สัมผัสหลากแง่มุมของตุรกี ตอนที่ 2 เที่ยวเอง “İstanbul” ความแตกต่างที่ลงตัว

เที่ยวเอง รีวิว อิสตันบูล ตุรกี istanbul turkey

ทริปเที่ยวเอง ตุรกี

Itinerary Istanbul 2

ตอนนี้เป็นวันที่ 3 ของทริปครับ เรายังอยู่เที่ยวที่อิสตันบูลต่ออีก 1 วันเต็ม

รอเวลาเที่ยงคืนค่อยนั่งรถบัสข้ามคืนไปเมือง Çanakkale

1

ก่อนออกเที่ยว เอากระเป๋าเดินทางไปฝากไว้ที่เก็บของของโรงแรม แล้วเช็คเอาท์ให้เรียบร้อย จากนั้นก็เริ่มลุยเที่ยวกรุงอิสตันบูลกันต่อ

วันนี้ก็ไม่รีบไม่ร้อนเหมือนเดิมครับ 10 โมงครึ่ง ออกจากโรงแรมเดินไปที่ถนนใหญ่เหมือนเมื่อวาน แต่คราวนี้เลี้ยวซ้ายเดินตามถนน Ordu Caddesi ประมาณ 900 เมตรถึงป้ายรถราง Beyazıt Kapalıçarşı

2

มองไปทางซ้ายมือก็เห็นทางเข้า Kapalı Çarşı หรือ Grand Bazaar ใกล้กับ Hürriyet Meydanı Beyazıt Square หรือ Freedom Square ซึ่งเป็นที่ตั้งของ İstanbul Üniversitesi หรือมหาวิทยาลัยอิสตันบูล

3

แกรนด์บาซาร์คือตลาดเก่าแก่ที่สร้างในสมัยกลางเมื่อปีค.ศ. 15 เป็นตลาดค้าพรมและทองที่ใหญ่ที่สุดของตุรกี มีร้านค้ามากถึง 4,000 ร้าน ทั้งของกินของใช้ เช่น เครื่องหนัง เครื่องประดับ ของที่ระลึก เครื่องเทศ ผลไม้อบแห้ง และขนม Turkish delight แวะดูราคาขนมซะหน่อยว่าเมื่อคืนที่ซื้อไปโดนโกงรึเปล่า ปรากฏว่าราคาแพงมากจริงๆ ด้วย ไม่น่าเชื่อว่าขนมที่ดูไม่มีอะไรจะแพงได้ขนาดนี้ 555

4

5

เดินดูของนู่นนี่จนไปออกประตูตลาดอีกทางหนึ่ง ผ่านสุเหร่า Nuruosmaniye Camii เลี้ยวขวาเดินกลับไปที่ถนนสายหลักชื่อ Divan Yolu Caddesi เลี้ยวซ้ายเดินตามทางรถรางไปทางทิศตะวันตกอีกไม่ไกลก็ถึงจัตุรัส Sultanahmet

6

เดินไปที่ Sultanahmet Camii หรือ Blue Mosque อีกครั้ง วันนี้มัสยิดเปิดให้เข้าชมภายในบริเวณได้แล้ว แต่ก็ต้องพบกับฝูงนักท่องเที่ยวที่ยืนออต่อคิวเข้าชมภายในอาคารมัสยิดหลายร้อยคน จึงจำต้องตัดสินใจไม่เข้าก็ได้เพราะน่าจะต้องรอเป็นชั่วโมงแน่ Blue Mosque เข้าชมฟรีนะครับ

7

8

เดินกลับไปที่ด้านหน้าของ Blue Mosque ข้ามถนนไปที่ Ayasofya หรือ มหาวิหาร Hagia Sophia เดินผ่าน Yerebatan Sarnici เข้าถนน Alemdar Caddesi เส้นทางเดียวกับเมื่อวานไปที่ป้ายรถราง Gülhane ใช้ Istanbulkart นั่งรถรางสาย T1 (สีน้ำเงิน) 6 ป้ายข้าม Golden Horn ไปยังฝั่ง Beyoğlu (Pera) ลงสุดสายที่ป้าย Kabataş

อ่านรายละเอียดต่างๆ ของ Istanbulkart ได้จากรีวิวอิสตันบูลตอนที่แล้วครับ สัมผัสหลากแง่มุมของตุรกี ตอนที่ 1 “İstanbul” มหานครสองทวีป

9

10

แวะเติมเงินใน Istanbulkart อีก 10 TL เพราะเงินใกล้หมดแล้ว เสร็จแล้วก็เดินไปทางทิศเหนือตามชายฝั่งช่องแคบบอสฟอรัสผ่านท่าเรือ Kabataş ราว 900 เมตร เที่ยงกว่าๆ ก็ถึงทางเข้าและหอนาฬิกาของ Dolmabahçe Sarayı

11

พระราชวัง Dolmabahçe คือพระราชวังหลวงของสุลต่านแห่งอาณาจักรออตโตมันที่ใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ในเขต Beşiktaş ทางตะวันออกเฉียงเหนือของศูนย์กลางกรุงอิสตันบูล ออกแบบโดยสถาปนิกออตโตมันเชื้อสายอาร์เมเนียนนามว่า Karabet และ Nikogos Balian สร้างถวายสุลต่าน Abdulmecit โดยผสมผสานศิลปะแบบยุโรปและตะวันออกเข้าด้วยกัน ภายในพระราชวังประดับด้วยโคมไฟระย้ามากมาย ที่น่าตื่นตาที่สุดคือโคมไฟหนักถึง 4 ตัน

พระราชวังเปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ พฤหัสบดี และวันหยุดแรกของศาสนาอิสลาม ตั้งแต่ 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชมมีหลายประเภท เช่น Selamlık (Official part) ราคา 30 TL, Harem (Privy Chambers) ราคา 20 TL ตั๋วสำหรับเข้าชมทั้ง 2 ส่วนราคา 40 TL ห้ามถ่ายภาพและวีดีโอในอาคารพระราชวัง

อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Dolmabahçe

แต่พระราชวังบางส่วนอยู่ระหว่างการซ่อมบูรณะ ถ่ายรูปไปก็ไม่สวยเต็มที่ เราจึงตัดสินใจไม่เสียเงินเข้าชม และต้องประหยัดค่าใช้จ่ายจากค่าโง่ขนมเมื่อคืนด้วย 555 จึงลองเดินตรงตามรั้วของพระราชวังไปอีกสักพักก็ถึง Saltanat Kapısı (Gate of the Sultan) ประตูทางเข้าใหญ่แต่ไม่เปิดให้เข้าทางนี้ ยืนถ่ายรูปอยู่ตรงกับเวลาทหารรักษาการณ์เดินผลัดเวรกันเฝ้าประตู เป็นภาพที่เจ๋งดีเหมือนกันครับ

12

จากนั้นเดินกลับทางเดิมไปที่ลานจอดรถของท่าเรือ Kabataş จุดนี้สามารถถ่ายรูป Boğaziçi Köprüsü (Bosphorus Bridge) หรือสะพานแขวนเชื่อมทวีปเอเซียและยุโรปเข้าด้วยกันซึ่งอยู่ห่างออกไปเกือบ 4 กิโลเมตรได้อย่างชัดเจน

14

เดินกลับไปที่ป้ายรถราง Kabataş เลยไปอีกนิดก็เห็นทางลงใต้ดินเพื่อไปขึ้น Kabataş-Taksim Füniküler โดยใช้ Istanbulkart นั่ง funicular สาย F1 ขึ้นเขาไปที่สถานี Taksim

photo credit: archived.travele22.com
photo credit: archived.travele22.com

ออกจากสถานีมาก็คือ Taksim Meydanı หรือ Taksim Square จัตุรัสเมืองใหม่ศูนย์กลางความทันสมัยของอิสตันบูล จัตุรัสขนาดใหญ่แห่งนี้เป็นที่ตั้งของ Cumhuriyet Anıtı (Monument of the Republic) และมีธงชาติตุรกียักษ์โบกปลิวไสวอยู่

16

17

ตามโปรแกรมที่วางมาเราจะเดินเข้า İstiklâl Caddesi หรือ Independence Avenue ถนนช้อปปิ้งสายหลักของเขตเมืองใหม่ค่อยๆ ลงเขากลับไปที่สะพาน Galata และ Golden Horn ครับ แต่ตอนนี้เพิ่งบ่ายโมงเอง แวะกินข้าวกลางวัน ค่อยๆ เดินเล่นไปเรื่อยๆ ข้ามสะพาน Galata กลับไปยังฝั่งเมืองเก่ายังไงก็ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง เหลือเวลาอีกประมาณ 7 ชั่วโมงก่อนจะถึงเวลากลับโรงแรมเตรียมตัวไปสถานีรถบัส เวลาถมเถมากมายครับ

18

จึงตัดสินใจหาที่เที่ยวเพิ่มดีกว่าเพื่อผลาญเวลาที่เหลืออยู่เยอะแยะ นึกขึ้นได้ว่านอกอิสตันบูลไม่ไกลมากมีเกาะตากอากาศชื่อดังคือ Prens Adaları หรือ Prince Islands กลุ่มเกาะในทะเล Marmara ซึ่งเดินทางไปโดยทางเรือได้จากหลายท่าคือ Kabataş, Kadıköy, Bostancı

photo credit: bosphorusboatcruise.com
photo credit: bosphorusboatcruise.com

เดินผ่านเสาธงยักษ์ไปที่ถนนใหญ่ Mete Caddesi ที่มีท่ารถมินิบัสหรือรถตู้ (dolmuş) ไป Bostancı อยู่ แต่ใช้ Istanbulkart โดยสารรถ dolmuş ไม่ได้ ต้องจ่ายเงินต่างหาก เรารู้มาก่อนแล้วว่าจากจัตุรัส Taksim มีรถเมล์สาย 112 ไปที่ Bostancı ซึ่งเป็นท่าเรือที่ใกล้ Prince Islands ที่สุด เลยลองเดินไปรอรถเมล์สาย 112 Taksim Meydanı – Bostancı ที่ป้ายไม่ไกลจากจัตุรัส Taksim ยืนรออยู่ประมาณ 10 นาที มีรถเมล์หลายสายผ่านมาหลายคัน แต่ไม่มีวี่แววว่าสาย 112 จะมาจอดป้ายเลย จึงตัดสินใจเดินย้อนกลับไปที่ท่ารถ dolmuş

photo credit: blog.zingarate.com
photo credit: blog.zingarate.com

บ่ายโมงครึ่งละ เริ่มหิวนิดส์ๆ แล้วแต่ขี้เกียจข้ามถนนไปที่จัตุรัส Taksim เพื่อหาของกินรองท้องก่อนเพราะคิดว่านั่งรถไม่นานก็ถึง Bostancı เดี๋ยวค่อยแวะซื้ออะไรไปกินบนเรือก็ได้

ขึ้นรถ dolmuş คันที่เขียนป้ายหน้ารถว่า Bostancı ไปรอเลยละกัน แป๊บเดียวผู้โดยสารก็เต็มรถ จ่ายเงินค่ารถไป 7 TL แล้วนั่งลงเขาผ่านท่าเรือ Kabataş และพระราชวัง Dolmabahçe อีกครั้ง รถวิ่งมุ่งหน้าไปข้าม Boğaziçi Köprüsü (Bosphorus Bridge) แต่รถก็ต้องติดยาวตั้งแต่ก่อนขึ้นสะพานจนถึงเชิงสะพาน ก่อนที่จะเริ่มเคลื่อนตัวได้เร็วขึ้นจนข้ามช่องแคบบอสฟอรัสไปยังฝั่งเอเชียอีกครั้ง นั่งรถไปอีกประมาณ 15 กิโลเมตรก็ถึงท่าเรือ Bostancı İskelesi

21

22

ดูตารางเวลาเรือออกไป Prince Islands ก่อน เรือจะออกตอน 15.00 น. ยังเหลือเวลาอีก 10 นาที ขอเดินไปซื้อ McDonald’s ห่อขึ้นไปกินบนเรือเพราะจุดนี้หิวไส้แทบขาดแล้วคร้าบ เข้าคิวสั่งชุดแฮมเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟราย และเป๊ปซี่เย็นๆ ราคาไม่แพง 9.25 TL (เกือบ 140 บาท) แล้วรีบเดินไปท่าขึ้นเรือ สแกน Istanbulkart แล้วขึ้นเรือไปเกาะ Prince

23

นั่งเรือในทะเล Marmara ประมาณครึ่งชั่วโมง เรือก็เข้าจอดเทียบที่ท่าเรือ Heybeliada Terminali บน Heybeliada เกาะใหญ่อันดับ 2 ในบรรดา 9 เกาะของ Prens Adaları (Prince Islands) หรือ Kızıl Adalar (Red Islands) โดยเกาะใหญ่ที่สุดคือ Büyükada ซึ่งแปลว่า Big Island

24

25

เดินเข้าเมืองตามถนนสายหลักเข้าถนนต่างๆ ถ่ายภาพบ้านเรือนเก่าแก่ เดินวนรอบเกาะ 1 รอบกลับมาที่ท่าเรือเหมือนเดิม

26

27

ตอนนั้นเกือบ 4 โมงครึ่งแล้ว เห็นเรือจอดอยู่ที่ท่าเรือกำลังจะออก แต่คิดว่าเป็นเรือที่จะออกไปที่อื่นและจะเปลี่ยนแผนโดยนั่งเรือกลับไปยังฝั่งยุโรปที่ท่าเรือ Kabataş ไม่กลับไปที่ท่า Bostancı แล้วต่อรถ dolmuş เหมือนตอนขามาแล้วเพราะกลัวรถติดอีก เลยไม่ได้รีบไปขึ้นเรือ

เดินไปถามคนขายตั๋วได้รับคำตอบว่าเรือกลับ Kabataş จะออกอีกเกือบ 2 ชั่วโมง จึงต้องใช้วิธีเดิมกลับอิสตันบูลฝั่งยุโรปครับ เรือกลับ Bostancı รอบต่อไปจะออกอีก 40 นาที เลยเดินเล่นอยู่แถวนั้นฆ่าเวลา แล้วกลับไปท่าเรือ สแกน Istanbulkart ตัดเงินในบัตรอีก 2.85 TL นั่งเรือกลับ Bostancı

28

เรือออกไปแป๊บเดียวก็แวะจอดที่เกาะ Büyükada เกาะใหญ่ที่สุดของกลุ่มเกาะ Prince

29

เรือขากลับใช้เวลา 45 นาที ก่อน 6 โมงเย็นก็กลับถึงฝั่งแผ่นดินใหญ่ที่ท่าเรือ Bostancı เดินไปที่ท่ารถ dolmuş ที่อยู่ไม่ไกลขึ้นรถที่เขียนว่า Taksim จ่ายค่ารถอีก 7 TL แล้วนั่งกลับทางเดิมข้ามสะพานแขวนกลับสู่ฝั่งยุโรปไปลงที่ Taksim Meydanı หรือ Taksim Square เหมือนเดิม ขากลับใช้เวลาประมาณ 45 นาทีเพราะรถไม่ค่อยติดเท่าไหร่

ตอนนั้นฝนยังตกค่อนข้างแรงอยู่ เราต้องเดินเร็วไปเข้าถนน İstiklâl Caddesi เพื่อพักหาที่หลบฝนที่ร้านอาหาร นั่งกินรอให้ฝนเบาลงหน่อย สั่ง Et Döner (Meat Döner) จานนึง 14.50 TL + เป๊ปซี่อีก 3.50 TL ค่าครองชีพแถวนี้แพงกว่าที่อื่นของอิสตันบูลนะเนี่ย มื้อเย็นนี้จ่ายไปประมาณ 270 บาท ค่อยๆ กินอย่างช้าๆ ปล่อยเวลาผ่านไปนานพอสมควร พอฝนเริ่มเบาลงก็ออกเดินต่อ

30

ถนน İstiklâl (Independence Avenue) หรือชื่อเดิมคือ Grande Rue de Péra คือถนนช้อปปิ้งสายสำคัญที่ฝั่ง Beyoğlu (Pera) ย่านทันสมัยของอิสตันบูลซึ่งเต็มไปด้วยสถานทูตและร้านค้าบูติคมากมาย เอกลักษณ์หนึ่งของที่นี่คือขบวนรถรางสาย Taksim-Tünel Nostaljik Tramvay เป็นรถรางโบราณที่ยังใช้บริการอยู่ แต่เราเดินตามเส้นทางรถรางตลอดแต่ไม่เห็นมีรถรางผ่านมาสักขบวน สงสัยเย็นแล้ว รถรางหยุดวิ่ง 555
ขอยืมภาพจากเว็บไซต์อื่นมาให้ดูหน้าตารถรางแทนละกันครับ

เดินไปที่ Galatasaray Meydanı (Galatasaray Square) ที่ตั้งของโรงเรียนมัธยมสไตล์ยุโรปแห่งแรกที่สร้างโดยสุลต่านออตโตมันในศตวรรษที่ 19 และ Çiçek Pasajı (Flower Passage) ซึ่งเต็มไปด้วยร้านอาหารชั้นยอดในอาคารชื่อ Cité de Péra เดินผ่านป้ายรถราง Galatasaray ไปอีกราว 200 เมตร ถ้าเลี้ยวขวาเข้าถนน Adakule İş Merkezi ก็จะถึง Pera Müzesi หรือ Pera Museum พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-เสาร์ 10.00-19.00 น., วันอาทิตย์ 12.00-18.00 น. ปิดทุกวันจันทร์ ค่าเข้าชมราคา 15 TL และ 8 TL สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี นักเรียน และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ทุกวันศุกร์เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่ 18.00-22.00 น.
อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Pera Museum

แต่เราไม่ได้เดินไปครับเพราะมืดค่ำและถนนเฉอะแฉะด้วย อยากรีบกลับโรงแรม
ฝนยังตกปรอยๆ อยู่ เรารีบเดินกะจะไปขึ้น Tunnel สาย Karaköy-Beyoğlu Tünel ที่สถานี Tünel ลงเขาไปที่ Karaköy เชิงสะพาน Galata แต่เดินไปจนสุดถนน İstiklâl ก็ไม่เห็นสถานี Tünel เพราะเราแยกซ้ายเข้าถนน Galip Dede Caddesi แล้วเดินลงเขาแทนที่จะเลี้ยวขวาไปที่สถานีรถรางไฟฟ้า

32

33

เดินตรงไปอีกราว 300 เมตรก็เห็น Galata Kulesi หรือ Galata Tower อยู่ทางขวามือ เดินไปที่ฐานของหอคอยไบแซนไทน์สูง 67 เมตรซึ่งปัจจุบันเป็นร้านอาหารหรูและจุดชมวิว Golden Horn และฝั่งเมืองเก่าของอิสตันบูลจากมุมสูง

34

จากนั้นก็เดินลงบันไดตามเส้นทางไปเรื่อยๆ จนลงเขาไปถึงพื้นราบที่ Karaköy เดินลอดอุโมงค์ใต้ถนนซึ่งค่อนข้างน่ากลัวเพราะเงียบไม่มีคนและซอมซ่อไปที่ป้ายรถราง Karaköy ใช้ Istanbulkart นั่งรถรางสาย T1 (สีน้ำเงิน) 8 ป้ายกลับไปลงที่ป้าย Aksaray แล้วเดินกลับโรงแรม

35

2 ทุ่มครึ่ง กลับถึงโรงแรมไปเอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้ เข้าห้องน้ำเช็ดเนื้อเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า และจัดกระเป๋า เตรียมตัวนอนบนรถบัสคืนนี้

รอจนถึง 4 ทุ่มก็ออกจากโรงแรมเดินไปที่ป้ายรถราง Aksaray เดินลอดสะพานรถข้ามผ่านมัสยิด Pertevniyal Valide Sultan Camii เดินตามเส้นทางเดียวกับตอนขาเข้าเมืองจากสนามบินไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Aksaray ใช้ Istanbulkart ครั้งสุดท้าย นั่งรถไฟใต้ดินสาย M1 (สีแดง) 6 สถานี ไปที่สถานี Otogar ขึ้นจากสถานีไปที่ Büyük Otogar (İstanbul Otogarı หรือ İstanbul Otobüs Terminali) สถานีรถบัสกลางของอิสตันบูล

เดินไปที่บริษัทรถบัส Kâmil Koç เพื่อรอขึ้นรถบัสไป Çanakkale ซึ่งเราซื้อตั๋วราคา 55 TL ไว้ตั้งแต่วันที่มาถึงอิสตันบูลแล้ว
เช็คตารางเวลารถบัสได้ที่ Kâmil Koç bus

36

นั่งรอตั้งแต่ยังไม่ 5 ทุ่ม จนถึงอีก 5 นาทีเที่ยงคืนซึ่งเป็นเวลารถบัสออกก็ขนกระเป๋าเดินทางไว้ใต้ท้องรถแล้วขึ้นรถไปหาที่นั่ง รถบัส TRAVEGO 15 SHD ออกเดินทางตอนเที่ยงคืนเศษ เลตเล็กน้อย

คืนนี้เราจะนั่งหลับข้ามคืนบนรถบัสจนไปเช้าที่เมือง Çanakkale ครับ

Accommodation: Hotel Büyük Keban

Transportation: Istanbul transportationKâmil Koç bus

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต