เจาะลึก..เที่ยวเอง GERMANY เหนือ “Hamburg – Lübeck” เมืองท่าโทนสีอิฐสุดคูลและชายหาดสวยแห่งทะเลบอลติก

เที่ยวเอง รีวิว ฮัมบูร์ก ฮัมบวร์ก เยอรมัน ลูเบ็ค เยอรมนี review hamburg lubeck germany

ภาคเหนือของเยอรมันก็มีเมืองน่าเที่ยว

ไปเที่ยวเองเยอรมันมาก็หลายครั้งแล้วแต่ยังไม่เคยไปเมืองทางตอนเหนือเลยครับ ครั้งนี้เราจึงเลือกเมือง Hamburg และ Lübeck เป็น 2 เดสทิเนชั่นแรกของทริป

photo credit: www.dreamstime.com

Hamburg คือเมืองใหญ่ที่สุดทางภาคเหนือของเยอรมัน เราจึงเลือกบินมาตั้งต้นที่เมืองนี้ครับ

จากกรุงเทพฯ ไม่มีไฟลท์บินตรงนะครับ ต้องบินโดยสายการบิน Lufthansa ของเยอรมันไปต่อเครื่องบินที่สนามบิน Frankfurt ซึ่งมีไฟลท์ต่อวันละหลายไฟลท์ตั้งแต่เช้าถึงเย็น

เข้า www.lufthansa.com ไปเช็คตารางบินได้เลยครับ   

เที่ยวบิน LH773 ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 23.00 น.

หลับสนิทบนเครื่องเพราะมีหมอนรองคอรุ่น Neck One ของ Memoe นี่แหละครับ หมอนรุ่นนี้ใช้วัสดุเป็นเมมโมรี่โฟมคุณภาพสูง ออกแบบให้มีความสูง 2 ระดับ ช่วยรองศีรษะรอบด้านได้พอดี ความหนาด้านหลังไม่หนาเกินไปและนิ่มกำลังพอเหมาะด้วย ทำให้ไม่เมื่อยคอเลยแม้ต้องนั่งหลับข้ามคืนนานหลายชั่วโมงครับ

ซื้อมาลองใช้ดูได้ที่ www.memoepillow.com, Facebook MemoePillow หรือ https://shopee.co.th/memoepillow นะครับ

ไฟลท์นี้ใช้เวลาเดินทาง 12 ชั่วโมงก็ถึง Flughafen Frankfurt am Main หรือสนามบินนานาชาตินคร Frankfurt ตอน 6 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น

ผ่านตม. เข้ากลุ่มประเทศเชงเก้นเลย แล้วเดินไปที่เกท รอไฟลท์ Frankfurt – Hamburg ออกตอน 8 โมงตรง

บินอีก 1 ชั่วโมง 5 นาทีก็มาถึง Flughafen Hamburg หรือสนามบิน Hamburg

จากสนามบินนั่งรถไฟท้องถิ่น (S-Bahn) ขบวน S1 ซึ่งออกทุก 10 นาที เข้าตัวเมืองไปลงที่สถานีรถไฟกลาง Hamburg Hbf แค่ 24 นาที

ซื้อตั๋วจากเครื่องขายตั๋วก่อนขึ้นรถนะครับ กดเลือกภาษาอังกฤษได้ ค่าตั๋วรถไฟราคา 3.30 ยูโร

อัพเดทราคาได้ที่ Hamburg public transportation tickets
ดาวน์โหลดแผนที่รถไฟและรถไฟใต้ดิน Hamburg ได้ที่ Hamburg transportation networks map
ค้นหาตารางเวลาและค่าตั๋วรถไฟเยอรมันได้ที่ www.bahn.com

สถานีรถไฟใหญ่มาก ต้องดูป้ายทางออกไปด้านหน้าสถานีให้ดี ไม่งั้นเดินไกลแน่ๆ

ในสถานีมีล็อคเกอร์หลายขนาด ตู้ใหญ่สุดค่าฝาก 6 ยูโรครับ

เที่ยวชมเมือง Hamburg

Hamburg คือเมืองใหญ่อันดับที่ 2 ของเยอรมนีอยู่ทางเหนือของประเทศ ฮัมบวร์กเป็นเมืองท่าสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปยุโรป เขตเมืองติดแม่น้ำ Elbe ซึ่งแตกออกเป็นแม่น้ำสายย่อยอีก 2 สาย คือ Alster และ Bille นอกเหนือจากการเดินเรือแล้ว เมืองนี้ยังถือเป็นศูนย์กลางในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น การคมนาคมทางอากาศ วิทยาศาสตร์ งานวิจัย รวมทั้งการศึกษา

photo credit: ontheworldmap.com

ในเมืองไม่ได้มีแลนด์มาร์คชื่อดังอะไรครับ แต่บรรยากาศเมืองโดยรวมถือว่ามีชีวิตชีวา น่าอยู่ และมีมุมถ่ายรูปแบบเรียบๆ แต่เก๋หลายที่เลย

ออกจากสถานีรถไฟกลาง Hamburg Hbf ทางประตูหน้า

ข้ามถนนเดินตรงเข้าถนนคนเดินชื่อ Spitalerstraße ที่เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย เรียกว่าเข้าสู่แหล่งช้อปปิ้งแต่หัววัน อดใจไว้ก่อน ไปหน้าเซลซะด้วยสิ 55

ตรงไปจนสุดถนนก็บรรจบกับ Mönckebergstraße ถนนอีกสายที่คู่ขนานกัน ถนนสายที่มีชื่อเรียกสั้นๆ ว่า “Mö” นี้คือหนึ่งในถนนสายช้อปปิ้งหลักของเมือง ตลอดความยาวกว่า 800 เมตรซึ่งเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟกลางกับ Rathaus หรือที่ว่าการเมืองนั้นเรียงรายไปด้วยร้านค้าแบรนด์ต่างๆ มากมาย

เดินต่อไปทางยอดแหลมสูงของ Hauptkirche St. Petri (St. Peter’s Church) ที่อยู่ไม่ไกล

เดินไปนิดก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Ida-Ehre-Platz แล้วเลี้ยวซ้ายอีกที เดินไปหน่อยก็เห็น Hauptkirche St. Jacobi (St. James’ Church) โบสถ์คริสต์นิกายลูเทอรันสถาปัตยกรรมโกธิคที่สร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ถือเป็นหนึ่งในโบสถ์สำคัญของเมือง มีหอคอยสูง 125 เมตรโดดเด่น

เดินกลับไปที่ Mönckebergstraße และ Hauptkirche St. Petri (St. Peter’s Church) โบสถ์คริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ที่สร้างขึ้นในศิลปะโกธิคตั้งแต่ปีค.ศ. 1195 ตามคำสั่งการของ Pope Leo X ซึ่งเป็นอีกโบสถ์สำคัญของเมือง

ตรงต่อไปยัง Hamburger Rathaus (Hamburg City Hall) หรือที่ทำการเมืองฮัมบวร์กอาคารขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นอย่างงดงามเมื่อปีค.ศ. 1897 ในสถาปัตยกรรมแบบนีโอเรอเนสซองส์นี้โดดเด่นจากหอคอยสูง 112 เมตร ด้านหน้าอาคารเป็นลานโล่งเรียกว่า Rathausmarkt ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานสำคัญต่างๆ ของเมือง

ถ้าอยากเข้าชมด้านในอาคารต้องเข้าตามรอบไกด์ทัวร์ที่ให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันหยุดราชการและวันที่มีงานของทางการ วันจันทร์-พฤหัสบดี ตั้งแต่ 10.00-15.15 น. วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-13.15 น. ราคาสำหรับผู้ใหญ่ 4 ยูโร

อาคารด้านหลังที่ว่าการเมืองคือ Handelskammer Hamburg (Hamburg Chamber of Commerce) เดี๋ยวเราค่อยเดินไปทางนั้น

เดินผ่านหน้าอาคาร Rathaus ไปข้ามสะพาน Schleusenbrücke ก็เข้าสู่บริเวณที่เรียกว่า Alsterarkaden ย่านแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของเมืองซึ่งมีห้างดังอย่าง Hanse Viertel อยู่ด้วย

เลี้ยวขวาไปถ่ายรูป Rathaus จากอีกฝั่งคลองก่อน

เดินเลียบคลองออกไปจนเจอทะเลสาบเทียม Binnenalster เลี้ยวซ้ายเดินอ้อมทะเลสาบไปถ่ายรูปที่เห็นน้ำพุและตัวเมืองฮัมบวร์กอยู่ข้างหลัง แต่วันนี้ฟ้าไม่ใส ไม่งั้นจะได้ภาพสวยกว่านี้ครับ

แถวนี้มีบริการล่องเรือชมทะเลสาบขนาดใหญ่ที่อยู่ติดกันคือ Außenalster ด้วย

เดินกลับเข้าไปในย่านช้อปปิ้ง Alsterarkaden ทางถนน Große Bleichen เสียเวลาเข้าช็อปนู้นออกช็อปนี้อยู่พักใหญ่เหมือนกันครับ ก็เดือนกรกฎามันเซลแหลกหนิ 55

เดินตามถนน Poststraße หน้าห้าง Hanse Viertel กลับไปทาง Rathaus เลี้ยวขวาเดินอ้อมอาคารที่ว่าการเมืองไปทางด้านหลังซึ่งเป็นที่ตั้งของ Handelskammer Hamburg (Hamburg Chamber of Commerce) ซึ่งภายในเป็น Hamburger Börse (Hamburg Stock Exchange) ตลาดหุ้นเก่าแก่ที่สุดในเยอรมนีที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1558 พื้นที่เล็กๆ ด้านหลังทั้งสองอาคารเรียกว่า Rathaushof มีน้ำพุและดอก Hygieia-Brunnen ให้ได้ชื่นชม

เดินตามถนน Adolphsplatz ด้านหน้าอาคารตลาดหุ้น ตรงต่อเข้า Börsenbrücke แล้วเลี้ยวขวาไปยังสะพาน Trostbrücke ที่มีรูปปั้นพระเจ้า Graf Adolf ที่ 3 และ Bishop Ansgar อยู่บนสะพาน

ข้ามสะพานไปก็เห็นยอดแหลมสูงปรี๊ดของ St.-Nikolai-Kirche (Church of St. Nicholas) หรือ Mahnmal St. Nikolai (St. Nikolai Memorial) ซากโบสถ์สำคัญของเมืองที่ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยยังคงเหลือส่วนด้านหน้าและหอคอยที่สามารถขึ้นลิฟท์ไปชมวิวมุมสูงของเมืองได้

ขึ้นหอคอยได้ทุกวัน ช่วงเดือนพ.ค.-ก.ย. ตั้งแต่ 10.00-18.00 น., ต.ค.-เม.ย. ปิด 17.00 น. ค่าขึ้นชมสำหรับผู้ใหญ่ 5 ยูโร

อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Hauptkirche St-Nikolai

วิวมุมสูงของเมืองฮัมบวร์กจากหอคอยโบสถ์ อาคารหลักๆ คือ Hamburger Rathaus หรือที่ว่าการเมือง และ Elbphilharmonie หรือคอนเสิร์ตฮอลล์ Elbe Philharmonic ในเขต HafenCity หรือย่านท่าเรือของฮัมบวร์ก

เดินกลับไปข้ามสะพาน Trostbrücke แล้วเลี้ยวขวาเดินเลียบน้ำไปข้าม Zollenbrücke สะพานเก่าแก่ที่สุดของเมืองที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17

ยอดแหลมสูงที่เห็นอยู่ข้างหน้าคือยอดของ Hauptkirche St. Katharinen (St. Catherine’s Church) โบสถ์คริสต์นิกายลูเทอรันยุคศตวรรษที่ 13

เดินต่อไปถึงริมคลอง Zollkanal บริเวณนี้เป็นเขตท่าเรือเก่าของเมืองที่เรียงรายด้วยบ้านของพ่อค้าผู้ร่ำรวยตั้งแต่ยุคก่อน

จุดนี้มีทางเลือก 2 ทางว่าจะข้ามสะพาน Jungfernbrücke แล้วเดินไปทางซ้ายหรือขวาก่อน เราเลือกเดินไปทางขวา (ตะวันตก) ก่อน เพราะจุดถ่ายรูปที่อยู่ทางตะวันออกคือสะพาน Poggenmühlen-Brücke ควรไปตอนใกล้จะมืดมากกว่า

เดินไปทางขวาเลียบคลองไปข้ามสะพาน Kibbelstegbrücke เข้าสู่เขต Speicherstadt เขตท่าเรือขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยโกดังเก็บของยุคปี 1900 ที่บางส่วนยังคงใช้งานมาจนถึงทุกวันนี้ ขณะที่อาคารบางส่วนถูกปรับเปลี่ยนกลายเป็นอพาร์ทเมนต์สำหรับอยู่อาศัย บริเวณนี้มีพิพิธภัณฑ์น่าสนใจอยู่หลายแห่ง อาทิ International Maritime Museum, Speicherstadtmuseum, Spice Museum, Automuseum Prototyp รวมถึง Hamburg Dungeon และ Miniatur Wunderland

ข้ามสะพานยาวต่อเข้าไปในเขต HafenCity พื้นที่บริเวณท่าเรือเก่าที่ปรับปรุงมาจากพื้นที่อุตสาหกรรมรกร้างในอดีตซึ่งนับเป็นโครงการพัฒนาเมืองที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ในบริเวณนี้มีอาคารโดดเด่นหลายแห่ง เช่น Elbphilharmonie (Elbe Philharmonic Hall), HafenCity View Point จุดชมวิวบนอาคาร และ HafenCity Kesselhaus InfoCenter ศูนย์ข้อมูลในเขตนี้

พอลงสะพานก็เดินไปทางขวาเลียบริมน้ำไปถ่ายรูปอาคาร Elbphilharmonie (Elbe Philharmonic Hall) โรงแสดงคอนเสิร์ตริมคลอง Norderelbe ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ประภาคารยุคใหม่” ซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จเมื่อปีค.ศ. 2012

เดินตามสะพานลอยย้อนออกนอกเขต HafenCity ไปทาง Speicherstadtmuseum ก็ถึงสะพาน Kehrwiedersteg จุดนี้ถ่ายรูปอาคารสีอิฐสองฝั่งคลองได้สวยลงตัวมากๆ

เดินบนสะพานลอยตรงไปข้ามอีกคลองก็กลับไปยังตัวเมืองฮัมบวร์ก ลงสะพานเลี้ยวขวาไปนิดก็ถึงสะพาน Hohe Brücke ตรงนี้เป็นจุดถ่ายรูปบ้านเรือนริมคลอง Nikolaifleet ที่ดูคล้ายๆ ที่ Amsterdam เหมือนกันนะ

เดินเลียบคลอง Zollkanal ไปทาง Hauptkirche St. Katharinen (St. Catherine’s Church) ก็กลับไปที่เชิงสะพาน Jungfernbrücke เหมือนเดิม

คราวนี้ข้ามสะพาน Jungfernbrücke แล้วเดินไปทางซ้ายเลียบคลองจนสุดทางก็ถึงจุดถ่ายรูปมุมเอกลักษณ์ของเมืองที่สะพาน Poggenmühlen-Brücke (ระยะทางจาก Hohe Brücke ประมาณ 1.1 กม.)

ตรงนี้จะสวยมากถ้ามาตอนใกล้มืดเพราะสองฝั่งคลองและร้านอาหาร Wasserschloß จะเปิดไฟทำให้เห็นแสงสีทองสะท้อนลงบนผิวน้ำ แต่เดือนกรกฎาฟ้าจะมืดเกือบสี่ทุ่ม รอไม่ได้เพราะคืนนี้เราจะไปค้างคืนริมทะเลที่ Travemünde ครับ

เดินกลับไปข้ามสะพาน Wandrahmsteg ลงบันไดไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน (U-Bahn) Meßberg นั่งรถไฟใต้ดินสาย U1 (สีน้ำเงิน) 2 สถานีไปลงที่สถานี Hauptbahnhof Süd ตั๋ว Single ticket Hamburg AB only ราคาเที่ยวละ 1.70 ยูโร

อัพเดทค่าตั๋วประเภทต่างๆ ได้ที่ www.hvv.de

ขึ้นจากสถานีรถไฟใต้ดิน ฝั่งตรงข้ามถนน Steintordamm คือด้านข้างของสถานีรถไฟกลาง Hamburg Hbf

ไป Travemünde

รถไฟ Hamburg – Lübeck-Travemünde Strand มีทุกชั่วโมง ต้องเปลี่ยนขบวน 1 ครั้งที่สถานี Lübeck Hbf ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที

ค้นหาตารางเวลาและค่าตั๋วรถไฟเยอรมันได้ที่ www.bahn.com

ถ้าไป 2 คนเหมือนเราแนะนำให้ซื้อ Schleswig-Holstein-Ticket หรือตั๋วรัฐ Schleswig-Holstein ราคาสำหรับ 2 คน 34 ยูโร ตั๋วชนิดนี้สามารถใช้ขึ้นรถไฟ (S-Bahn), รถไฟใต้ดิน (U-Bahn), รถเมล์ ในเขตเมืองฮัมบวร์ก และใช้โดยสารรถไฟไปยังเมืองต่างๆ ในรัฐ Schleswig-Holstein ได้ด้วย

ที่พักของเราคือ Maritim Strandhotel Travemünde ริมชายหาด Travemünde Strand เลย

ออกจากสถานีรถไฟสุดทางก่อนถึงทะเล ตรงไปแป็บเดียวก็เห็นตึกสูงลิบของโรงแรมแล้ว เดินประมาณ 700 เมตรไปเช็คอินเข้าห้องพักแสนสบาย

ค้างคืนที่ Travemünde

วันรุ่งขึ้น

รับประทานอาหารเช้าพร้อมชมวิวชายหาดชื่อดังของเยอรมันไปเพลินๆ

วันนี้เราจะเข้าไปเที่ยวในเมือง Lübeck กัน

Travemünde เป็นเขตหนึ่งของเมือง Lübeck อยู่ห่างจากศูนย์กลางเมืองลูเบ็คไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร

วิธีการเดินทางเข้าเมืองลูเบ็คที่รวดเร็วที่สุดคือรถไฟครับ จากสถานีสุดทาง Lübeck-Travemünde Strand มีรถไฟทุกนาทีที่ 34 ของแต่ละชั่วโมง ค่าตั๋วรถไฟเที่ยวละ 3.20 ยูโร ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีถึงสถานีรถไฟกลาง Lübeck Hbf หรือ รถเมล์สาย 30, 40 จากป้ายหน้าสถานีรถไฟ ค่าตั๋วเท่ากัน แต่ใช้เวลา 40 นาที

ค้นหาตารางเวลาและค่าตั๋วรถไฟเยอรมันได้ที่ www.bahn.com

Lübeck คือเมืองในรัฐ Schleswig-Holstein ทางตอนเหนือของเยอรมนี เมืองนี้เป็นหนึ่งในเมืองท่าสำคัญที่เชื่อมต่อไปยังเมืองต่างๆ ของประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวีย เขตเมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Trave ซึ่งไหลออกทะเลที่อ่าว Lübeck เขต Travemünde ตัวเมืองเก่าเป็นเขตมรดกโลกอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำซึ่งเต็มไปด้วยอาคารสไตล์ Brick Gothic อันทรงคุณค่ามากมาย ลูเบ็คเป็นเพียงเมืองเดียวทางเหนือของเยอรมันที่ยังคงหลงเหลือเขตเมืองเก่า (Altstadt) ที่มีมาตั้งแต่ยุคกลาง

photo credit: andyinluebeck.wordpress.com

ตั้งต้นที่สถานีรถไฟกลาง Lübeck Hbf (ทางใต้ในแผนที่)

เดินตรงเข้าถนนทางซ้ายมือชื่อ Konrad-Adenauer-Straße ตรงผ่านวงเวียนไปข้ามสะพาน Puppenbrücke ก็ถึง Holstentorplatz จัตุรัสขนาดใหญ่ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Holstentor (Holsten Gate) ประตูเมืองมรดกโลกที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1464 ในสไตล์ Brick Gothic ซึ่งนับเป็นหนึ่งในสองประตูเมืองที่ยังคงหลงเหลือมาถึงทุกวันนี้จนกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง

เดินลอดประตูเมืองไปข้ามสะพาน Holstenbrücke ก็เห็นยอดโบสถ์ St. Petri Kirche แล้ว

ริมแม่น้ำ Trave มีกลุ่มอาคารอิฐเรียกว่า Salzspeicher หรือโรงเก็บเกลือเก่า

ลงสะพาน Holstenbrücke ตรงเข้าถนน Holstenstraße เดินเข้าซอยทางขวามือไปยัง St. Petri Kirche (St. Peter’s Church)

St. Petri Kirche (St. Peter’s Church) โบสถ์สถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ที่สร้างขึ้นระหว่างปีค.ศ. 1227-1250 ปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้ไม่ได้ใช้เป็นศาสนสถานแล้ว แต่ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงและนิทรรศการต่างๆ โดยเปิดให้ขึ้นไปด้านบนเพื่อชมวิวมุมสูงของเขตเมืองเก่าได้ ช่วงเดือนมี.ค.-ก.ย. เปิด 09.00-20.00 น., ต.ค.-ธ.ค. เปิด 10.00-19.00 น. และม.ค.-ก.พ. เปิด 10.00-18.00 น. ค่าขึ้นชม 4 ยูโร

เดินกลับไปที่ถนน Holstenstraße เดินตามถนนสายหลักของ Lübecker Altstadt หรือเมืองเก่าลูเบ็ค ตรงไปทางยอดแหลมคู่ของ Marienkirche (St. Mary’s Church) แป๊บเดียวก็เข้าสู่ Markt Lübeck จัตุรัสกลางเมืองซึ่งเป็นสถานที่จัดงานสำคัญต่างๆ ของเมือง รวมทั้งตลาดค้าขายกลางแจ้ง

บริเวณนี้เป็นที่ตั้งของ Rathaus หรือที่ทำการเมืองสไตล์ Brick Gothic ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารที่ว่าการเมืองยุคกลางที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี

เดินลอดโค้งประตูไปยังด้านหลังของจัตุรัส เลี้ยวซ้ายเดินตามถนนคนเดินชื่อ Breite Straße ไปยัง Marienkirche (St. Mary’s Church) โบสถ์สำคัญที่สุดของเมืองที่สร้างขึ้นในช่วงปีค.ศ. 1250-1350 ในสไตล์ Brick Gothic บนตำแหน่งสูงที่สุดของเกาะเมืองเก่า

โบสถ์ที่เป็นต้นแบบของโบสถ์มากมายในแถบบอลติกแห่งนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก โดยส่วนของหอคอยที่สูง 38.5 เมตรนั้นได้ชื่อว่าเป็นหอคอยที่สร้างด้วยอิฐที่สูงที่สุดในโลก ช่วงหน้าร้อนเปิดให้เข้าชมเวลา 10.00-18.00 น. ค่าเข้าชม 2 ยูโร

ออกจากอาณาเขตโบสถ์ตรงเข้าถนน Schrangen แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Königstraße เดินผ่าน Katharinenkirche (St. Catherine’s Church) โบสถ์สไตล์ Brick Gothic ยุคศตวรรษที่ 14 และ Willy-Brandt-Haus พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์ให้แก่ Willy Brandt นักการเมืองเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

ตรงต่ออีกราว 200 เมตรก็เห็นอาคารสวยงาม นั่นคือ Heiligen-Geist-Hospital

ตรงเลยไปอีกเกือบ 300 เมตรจะออกนอกเกาะเมืองเก่าทาง Burgtor หนึ่งในสองประตูเมืองโบราณที่ยังหลงเหลืออยู่ซึ่งสร้างขึ้นในสไตล์โกธิคยุคปลายเมื่อปีค.ศ. 1444

จาก Burgtor สามารถนั่งรถเมล์ 32, 39 กลับสถานีรถไฟกลาง Lübeck Hbf ได้เลย

แต่ยังเหลือสถานที่สำคัญอีกหนึ่งแห่งของเมืองซึ่งอยู่อีกทิศหนึ่งของเกาะเมืองเก่า เราจึงต้องเดินย้อนกลับเข้าไปยังใจกลางเมือง

เดินกลับไปที่ Heiligen-Geist-Hospital

เลี้ยวขวาเดินผ่าน St. Jakobi Kirche (St. James Church) อีกโบสถ์สำคัญในเขตเมืองเก่าที่สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1334 ในสถาปัตยกรรมแบบ Brick Gothic

เดินตามถนน Breite Straße อีกครั้ง แวะกินข้าวเที่ยงก่อน จากนั้นเดินต่อตามถนนเดิมไปทางโบสถ์ Marienkirche

ตรงกลับไปที่ด้านหลังจัตุรัส Markt Lübeck เหมือนเดิม เดินตรงต่อไปอีกราว 700 เมตร ก่อนข้ามสะพานก็เลี้ยวขวาไปยัง Lübecker Dom (Lübeck Cathedral) มหาวิหารคริสต์นิกายลูเทอรันที่สร้างขึ้นด้วยอิฐสีแดงตั้งแต่ปีค.ศ. 1173 ตามคำสั่งการของ Henry the Lion เพื่อเป็นวิหารสำหรับบิชช็อปแห่งลูเบ็ค โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของเขตมรดกโลก มหาวิหารนี้เคยได้รับความเสียหายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็ได้รับการบูรณะในเวลาต่อมา

เดินโค้งเลียบแม่น้ำ Trave ตามถนน An der Obertrave จนถึงสะพานเล็กๆ ชื่อ Obertravenbrücke ซึ่งเป็นจุดถ่ายภาพแม่น้ำที่มีเมืองเก่าลูเบ็คเป็นฉากหลัง

ข้ามสะพานแล้วเลี้ยวขวาไปแป๊บเดียวก็กลับไปที่ Holstentor เดินตามเส้นทางเดิมกลับสถานีรถไฟกลาง Lübeck Hbf

กลับ Travemünde

เราเลือกรถไฟขบวน 15.03 น. (มีรถไฟทุกชั่วโมง) นั่งไปลงที่สถานีรองสุดท้ายคือ Lübeck-Travemünde Hafen ซึ่งอยู่ใกล้ตัวเมือง Travemünde ที่สุด ตั๋วรถไฟราคาเท่ากันคือ 3.20 ยูโร

ลงรถไฟ เดินไปทางทะเลไม่ไกลก็ถึงท่าเรือ Travemünde Hafen

Travemünde คือเขตหนึ่งของเมือง Lübeck ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำ Trave ริมอ่าว Lübeck ซึ่งเป็นแหล่งพักผ่อนชื่อดังริมชายหาดทะเลบอลติกของเยอรมันมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1802 เขตที่เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลประติมากรรมทรายระดับโลกแห่งนี้ถือเป็นท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ที่สุดริมฝั่งทะเลบอลติกของเยอรมัน โดยมีเส้นทางเดินเรือเชื่อมต่อไปยังสวีเดน ฟินแลนด์ รัสเซีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย

เดินไปทางปากอ่าวตามถนน Vorderreihe ซึ่งเรียงรายด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่ ตลอดความยาวถนน

ไม่ไกลจากท่าเรือมี Leuchtturm Travemünde ประภาคารที่เก่าแก่ที่สุดของเยอรมันซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1539

เดินเลียบทะเลไปเรื่อยๆ ก็ถึงโรงแรม

ขึ้นห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมเล่นน้ำทะเล

กลับมาว่ายน้ำเล่นและอบซาวน่าที่โรงแรมด้วย

พักผ่อนสบายๆ ที่ Maritim Strandhotel Travemünde อีก 1 คืน

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต