สัมผัสหลากแง่มุมของตุรกี ตอนที่ 1 เที่ยวเอง “İstanbul” มหานครสองทวีป

เที่ยวเอง รีวิว อิสตันบูล ตุรกี istanbul turkey

ทริปเที่ยวเอง ตุรกี

Itinerary Istanbul 1

ช่วงเดือนตุลาคมปี 2557 ที่ผ่านมา ผมเหลือวันลาพักร้อนอยู่ 5 วัน เลยเริ่มคิดการณ์วางแผนไปเที่ยวประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า จึงลงเอยที่ตุรกีนั่นเอง ตอนนั้นเทรนด์เที่ยวตุรกีของคนไทยกำลังมาเลยครับ

ทริปตุรกีนี้ผมไปกับน้องชายแท้ๆ ครับ เราตั้งใจจะไปเที่ยวเองทุกเมืองท่องเที่ยวไฮไลต์และต้องไปเที่ยวเมืองหลวงคือกรุงอังการาด้วย เพราะอยากให้แตกต่างจากการไปเที่ยวกับทัวร์ โดยทัวร์แทบทั้งหมดไม่พาไปเที่ยวอังการา หรือบางทัวร์พาไปพักค้างคืนครึ่งทางระหว่างคัปปาโดเกียกับอิสตันบูลเท่านั้น แต่ไม่ได้พาไปเที่ยวไหนเลย

ใช้เวลาจัดทริปอยู่ประมาณเดือนนึงโปรแกรมก็คลอดออกมาเป็นทริป 6 วัน + วันเดินทางไป-กลับอีก 2 วัน ดังนี้

วันที่ 1: Bangkok – İstanbul

วันที่ 2: İstanbul

วันที่ 3: İstanbul – Çanakkale

วันที่ 4: Çanakkale – Truva (Troy)İzmir

วันที่ 5: İzmirDenizli – Pamukkale Göreme (Cappadocia)

วันที่ 6: Göreme (Cappadocia)

วันที่ 7: Göreme – Ankara

วันที่ 8: Ankara – İstanbul – Bangkok

1

2

เท้าความให้ข้อมูลพื้นฐานสักหน่อยครับ Turkey หรือ Türkiye ในภาษาเตอร์กิช เป็นประเทศที่มีอาณาเขตตั้งอยู่ทั้งในทวีปเอเชียและยุโรป โดยเนื้อที่ส่วนใหญ่เกินกว่า 90% อยู่ในทวีปเอเชีย แต่เมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดและมีขนาดใหญ่ที่สุดคือ İstanbul นั้นตั้งอยู่บนฝั่งยุโรป การกีฬาก็สังกัดทวีปยุโรป ผมจึงขอจัดประเทศตุรกีเป็นประเทศในทวีปยุโรปละกันครับ แม้ว่าเมืองหลวงคือ Ankara จะตั้งอยู่ในฝั่งเอเชียก็ตาม และหากนับตุรกีเป็นประเทศยุโรปแล้ว ตุรกีเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของยุโรปรองจากรัสเซียเท่านั้น

photo credit: www.operationworld.org
photo credit: www.operationworld.org

ตุรกีมีความน่าสนใจเพราะเป็นดินแดนสองทวีป เป็นต้นกำเนิดแห่งอารยธรรมเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ในอดีตตุรกีเป็นต้นกำเนิดอารยธรรมโบราณ มีเมืองสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์โลกในสมัยอาณาจักรโรมันเฟื่องฟู Constantinople หรือกรุงอิสตันบูลในปัจจุบันคือเมืองหลวงของโรมันฝั่งตะวันออก ส่วนกรุงโรมคือเมืองหลวงจริงของอาณาจักรโรมัน

กาลเวลาผ่านไปเข้าสู่ยุคสุลต่านเจ้าผู้ครองอาณาจักร Ottoman หรือ Devlet-i Aliyye-i Osmâniyye อาณาจักรที่รุ่งเรืองอย่างยาวนานตั้งแต่ปีค.ศ. 1299-1923 ทำให้ศาสนาอิสลามแผ่ขยายจนกลายเป็นศาสนาประจำชาติและสั่งสมวัฒนธรรมตามแบบชาวมุสลิม

photo credit: en.wikipedia.org
photo credit: en.wikipedia.org

นอกจากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันน่าสนใจและเอกลักษณ์ของศิลปะวัฒนธรรมของศาสนาอิสลามแล้ว ตุรกียังเป็นเจ้าของสิ่งมหัศจรรย์ทั้งทางธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างยิ่งใหญ่อลังการมากมาย ซึ่งสถานที่เหล่านี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของตุรกี

5

เริ่มเที่ยวตุรกีตอนแรกกันเลยครับ  ตอนนี้เป็นรีวิววันแรกซึ่งเป็นวันออกเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่อิสตันบูลทั้งวัน และวันที่ 2 ที่เป็นเรื่องราวการเที่ยวกรุงอิสตันบูลทั้งวัน

สายการบิน Qatar Airways ออกบินจากสนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 9 โมงเช้า แวะเปลี่ยนเครื่องที่ Hamad International Airport กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ตอนเกือบเที่ยง รอไฟลท์ใหม่ไปอิสตันบูลอีกประมาณ 2 ชั่วโมง

6

บินอีก 4 ชั่วโมงครึ่งก็จะถึงจุดหมาย แต่การจราจรที่สนามบินอิสตันบูลคับคั่งมาก เครื่องลงจอดไม่ได้ซักที บินวนอยู่นานกว่าจะร่อนลงจอดที่รันเวย์ได้ เราจึงถึงอิสตันบูลเลตไปประมาณครึ่งชั่วโมง

Atatürk Havalimanı หรือสนามบินนานาชาติกรุงอิสตันบูลตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองอิสตันบูลทางทิศตะวันตก 22 กิโลเมตร

photo credit: bookturkeytours.com
photo credit: bookturkeytours.com

หลังผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าเดินทางแล้ว เราเดินหาที่แลกเงินยูโรเป็น Türk Lirası ให้พอใช้ก่อน
(แต่ก่อนเมืองไทยยังไม่มีเงินตุรกีขาย) เพราะอัตราแลกเปลี่ยนเงินในสนามบินแพงกว่าอัตราในเมือง อัตราแลกเปลี่ยนคือ 1 ยูโร = 2.85630 TL หรือ  มีค่า commission 3.9% และค่า B.M.V. อะไรก็ไม่รู้อีกนิดหน่อย สรุปแลกเงินไปคนละ 100 ยูโร ได้เงินตุรกีมา 274 TL (1 TL ประมาณเกือบ 15 บาท)

มีเงินใช้แล้วก็เดินออกประตูไปที่โถงด้านหน้าของสนามบินซึ่งมี Tourist Information อยู่ เดินเข้าไปขอแผนที่และซื้อ Istanbulkart ราคา 10 TL เป็นค่าบัตร 6 TL เหลือเงินในบัตร 4 TL แล้วต้องไปเติมเงินเพิ่มตามความต้องการที่ตู้อัตโนมัติอีก

เดินลงไปที่สถานีรถไฟใต้ดินเห็น Biletmatik หรือตู้ขายตั๋วอัตโนมัติอยู่ แต่เติมเงินเองไม่เป็นครับ เลยขอให้คนแถวนั้นช่วยสอน สอดธนบัตรไป 20 TL เพื่อเติมเงินในบัตรสำหรับใช้เดินทางเข้าเมืองและใช้ต่อวันรุ่งขึ้นด้วย

photo credit: www.objetivoviajar.com
photo credit: www.objetivoviajar.com

9

ให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ

Istanbulkart (RFID “electronic wallet” card) คือบัตรโดยสารแบบเติมเงิน ใช้โดยสารรถเมล์ รถไฟใต้ดิน รถราง เรือเฟอร์รี่ Tünel และ Kabataş-Taksim Füniküler (funicular) ในอิสตันบูลได้ตามจำนวนเงินที่คงเหลือในบัตร ถ้าเงินเหลือไม่เพียงพอก็ต้องเติมเงินเพิ่มก่อนใช้บริการรถโดยสาร สามารถซื้อ Istanbulkart จากตู้ขายอัตโนมัติ (Biletmatik) หรือจาก kiosk ขายหนังสือพิมพ์ตามจุดจอดรถหลักๆ ของเมืองที่มีคำว่า Istanbulkart, Akbil หรือ Dolum Noktası (Refill Point) ก็ได้ Istanbulkart สามารถขายบัตรคืนได้ในราคา 4 TL เมื่อไม่ต้องการใช้บัตรแล้ว

อีกวิธีหนึ่งคือซื้อ Akbil หรือ electronics transit pass รูปร่างคล้ายกุญแจ ราคา 6 TL สามารถใช้โดยสารขนส่งสาธารณะทุกชนิดของเมืองได้ เมื่อโดยสารพาหนะใดโดยใช้ Akbil แล้ว สามารถต่อพาหนะเดียวกันหรือพาหนะอื่นได้ภายใน 120 นาที Akbil เดียวสามารถใช้ร่วมกันได้หลายคน สามารถ recharge เติมเงินได้ และเมื่อคืน Akbil ที่ kiosk ก็จะได้รับเงินคืน แต่ปัจจุบันเริ่มหาซื้อตั๋วชนิดนี้ยากเพราะมี Istanbulkart มาแทนแล้ว

ปกติค่าโดยสารสำหรับเดินทางระยะสั้นโดยรถเมล์ (IETT City bus) รถไฟใต้ดิน รถราง Tünel เรือเฟอร์รี่ และ Kabataş-Taksim Füniküler (funicular) ประเภท Biletmatik เป็น token หรือ jeton ราคาเที่ยวละ 3 TL ถ้าใช้ E-Bilet (Istanbulkart หรือ Akbil) จะได้รับส่วนลดเหลือราคาเที่ยวละ 1.95 TL (ราคานี้เป็นราคาของปี 2014 นะครับ ราคาอาจมีการปรับขึ้นเล็กน้อย)

อัพเดทราคาค่าโดยสารได้ที่ Istanbul transportation fare

2 ทุ่มเศษ สแกน Istanbulkart ผ่านประตูเข้าไปที่ชานชลาของสถานี นั่งรถไฟใต้ดินสาย M1 (สีแดง) เข้าตัวเมืองอิสตันบูลประมาณ 30 นาทีไปลงที่สถานี Otogar

photo credit: myworldexcursions.wordpress.com
photo credit: myworldexcursions.wordpress.com

เพื่อซื้อตั๋วรถบัสไปเมืองต่างๆ ที่ออฟฟิศของแต่ละบริษัทรถบัสก่อนล่วงหน้า ได้แก่

İstanbul – Çanakkale ของบริษัท Kâmil Koç ราคาเที่ยวละ 55 TL (รวมค่าเรือข้ามไป Çanakkale ด้วย)

Çanakkaleİzmir ของบริษัท Metro Turizm ราคา 45 TL

İzmir – Denizli ของบริษัท Metro Turizm ราคา 23 TL

Denizli – Göreme (Cappadocia) ของบริษัท Metro Turizm ราคา 50 TL

ค้นหาเวลาและค่ารถบัสได้ที่ Kâmil Koç busMetro Turizm bus

(แต่ไม่สามารถซื้อตั๋วผ่านเว็บไซต์ได้เพราะต้องใส่หมายเลขโทรศัพท์ท้องถิ่นครับ)

11

ซื้อตั๋วรถบัสเสร็จประมาณ 3 ทุ่ม เดินกลับไปที่สถานีรถไฟใต้ดิน Otogar ใช้ Istanbulkart นั่งรถไฟใต้ดินสาย M1 (สีแดง) ต่ออีกราว 15 นาทีไปลงสุดทางที่สถานี Aksaray ชุมทางคมนาคมสำคัญของอิสตันบูล

ผมเลือกพักโรงแรมแถว Aksaray ครับเพราะสะดวกในการเดินทางจากสนามบิน Atatürk และมีรถรางเข้าสู่เขตเมืองเก่าซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองได้อย่างสะดวก

12

ข้อมูลเพิ่มเติมครับ มีวิธีเดินทางจากสนามบินเข้าตัวเมืองอิสตันบูลอีกหลายวิธีเผื่อคนที่ไม่ได้เลือกที่พักย่านเดียวกับผมครับ ได้แก่

1. นั่งรถไฟใต้ดินสาย M1 (สีแดง) ไปลงที่สถานี Zeytinburnu ต่อรถรางสาย T1 Kabataş ไปลงที่ป้าย Yusufpaşa หรือ Sultanahmet ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที – 1 ชั่วโมง (ใช้ Istanbulkart ราคา 1.95+1.95 = 3.90 TL หรือซื้อตั๋วประเภท Biletmatik 2 tokens (jeton) ราคา 3+3 = 6 TL สำหรับเดินทางไปยัง Sultanahmet, Eminönü หรือ Kabataş และ 3 tokens ราคารวม 9 TL สำหรับเดินทางไปยัง Taksim Meydanı หรือ Taksim Square)
อัพเดทข้อมูลได้ที่ Istanbul transportation fare

2. นั่ง otobüs หรือรถเมล์ İETT สาย 96T ค่ารถเมล์ราคา 5 TL ถ้าใช้ Istanbulkart ลดค่ารถเหลือ 50 TL แต่ไม่ค่อยมีรถให้บริการแล้ว เพราะมี Havataş Airport bus มาแทน

3. นั่ง Havataş Airport bus ไปที่ Taksim Meydanı (Taksim Square) ที่ถนน Yedi Kuyular Caddesi ด้านหน้าของ Point Hotel มีรถบัสออกทุกนาทีที่ 0 และ 30 ของแต่ละชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที ค่ารถบัสราคา 10 TL
อัพเดทข้อมูลได้ที่ Havataş Airport bus

กลับเข้าเรื่องต่อครับ ขึ้นจากสถานีรถไฟใต้ดิน Aksaray เดินลากกระเป๋าตามถนน Adnan Menderes Bulvarı ซึ่งยังคลาคล่ำไปด้วยคนขายของแบกะดิน คนเลือกซื้อของ และร้านค้าเต็มข้างทางไปหมด วุ่นวาย คึกคัก แต่ไม่น่ากลัวครับ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ที่เยาวราชหรือคลองถมบ้านเราครับ 555

ตรงเข้าถนน Turgut Özal Caddesi (Millet Caddesi) เดินตามทางรถรางก็เห็นมัสยิดใหญ่ชื่อ Pertevniyal Valide Sultan Camii เดินผ่านไปลอดใต้สะพานรถข้ามก็ถึงป้ายรถราง Aksaray แถวนี้ยิ่งจอแจไปด้วยคนค้าขาย บ้างลากกระเป๋า บ้างเข็นรถเข็น เดินขวักไขว่วุ่นวายมาก

13

เดินต่อไปแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Gençtürk Caddesi ไปเช็คอินที่โรงแรม Büyük Keban ซึ่งจะเป็นที่พักของเราในคืนนี้และคืนพรุ่งนี้

Büyük Keban เป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว อยู่ห่างจากป้ายรถราง Aksaray 400 เมตร ห้องพักราคาคืนละ 183 TL มีห้องน้ำส่วนตัวและอาหารเช้าด้วย ถือว่าไม่ถูกไม่แพง เราจะพักที่นี่ 2 คืน แชร์กันจ่ายคนละ 2,700 บาทเศษครับ

14

วันแรกนี่เสียเวลาเดินทางทั้งวันเลย ก็อยากได้ตั๋วเครื่องบินราคาโปรหนิ ก็ต้องยอมเหนื่อยและเสียเวลาเป็นเรื่องธรรมดา 😀 ขอสลบซัก 8 ชั่วโมงก่อนนะครับ พรุ่งนี้ค่อยเที่ยวแบบเต็มๆ

เช้าแล้ว! อะไรกัน?? วันที่ 2 ของทริปอย่างรวดเร็ว 555 วันนี้เราจะเดินสลับนั่งรถรางเที่ยวในเมืองอิสตันบูลให้ทั่วทั้งวัน

จริงๆ แล้วอิสตันบูลเที่ยวไม่ยากและใช้เวลา 1 วันเต็มๆ ก็หมดครับ ถ้าไม่ได้ข้ามช่องแคบบอสฟอรัสไปยังฝั่งเอเชีย แต่ขึ้นชื่อว่าเราสองพี่น้องดูโอเที่ยวเองแล้วก็ต้องใช้เวลาเที่ยวให้ทั่วถึงนะครับ ไม่ได้เที่ยวแว๊บๆ ไม่ได้เจาะลึก

photo credit: www.istanbulinhours.com
photo credit: www.istanbulinhours.com

ปูพื้นฐานนิดหน่อยละกันครับ
İstanbul มหานครสองทวีปที่มีความร่ำรวยทางประวัติศาสตร์มานานหลายศตวรรษ ตั้งแต่ยุคที่กรีกรุ่งเรืองเมื่อ 675 ปีก่อนคริสตกาลจนถึงปีค.ศ. 330 ก่อนที่จะเสียอาณาจักรให้กับโรมัน อิสตันบูลเคยเป็นเมืองหลวงของโรมันทางด้านตะวันออกในนามกรุง Constantinople กระทั่งปีค.ศ. 1453 ได้ถูกพวกออตโตมันทำลายและเปลี่ยนชื่อมาเป็นอิสตันบูลจนถึงปัจจุบัน

อิสตันบูลตั้งอยู่ในทวีปยุโรปเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดของตุรกีครับ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวตุรกีคงไม่มีใครพลาดเที่ยวกรุงอิสตันบูลนะครับ

photo credit: www.vacationstogo.com
photo credit: www.vacationstogo.com

สตาร์ทเที่ยวตอน 10 โมงเช้าครับ สบายๆ ออกจากโรงแรมเดินไปยังถนนใหญ่เลี้ยวขวาไปที่ป้ายรถราง Aksaray แวะแลกเงินเพิ่มอีก 230 ยูโร ได้เงินตุรกีมาอีก 662.40 TL อัตราแลกเปลี่ยนคือ 1 ยูโร = 2.88 Türk Lirası ไม่มีค่า commission ด้วย ถูกกว่าที่สนามบินพอสมควรเลย

17

18

แล้วก็ข้ามถนนไปที่ป้ายรถราง สแกน Istanbulkart ผ่านประตูไปรอรถรางสาย T1 (สีน้ำเงิน) แป๊บเดียวรถรางก็มาจอดที่ป้าย คนแน่นเอี้ยดมาเลยครัช ขึ้นรถไปยืนเบียดกับฝูงแขก 4 ป้ายก็ลงที่ป้าย Sultanahmet

photo credit: www.mappery.com
photo credit: www.mappery.com

เดินไปทางขวาผ่านลานของ Mehmet Akif Ersoy Parkı ไปก็ถึง Sultanahmet Meydanı (Sultan Ahmet Square) หรือ The Hippodrome of Constantinople สนามแข่งรถม้าศึกของชาวโรมันในยุคไบแซนไทน์กลางกรุงอิสตันบูล ในอดีตที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางแห่งชีวิตของชาวไบแซนติอุมมากว่า 1,000 ปี และของจักรวรรดิออตโตมันกว่า 400  ปี ตรงกลางจัตุรัสมี Örme Dikilitaş (Walled Obelisk) หรือ Constantine Obelisk (Konstantin Dikilitaşı) ซึ่งเหลือแค่ส่วนปลายสูง 20 เมตรตั้งเด่นเป็นสัญลักษณ์อยู่

20

เดินกลับไปที่ทางรถราง เลี้ยวขวาอีกไม่ไกลก็ถึง Sultan Ahmet Parkı สวนด้านหน้าของ Sultanahmet Camii หรือ Sultanahmet Mosque หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า Blue Mosque สุเหร่าสีน้ำเงินแห่งอิสตันบูล ที่มาของชื่อสุเหร่าสีน้ำเงินเป็นเพราะใช้กระเบื้องสีน้ำเงินในการตกแต่งภายในซึ่งทำเป็นลายดอกไม้ต่างๆ เช่น กุหลาบ คาร์เนชั่น ทิวลิป เอกลักษณ์เด่นอีกอย่างแต่อยู่ภายนอกคือหอประกาศเชิญชวนเมื่อถึงเวลาที่จะต้องทำพิธีละหมาด Minaret 6 หอ เท่ากับสุเหร่าที่นครเมกกะ

21

สุเหร่าขนาดมหึมาแห่งนี้สร้างขึ้นโดยบัญชาของสุลต่านองค์ที่ 14 ของอาณาจักรออตโตมันนามว่า Ahmet Khan ที่ 1 ใช้เวลาสร้างนานถึง 7 ปี ผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมสามารถเข้าชมภายในได้โดยเข้าประตูทางทิศใต้ (ทางขวามือถ้ามาจาก Hippodrome) มัสยิดปิดวันละ 5 เวลาละหมาด คือ 05.42, 13.12, 17.07, 20.21 และ 22.08 น.
เช็คเวลาเปิด-ปิดได้ที่ visit Blue Mosque

22

วันนี้โชคไม่ดีมัสยิดปิดช่วงเช้าและจะเปิดให้เข้าชมตอนบ่าย แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยกลับมาที่นี่อีกครั้งก็ได้
กลับหลังหันเดินไปยังอีกหนึ่งสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับ Sultanahmet Camii นั่นก็คือ Ayasofya (The Church of the Divine Wisdom) หรือที่รู้จักกันในนามมหาวิหาร Hagia Sophia

23

อายาโซเฟียตั้งโดดเด่นอยู่ในบริเวณ Sultanahmet เมืองเก่าของอิสตันบูล เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง สุเหร่าแห่งนี้เป็นสิ่งก่อสร้างสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอิสตันบูลสร้างโดยจักรพรรดิ Justinian เพื่อแสดงถึงความอัจฉริยะและพลานุภาพอันเกรียงไกรของอาณาจักรโรมัน ในอดีตเคยเป็นโบสถ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศาสนาคริสต์จวบจนวาระสุดท้ายของกรุงคอนสแตนติโนเปิล จึงถูกสถาปนาเป็นสุเหร่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิมและพิพิธภัณฑ์เพื่อตัดปัญหาการแย่งชิงกัน ภายในมีเสางามค้ำที่สลักอย่างวิจิตรและประดับไว้อย่างงดงามถึง 108 ต้น

24

ยังไม่เข้าชมภายในมหาวิหาร Hagia Sophia ซึ่งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ Ayasofya Müzesi หรือ Hagia Sophia Museum ครับ ขอไปชมพระราชวังทอปกาปิก่อน เดินไปทางขวามือแล้วเลี้ยวซ้ายไปทางด้านหลังของมหาวิหารก็เห็นทางเข้าไปชมหลุมฝังศพของ Sultan III. Mehmed Türbesi ซึ่งเข้าชมฟรีเลยแวะเข้าไปชมนิดหน่อย

25

แล้วเดินต่อไปตามถนน Topkapı Sarayı เข้าประตูไปในอาณาเขตของ Topkapı Sarayı (طوپقپو سرايى) ซื้อตั๋วเข้าชมพระราชวัง Topkapı ราคา 30 TL ถ้าต้องการเข้าชม Harem ด้วยจะต้องซื้อตั๋วเพิ่มอีก 15 TL

อัพเดทข้อมูลได้ที่ Topkapı Sarayı entrance fee

26

ก่อนเที่ยงก็เดินผ่านประตูหอคอยคู่เข้าชมอาคารต่างๆ ของพระราชวังทอปกาปิซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสุลต่าน Mehmed ที่ 2 แห่งอาณาจักรออตโตมัน เมื่อปีค.ศ. 1459 และเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติในปีค.ศ. 1924 ห้องที่โด่งดังและเป็นที่สนใจคือห้องท้องพระคลังอันเป็นที่เก็บสมบัติและวัตถุล้ำค่ามากมาย โดยมีกริชแห่งทอปกาปิด้ามประดับมรกตใหญ่ 3 เม็ด กับเพชร 86 กะรัต เป็นไฮไลต์สำคัญ เครื่องลายครามจากจีน เครื่องทรงของสุลต่าน

แต่บางห้องก็ห้ามถ่ายรูปนะครับ

27

ส่วน Harem ที่อยู่ในบริเวณทอปกาปิ (กลุ่มสิ่งก่อสร้างหลังคาโดมทางซ้ายของแปลน) เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร และปิดถึง 13.00 น. ในวันแรกของวันหยุดประจำศาสนาอิสลาม คือ Eid Al-Fitr ช่วงปลายก.ค. – กลางก.ย. ของแต่ละปี และ Eid al-Adha (Feast of the Sacrifice) หรือ Kurban Bayramı ช่วงปลายก.ย. – กลางต.ค. ของแต่ละปี ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. – 15 เม.ย. เปิด 09.00-16.45 น., 15 เม.ย. – 1 พ.ย. 09.00-18.45 ต้องเข้าชมก่อนเวลาปิด 45 นาที

อัพเดทวันและเวลาเปิด-ปิดพิพิธภัณฑ์ได้ที่ visit Topkapı Sarayı

www.learningpracticalturkish.com
www.learningpracticalturkish.com

ชมวิวสะพานแขวน Bosphorus Bridge ข้าม İstanbul Boğazi หรือช่องแคบ Bosphorus จากจุดชมวิวในบริเวณพระราชวังได้ครับ

29

นอกจากนี้ ในบริเวณของพระราชวังทางทิศตะวันตกเป็นที่ตั้งของ İstanbul Arkeoloji Müzeleri (Istanbul Archeological Museums) ประกอบด้วย 3 พิพิธภัณฑ์ ได้แก่ Arkeoloji Müzesi (Archeological Museum), Eski Şark Eserleri Müzesi (Museum of the Ancient Near East) และ Çinili Kösk (Tiled Pavilion)
พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ 09.00-19.00 น. ต้องเข้าชมก่อนเวลาปิด 1 ชั่วโมง ค่าเข้าชมราคา 15 TL

อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Istanbul Archeological Museums

เดินชมอาคารต่างๆ ในบริเวณพระราชวังประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วเดินกลับไปที่มหาวิหาร Hagia Sophia ซื้อตั๋วเข้าชมราคา 30 TL และเข้าชมความงดงามภายในสุเหร่าอันยิ่งใหญ่ซึ่งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ แต่บางส่วนยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างบูรณะใหม่ จึงถ่ายรูปอะไรมากไม่ได้ครับ

30

31

Ayasofya Müzesi (Hagia Sophia Museum) เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์และวันแรกของเดือน Ramadan และปิดถึง 13.00 น. ในวันแรกของวันหยุดประจำศาสนาอิสลาม คือ Eid Al-Fitr ช่วงปลายก.ค. – กลางก.ย. ของแต่ละปี และ Eid al-Adha (Feast of the Sacrifice) หรือ Kurban Bayramı ช่วงปลายก.ย. – กลางต.ค. ของแต่ละปี ตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. – 1 ต.ค. เปิดตั้งแต่ 09.00-19.00 น. ช่วงฤดูหนาว เปิดตั้งแต่ 09.00-17.00 น. ต้องเข้าชมก่อนเวลาปิด 1 ชั่วโมง ค่าเข้าชมราคา 30 TL

อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Hagia Sophia Museum

32

หรือซื้อ Museum Pass İstanbul แบบ 72 ชั่วโมง ราคา 85 TL ใช้เข้าชม Hagia Sophia Museum, Topkapı Palace Museum and Harem Apartments, İstanbul Archaeological Museums, İstanbul Mosaic Museum, Museum of Turkish and İslamic Arts, Museum for the History of Science and Technology in Islam ได้ฟรี
รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Museum Pass İstanbul

33

ออกจากมหาวิหาร เลี้ยวขวาเดินไปอีกนิดก็เลี้ยวขวาอีกครั้งเข้าถนน Alemdar Caddesi ก็ถึงทางเข้า Yerebatan Sarnici

34

ซื้อตั๋วสำหรับชาวต่างชาติ (Yabancı ziyaretçi) ราคา 20 TL แล้วเข้าชม Yerebatan Sarnici หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Yerebatan Saray Sarnıçı (Sunken Palace Cistern) ซึ่งตั้งอยู่ที่สุดเขต Sultanahmet Meydanı

Yerebatan Sarnici หมายถึงพระราชวังที่จมลงไปในน้ำ เป็นอุโมงค์เก็บน้ำใต้ดินสร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิ Justinian ในปีค.ศ. 532 เพื่อเป็นที่เก็บน้ำสำหรับสำรองไว้ใช้ในพระราชวังยามที่กรุงอิสตันบูลถูกข้าศึกปิดล้อมเมือง มีความกว้าง 64.6 เมตร ยาว 138 เมตร และลึก 8 เมตร มีเสาค้ำหลังคา 336 ต้น แบ่งเป็น 12 แถว แต่ละต้นมีความแตกต่างกันออกไป โดยนำเอาชิ้นส่วนจากที่ต่างๆ บางต้นเป็นเสากลับหัวรูปศีรษะนางเมดูซ่า จุน้ำได้ทั้งหมด 80,000 ลูกบาศก์เมตร เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 09.00-19.00 น.

อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Yerebatan Sarnici

35

36

ออกจากอุโมงค์เก็บน้ำใต้ดิน เลี้ยวซ้ายเดินลงทางลาดของถนน Alemdar Caddesi ตามทางรถรางประมาณ 400 เมตรไปที่ป้ายรถราง Gülhane ใช้ Istanbulkart นั่งรถรางสาย T1 (สีน้ำเงิน) 2 ป้ายไปลงที่ป้าย Eminönü ก็เห็น Yeni Cami หรือชื่อเดิมคือ Valide Sultan Camii (Valide Sultan Mosque) คือ New Mosque แห่งอิสตันบูล

37

38

บ่ายสองแล้ว ต้องพักหาร้านอาหารกินก่อนละ แถวนี้มีร้านอาหารดูดีเรียงติดกันหลายร้าน เราเลือกร้าน Tatseven สั่ง Tavuk Şiş (Chicken Barbecue) ข้าวไก่บาร์บีคิวแบบตุรกีหน้าตาน่ากิน(มั้ง)มารับประทาน จานนี้ 16.50 TL + โค้กกระป๋องเย็นชื่นใจอีก 2.50 TL มื้อนี้จ่ายไปเกือบ 300 บาทครับ ค่าครองชีพที่นี่สูงไม่มากแต่ก็ไม่ถูกเท่าไหร่นะ

39

อิ่มแล้วก็เที่ยวกันต่อสิครับ เดินไปที่ Galata Köprüsü (Galata Bridge) สะพานข้าม Haliç หรืออ่าว Golden Horn จากสะพาน Galata มองย้อนกลับไปชม Rüstem Paşa Camii สุเหร่า Rüstem Pasha ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา จุดนี้เป็นหนึ่งในทำเลถ่ายภาพเอกลักษณ์ของอิสตันบูลเลย

40

41

ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านที่มาตกปลาที่สะพานและนำมาขายกันสดๆ บนสะพานนี่แหละ

42

ยังไม่ข้ามสะพานกาลาตาไป แต่เดินลงสะพานทางเดิมแล้วเลี้ยวขวาเดินผ่าน Eminönü İskelesi หรือท่าเรือเฟอร์รี่ Eminönü ไปที่ท่ารถเมล์ซึ่งมีรถเมล์หลายสายจอดรอรับผู้โดยสารอยู่ ตรงนี้การจราจรคับคั่งมาก พยายามอ่านป้ายบนรถเมล์ว่าคันไหนไป Fener หรือ Balat ได้บ้าง แต่รถเมล์มันเยอะมาก ไม่รู้จะดูไหวยังไง เลยลองถามคนแถวนั้นดู สื่อสารกันงูๆ ปลาๆ เธอบอกว่าให้นั่งรถเมล์เบอร์ 99 และชี้บอกว่าคันนี้แหละ

รีบเดินไปที่รถขึ้นไปถามคนขับก่อนว่าไป Balat รึเปล่า? คนขับพยักหน้า เราสแกน Istanbulkart แล้วยืนบนรถไปตลอดทาง (ปกติไม่สามารถซื้อตั๋วรถเมล์จากคนขับได้ จะต้องซื้อตั๋วจากเครื่องขายตั๋ว (Jetonmatik) ก่อนขึ้นรถ)

รถเมล์สายนี้แล่นตามถนน Ragıp Gümüşpala Caddesi เลียบฝั่ง Golden Horn ผ่านสะพาน Atatürk Köprüsü เข้าสู่ถนน Abdülezelpaşa Caddesi ถึงท่าเรือ Fener ต่อเข้าถนน Mürsel Paşa Caddesi ลงที่ป้าย Köprübaşı หรือ Balat (ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร)

43

อีกวิธีหนึ่งในการไป Balat คือเดินผ่านท่าเรือ TurYol ไปยังท่าเรือ Eminönü Haliç İskelesi นั่งเรือเฟอร์รี่ 2 ป้ายไปที่ท่าเรือ Fener แล้วเดินต่อไปอีกราว 500 เมตรก็จะถึง Balat แต่ไม่ค่อยมีรอบเรือเท่าไหร่

photo credit: www.istanbul-tuerkei.de
photo credit: www.istanbul-tuerkei.de

จากป้ายรถเมล์ Balat ข้ามถนนเดินไปทางเนินเขาซึ่งเป็นแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัยของชาวยิวที่เรียกว่า Balat อยู่ในเขต Fatih ของอิสตันบูล

Balat เป็นย่านเมืองเก่าที่โดดเด่นด้วยบ้านเรือนแคบๆ หลากสีสันตามแนวเนินเขา ย่านนี้เป็นที่นิยมของนักถ่ายภาพแนว street art อย่างมาก แต่แทบไม่มีนักท่องเที่ยวชาวไทยมาเที่ยวที่ย่านนี้หรอกครับเพราะอยู่ไกลออกนอกเส้นทางไปค่อนข้างมากและดูเก่าโทรมไม่ปลอดภัยเท่าไหร่

45

46

แต่เรา “เที่ยวเอง” ขอฉีกการเที่ยวอิสตันบูลให้แหวกแนวครับ 55 เรามาเที่ยวที่ Balat ก็เพราะอยากได้ความแตกต่างจากคนไทยทั่วไปที่มาเที่ยวอิสตันบูลเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในบริเวณเมืองเก่าเท่านั้นครับ

47

เดินหาบ้านเก่าแก่ที่เปรียบเสมือนเป็นบ้านสัญลักษณ์ของ Balat เดินขึ้นเนินเขาลัดเลาะตามเส้นทางไปจนถึง Rum Ortodoks Patrikhanesi (Ecumenical Patriarchate of Constantinople) โบสถ์ออร์โธด็อกซ์สำคัญหนึ่งของอิสตันบูล แต่ก็ยังหาไม่เจอ เลยเดินลงเขากลับไปที่เดิมแล้วลองเดินไปอีกทางหนึ่งและถามชาวบ้านแถวนั้น สุดท้ายก็หาเจอจนได้ครับ

48

49

เดินลงทางลาดไปถ่ายรูปริม Haliç หรือ Golden Horn ดูวิถีชีวิตชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมน้ำ

50

51

เดินย้อนกลับไปที่ป้ายรถเมล์ Balat ซึ่งอยู่คนละฝั่งสนามเด็กเล่นกับป้ายที่เราลงรถเมล์ตอนขามา ระหว่างทางเดินผ่าน Sveti Stefan Kilisesi หรือ Bulgar Kilisesi (Bulgarian St. Stephen Orthodox Church) หรือที่รู้จักกันในนาม Bulgarian Iron Church โบสถ์บัลกาเรียนออร์โธด็อกซ์ที่สร้างโดยเหล็กหล่อ แต่โบสถ์ถูกล้อมด้วยโครงเหล็กนั่งร้านซ่อมแซมเกือบมิดทั้งหลังจนแทบไม่ได้สังเกตเลย (ขอยืมรูปตอนปกติมาให้ชมแทนละกันครับ)

นั่งรถเมล์สาย 99A กลับทางเดิมไปที่ Eminönü แต่รถสาย 99A แล่นข้ามสะพาน Atatürk Köprüsü ไปอีกฝั่งหนึ่งของ Golden Horn ก่อนวนข้ามสะพาน Galata Köprüsü กลับไปจอดที่ Eminönü

5 โมงเย็น เดินผ่านสะพาน Galata ไปท่าเรือ TurYol Eminönü İskelesi ใช้ Istanbulkart นั่งเรือเฟอร์รี่ TurYol ลอดใต้สะพาน Galata ข้ามช่องแคบบอสฟอรัสไปยังอิสตันบูลฝั่งทวีปเอเชีย

53

54

นั่งเรือประมาณ 25 นาที เรือก็เข้าจอดที่ท่าเรือ Üsküdar

photo credit: istanbulmap360.com
photo credit: istanbulmap360.com

56

Üsküdar เป็นเขตหนึ่งของอิสตันบูลอยู่บนแผ่นดินตุรกีฝั่งเอเชีย

photo credit: www.mappery.com
photo credit: www.mappery.com

58

อึสกือดาร์เป็นจุดที่ใกล้ที่สุดที่สามารถเดินไปชม Kız Kulesi บนเกาะกลาง İstanbul Boğazi หรือช่องแคบ Bosphorus ห่างจากชายฝั่งประมาณ 200 เมตร

59

Kız Kulesi หรือ Maiden’s Tower หอคอยที่รู้จักกันในอดีตว่า Tower of Leandros สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ แรกเริ่มหอคอยแห่งนี้ใช้เป็นประภาคารควบคุมการเข้าออกช่องแคบบอสฟอรัสของเรือที่มาจากเปอร์เซีย ต่อมาด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ระหว่างสองอาณาจักรอันยิ่งใหญ่คือ Byzantine และ Chrysopolis ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นป้อมปราการแบบไบเซนไทน์ยุคกลางด้วยเหตุผลทางความมั่นคง และปรับปรุงอีกหลายต่อหลายครั้งเรื่อยมา โดยเฉพาะในปีค.ศ. 1999 ภายหลังได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ทางการจึงปรับเปลี่ยนโครงสร้างด้วยการเสริมเหล็กให้แข็งแรง จนปัจจุบันกลายเป็นร้านอาหารและคาเฟ่สุดหรูที่สามารถมองเห็นวิวช่องแคบบอสฟอรัสได้ทั้งหมด รวมทั้งชายฝั่ง 2 ด้านของเอเชียและยุโรปเสมือนได้ย้อนกลับไปยุคไบเซนไทน์อีกครั้งหนึ่ง

60

เดินชมวิวริมช่องแคบบอสฟอรัสและถ่ายรูปอิสตันบูลฝั่งยุโรปยามพระอาทิตย์ตกซึ่งท้องฟ้ากลายเป็นสีทองอร่ามงดงามเกินบรรยายครับ

61

62

ท้องฟ้าใกล้มืดสนิท ได้เวลากลับไปยังฝั่งยุโรปแล้ว เดินกลับไปที่ท่าเรือ Üsküdar ใช้ Istanbulkart นั่งเรือรอบ 18.30 น. ข้ามช่องแคบกลับไปยัง Eminönü อีกครั้ง

63

64

ให้ความรู้เพิ่มเติมกันหน่อยครับ ทางทิศใต้ของ Üsküdar ริมทะเล Marmara ฝั่งเอเชีย ห่างไปราว 5 กิโลเมตรเศษ เป็นที่ตั้งของ Haydarpaşa Garı สถานีรถไฟสำหรับเดินทางไปเมืองต่างๆ บนคาบสมุทรอนาโตเลีย (ตุรกีฝั่งเอเชีย) และเมืองต่างๆ ในตะวันออกกลาง เป็นสถานีรถไฟที่คับคั่งที่สุดของตุรกี สถานีรถไฟแห่งนี้อาจจะถูกเลิกใช้เมื่อสถานีรถไฟ Söğütlüçeşme เปิดใช้ในปี 2014

การเดินทางจากฝั่งยุโรปไปสถานีรถไฟ Haydarpaşa นั่งรถรางสาย T1 (สีน้ำเงินเข้ม) ไปที่ป้าย Karaköy (Galata) เดินไปท่าเรือ Karaköy İskelesi ต่อเรือเฟอร์รี่ Şehir Hatları ไปที่ท่าเรือ Haydarpaşa เรือออกทุก 20-30 นาที ใช้เวลาเดินทาง 25 นาที วิธีการนี้ดีที่สุด หรือนั่งรถรางสาย T1 (สีน้ำเงินเข้ม) ไปที่ป้าย Eminönü เดินไปท่าเรือ TurYol Eminönü İskelesi ต่อเรือเฟอร์รี่ TurYol ไปที่ท่าเรือ Haydarpaşa

กลับมาที่ท่าเรือ Eminönü ข้ามถนนเดินไปด้านหลังของ Yeni Cami (New Mosque) ไปดู Mısır Çarşısı หรือ Egyptian (Spice) Bazaar ตลาดเครื่องเทศที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1664 ที่นี่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนที่มาเดินหาซื้อของทะเลสดๆ ถั่วต่างๆ เครื่องเทศ และวัตุดิบในการทำอาหารต่างๆ มากมาย

66

67

เที่ยวกรุงอิสตันบูลมาทั้งวันแล้ว รู้สึกอย่างหนึ่งคือที่นี่คนเยอะทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นบนรถราง สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ท้องถนนหลายสาย ยิ่งช่วงกลางคืนหลังเลิกงานแล้วคนยิ่งเต็มทั่วไปหมด เดินเล่นตอนกลางคืนได้สบายๆ ไม่เปลี่ยวอันตรายเลย ที่ไหนก็มีคน ร้านค้าและร้านอาหารเปิดเกินเที่ยงคืนอีก แต่แอบเวียนหัวและรู้สึกเหนื่อยกับความวุ่นวายของคนเมืองนี้ไม่เบาเลยแหละ

เดินดูตลาดพอได้บรรยากาศวิถีชาวเมือง เสร็จแล้วก็เดินไปที่ป้ายรถราง Eminönü สแกน Istanbulkart ผ่านประตูไปนั่งรถรางสาย T1 (สีน้ำเงิน) 7 ป้ายกลับไปลงที่ป้าย Aksaray และเดินกลับโรงแรมก่อนแล้วค่อยออกไปหาอะไรกินมื้อเย็นใกล้ๆ โรงแรมตอน 2 ทุ่ม ที่ถนนใหญ่ Ordu Caddesi มีร้านอาหารง่ายๆ หลายร้าน เลือกสั่ง Üstü et Döner ข้าวเคบับแกะจานละ 12 TL กับน้ำอัดลมกระป๋องละ 2.50 TL มื้อนี้แค่ 200 บาทนิดๆ

ก่อนเดินกลับโรงแรม เห็นร้าน Türk lokumu (lokum) หรือ Turkish delight เก่าแก่เลยแวะเข้าไปเลือกซื้อของฝากกลับไทย เจ้าของร้านก็ยื่นขนมหยุ่นๆ คล้ายเยลลี่ รสหวานบ้าง จืดบ้าง มีถั่วบ้าง ให้เราชิม ระหว่างที่เราตัดสินใจเลือกขนมอยู่ คนขายก็ตักขนมหลากสีหลายรสใส่กล่องให้เราเลย และบอกว่านี่ของคุณ เรายืนงงเพราะยังไม่ได้สั่งและไม่ได้จะซื้อด้วย กะจะซื้อแบบกล่องเพราะกลัวเสียกว่าจะกลับถึงไทย

แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ เอาก็ได้วะ เราบอกเค้าให้แพ็คกล่องดีๆ ละกันพร้อมหยิบ Baklava ขนมหวานชื่อดังของตุรกีกล่องใหญ่อีกกล่องไปจ่ายเงิน เราถามว่าทั้งหมดนี่เท่าไหร่ คนขายตอบว่า 96 TL เรามองหน้ากันพร้อมอึ้งไปครู่หนึ่ง เกือบ 100 TL มันเกือบ 1,500 บาทเลยนะ ขนมอะไรวะทำไมมันแพงขนาดนี้?? ที่ยอมเอาทั้งที่ไม่ได้สั่งเพราะคิดว่าขนมหน้าตาธรรมดาคงไม่แพงอะไร ถึงตอนนั้นแล้วก็ต้องยอมจ่ายและเดินหงุดหงิดกลับโรงแรม คิดว่าโดนแขกหลอกไปละกัน ขำๆ แต่ก็ยังได้ของฝากกลับบ้าน ดีกว่าโดนหลอกเสียค่าโง่อย่างอื่น ระวังไว้ให้ดีนะครับ อย่าหลวมตัวให้แขกหลอกละกัน ที่นี่ขึ้นชื่อไม่เบาเหมือนกันครับ

ขอยืมรูปขนม Turkish delight ที่ว่ามาให้ชมกันนะครับ

photo credit: www.lostgirlsworld.com
photo credit: www.lostgirlsworld.com

วันนี้พอแค่นี้ก่อนครับ ตอนหน้าจะเป็นเรื่องราวการเที่ยวอิสตันบูลต่ออีกทั้งวัน ก่อนจะนั่ง night bus ไปเมือง Çanakkale ครับ

Accommodation: Hotel Büyük Keban

Transportation: Qatar Airways, Istanbul transportation

Restaurant: Tatseven

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต