เที่ยวเองบอสเนียและเฮอร์เซโกวินา แฝดผู้น้องของสวิสและตุรกี ตอนที่ 3 “Jajce” เมืองเล็กๆ เหนือน้ำตกอันงดงาม

เที่ยวเอง รีวิว ไยสะ บอสเนีย เฮอร์เซโกวินา jajce bosnia herzegovina
เที่ยวเอง กวาดเรียบเมืองริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ อเดรียติก แถมบอสเนียแอนด์เฮอร์เซโกวินา อีกประเทศ

Trip map

ตอนนี้เป็นเรื่องราวการเที่ยวของวันที่ 11 ในทริปซึ่งเรานั่งรถบัสออกจากเมืองหลวงของบอสเนียและเฮอร์เซโกวินาคือ Sarajevo และมาถึงเมือง Jajce (ออกเสียงว่า “ไยสะ”) ก่อนพระอาทิตย์ตกไม่นาน และต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้นซึ่งเราไปเที่ยวสถานที่ที่ทำให้เราต้องตัดสินใจแวะค้างคืนที่เมืองนี้

1

อ่านรีวิวเที่ยว Sarajevo ได้ตามนี้ครับ
บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา แฝดผู้น้องของสวิสและตุรกี ตอนที่ 2 “Sarajevo” ฟ้าหลังฝน..สวยงามเสมอ

รีวิวตอนที่ผ่านๆ มาตามลิ้งค์ข้างล่างนี้นะครับ
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 1 “Nice” เมืองตากอากาศชื่อดังสุดหรูของฝรั่งเศส
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 2 “Monaco” ประเทศเล็กๆ สุดหรูหราเว่อร์วัง
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 1 “Cinque Terre” หมู่บ้านริมหน้าผาแสนน่ารักแห่งลิกูเรีย
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 2 “Pisa” ซ้ำเดิม..เพิ่มเติมคือที่ใหม่
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 3 “Florence” ซ้ำเดิม..แต่ไม่เหมือนเดิม
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 4 “Bologna” เมืองมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในยุโรป
เที่ยวเองประเทศแปลก “San Marino” รัฐอิสระอายุกว่า 1,700 ปี
โครเอเชียน่าเที่ยวไม่เบา ตอนที่ 1 “Split” ยังไงก็ต้องขอแวะเมืองนี้
โครเอเชียน่าเที่ยวไม่เบา ตอนที่ 2 “Dubrovnik” เมืองแห่งป้อมกำแพงโบราณ บ้านหลังคาสีส้ม และทะเลสีน้ำเงินสด
มอนเตเนโกร ประเทศใหม่กำลังมาแรง ตอนที่ 1 “Podgorica และ Ostrog” มาเมืองนี้ด้วยความศรัทธา
มอนเตเนโกร ประเทศใหม่กำลังมาแรง ตอนที่ 2 “Budva และ Sveti Stefan” เมืองรีสอร์ทสุดหรูริมทะเลสุดงาม
มอนเตเนโกร ประเทศใหม่กำลังมาแรง ตอนที่ 3 “Kotor” ฟยอร์ดแห่งอเดรียติก
บอสเนียและเฮอร์เซโกวินา แฝดผู้น้องของสวิสและตุรกี ตอนที่ 1 “Mostar – Blagaj – Konjic” ราวกับหยุดเวลาไว้ในยุคออตโตมัน

ตอนแรกเราวางแผนจะเที่ยว Sarajevo จนถึงค่ำเลยแล้วนั่งรถบัสกลางคืนข้ามประเทศเข้าสู่โครเอเชียโดยมีจุดหมายอยู่ที่เมืองหลวงคือกรุง Zagreb แต่เรารู้ว่าบอสเนียฯ มีเมือง Jajce ที่มีน้ำตกชื่อดังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอยู่ระหว่างเส้นทางจาก Sarajevo ไป Zagreb ซึ่งสามารถแวะเที่ยวและพักครึ่งทางได้ แถมยังไม่ต้องนั่งหลับในรถบัสข้ามคืนข้ามประเทศซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะปลอดภัยขนาดไหน

แต่รถบัส Sarajevo-Zagreb จะไม่แวะผ่านเมือง Jajce เราจึงลอง search รถบัส Sarajevo-Jajce และ Jajce-Zagreb ว่าออกกี่โมงและถึงกี่โมง สรุปแล้วก็มีรถบัสในเวลาที่ลงตัวกับแผนพอสมควร เราจึงตัดสินใจเลือกไป Jajce เพิ่มอีกเมือง เที่ยวและค้างคืนที่นั่น แล้ววันรุ่งขึ้นค่อยนั่งรถบัสจาก Jajce ไป Zagreb อีกต่อนึง

2

เข้าเรื่องกันเลย จาก Sarajevo รถบัสของบริษัท Centrotrans Eurolines d.o.o. ออกเดินทางไปเมือง Jajce ตอน 15.30 น.
เช็คราคาและค่ารถบัสได้ที่ Centrotrans bus

รถคันนี้เป็นรถบัสเล็ก ไม่มีแอร์ ไม่เปิดกระจกด้วย วันนี้แดดร้อนมากครับ น้ำที่พกมาแทบไม่เหลือแล้วด้วย ผมต้องนั่ง
รถบัสคดเคี้ยวลัดเลาะธารน้ำและป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์อีกประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่งกว่าจะถึงที่หมายครับ เล่นเอาเกือบแย่เลย คอแห้งไปหมด เหงื่อออกเยอะมาก มีความเพลีย โชคยังดีที่คนขับแวะจอดให้พักหายใจหายคอที่สถานีรถบัส Donji Vakuf ก่อนถึง Jajce ประมาณครึ่งชั่วโมง ผมลงไปขอซื้อน้ำเปล่าที่ร้านอาหารแต่ไม่มีขาย มีแต่น้ำผลไม้กับน้ำอัดลม พี่เค้าเลยกดน้ำใส่แก้วให้ดื่มฟรีเลย น้ำใจงามจริงๆ ครับ รีเฟรชร่างกายกลับมาสดชื่นสดใสอีกครั้งแล้ว เย่!

รถบัสโลคอลคันนี้จอดรัวๆ ตลอดทางเลยครับ ถึงเมืองไหนหมู่บ้านไหนก็จอดมันหมด ตื่นบ้างงีบหลับบ้างลุ้นให้รีบๆ ถึงซะทีเหอะ ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงสถานีรถบัส Autobusni kolodvor Jajce ตอนทุ่มนึง (น่าแปลกใจที่สถานีรถบัสนี้เขียนป้ายชื่อสถานีเป็นภาษาโครเอเชีย ถ้าเป็นภาษาบอสเนียนจะใช้ว่า Autobuska stanica Jajce)

3

ผมส่งอีเมลแจ้งโฮสเทลแล้วว่าเราจะเดินทางมาถึงสถานีรถบัสประมาณ 1 ทุ่ม และต้องเดินอีกประมาณ 1 กิโลไปที่
โฮสเทล จึงขอเช็คอินเลตเกินทุ่มนึงนิดหน่อย ทางโฮสเทลก็ตอบมาว่าไม่มีปัญหา

ที่พักที่ Jajce มีตัวเลือกน้อยครับ ถ้าดีและไม่ไกลจากสถานีรถบัสก็เป็นโรงแรมหลายดาวราคาแพงไปเลย เราเลยเลือกค้างที่ Jajce Youth Hostel เป็นห้องส่วนตัว นอนได้ 2 คน มีห้องน้ำในตัว

จากสถานีรถบัส เดินไปทางซ้าย (ไม่ใช่ไฮเวย์) แป๊บเดียวก็เห็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของเมืองซึ่งเป็นไฮไลต์ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางไกลมาที่เมืองนี้ นั่นก็คือ Plivski vodopad (Pliva Waterfall) น้ำตกที่ไหลจากตัวเมืองลงสู่แม่น้ำ Vrbas ด้านล่าง เป็นภาพแปลกตาไม่เคยเห็นบ้านคนตั้งอยู่เหนือน้ำตกแบบนี้มาก่อนครับ

4 5 6

แวะถ่ายรูปน้ำตกครู่หนึ่งแล้วก็ต้องรีบเดินไปเช็คอินที่โฮสเทล เดี๋ยวพนักงานเลิกงานกลับบ้านไปก่อน ข้ามสะพานแล้วเลี้ยวซ้ายเดินตามถนนใหญ่ขึ้นที่สูงไปประมาณ 15 นาทีก็ถึงที่พัก เช็คอินจ่ายเงินสดไป 23 ยูโร แล้วลงไปที่ครัวเวฟแฮมเบอร์เกอร์ที่ซื้อตั้งแต่ตอนอยู่ซาราเยโวกินเป็นมื้อเย็น โชคดีที่ตัดสินใจซื้อเตรียมไว้ก่อนเพราะร้านอาหารใกล้ๆ แถวนี้ปิดเรียบเลยครับ แม้รสชาติจะชืดไปหน่อยแต่ก็ช่วยให้เราไม่ต้องหิวไส้กิ่วได้ตามเคย 555

7

8 ชั่วโมงผ่านไป ไวเหมือนโกหก

ก่อน 7 โมงเช้าวันรุ่งขึ้น ลงไปกินอาหารเช้าที่ร้านอาหารข้างๆ โฮสเทล อาหารมีแค่ขนมปัง แยม ชีส แฮม และกาแฟถ้วยนึง มื้อนี้ 5 BAM ครับ ไม่คุ้มเลย ไม่อิ่มด้วย

ไปเที่ยวเลยดีกว่า ตอนแรกเรากะจะเดินตัวเปล่าไปน้ำตกกลางเมืองที่เมื่อวานผ่านมาทีนึงแล้วแต่ยังไม่ได้ลงไปชมน้ำตกใกล้ๆ แต่โฮสเทลอยู่ไกลจากน้ำตกประมาณกิโลนึงและเดินต่ออีกนิดก็ถึงสถานีรถบัสแล้ว เลยตัดสินใจเดินลากกระเป๋าจากโฮสเทลมาแวะเที่ยวน้ำตกและเดินต่อไปสถานีรถบัสเลยละกัน ขี้เกียจเดินไปน้ำตก เดินกลับโฮสเทล และก็เดินผ่านน้ำตกกลับไปที่สถานีรถบัสอีก

8

เช็คเอาท์ออกจากโฮสเทลเลย เดินประมาณ 1 กิโลไปที่ Plivski vodopad (Pliva Waterfall) หรือ Jajcei vízesés น้ำตกไยสะ จุดที่น้ำตกไหลลงจากหน้าผานี้คือจุดบรรจบกันของแม่น้ำ Pliva และ Vrbas เดิมทีน้ำตกมีความสูง 30 เมตร แต่ในช่วงสงครามบอสเนียพื้นที่บริเวณนี้ได้ถูกน้ำท่วมเพราะเกิดแผ่นดินไหวและการทำลายโดยโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เหนือแม่น้ำ ทำให้ปัจจุบันน้ำตกเหลือความสูงเพียง 20 เมตรเท่านั้น

9 10

เหนือน้ำตกขึ้นไปคือบริเวณเมืองเก่าของ Jajce ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นเมืองมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ บนยอดเขามีป้อมปราการ Tvrđava Jajce ตั้งอยู่

11

ถ่ายรูปจากข้างบนลงไปที่ตัวน้ำตกก็เป็นภาพที่สวยงามและแปลกตาแล้วเพราะปกติจะไม่มีน้ำตกไหนที่ไหลจากกตัวเมืองลงสู่แม่น้ำ น้ำตกส่วนใหญ่จะไหลจากป่าลงไปที่ตัวเมืองหรือหมู่บ้านมากกว่าครับ

แต่แค่นี้ยังไม่พอใจต้องขอเดินลงไปชมน้ำตกใกล้ซะหน่อย แต่ปัญหาอยู่ที่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่ลากลงทางเดินป่าค่อนข้างลำบาก ลากลงยังหนักไม่เท่าไหร่ ไอ่ตอนลากขึ้นนี่สิ ทางลงก็ชันพอสมควรด้วย เราจึงลากลงไปในระดับที่ลึกพอไม่ให้คนที่เดินอยู่ที่ถนนข้างบนเห็นเพราะกลัวถูกขโมยเหมือนกัน เมืองนี้มีขอทานยิปซีอยู่บ้างเหมือนกัน

ลากลงไปในระดับที่น่าจะโอเคแล้วก็ทิ้งกระเป๋าใหญ่ไว้เลย เดินลงไปอีกไม่ไกลก็มีซุ้มขายตั๋วเข้าไปที่ตัวน้ำตก จ่ายเงินไป 2 BAM แล้วเดินอีกนิดเดียวก็ถึงลานชมวิวที่ใกล้น้ำตกที่สุด

12

เข้าไปถึงปุ๊บก็เปียกปั๊บเลย ละอองน้ำกระเซ็นฟุ้งเต็มหน้าเต็มตัวเราไปหมดครับ มองและฟังเสียงน้ำตกจากข้างบนรู้สึกว่าน้ำไม่น่าไหลแรงขนาดนี้ ชุ่มชื้นเฉอะแฉะแต่ก็ฟินสุดๆ ไปเลยครับ

13 14 15

ได้เวลาไป Zagreb แล้ว เดินกลับขึ้นไปเอากระเป๋าที่ทิ้งไว้ตรงกลางทางแล้วลากไปสถานีรถบัส Autobusni kolodvor Jajce

เราซื้อตั๋วรถบัส Jajce-Zagreb ซึ่งจะออกเดินทางตอน 09.55 น. ล่วงหน้าไว้แล้วทาง globtour bus ในราคาใบละ
36.10 BAM (141.75 HRK) แต่เพื่อความชัวร์จึงเข้าไปสอบถามเจ้านหน้าที่สาวว่ามีรถบัสตามที่ซื้อตั๋วใช่มั้ย? แล้วก็ได้รับคำตอบว่าใช่ แต่รถบัสจะมาถึงที่นี่ช้าหน่อยนะ รถบัสรอบนี้จะเดินทางถึง Zagreb เกือบบ่ายสาม ต้องติดเที่ยงบนรถ เลยแวะซื้อ burek เตรียมไปกินแก้หิวบนรถไว้ด้วย (รอบถัดไปคือ 11.15 น. โดยจะเดินทางถึง Zagreb 16.00 น.)

ประมาณ 10 โมงครึ่งรถบัสก็มาจอดที่ชานชาลา นั่งรถตามแนวแม่น้ำ Vrbas นานหลายสิบกิโลชมวิวธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้เขียวขจีและแม่น้ำสีเขียวสด ผมว่าเส้นทางนี้สวยงามน้องๆ สวิตเซอร์แลนด์เลยนะครับ ถ้าไม่เชื่อต้องลองมาพิสูจน์ด้วยตัวเองสักครั้ง

เอาวิวดีงามตามท้องเรื่องมาให้ชมกันครับ ถ่ายมาได้แค่นี้ ของจริงดีงามกว่าในรูปมากกกก ไม่ได้โม้

16 17

รถบัสหยุดจอดรับส่งผู้โดยสารที่ Banja Luka เมืองใหญ่อันดับที่ 2 ของบอสเนียฯ นั่งต่ออีกไม่นานก็ถึง Gradiška เมืองชายแดนบอสเนียฯ กับโครเอเชีย

18

ยังไม่ทันผ่านด่านตม. เลย รถดันเสีย จอดซ่อมอยู่นานก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำ Sava ต้องเสียเวลารอรถบัสคันอื่นที่มี
ผู้โดยสารนั่งมาอยู่แล้วมารับเราอาศัยติดรถไป Zagreb ด้วย (รถบัสคันนั้นเป็นรถสาย Neum-Zagreb)

รถบัสข้ามแม่น้ำ Sava ซึ่งไหลกั้นพรมแดนสองประเทศไปรอตรวจคนเข้าประเทศโครเอเชียอีกร่วมครึ่งชั่วโมงกว่าจะผ่านด่านกลับขึ้นรถไปได้ทุกคน ขับไปอีกชั่วโมงกว่าก็เข้าจอดที่สถานีรถบัส Autobusni kolodvor Zagreb ที่ถนน Avenija Marina Držića เกือบ 4 โมงเย็น เลตจากกำหนดเวลาไปเป็นชั่วโมงเลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่งเลยทีเดียว

19

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต