorska palača (Praetorian Palace) หรือ Palazzo Pretorio ในภาษาอิตาเลียน พระราชวังศิลปะแบบเวเนเชียนโกธิคที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ปัจจุบันเป็นที่ทำการเมืองโคเปอร์

11 12

เยื้องกับวังคือ Stolnica Marijinega vnebovzetja (Cathedral of the Assumption) โบสถ์เก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่าง Titov trg กับ trg Brollo (Brolo Square) ข้างโบสถ์มี Campanile หรือหอระฆังสูงเสียดฟ้าเป็นสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นเห็นได้จากระยะไกล บริเวณนี้คือจุดที่สำคัญที่สุดของเมืองแล้วครับ

13

โคเปอร์ถือเป็นเมืองขนาดใหญ่พอสมควร แต่เขตเมืองเก่าเล็กนิดเดียวครับ เที่ยวหมดเมืองแล้ว เหลือเวลาอีกเยอะแยะเลย ไม่รู้จะทำอะไรดีเลยเข้าร้าน Loggia Caffe ที่จัตุรัสติโต้นั่นแหละ สั่งเค้กและกาแฟร้อนมาดื่มแก้ง่วงฆ่าเวลาชิลล์ๆ ครับ

14

ผลาญเวลาไปได้สักพัก ลองเดินออกนอกเมืองเก่าอีกทางหนึ่งตามถนน Verdijeva ulica ตรงข้ามกับวัง

15

ตรงไม่ไกลก็เห็นท่าเรือสินค้าขนาดใหญ่ซึ่งเป็นท่าเรือสำคัญที่สุดของประเทศ เรือพาณิชย์จากเมืองต่างๆ ที่นำสินค้าเข้ามายังสโลวีเนียจะต้องเข้าเทียบท่าที่ท่าเรือ Koper ครับ ลงลิฟท์ไปเดินเล่นแถว Marina แป๊บนึง

16 17

แล้วก็เดินกลับไปที่จัตุรัส Titov trg อีกครั้ง ตรงลอดโค้งประตูของวัง Praetorian เข้าถนน Čevljarska ulica เดินกลับทางเดิมออกจากเขตเมืองเก่าทางประตูเมือง Muda เหมือนเดิม

18 19 20

เลี้ยวซ้ายเดินตรงตามเส้นทางเดิมกลับสถานีรถบัส ที่วงเวียนก่อนถึงสถานีรถบัสมี McCafé สาขาใหญ่อยู่เลยแวะนั่งกินอาหารจานด่วนเป็นชุด Big Mc + เฟรนช์ฟรายและโค้กเย็นๆ ชื่นใจ ก่อนเที่ยงก็เดินไปสถานีรถบัส

เมื่อหลายปีก่อนผมหาข้อมูลที่เที่ยวของเมือง Koper แล้วอยากมาเมืองนี้มาก รู้สึกชอบบรรยากาศแบบเวเนเชียน แต่พอได้มาเที่ยวจริงแล้วกลับรู้สึกเฉยๆ ไม่มาก็ไม่รู้สึกพลาดอะไรนะ เมืองเก่าเล็กกว่าที่คิดเยอะ ใช้เวลาเที่ยวแค่ 2 ชั่วโมงก็เพียงพอแล้ว

เที่ยงตรง ขึ้นรถบัสของบริษัท AP Murska Sobota d.d. ซื้อตั๋วไป Piran ใบละ 2.70 ยูโร แล้วนั่งอีก 39 นาที รถบัสก็จอดส่งเราที่ท่ารถบัสเมือง Piran
เช็คเวลาและค่ารถบัสได้ที่ Slovenia bus

21.1

22

Piran หรือ Pirano คือเมืองท่องเที่ยวตากอากาศชื่อดังแถบ Slovenian Istria มีลักษณะเป็นแหลมยื่นไปใน
ทะเลอเดรียติก ปิรานอยู่ไม่ไกลจากพรมแดนประเทศอิตาลี ในอดีตจึงได้รับอิทธิพลด้านต่างๆ จากสาธารณรัฐเวนิซ ทำให้บ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างในเมืองเป็นศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบเวเนเชียน

photo credit: reports.travel.ru
photo credit: reports.travel.ru

จากท่ารถบัสที่ถนน Dantejeva ulica เดินเลียบริมชายฝั่งผ่านท่าเรือ Luka Piran ที่มีเรือยอร์ชยอดอยู่เพียบ

24 25

ตรงเข้าถนน Cankarjevo nabrežje ผ่าน Muzej Sergej Mašera (Maritime Museum)

26 27

เดินต่ออีกนิดก็ถึง Tartinijev trg (Tartini Square) หรือ Piazza Tartini ซึ่งเป็นภาษาอิตาเลียน ตรงนี้คือจัตุรัสกลางเมืองปิรานที่มีอาคารสไตล์เวเนเชียนสีแดงเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุด ตรงกลางจัตุรัสมีรูปปั้นของ Giuseppe Tartini นักประพันธ์เพลงและนักไวโอลินชื่อดังของเมือง

28 29 30

มองไปบนเนินเขาก็เห็น Župnijska cerkev svetega Jurija (Saint George’s Parish Church) หรือ Cerkev sv. Jurija โบสถ์โรมันคาทอลิกที่สร้างในสไตล์เวเนเชียนเรอเนสซองส์เพื่ออุทิศแด่ Saint George โดย Bonfante Torre ชาวเวนิซ ซึ่งเดี๋ยวเราจะเดินขึ้นไปที่นั่น

31

เดินเข้าถนนข้างบ้านสีแดงที่ว่ามุ่งหน้าไปทางยอดโบสถ์ ขึ้นเนินตามทางแคบๆ ไม่นานก็เห็นบันไดทางซ้ายมือซึ่งเป็นทางขึ้นไปที่โบสถ์ Cerkev sv. Jurija

32

ยังไม่เลี้ยวซ้ายไปที่โบสถ์ แต่ขอเดินไปชมวิวทั่วทั้งแหลมของเมืองปิรานจากที่สูงก่อน โดยเดินตรงผ่านแนวกำแพงเมืองโบราณตรงขึ้นทางหินลาดชันไปประมาณ 300 เมตรก็ถึง Piransko Mestno obzidje (Piran Town walls) ซึ่งเปิดให้เข้าฟรีในเดือนเม.ย.-ต.ค. 08.00-21.00 น. และพ.ย.-มี.ค. 09.00-17.00 น. ที่ป้ายถาวรติดว่าค่าเข้า 1 ยูโร แต่ไม่เห็นมีคนเก็บตังค์เลยเดินเข้าฟรี

33 34

ขึ้นกำแพงเมืองเก่าหาจุดถ่ายรูปไปเรื่อยๆ จนได้ตำแหน่งที่ลงตัว กดชัตเตอร์ไปหลายมุมเลยครับ

35 36 37 38

ถ่ายรูปจนพอใจเลยครับ เดินลงจากป้อมกำแพงเมืองกลับทางเดิมไปที่บันไดทางขึ้นไปโบสถ์ Cerkev sv. Jurija

39

เดินไปนิดเดียวก็ถึงโบสถ์แล้ว ถ้าอยากขึ้นหอนาฬิกาไปชมวิวเมืองจากจุดสูงสุดก็ต้องจ่ายเงิน 1 ยูโรครับ

40

จากจุดนี้สามารถถ่ายรูปลงไปเห็น Tartinijev trg (Tartini Square) จัตุรัสกลางเมืองที่เราเดินขึ้นเขามาจากที่นั่นได้อย่างลงตัวครับ

41 42

เดินตรงต่อไปลงเขาลัดเลาะตามเส้นทางแคบๆ ไปโผล่ที่ริมทะเล

43 44

มองข้ามทะเลอเดรียติกไปก็เห็นประเทศอิตาลีอยู่ไกลโพ้นนู่น

45

เลี้ยวซ้ายเดินไปทางหอคอยของโบสถ์ Cerkev Marije Zdravja (Church of Our Lady of Health) หรือโบสถ์ St. Clement ซึ่งอยู่ตรงปลายแหลมสุดของประเทศสโลวีเนีย จุดนี้เรียกว่า RT Madona v Piranu หรือแหลม Madona

วันนี้มีถ่าย MV ที่ปลายสุดแหลมด้วย 555

46

เดินวนอ้อมแหลมตามถนน Prešernovo nabrežje และ Stjenkova ulica เลียบทะเลผ่านท่าเรือและจัตุรัส Tartini กลับทางเก่าไปยังท่ารถบัส

47 48 49

เห็นมั้ยครับว่า Piran เป็นเมืองเล็กๆ เดินเที่ยวแป๊บเดียวก็ทั่วแล้ว มีแค่ตอนเดินขึ้นเขาไปที่ Mestno obzidje (Town walls) ที่เดียวที่สร้างความหอบเล็กน้อยถึงปานกลาง 55

รถบัสจาก Piran ไป Postojna จะออกตอน 14.15 น. แต่ที่ท่ารถบัสมีแต่รถเมล์ท้องถิ่นจอดอยู่ ใกล้ถึงเวลาแล้วยังไม่เห็นมีรถบัสใหญ่มาจอดเลย เจ้าหน้าที่ในสถานีก็ไม่มีด้วย ไม่รู้จะถามใครเลย ระหว่างที่ยืนงงๆ อยู่ก็หันหลังกลับไปที่ชานชาลาเห็นรถบัสคันนึงกำลังออกตัว เอ๊ะ! ใช่คันนั้นรึเปล่าวะ? ไม่แน่ใจ แต่ต้องลองไปถามคนขับก่อน รถแล่นออกแทบพ้นท่ารถแล้ว เรารีบวิ่งควบหน้าตั้งตามรถแบบเต็มสปีด เหมือนคนขับมองกระจกหลังแล้วเห็นเรากำลังวิ่งตามอยู่จึงชะลอรถจอดให้เราขึ้น ถามคนขับว่าไป Postojna ใช่มั้ย? ลุงแกตอบว่าใช่ โชคดีสุดๆ ที่ตัดสินใจวิ่งตามเพราะถ้าตกคันนี้จะต้องรออีก 2 ชั่วโมง และจะไปถึง Postojna เกือบ 6 โมงเย็น เที่ยวไม่ทันแน่นอน

รถบัสคันนี้เป็นของบริษัท Avtobusni Promet Murska Sobota d.d. ตั๋วรถบัสเส้นทาง Piran-Postojna นี้ราคา 8.30 ยูโรครับ นั่งรถไป 1 ชั่วโมง 40 นาที ระยะทาง 86 กิโลเมตร เกือบ 4 โมงเย็นก็ถึงสถานีรถบัสเมือง Postojna

เช็คเวลาและค่ารถบัสได้ที่ Slovenia bus

50

Postojna คือเมืองเล็กๆ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงลูบลิยานาห่างออกไปประมาณ 50 กิโลเมตร ตัวเมือง
พอสตอยนาไม่มีที่เที่ยวน่าสนใจ เป็นแค่เมืองเงียบสงบ แต่ออกนอกเมืองไปในระยะเดินได้มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่มีทั้งนักท่องเที่ยวชาติต่างๆ รวมถึงทัวร์ไทยพามาเที่ยวเป็นจำนวนมาก นั่นก็คือ Postojnska jama (Postojna Cave) ถ้ำหินงอกหินย้อยที่ได้ชื่อว่าเป็น “the queen of all caves” ที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1818 ถ้ำพอสตอยนามีความยาวถึง 24,120 เมตร นับเป็นชุดของถ้ำที่ยาวที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของประเทศรองจากชุดถ้ำ Migovec

นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าชมภายในถ้ำต้องซื้อทัวร์พาชมจุดต่างๆ โดยรถไฟในราคา 23.90 ยูโร ใช้เวลาประมาณ 90 นาที
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ visit Postojna Cave

ขออนุญาตยืมรูปมาให้ดูนะครับ

และอีกสถานที่หนึ่งที่อยู่ห่างออกไป 9 กิโลเมตรคือ Predjamski grad (grad Predjama) หรือ Predjama Castle ปราสาทแปลกประหลาดที่คาดว่าน่าจะสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 12 โดย Patriarch of Aquileia ในสไตล์โกธิค โดยอาศัยโครงสร้างของช่องว่างใต้ภูเขาหรือถ้ำเป็นแกนหลัก พูดง่ายๆ ก็คือสร้างปราสาทในถ้ำนั่นเอง

ปราสาทนี้เปลี่ยนมือผู้ครอบครองมาหลายยุคหลายสมัยจนมาถึงยุคของอัศวิน Erazem Lueger ที่ใช้ปราสาทนี้ในการเป็นแหล่งซ่องสุมกำลังในการปล้นสะดมอาหารและข้าวของเครื่องใช้จากผู้ปกครองเมืองเพื่อมาแจกจ่ายแก่ชาวบ้าน เนื่องจากปราสาทนี้ตั้งอยู่ในถ้ำจึงมีทางลับต่างๆ ที่เชื่อมไปยังถ้ำอื่นๆ มากมาย รวมถึงถ้ำ Postojna ด้วย อีกทั้งการเข้าถึงที่ค่อนข้างยากจึงทำให้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมอย่างยิ่ง

ปราสาทเพรดจามาถูกบันทึกโดย Guinness World Record Holder ว่าเป็นปราสาทถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ค่าทัวร์ปราสาทสำหรับผู้ใหญ่ราคา 11.90 ยูโร มีตั๋วแบบ combine เข้าชมทั้งถ้ำและปราสาทด้วย
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ visit Predjama Castle

52

จากสถานีรถบัสซึ่งอยู่ใกล้ Središče Postojne หรือศูนย์กลางเมืองที่จัตุรัส Titov trg กว่าสถานีรถไฟ วิธีการไปถ้ำ Postojnska jama คือเดินประมาณ 1.5 กิโลเมตร หรือนั่งแท็กซี่ ส่วนการไปปราสาท Predjamski grad ที่หมู่บ้าน Predjama มีวิธีเดียวคือเหมาแท็กซี่ไปส่งและนัดเวลาไปรับกลับเข้าเมืองในราคา 30 ยูโร รถบัสท้องถิ่นวันนึงมีไม่กี่คันและไปไม่ถึงอาณาเขตปราสาทด้วยครับ

photo credit: sport.si21.com
photo credit: sport.si21.com

ที่สถานีรถบัสไม่มีแท็กซี่เลย เราจึงลองเดินขึ้นทางลาดซ้ายมือไปทางยอดโบสถ์คู่ผ่าน Hotel Kras ซึ่งอยู่ที่จัตุรัส Titov trg ก็เห็น Tourist Service พอดี

54

ถือโอกาสเข้าไปสอบถามข้อมูลการไปถ้ำและปราสาทซะเลย เจ้าหน้าที่บอกว่าวันนี้ถ้ำปิดตอน 4 โมงเย็นซึ่งตอนนี้ก็เลยมา 5 นาทีแล้ว อดเลยครับ ไม่เป็นไรเพราะปราสาทยังเปิดอยู่ถึง 5 โมงเย็น จึงให้นางช่วยโทรเรียกแท็กซี่มารับและพาไปส่งที่ปราสาท ตกลงราคาเหมาไปและกลับ 30 ยูโร

แป๊บเดียวแท็กซี่ก็มารับ นั่งรถไป 15 นาที กับระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร ก็ถึงหน้า Predjamski grad (Predjama Castle) คนขับแท็กซี่บอกว่าอีก 1 ชั่วโมงจะกลับมารับ แต่ยังไม่ได้เก็บตังค์ เราจึงไม่ค่อยกลัวว่าเค้าจะเบี้ยว แต่ถ้าเบี้ยวจริงก็แย่แน่เพราะปราสาทจะปิดแล้วคงไม่มีแท็กซี่คันไหนผ่านมาที่นี่แน่ อาจต้องโบกรถกลับก็เป็นได้ 555

55

เหลือเวลาอีกประมาณครึ่งชั่วโมงปราสาทก็จะปิดแล้วเราจึงตัดสินใจไม่เสียเงินซื้อตั๋วเข้าชม 11.90 ยูโร (460 บาท) แล้วถ่ายรูปปราสาทถ้ำในหน้าผาสูง 123 เมตรอันน่าทึ่งจากด้านหน้าทางเข้าซึ่งก็ได้ภาพที่น่าพอใจอยู่แล้วครับ

56 57 58

เดินไปจนถึงประตูทางเข้าปราสาทซึ่งกำลังทยอยให้นักท่องเที่ยวเดินออกก่อนปิดตามกำหนดเวลา 5 โมงเย็น

59 60 61 62 63

ถ่ายทุกเหลี่ยมทุกมุมจนไม่รู้จะถ่ายอะไรแล้วครับ 55 เดินกลับไปรอแท็กซี่ที่ที่จอดรถ ตรงเวลาชั่วโมงนึงพอดีแท็กซี่คันเดิมกลับมารับเราตามสัญญา ไม่โกงครับ นั่งรถกลับทางเดิมอีก 15 นาทีไปส่งที่สถานีรถบัสเลย

ขึ้นรถบัสตอน 18.10 น. ซื้อตั๋วรถบัส 6 ยูโร บนรถ แล้วนั่งไปอีก 1 ชั่วโมงเศษ 19.21 น. เราก็กลับมาถึงลูบลิยานา
(ถ้าพลาดคันนี้จะต้องรอคันถัดไปจนถึง 20.50 น. เลย)

เช็คเวลาและค่ารถบัสได้ที่ Slovenia bus

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต