ชีวิตเบาๆ เที่ยวเองออสเตรีย ตอนที่ 2 “Hallstatt” หมู่บ้านเล็กๆ ริมทะเลสาบที่อินสุดๆ ตลอดกาล

เที่ยวเอง รีวิว ฮัลล์สตัทต์ ออสเตรีย Hallstatt Austria

เที่ยวเอง โปแลนด์ – เยอรมนี – ออสเตรีย – เช็ก

Itinerary Hallstatt 1

Itinerary Hallstatt 2

ยังเที่ยวกันต่อในวันที่ 9 ซึ่งเราเดินทางมาจาก Salzburg ครับ
ชีวิตเบาๆ ในออสเตรีย ตอนที่ 1 “Salzburg” เมืองโมซาร์ท คีตกวีเอกแห่งดนตรีคลาสสิกของโลก

ความเดิมตอนก่อนๆ
เปิดมุมมองใหม่ที่ โปแลนด์ ตอนที่ 1 “Warsaw” เมืองประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหา
เปิดมุมมองใหม่ที่ โปแลนด์ ตอนที่ 2 “Poznań” สีสันสุดแสบแห่งดินแดนโปล
ตระเวน (Travel) เยอรมันตะวันออก ตอนที่ 1 “Potsdam” เมืองที่คนเยอรมันเชื่อว่าจะต้องมาเหยียบสักครั้งก่อนตาย
ตระเวน (Travel) เยอรมันตะวันออก ตอนที่ 2 “Berlin” เมืองหลวงสุดทันสมัย หนึ่งในเมืองสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์โลก
ตระเวน (Travel) เยอรมันใต้ ตอนที่ 1 “Würzburg” ปรากน้อยแห่งบาวาเรีย
ตระเวน (Travel) เยอรมันใต้ ตอนที่ 2 “Rothenburg ob der Tauber” เมืองเทพนิยายในเส้นทางสายโรแมนติกอันน่าใหลหลง
ตระเวน (Travel) เยอรมันใต้ ตอนที่ 3 “Neuschwanstein” ปราสาทดีสนีย์อันโด่งดังที่จะพลาดไปเยือนไม่ได้ตระเวน (Travel) เยอรมันใต้ ตอนที่ 4 “Munich” เที่ยวเมืองหลวงแห่งบาวาเรีย

จากป้ายรถเมล์ที่ Südtiroler Platz ชุมทางรถประจำทางด้านหน้าสถานีรถไฟกลาง Salzburg Hbf ยืนรอรถเมล์สาย 150 ที่ชานชลา F สักพัก รถเมล์ก็มาจอดที่ป้าย ผู้โดยสารทยอยขนกระเป๋าเก็บใต้รถและขึ้นรถจนเกือบเต็มคัน เราจึงเพิ่งรู้ว่าการซื้อตั๋วล่วงหน้าไว้ก่อนก็ไม่ได้การันตีว่าจะได้ไปรถรอบนี้นะ ถ้ารถเต็มก็จะต้องรออีก 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว
เช็คตารางเวลาเดินรถก่อนเดินทางที่ Austria Postbus

photo credit: www.bus-bild.de
photo credit: www.bus-bild.de

แต่เราก็สามารถขึ้นรถเมล์ไปได้ รถเมล์สาย 150 นี้ออกเดินทางในเวลา 13.20 น. (มีรถเมล์ให้บริการวันจันทร์-ศุกร์ ทุก 1 ชั่วโมง) ควรถามคนขับว่ารถคันนี้ไป Bad Ischl รึเปล่า เพราะรถเมล์สาย 150 บางคันไม่ได้ไปถึงเมือง Bad Ischl นะครับ

รถเมล์ท้องถิ่นขับไปจอดไปมันทุกป้าย จอดป้ายถี่มากๆๆ ที่นั่งก็ค่อนข้างแคบ นั่งหลับแล้วหลับอีกก่อนรถจะจอดพักเปลี่ยนคนขับที่ St. Gilgen ประมาณ 5 นาที ทั้งที่ระยะทางไม่ได้ไกลเลยแต่ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่งกว่าจะถึงสถานี Bad Ischl Bahnhof (Busterminal) ตามกำหนดเวลาถึงจริงคือ 14.50 น. แต่รถติดในเมือง Bad Ischl ทำให้ถึงเลตไปประมาณ 10 นาที

เหลือเวลาอีกแค่ 3 นาทีรถไฟไป Hallstatt จะออก ต้องรีบเดินไปที่ชานชลาของสถานีรถไฟ Bad Ischl ซึ่งอยู่ใกล้ๆ แต่รถไฟขบวน REX (Regional Express) 4410 ก็มาถึงสถานีช้านิดหน่อยเช่นกัน นั่งรถไฟไปอีกไม่กี่สถานีก็ลงที่สถานีหรือจะเรียกแค่ป้ายจอดรถไฟ Hallstatt ตอน 15.24 น. (ปกติตั๋วรถไฟ Bad Ischl-Hallstatt ราคา 4.10 ยูโร)

ค้นหาเวลาและราคาตั๋วรถไฟ/รถบัสของออสเตรียได้ที่ Austria Train

2

3

จากนั้นก็เดินลงไปที่ท่าเรือ Hallstatt Bahnhst (Schiffstation) ขึ้นเรือไปซื้อ Schiffs-Ticket หรือตั๋วเรือข้าม Hallstättersee เที่ยวเดียวราคา 2.40 ยูโร เรือแล่นข้ามทะเลสาบไปยังฝั่ง Hallstatt Markt อีก 8 นาที
รวมเวลาเดินทางจาก Salzburg ถึง Hallstatt Markt 2 ชั่วโมง 18 นาที

4

หามุมถ่ายรูปหมู่บ้าน Hallstatt สวยๆ จากทะเลสาบก่อนที่เรือจะเข้าจอดเทียบท่าที่ Hallstatt Markt Schiffstation

5

6.1

ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงจุดหมายในฝันอีกแห่งของยุโรป นั่นคือ “Hallstatt” หมู่บ้านสุดงดงามที่กำลังอินมากๆ ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย

photo credit: www.tourismontheedge.com
photo credit: www.tourismontheedge.com

ลงจากเรือ เดินเลี้ยวซ้ายผ่านโบสถ์ Evangelische Christuskirche ไปที่ Marktplatz จัตุรัสกลางหมู่บ้าน

7

8

เดินไม่กี่ก้าวก็ถึง Seehotel Grüner Baum ที่พักของเราในคืนนี้ โรงแรมระดับ 3 ดาวนี้ราคาค่อนข้างแพงคือคืนละ 125 ยูโร แต่ทำเลดีมากๆๆ เราจึงยอมควักกระเป๋าจ่ายค่าห้องพักคนละเกือบ 3,000 บาทเลย

9

เช็คอินเข้าไปเก็บสัมภาระที่ห้องซึ่งกว้างขวางและหรูหรามาก เตียงอย่างใหญ่ มีอ่างอาบน้ำ และหน้าต่างให้ชมวิวทะเลสาบได้ด้วย แถมยังมีอาหารเช้าให้นั่งรับประทานริมทะเลสาบอีกต่างหาก คุณสมบัติขนาดนี้ก็สมแล้วที่ราคาคืนละเกือบ 6,000 บาทครับ

โรงแรมที่ฝั่ง Hallstatt Markt ที่ไม่ไกลจาก Marktplatz ราคาแพงมากทุกโรงแรม โรงแรมนี้ถือว่าราคาถูกแล้วครับ

10

11

12

ปลดปล่อยอารมณ์ชมวิวทะเลสาบจากหน้าต่างห้องพักจนถึง 5 โมงเย็น

13

ค่อยออกไปเดินเล่นชมบ้านเรือนสไตล์อัลไพน์ตั้งอยู่ลดหลั่นลงมาตามแนวหน้าผาและวิวทะเลสาบ Hallstättersee โดยเดินไปทางโบสถ์ Evangelische Christuskirche

14

เดินต่อไปทางทิศเหนือตามถนน Landungsplatz และ Gosaumühlstraße เพื่อขึ้นเนินไปยังจุดถ่ายรูปเอกลักษณ์ของฮัลล์สตัทต์ ใครที่มาเที่ยวหมู่บ้านเล็กๆ นี้ก็ต้องมาถ่ายรูปกันตรงนี้แหละครับ 😀

15

16

เดินต่อไปอีกก็เห็นทางขึ้นเขาเลยลองเดินขึ้นไปเพื่อถ่ายรูปตัวหมู่บ้านจากมุมสูง

17

เดินลัดเลาะไปตามบ้านหลังเล็กๆ น่ารักบนเขาผ่านสุสานและโบสถ์เล็กๆ

18

19

20

ลงบันไดไม้กลับมาที่ Marktplatz อีกครั้ง

21

22

คราวนี้เดินไปทางทิศใต้ตามถนน Seestraße ผ่าน Hallstattmuseum

23

เดินเลียบริมทะเลสาบชมวิวและแวะถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ครับ กดชัตเตอร์รัวๆ ก็มันสวยทุกมุมอ่ะ 555

24

25

26

จนถึงอีกท่าเรือหนึ่งที่มีชื่อว่า Hallstatt Lahn ที่นี่เป็นจุดจอดรถยนต์และรถทัวร์ซึ่งเราจะต้องมาขึ้นรถของบริษัท Bean Shuttle ที่จองรถให้มารับไป Český Krumlov ในวันพรุ่งนี้

27

พระอาทิตย์ใกล้ตกสนิทแล้ว เดินกลับทางเดิมไปรับประทานอาหารเย็นที่ Café Bachts Polreich ซึ่งเล็งไว้ตั้งแต่ตอนเดินผ่านมาแล้ว ร้านนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ บรรยากาศเยี่ยมสุดๆ เลยครับ

28

29

เปิดเมนูมาสั่ง Geräuchertes Forellenfilet auf Salat (smoked filet of fish served on salad) สลัดปลาสดๆ กับ Hauswein weiß หรือไวน์ขาวมาดื่มคู่ สนนราคามื้อนี้ 11.70 ยูโร หรือประมาณ 520 บาทครับ

30

อิ่มแล้วก็ค่อยๆ เดินเก็บภาพยามค่ำคืนของฮัลล์สตัทต์ระหว่างทางเดินกลับโรงแรมที่ Marktplatz

31

32

คืนนี้หลับสบายแน่นอนเพราะทั้งเตียงนุ่มๆ และฤทธิ์ของไวน์ ฮ่าๆๆ

พรุ่งนี้จะไปเที่ยว Český Krumlov เมืองท่องเที่ยวชื่อดังของสาธารณรัฐเช็กกัน


Accommodation: 
Seehotel Grüner Baum

Transportation: Austria train & bus

Restaurant: Café Bachts Polreich

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต