GRAND CANADA เที่ยวเองจากตะวันออกสู่ตะวันตก ตอนที่ 1 “Toronto และ Niagara Falls” ต้นทางสู่น้ำตกสุดยิ่งใหญ่ของโลก

เที่ยวเอง รีวิว โตรอนโต น้ำตก ไนแองการา แคนาดา toronto niagara waterfalls canada
เที่ยวเอง GRAND CANADA

ทริปแกรนด์แคนาดานี้เกิดขึ้นจากข่าวดีที่ประเทศแคนาดาจะฉลองครบรอบ 150 ปี และ National Park Service หน่วยงานดูแลอุทยานแห่งชาติของแคนาดาก็ครบรอบ 100 ปี ทางการแคนาดาจึงประกาศให้ตลอดปี 2017 นี้เป็นปีแห่งการเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติ โดยนักท่องเที่ยวทั่วไปไม่จำกัดสัญชาติสามารถเข้าชมอุทยานแห่งชาติต่างๆ ทั้งหมด 171 แห่งทั่วประเทศได้ฟรี! แคนาดามีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามของธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง เราจึงไม่ขอพลาดโอกาสทองนี้ให้หลุดลอยไป

photo credit: www.pc.gc.ca
photo credit: www.pc.gc.ca

แต่ก่อนจะเริ่มทริปก็ต้องผ่านขั้นตอนการขอวีซ่าเสียก่อน วีซ่าแคนาดานั้นมีหลายประเภทสุดๆ เยอะจนงงครับ
สรุปง่ายๆ ว่าคนที่จะไปเที่ยวให้ขอวีซ่าพำนักระยะสั้น โดยเบื้องต้นแนะนำให้เข้าไปอ่านรายละเอียดต่างๆ จากเว็บไซต์ของ VFS ซึ่งเป็นตัวแทนรับเรื่องขอวีซ่าให้กับสถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทยที่ www.vfsglobal.ca/Canada/Thailand

แต่ในเว็บไซต์ยังมีข้อมูลบางอย่างที่ไม่ชัดเจนซึ่งอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการขอวีซ่าได้ เราจึงขอสรุปวิธีการและขั้นตอนการขอวีซ่าแคนาดาให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย ดังนี้

Download แบบฟอร์มใบคำขอวีซ่าที่ www.vfsglobal.ca/Canada/Thailand/how_to_apply.html
เลื่อนลงไปที่ Step 2 และคลิ๊ก application form แล้ว select ประเภทแบบฟอร์มที่ Form quick find โดยเลือกทั้ง 3 แบบฟอร์มที่ต้องใช้เป็นเอกสารในการยื่นขอวีซ่า ได้แก่

  • IMM 5257 กดปุ่ม Go ดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PDF ไว้ กรอกข้อมูลต่างๆ โดยพิมพ์ทางคอมพิวเตอร์ให้เสร็จสมบูรณ์แล้วปรินท์ออกมา
  • IMM 5645 กดปุ่ม Go ดาวน์โหลดเป็นไฟล์ PDF ไว้ กรอกข้อมูลต่างๆ โดยพิมพ์ทางคอมพิวเตอร์ให้เสร็จสมบูรณ์แล้วปรินท์ หรือปรินท์ออกมาแล้วกรอกเป็นลายมือก็ได้
  • VFS Consent Form หรือแบบฟอร์มให้ความยินยอมวีเอฟเอส ปรินท์ออกมาแล้วกรอกเป็นลายมือได้
เอกสารประกอบการขอวีซ่า
  • หนังสือเดินทางตัวจริง (ยิ่งมีอายุเหลือมากยิ่งดี)
  • รูปถ่ายสี ฉากหลังขาว ขนาด 2×2 นิ้ว 1 รูป (ใช้รูปถ่ายขนาดเดียวกับเชงเก้นก็ได้)
  • จดหมายรับรองการทำงานหรือรับรองความเป็นนักเรียน/นักศึกษา
  • สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคารและหน้าแสดงรายการเงินเข้าออกย้อนหลัง 6 เดือน หรือ Statement รับรองเงินฝากกับธนาคารก็ได้
  • หลักฐานการชำระเงินค่าวีซ่าและค่าธรรมเนียม 2 ใบ (ดูรายละเอียดต่อด้านล่าง)
หลักฐานเพิ่มเติมที่สามารถยื่นประกอบการพิจารณาวีซ่าได้
  • หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
  • หลักฐานการจองที่พัก
  • หนังสือเดินทางเล่มเก่า
  • แผนการเดินทางคร่าวๆ (ถ้ามี)
วิธีการชำระค่าธรรมเนียมและบริการต่างๆ

ผู้ขอวีซ่าสั่งจ่ายเป็นตั๋วแลกเงินโดยสั่งซื้อผ่านธนาคารได้ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือแคชเชียร์เช็คโดยสั่งซื้อผ่านธนาคารในสาขากรุงเทพฯ เท่านั้น สั่งจ่ายในนาม Embassy of Canada เป็นค่าธรรมเนียมวีซ่า 2,800 บาท และสั่งจ่าย VFS (Thailand) LTD. เป็นค่าบริการ 673 บาท

ยื่นขอวีซ่าด้วยตนเองที่ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าประเทศแคนาดา (VFS) อาคาร เดอะ เทรนดี้ ชั้น 28 ซอยสุขุมวิท 13 กทม. หรือจะยื่นขอวีซ่าออนไลน์ก็ได้ แต่ก็ต้องติดต่อ VFS และเสียค่าบริการไม่แตกต่างจากการยื่นขอด้วยตนเองในขั้นตอนสุดท้ายเช่นกัน

อ่านรายละเอียดได้ที่ www.cic.gc.ca

ระยะเวลาดำเนินการปกติ 16 วันทำงาน หรืออาจจะเร็วกว่าเล็กน้อยถ้าไม่มีปัญหาติดขัด

หลังจากนั่งนับวันรอวีซ่าเกือบ 3 สัปดาห์ ในที่สุดผมก็ได้รับหน้าวีซ่าแคนาดาเกือบ 5 ปีมาประดับพาสปอร์ตอีก 1 ประเทศ เรียกว่าได้หมดเล่มเลยครับ แหม่! คุ้มค่าการรอคอยจริงๆ

2 Canada Visa

ระหว่างรอวีซ่าก็ต้องซื้อตั๋วรถบัส รถไฟ และเครื่องบินระหว่างเมืองต่างๆ ทางออนไลน์ไปก่อนเลย เพราะถ้ารอให้ได้วีซ่าก่อนจะเหลือเวลาอีกแค่ 10 วันก่อนจะถึงวันเดินทางซึ่งตั๋วจะแพงขึ้นเพราะที่นั่งคลาสถูกอาจถูกขายหมดได้ ดังนั้นจึงควรเตรียมตัวขอวีซ่าเนิ่นๆ ก่อนเดินทางซักเดือนครึ่งนะครับจะได้ทำเรื่องซื้อนั่นจองนี่ต่อได้แบบมั่นใจว่าจะไม่เสียเงินล่วงหน้าไปฟรีๆ เพราะไม่ได้วีซ่า

แม้ว่าการขอวีซ่าแคนาดาจะไม่ต้องใช้หลักฐานการทำประกันเดินทางแต่เราก็ทำประกันเผื่อไว้ให้อุ่นใจถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมาจะได้มีความคุ้มครองครับ ทริปนี้เราต้องบินระหว่างประเทศ 4 ไฟลท์ และบินภายในแคนาดาอีก 1 ไฟลท์ ต้องเดินทางโดยรถสาธารณะทั้งรถไฟ รถบัสกลางวัน รถบัสกลางคืน หลายครั้ง และอาจต้องเช่ารถขับไป Lake Louise เราจึงพยายามหาประกันเดินทางที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมครบถ้วนและก็มาได้ที่ TMB ซึ่งให้ความคุ้มครองครอบคลุมชนิดจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยในขณะอยู่ต่างประเทศ ค่ารักษาพยาบาลต่อเนื่องหลังกลับถึงเมืองไทย ชดเชยค่าเสียหายรายวันระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาลระหว่างที่อยู่ในต่างประเทศ ค่าเดินทางไปเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาล ค่าเคลื่อนย้ายเพื่อการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน ค่าเสียหายจากการยกเลิกเที่ยวบิน เครื่องบินล่าช้า พลาดการต่อเครื่องบิน หรือถูกจี้เครื่องบิน ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากกระเป๋าเดินทางสูญหาย เสียหาย หรือล่าช้า เงินหาย พาสปอร์ตหาย คอมพิวเตอร์หาย ชดเชยความเสียหายส่วนแรกของรถเช่าและคุ้มครองความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก รวมทั้งมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลกระหว่างเดินทางอีกด้วย

จริงๆ ที่ TMB มีแผนความคุ้มครองให้เลือกหลายแผนตามความเหมาะสมของทริป แต่เราเลือกแผน Gold เป็นแผนยอดฮิตที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทุกเรื่องตอบโจทย์ตามที่บอกไปและค่าประกันไม่แพงคือ 12 วัน ราคาคนละ 1,525 บาท

อ่านรายละเอียดความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ที่ TMB Travel Insurance
เรียกว่าครบทุกความต้องการของเราจริงๆ ครับ แถมตอนทำประกันก็ง่ายมากๆ 5 นาทีเสร็จแล้ว

3

ทริป GRAND CANADA นี้ ผมและน้องชายคู่หูเที่ยวเองตั้งใจไปเที่ยวประเทศอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งทวีปอเมริกาเหนือนี้ให้ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงวางแผนเที่ยวทั้ง 2 ฝั่งของแคนาดาจากฝั่งตะวันออกข้ามฟากไปยังฝั่งตะวันตก

photo credit: www.map-of-canada.org
photo credit: www.map-of-canada.org

เราเลือกใช้บริการของ EVA Air สายการบินระดับ 5 ดาวของไต้หวันซึ่งมีไฟลท์บินจากกรุงเทพฯ ไปต่อเครื่องที่
สนามบิน Taoyuan นอกกรุงไทเป

5

จากนั้นบินยาวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกสู่ประเทศแคนาดา โดยจุดหมายในแคนาดาที่ EVA Air มีไฟลท์บินไปลงมีอยู่ 2 เมือง คือ Toronto และ Vancouver ดังนั้นเราจึงเลือกบินไปและกลับจากคนละเมืองหรือที่เรียกว่าตั๋ว Multi-city โดยเลือกที่นั่งชั้น Elite Class ซึ่งเป็นคลาสระดับกลางระหว่าง Business Class กับ Economy Class เพื่อให้ได้ที่นั่งที่กว้างนั่งสบายๆ เหยียดขาได้มากกว่าเพราะต้องบินนานกว่า 14 ชั่วโมงจากไต้หวันไปยังแคนาดา เมื่อไปถึงที่หมายจะได้ไม่อ่อนล้าจากการเดินทางไกล

ชมความแตกต่างระหว่าง Elite Class กับ Economy Class ได้ที่
[Review] Elite Class สายการบิน EVA Air ทางเลือกสุดพรีเมียมที่เข้าถึงได้

สามารถ search ตารางเวลาบินของ EVA Air และซื้อตั๋วได้ที่ booking.evaair.com

6 Canada Trip map

เมื่อกำหนดเมืองตั้งต้นและเมืองปิดท้ายของทริปได้แล้วก็ค่อยๆ วางแผนไปทีละเรื่องๆ จนสำเร็จเป็นแผน GRAND CANADA แบบไม่เช่ารถขับซึ่งปกติไม่ค่อยมีใครเค้าทำกัน แต่เที่ยวเองชอบทำอะไรที่ไม่เหมือนชาวบ้านครับ 555 (เปล่าหรอก ขี้เกียจขับรถทางไกลต่างหาก)

แผนเที่ยวของเราเป็นตามนี้ครับ

วันแรก: Taipei – Toronto (ถึง Toronto Pearson International Airport 21.55 น.)

วันที่ 2: Toronto – Niagara Falls – Toronto โดยรถบัส

วันที่ 3: Toronto – Ottawa โดยรถไฟ

วันที่ 4: Ottawa – Québec โดยรถไฟ

วันที่ 5: Québec – Montréal โดยรถไฟ

วันที่ 6: Montréal – Calgary โดยเครื่องบิน

วันที่ 7: Calgary – Banff โดยรถบัส

วันที่ 8: Banff – Lake Louise – Banff โดยรถบัสและแท็กซี่
            Banff – Vancouver โดย night bus

วันที่ 9: เที่ยว Vancouver ทั้งวัน

วันที่ 10: Vancouver – Taipei (เครื่องบินออก 02.00 น. คือกลางดึกของวันที่ 9)

7 Grand Canada map

เราเลือกไปแคนาดาในเดือนมิถุนาซึ่งกำลังเข้าสู่ high season แต่ยังไม่เต็มตัวนักเพราะเป็นช่วงเดือนที่อากาศหนาวน้อยลงจนเข้าขั้นเย็นสบายและน้ำในทะเลสาบชื่อดังของประเทศอย่าง Lake Louise ที่กลายเป็นน้ำแข็งตลอดช่วงฤดูหนาวตั้งแต่ปลายปีจนถึงเดือนพฤษภาจะละลายกลายเป็นน้ำสีเขียวเทอร์ควอยส์สุดงดงามซึ่งเป็นภาพเอกลักษณ์ที่ควรได้เห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่ Moraine Lake ซึ่งผมรู้สึกว่าสวยกว่า Lake Louise อีกเพิ่งเปิดให้เดินทางเข้าไปชมความงามเกินบรรยายหลังปิดยาวไม่ให้เข้าตลอดช่วงฤดูหนาว เพราะฉะนั้นเดือนมิถุนาจึงเป็นเดือนที่เหมาะจะเที่ยวแคนาดาที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจะเที่ยวอุทยานแห่งชาติทางฝั่งตะวันตกของประเทศ ถ้าเข้าเดือนกรกฎา-สิงหาซึ่งเป็น high season อย่างแท้จริงแล้ว รับรองว่าต้องโดนค่ารถค่าที่พักแพงกระฉูดแน่นอน (ธรรมดาก็แพงหนักอยู่แล้ว)

เอาภาพทะเลสาบสุดสวยมาให้ชมกระตุ้นต่อมเที่ยวกันก่อนละกัน 😉

Lake Louise
Lake Louise
Moraine Lake
Moraine Lake

หลังจากแวะเที่ยวไทเป 2 วัน 2 คืน เราก็พร้อมบินจากสนามบิน Taoyuan ไปยังเมือง Toronto โดยสายการบิน EVA Air เที่ยวบิน BR 036 ซึ่งจะออกเดินทางในเวลา 19.40 น.

10

บินยาวนานนนข้ามคืนข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าสู่ทวีปอเมริกาเหนือ เวลาผ่านไป 14 ชั่วโมง 15 นาที ในที่สุดๆๆ เราก็เดินทางมาถึง Toronto Pearson International Airport ตามเวลาแคนาดา 21.55 น.

เวลาของแคนาดาช้ากว่าไต้หวัน 12 ชั่วโมง และช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง

11 12 13

สนามบินนานาชาตินคร Toronto หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือสนามบินนานาชาติ Lester B. Pearson เรียกสั้นๆ ว่าสนามบิน Pearson ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือห่างจากศูนย์กลางเมืองราว 23 กิโลเมตร

14

photo credit: fammivolare.boardingarea.com
photo credit: fammivolare.boardingarea.com

เรามาถึง Toronto ดึกแล้วจึงเลือกวิธีการเดินทางเข้าเมืองโดยใช้รถไฟด่วน Union Pearson Express (UP Express) ไปลงที่สถานีรถไฟกลางเมืองชื่อ Union Station

photo credit: www.viarail.ca
photo credit: www.viarail.ca

เดินออกไปที่โถงกลางของสนามบินและเดินไปทางซ้ายตามป้าย Train to City ขึ้นบันไดเลื่อนไปแล้วเลี้ยวขวาเดินตามป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ ไม่ไกลก็ถึงสถานี Up Express (สถานีรถไฟด่วนนี้อยู่ที่ Terminal 1 ข้าง Terminal Link Train ซึ่งเป็นสถานีรถไฟภายในสนามบินที่มาจาก Terminal 3)

17 Union Pearson Express

กดตู้ซื้อตั๋วรถไฟด่วนสำหรับผู้ใหญ่อายุ 20-64 ปี ราคาเที่ยวละ 12 CAD (306 บาท) และตรงไปขึ้นรถไฟที่กำลังจะออกตอน 5 ทุ่มพอดี (รถไฟจะออกทุก 15 นาที)

ข้อมูลจาก www.torontopearson.com
ข้อมูลเพิ่มเติม Toronto Union Pearson Express และ Toronto UP Express

18 Union Pearson Express

แคนาดาใช้เงินสกุล Canadian dollar หรือ CAD ผมแลกเงินสดจากเมืองไทยไปในเรท 1 CAD = 25.50 บาท ถ้ารูดบัตรเครดิตก็จะคิดเรทเพิ่มเป็น 26.10-26.20 บาทครับ

อีกวิธีการเดินทางเข้าเมืองหนึ่งคือนั่ง Go Bus UP Express จาก Terminal 1 ชั้น G, second curb, Column Q2-Q4 ไปลงที่สถานีรถบัส Union ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ค่ารถบัสสำหรับผู้ใหญ่อายุ 20-64 ปี ราคา 12 CAD เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ฟรี

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ Go Bus UP Express

อีก 25 นาทีต่อมาเราก็มาอยู่ที่สถานีรถไฟ Union ซึ่งอยู่ระหว่างการซ่อมแซมบางส่วนภายในอาคารทำให้งงทางออกพอสมควร เดินออกจากสถานีตามป้ายบอกทางไป York Street และเดินไปที่พักซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมชื่อ Ice Condominiums ที่เราจองผ่าน Airbnb โดยใช้ชื่อในเว็บไซต์ว่า Downtown Toronto เราจะพักที่นี่ 2 คืน ระบบเรียกเก็บเงินไปก่อนแล้ว 179 CAD + ค่าทำความสะอาด 35 CAD + ค่าบริการ 27 CAD รวมเป็น 241 CAD แต่เก็บเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ 185 USD

19

ราคาห้องพักของโรงแรมใน Toronto ส่วนใหญ่แพงมากโดยเฉพาะที่อยู่ใกล้ Union Station ตอนแรกเราจอง The Strathcona Hotel ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟ Union ราว 300 เมตรไว้ 2 คืน ในราคา 376.20 CAD + Tax 13% + Destination fee 3% = 437.86 CAD (ประมาณ 11,500 บาท) ไม่รวมอาหารเช้า โรงแรมนี้คือถูกที่สุดแล้วที่อยู่ในระยะเดินได้จากสถานีรถไฟ Union ตอนหลังจึงต้องหาที่พักแบบ Airbnb ซึ่งมีราคาถูกกว่าเกือบครึ่งและที่อยู่ใกล้ๆ สถานีรถไฟ Union ก็มีให้เลือกหลายแห่ง

เที่ยงคืนที่แคนาดาแล้วแต่เรายังตาสว่างอยู่เลยเพราะเพิ่งนอนบนเครื่องมาทั้งคืนและตื่นมาไม่ถึง 5 ชั่วโมง แต่ยังไงคืนนี้ก็ต้องฝืนนอนให้หลับเพราะพรุ่งนี้เช้าต้องตื่นไปเที่ยวทั้งวันเลย

เอาหน้าตาห้องซึ่งเจ้าของเป็นคนบังคลาเทศที่ทำงานอยู่ที่นี่มาให้ชมกันครับ

20 21 22 23

Good Morning Toronto! ตื่นนอนอย่างสดชื่นในวันที่ 2 ในแคนาดาเพราะยังรู้สึกเหมือน 6 โมงเย็นที่ไต้หวันอยู่เลย 555

วิวแรกของโตรอนโตที่เราเห็นคือตึกสูงเสียดฟ้าในดาวน์ทาวน์และทะเลสาบ Ontario ที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโด

24

โปรแกรมของวันเที่ยววันแรกในแคนาดาเราจะไปน้ำตกชื่อดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นั่นก็คือ Niagara Falls ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศใต้ประมาณ 130 กิโลเมตร และตอนเย็นก็จะกลับมาเดินชมเมืองโตรอนโตซึ่งไม่ได้มีสถานที่เที่ยวอะไรมากมาย

photo credit: www.ontariobeef.com
photo credit: www.ontariobeef.com

8 โมงเช้า เดินประมาณ 3 นาทีเข้าทางด้านหลังของสถานีรถไฟ Union และเดินไปสถานีรถไฟใต้ดินซึ่งอยู่ติดกันโดยสังเกตป้ายบอกทางเพราะตอนนี้หลายๆ จุดทั่วสถานี Union ปิดซ่อมจนงงทางไปหมด

26

ซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินซึ่งเป็นเหรียญเล็กๆ เรียกว่า token ซึ่งต้องซื้อขั้นต่ำ 3 เหรียญ ราคา 9 CAD เราแพลนว่าจะนั่งรถไฟใต้ดิน 3 ครั้งอยู่แล้วจึงเลือกซื้อคนละ 3 tokens (ถ้าซื้อตั๋วสำหรับผู้ใหญ่ปกติราคาเที่ยวละ 3.25 CAD)

อัพเดทข้อมูลได้ที่ Toronto transportation fares

รูปนี้หยอดไป 1 เหรียญแล้วครับ
รูปนี้หยอดไป 1 เหรียญแล้วครับ

ส่วน Single Day Pass ราคา 12.50 CAD ใช้เดินทางโดยรถสาธารณะของ TTC ได้ทุกวัน ตั๋วมีอายุ 1 วันตามที่ระบุในตั๋วและใช้ได้ถึง 05.30 น. ของวันรุ่งขึ้น และ Day Pass แบบ Group 1 ใบ ราคา 12.50 CAD ผู้ใหญ่เดินทางด้วยกันได้ 2 คน แต่ใช้ได้แค่วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดเท่านั้น

เช็คข้อมูลได้ที่ Toronto passes

พนักงานขายตั๋วบอกให้เราหยอด token คนละเหรียญลงในกล่องใสหน้าช่องขายตั๋วแล้วเดินผ่านประตูไปยังชานชาลาทางขวาซึ่งปลายทางรถไฟใต้ดินสายสีเหลืองคือ Downsview นั่งรถไฟใต้ดิน 3 สถานีไปที่สถานี St Patrick

photo credit: www.toronto-subway-map.info
photo credit: www.toronto-subway-map.info

ขึ้นจากสถานีตามป้ายทางซ้ายมือไปที่สี่แยก เลี้ยวซ้ายเดินตามถนน Dundas W ราว 400 เมตรแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Bay อีกนิดก็ถึง Toronto Coach Terminal (จริงๆ มีทางเดินใต้ดินไปสถานีรถบัสเลย แต่เดินบนบกดีกว่า ไม่หลงทางชัวร์)

29 30 Toronto Coach Terminal

เข้าไปในสถานีเพื่อสอบถามที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วของ Greyhound ว่าต้องเอาหลักฐานการซื้อตั๋วรถบัสทางออนไลน์ที่ปรินท์มาออกเป็นตั๋วก่อนขึ้นรถหรือไม่ ลุงแกบอกว่าให้โชว์กระดาษนั้นให้คนขับรถดูได้เลย

31 Toronto Coach Terminal

เราซื้อตั๋วรถบัสไป-กลับ Toronto-Niagara Falls ล่วงหน้าทาง www.greyhound.ca ในราคาใบละ 16.40 + 14.90 CAD (แต่ละเวลาราคาไม่เท่ากัน) ควรซื้อทีละขาเพราะถ้าซื้อแบบ Round Trip ราคารวมจะแพงกว่า 1 CAD และถ้าซื้อ 2 คนขึ้นไปจะได้รับส่วนลด Companion Fare เล็กน้อย ยิ่งซื้อหลายคนยิ่งได้เปอร์เซนต์ส่วนลดเพิ่ม สรุปแล้วได้ส่วนลดขาไปเหลือใบละ 15.58 CAD + ค่า Federal Tax อีกคนละ 2.025 CAD รวมเป็น 17.605 CAD ส่วนขากลับเหลือใบละ 14.155 CAD + ค่า Federal Tax อีกคนละ 1.84 CAD รวมเป็น 15.995 CAD สรุปตั๋วรถบัสไป-กลับ Toronto-Niagara Falls ราคา 33.60 CAD (880 บาท)

เดินไปที่ชานชาลาตามที่ลุงบอกแล้วเข้าคิวรอขึ้นรถ กฎการขึ้นรถคือใครมาก่อนได้ก่อน แนะนำว่าควรมาถึงสถานีรถบัสก่อนอย่างน้อย 15 นาทีและต้องปรินท์หลักฐานการซื้อตั๋วมาด้วยเท่านั้นจึงจะขึ้นรถได้ครับ

32 Greyhound bus

9 โมงตรง รถบัส Greyhound ออกเดินทางไป Niagara Falls รถบัสขับย้อนกลับไปผ่านด้านข้างสถานีรถไฟ Union และหน้าคอนโดเลยแต่ไม่จอดนะ ถ้าจอดนี่คงจะเซ็งว่าเรานั่งรถไฟใต้ดินไปสถานีรถบัสทำไม ยืนรอหน้าคอนโดก็ได้ 55

นั่งหลับบ้างตื่นบ้างไปชั่วโมงครึ่งรถบัสก็เข้าจอดที่ Transit Terminal City of Niagara Falls ที่ถนน Erie ทางทิศเหนือของน้ำตก

33 34

จากจุดนี้ถ้าจะเดินไปยังตัวน้ำตกมีระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร แต่สามารถใช้บริการรถ Shuttle ได้โดยมีราคาตามป้ายนี้ครับ

อัพเดทราคาได้ที่ www.wegoniagarafalls.com/fares

35

ค่ารถแพงจัด เราจึงยอมเดินก็ได้วะ แค่ 3 กิโลเอง 555 เดินตามถนนอะไรก็ได้ไปทางซ้ายให้เจอแม่น้ำ Niagara ที่ไหลกั้นพรมแดนกับสหรัฐฯ เลี้ยวขวาเดินเลียบริมแม่น้ำท่ามกลางแดดร้อนจ้ามุ่งหน้าไปยัง Rainbow Bridge ซึ่งเป็นสะพานหลักหนึ่งที่ใช้เดินทางระหว่างแคนาดากับสหรัฐอเมริกา ใช้เวลาครึ่งชั่วโมง เล่นเอาเหงื่อชุ่มร่างเลยครับ

36

Niagara Falls ประกอบด้วย 2 น้ำตกคือ American Falls และ Horseshoe Falls โดยมี Goat Island เกาะกลางแม่น้ำคั่นระหว่างสองน้ำตก การชมน้ำตกไนแองการาจากฝั่งแคนาดานั้นดีกว่าจากฝั่งอเมริกาเพราะจะเห็นน้ำตกทั้งสองได้แบบเต็มๆ ถ้าไปจากฝั่งอเมริกาจะต้องเสียเงินลงไปชมน้ำตก American Falls และต้องล่องเรือเข้าไปยัง Horseshoe Falls ถึงจะเห็นด้านหน้าตรงของน้ำตก

อ่านรีวิวเที่ยวน้ำตกไนแองการาจากฝั่งอเมริกาของเที่ยวเองได้ที่ เด็ดเดี่ยวเที่ยวเองอีสต์เทิร์นเมกา ตอนที่ 4 “Niagara Falls” อัศจรรย์แห่งน้ำตกอันดับต้นของโลก

photo credit: examiner.com
photo credit: examiner.com

เดินไปหยุดถ่ายรูปไปจนใกล้น้ำตก American Falls จุดนี้น่าจะเดินมาครึ่งทางระหว่าง Rainbow Bridge กับ Canadian Horseshoe Falls แล้ว

38 39 40 41 42

ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของแคนาดา วันนี้ตรงกับวันจันทร์นักท่องเที่ยวยังเพียบเลยครับ กิจกรรมสนุกๆ ก็มี zipline โรยตัวลงสู่แม่น้ำ Niagara ท้าทายความเสียว และล่องเรือเข้าสู่ม่านน้ำตก Canadian Horseshoe Falls

43 44

เรือของฝั่งแคนาดาเรียกว่า Hornblower Niagara Cruises มีสัญลักษณ์คือเสื้อคลุมกันน้ำสีแดง เรือให้บริการทุกวันตั้งแต่ 08.00 น. ค่าล่องเรือชมน้ำตกสำหรับผู้ใหญ่ 25.95 CAD (ประมาณ 670 บาท) เด็กอายุ 5-12 ขวบ 15.95 CAD (ประมาณ 410 บาท) แต่คิวยาวมากกกก เราขี้เกียจรอและน้องชายเคยลงเรือจากฝั่งอเมริกาแล้วจึงสรุปว่าไม่ต้องเสียตังค์ลงอีก (แอบงก) วิวน้ำตกจากข้างบนก็ดีงามเกินพอแล้ว

45 46

เดินถ่ายรูปเรื่อยๆ จนเข้าใกล้ Canadian Horseshoe Falls ซึ่งมองจากฝั่งแคนาดาจะเห็นโค้งน้ำของแผงน้ำตกแบบเต็มๆ อลังการที่ธรรมชาติสรรค์สร้างอย่างแท้จริงครับ

47 48 49

บ่ายโมง หาฟาสต์ฟู้ดท้องถิ่นกินแบบง่ายๆ สั่งพิซซ่า 4 ชิ้น ไก่ทอด และโค้กมาแบ่งกัน มื้อง่ายๆ แค่นี้ราคารวมภาษีคือ 24.83 CAD หรือ 633 บาท (ราคาสินค้าและอาหารทุกอย่างที่บอกไว้จะเป็นราคาก่อนรวมภาษีซึ่งบางเมืองก็มีภาษีรัฐอย่างเดียว บางเมืองก็มีภาษีประเทศเพิ่มอีกหนึ่งด้วย)

ขากลับ Toronto เราต้องเดินไกลรวดเดียว 3 กิโลซึ่งต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมง โดยรถบัสจะออกตอน 15.15 น. เรานั่งหลับตลอดทางด้วยความง่วงที่เข้าครอบงำจนโงหัวไม่ขึ้นเพราะยังปรับตัวจากเวลาตี 3 กว่าที่ไต้หวันเป็นบ่าย 3 กว่าที่แคนาดาไม่ได้ สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีรถบัสก็จอดให้คนลงที่สถานีรถไฟ Union แต่เรานั่งต่อไปลงสุดทางที่ Toronto Coach Terminal ที่เดียวกับตอนไป ขากลับนี้ใช้เวลา 2 ชั่วโมง นานกว่าขาไปครึ่งชั่วโมง

เย็นนี้ยังมีเวลาเดินเที่ยวชมเมือง Toronto แบบสบายๆ เพราะโตรอนโตเป็นเมืองธุรกิจสำคัญของแคนาดา ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวที่มีสถานที่ให้เที่ยวชมมากนัก สถานที่หลักๆ เป็นสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในบริเวณดาวน์ทาวน์ซึ่งมีรถไฟใต้ดินไปถึงได้สะดวก

โตรอนโตคือเมืองหลวงของรัฐ Ontario ทางตะวันตกของแคนาดา เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ และเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ของทวีปอเมริกาเหนือ

photo credit: www.conceptdraw.com
photo credit: www.conceptdraw.com

ออกจาก Toronto Coach Terminal ทางประตูเดิม เดินไปทางขวา (ทิศใต้) ตามถนน Bay ประมาณ 450 เมตรก็ถึง Nathan Phillips Square จัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

51

จัตุรัสแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ Toronto City Hall (New City Hall) ที่ว่าการเมืองหลังใหม่ที่สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1965 เพื่อแทนที่ Old City Hall อาคารเก่าที่สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1899 ซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของจัตุรัส

52 53

เดินผ่านลานกว้างหน้าที่ว่าการเมืองหลังใหม่ตามทางรถรางราว 400 เมตร พอเห็น South African War Memorial ก็เลี้ยวขวาไปสถานีรถไฟใต้ดิน Osgoode

54

หยอด token ที่ซื้อมาตั้งแต่เช้าเพื่อผ่านประตูเข้าไปที่ชานชาลา นั่งรถไฟใต้ดินสาย 1 (สีเหลือง) 3 สถานีไปที่สถานี Museum (ถ้าซื้อตั๋วทีละเที่ยวจะต้องจ่ายเงิน 3.25 CAD)

photo credit: www.toronto-subway-map.info
photo credit: www.toronto-subway-map.info

ขึ้นจากสถานีเดินตามถนน Queens Park ไปทางอาคารอิฐขนาดใหญ่ประมาณ 200 เมตรก็เห็น Royal Ontario Museum อยู่ทางซ้ายมือ

Royal Ontario Museum (ROM) หรือ Musée royal de l’Ontario พิพิธภัณฑ์ศิลปะ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย Toronto จนกระทั่งปีค.ศ. 1968 ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะขนาดใหญ่อันดับที่ 2 ของแคนาดารองจาก Montreal Museum of Fine Arts

พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมในวันจันทร์-พฤหัสบดี และเสาร์-อาทิตย์ 10.00-17.30 น. วันศุกร์เปิดถึง 20.30 น.
ค่าเข้าชมแบบปกติสำหรับผู้ใหญ่ราคา 20 CAD เด็กอายุ 4-14 ปี 14 CAD

อัพเดทข้อมูลได้ที่ Visit Royal Ontario Museum

56

เดินกลับทางเดิมผ่านสถานีรถไฟใต้ดิน Museum เลยไปราว 200 เมตร ตรงเข้าไปในสวน Queen’s Park

photo credit: listingsca.com
photo credit: listingsca.com

58

เดินลัดสวนไม่ไกลก็ถึงด้านหลังของ Ontario Legislative Building (L’édifice de l’Assemblée législative de l’Ontario) หรืออาคารสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ Ontario แต่เดิมอาคารนี้คือ King’s College ตั้งแต่ปีค.ศ. 1893 และในเวลาต่อมาคือมหาวิทยาลัย Toronto

เดินอ้อมไปยังด้านหน้าของอาคารสวยงามแห่งนี้

59

เดินต่อไปสถานีรถไฟใต้ดิน Queen’s Park ใช้ token ที่เหลืออยู่เหรียญสุดท้าย นั่งรถไฟใต้ดินสาย 1 (สีเหลือง) 4 สถานีไปลงที่สถานี Union ออกจากสถานีทางด้านหลังสถานีรถไฟ Union (ทางเดียวกับเมื่อเช้า) ตรงเข้าถนน Bremner ไม่กี่นาทีก็ถึง CN Tower (Canadian National Tower) อาคารโทรคมนาคมสูง 553.3 เมตรที่สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปีค.ศ. 1976 จนกลายเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกในขณะนั้นและรักษาตำแหน่งยาวนานถึง 34 ปี ก่อนจะถูกทำลายสถิติโดยตึก Burj Khalifa ของนครดูไบ และ Canton Tower ของเมืองกวางโจว ประเทศจีน

สามารถขึ้นตึกไปชมวิว Toronto แบบ 360 องศาได้ตั้งแต่ 08.30-22.30 น. ค่าขึ้นตึกแบบซื้อออนไลน์สำหรับผู้ใหญ่อายุ 13-64 ปี ราคา 36 CAD เด็กอายุ 4-12 ขวบ ราคา 26 CAD

เช็คเวลาเปิด-ปิดและค่าขึ้นตึกได้ที่ www.cntower.ca

60

เดินกลับไปทางสถานีรถไฟแต่เลี้ยวขวาที่สี่แยกจุดตัดกับถนน York ซึ่งเป็นทางกลับคอนโด เดินผ่านประตูคอนโดตรงลอดใต้สะพานไปไม่ไกลก็ถึงท่าเรือนำเที่ยวริมทะเลสาบ Ontario ตรงนี้มีซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ เราจึงเล็งว่าจะกลับมาซื้อของกินกลับไปกินที่คอนโดเพราะเดินหาร้านอาหารรอบๆ บริเวณนี้แล้วเจอแต่คาเฟ่หรือไม่ก็เป็นร้านหรูดูแพงเกินไปทั้งนั้น (เท่าที่เห็นคือมีร้านอาหารเอเชียเยอะแถวใกล้ๆ สถานีรถไฟใต้ดิน St Patrick ทางไป Toronto Coach Terminal)

ไฮไลต์หนึ่งของการมาเที่ยว Toronto คือการข้ามเรือไปยัง Toronto Islands หรือที่รู้จักกันว่า Menecing ในภาษา Ojibwa ซึ่งมีความหมายว่า “On the Island” เพื่อถ่ายภาพกลับไปตัวเมืองตอนพระอาทิตย์ใกล้จะตก

วิธีการไปคือไปขึ้นเรือที่ Jack Layton Ferry Terminal ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟ Union ประมาณ 500 เมตร และห่างจากท่าเรือนำเที่ยวที่เรายืนอยู่ตอนนี้ 400 เมตร

61 62

ค่าเรือไป-กลับสำหรับผู้ใหญ่ราคา 7.50 CAD เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี 3.65 CAD (ราคายังไม่รวมภาษี) ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ควรซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงคิวยาวที่ secure.toronto.ca/FerryTicketOnline

เช็คเวลาและค่าเรือได้ที่ www.torontoisland.com/ferry

เราเข้าเว็บไปซื้อตั๋วก่อนเดินทางหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็แจ้งว่าไม่สามารถข้ามเรือไปที่เกาะได้เพราะเกิดเหตุน้ำท่วม เกาะต้องปิดแบบไม่มีกำหนด วันนี้จึงลองมาดูหน้างานว่าจะข้ามเรือได้มั้ย ผลปรากฏว่าน้ำยังคงท่วมเกาะอยู่ เราจึงทำได้แค่เดินเล่นริมทะเลสาบ Ontario ยามเย็นเท่านั้น

63

อดถ่ายรูปวิวเอกลักษณ์ของ Toronto ที่มองเห็นตึกสูงเสียดฟ้าเรียงรายเป็นหน้ากระดานโดยตึกที่โดดเด่นที่สุดก็คือ CN Tower นั่นเอง

ขอซื้อรูปมาให้ชมแทนนะครับ

ช่วงเดือนมิถุนาท้องฟ้ามืดสนิทสามทุ่มนิดๆ ครับ

เดินตามเส้นทางเดิมกลับคอนโดโดยแวะซื้อข้าวไก่เทริยากิไปกินค่ำนี้และซูชิกล่องใหญ่เก็บไว้กินตอนกลางวันซึ่งต้องอยู่บนรถไฟไปเมืองหลวงของแคนาดาคือ Ottawa ในวันพรุ่งนี้

65

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต