เที่ยวเองอิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 3 “Florence” ซ้ำเดิม..แต่ไม่เหมือนเดิม

เที่ยวเอง รีวิว ฟลอเรนซ์ อิตาลี Firenze Florence Italy
เที่ยวเอง กวาดเรียบเมืองริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ อเดรียติก แถมบอสเนียแอนด์เฮอร์เซโกวินา อีกประเทศ

Trip map

ตอนที่แล้วเราไปเที่ยวหอเอนปิซ่ามาครับ
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 2 “Pisa” ซ้ำเดิม..เพิ่มเติมคือที่ใหม่

ในส่วนของตอนก่อนหน้านั้น อ่านได้จาก link นี้ครัช
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 1 “Nice” เมืองตากอากาศชื่อดังสุดหรูของฝรั่งเศส
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 2 “Monaco” ประเทศเล็กๆ สุดหรูหราเว่อร์วัง
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 1 “Cinque Terre” หมู่บ้านริมหน้าผาแสนน่ารักแห่งลิกูเรีย

ยังอยู่ในวันที่ 4 ของทริปเหมือนเดิมครับ เรายืนบนรถไฟตลอดทางจาก Pisa มา Florence เพราะรถไฟแน่นไม่มีที่นั่งครับ ครั้งที่แล้วผมจำได้ว่าผมยืนบนรถไฟระหว่างสองเมืองนี้เหมือนกัน ยืนอยู่ชั่วโมงนิดหน่อยก็ถึงสถานีรถไฟ Firenze Santa Maria Novella (Firenze S.M.N.) ซึ่งเป็นสถานีรถไฟกลางของฟลอเรนซ์ ในเวลา 12.07 น.

1

ลงจากรถไฟ เดินหาที่ฝากกระเป๋าซึ่งอยู่ด้านข้างของชานชาลาใกล้ทางออกสถานีครับ ค่าฝากที่นี่มี 2 ราคาคือฝากไม่เกิน 5 ชั่วโมง ชิ้นละ 6 ยูโร และฝากทั้งวัน ชิ้นละ 10 ยูโร ราคาหนักหน่วงอยู่นะเนี่ย เราจะเที่ยวฟลอเรนซ์ไม่เกิน 5 ชั่วโมงจึงจ่ายแค่ 6 ยูโรเป็นค่าฝากกระเป๋าใหญ่ใบเดียว

สถานีรถไฟนี้ค่อนข้างใหญ่นะ เผื่อเวลาตั้งหลักไว้สัก 20 นาทีก็ดีครับ

2

ได้เวลามื้อเที่ยงพอดี ขอเติมพลังเข้าร่างก่อนเที่ยวรวดทั้งเมืองครับ เดินออกไปหน้าสถานีรถไฟ ไม่ต้องคิดอะไรมากครับเพราะจุดนั้นหิวหนักมากแล้ว เมื่อเช้าได้แค่ครัวซ็องชิ้นกาแฟแก้วลงท้อง เห็น McCafé อยู่ฝั่งตรงข้าม จัดการเข้าคิวสั่ง Double Cheese burger + โค้กแก้วครึ่งลิตร ราคา 5.40 ยูโรเอง นั่งกินไม่นานก็พร้อมลุยแล้วครัส

ฟลอเรนซ์ (Florence) หรือ Firenze ในภาษาอิตาเลียนคือเมืองเอกของแคว้นทัสคานี เป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดังถึงดังมากของอิตาลีซึ่งคงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณกันแล้วครับ

ผมเคยมาเที่ยวเมืองนี้แล้วแต่เกิดความผิดพลาดตกรถไฟจากปิซ่าแบบต่อหน้าต่อตา วิ่งไม่ทันรถออกครัช ต้องรอขบวนถัดไป ทำให้เหลือเวลาเที่ยวฟลอเรนซ์น้อย เที่ยวได้ไม่เต็มที่ ครั้งนี้เลยต้องขอมาแก้มืออีกครั้ง

ให้แผนที่แสดงแลนด์มาร์คของฟลอเรนซ์ไว้ก่อนเลย สถานีรถไฟอยู่ใต้สุดของรูปครับ

photo credit: ontheworldmap.com
photo credit: ontheworldmap.com

บ่ายโมง ข้ามถนนกลับไปที่ด้านหน้าสถานีรถไฟ หันหน้าเข้าหาอาคาร เดินไปทางซ้ายมีป้ายรถเมล์ชื่อ Stazione Parcheggio มองตรงไปก็เห็นด้านหลังของโบสถ์ Basilica di Santa Maria Novella

4

5

เรายังไม่ได้ซื้อตั๋วรถเมล์เพราะหาซื้อในสถานีรถไฟไม่ได้ จึงถามคนที่ยืนรอรถเมล์อยู่ว่าจะซื้อตั๋วได้ที่ไหน เธอชี้ไปทางขวาฝั่งตรงข้ามถนนที่ตึกสีอิฐมีร้าน Tabaccheria ขายโปสการ์ด บุหรี่ และ lotto อยู่ เข้าไปซื้อตั๋ว Biglietto valido 90 minuti หรือตั๋ว 90 นาที ใบละ 1.20 ยูโร ใช้โดยสารรถเมล์ รถราง และรถไฟได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยวภายใน 90 นาที (ถ้าซื้อจากคนขับรถเรียกว่า Biglietto 90 minuti a bordo ราคา 2 ยูโร)

ส่วนตั๋วชนิดอื่นๆ ก็มี ตั๋ว 4 Biglietti validi 90 minuti (Quadruple ticket valid 90 minutes) ราคา 4.70 ยูโร ใช้โดยสารรถเมล์ รถราง และรถไฟได้ 4 เที่ยวให้ผู้อื่นใช้ตั๋วชนิดนี้ได้ด้วย, Biglietto valido 24 ore หรือตั๋ว 24 ชั่วโมง ราคา 5 ยูโร ซื้อได้ที่ออฟฟิศของ ataf&Li-nea ในสถานีรถไฟ ร้านขายหนังสือพิมพ์ บุหรี่ คาเฟ่ (บาร์) คอฟฟี่ช็อป ที่มีสัญลักษณ์ ataf&Li-nea

เช็คข้อมูลและค่าตั๋วรถเมล์ได้ที่ Florence bus และ Florence transportation fare

6

มีตั๋วแล้วแล้ว เดินกลับไปที่ป้ายรถเมล์ รอรถเมล์สาย 12 สักพักรถก็มาจอดรับเรา นั่งรถเมล์สายนี้เพื่อไปชมวิวทั่วเมืองฟลอเรนซ์จากที่สูงครับ คราวที่แล้วผมไม่ได้ขึ้นไปชมวิวครับเพราะมืดเสียก่อน ไปไม่ทันครับ ครั้งนี้เลยต้องมาแก้ตัวอีกรอบให้ได้

รถเมล์แล่นข้ามสะพาน Ponte alla Carraia ข้ามแม่น้ำ Arno ลัดเลาะไปตามถนนสายต่างๆ จนขึ้นเขาไปสุดทาง (22 ป้าย) ก็ถึง Piazzale Michelangelo (Michelangelo Square) ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
เช็คสายรถเมล์ได้ที่ Florence bus route

7

เดินไปตรงกลางจัตุรัสมีรูปปั้น David จำลองยืนอยู่

8

เดินต่อไปที่จุดชมวิวซึ่งมีสองระดับ ถ่ายรูปวิวพาโนรามาของเมืองฟลอเรนซ์เพียบเลยครัช

9

10

จากตรงนี้มองไปเห็นสิ่งก่อสร้างมโหฬารยิ่งใหญ่อลังการโดดเด่นอยู่เลย นั่นก็คือ ยอดโดมของ Duomo di Firenze หรือมหาวิหารแห่งฟลอเรนซ์ และแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองอย่างหอนาฬิกาสูงของ Palazzo Vecchio และสะพานชื่อดัง Ponte Vecchio ข้ามแม่น้ำ Arno อยู่ไกลๆ

11

12

จากนั้นก็เดินกลับไปที่ป้ายรถเมล์เดิม ใช้ตั๋ว Biglietto valido 90 minuti ที่ยังไม่หมดอายุ ขึ้นรถเมล์สาย 12 เหมือนเดิม (ตามข้อมูลที่หามาต้องขึ้นสาย 12A ลงเขาไป 7 ป้าย แล้วลงที่ป้าย Demidoff เชิงสะพาน Ponte alle Grazie ห่างจาก Ponte Vecchio ประมาณ 500 เมตร)

ลองถามคนขับรถว่าไป Ponte Vecchio มั้ย? เค้าตอบว่าให้ไปขึ้นรถสายอะไรจำไม่ได้ที่ป้ายด้านหลังอีกฝั่งถนน ข้อมูลที่หามาคือไปทางที่รถเมล์กำลังจะไปถูกต้องแล้ว เลยลองเปลี่ยนคำถามโดยเอาแผนที่เส้นทางรถเมล์ที่ปรินท์มาและชี้ป้ายให้คนขับรถดู เค้าตอบว่าโอเคคันนี้ไปได้ เดี๋ยวถึงป้ายแล้วจะบอก เราจึงนั่งรถลงเขาคนละทางกับขาขึ้นมา นั่งไปไม่นานก็รถเมล์ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ Arno แต่คนขับไม่เห็นบอกให้เราลงเลย เราจึงรีบลงที่ป้ายหลังข้ามแม่น้ำเลย (เดาว่าน่าจะเป็นสะพานนี้ครับ)

13

เราไม่รู้ว่าสะพานที่เราลงจากรถเมล์คือสะพานอะไร รู้แต่ว่าต้องเดินข้ามสะพานแล้วเลี้ยวขวาเดินเลียบริมแม่น้ำฝั่งด้านใต้แม่น้ำไปยัง Ponte Vecchio เดินไปเรื่อยๆ คำนวณระยะทางแล้วน่าจะประมาณกิโลกว่าๆ เลยครับกว่าจะถึงเชิงสะพาน Ponte Vecchio เพราะเดินไกลกว่า 500 เมตรแน่นอน

14

Ponte Vecchio (Old Bridge) คือสะพานหินเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยร้านจีเวลรี นาฬิกาหรู ร้านขายของที่ระลึก และ
ร้านค้าขายของต่างๆ มากมายตลอดสองข้างของสะพาน ที่นี่คือแลนด์มาร์คสำคัญหนึ่งของฟลอเรนซ์ที่นักท่องเที่ยว
ทุกคนจะต้องมาเดินเล่นครับ

15

จากตรงนี้ถ้ายังไม่ข้ามสะพานไป แต่เลี้ยวซ้ายเข้าถนน Via Guicciardini ราว 400 เมตร

16

ก็จะถึง Palazzo Pitti (Pitti Palace) วังสไตล์เรอแนสซองส์เก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1458 แรกเริ่มเป็นบ้านพักอาศัยของ Luca Pitti นักการธนาคารแห่งฟลอเรนซ์ผู้ทะเยอทะยาน ก่อนที่จะตกทอดเปลี่ยนเจ้าของมาเรื่อยๆ โดยในช่วงปีค.ศ. 1865-1871 ซึ่งฟลอเรนซ์เป็นเมืองหลวงของอิตาลี วัง Pitti เป็นที่ประทับของพระเจ้า Victor Emmanuel ที่ 2 และถูกเรียกว่า La Residenza Reale ปัจจุบันวังแห่งนี้เป็น Museum Complex ที่ใหญ่ที่สุดในฟลอเรนซ์

พิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยส่วนและห้องต่างๆ มากมายซึ่งมีเวลาเปิด-ปิดแตกต่างกัน ค่าเข้าชมก็มีหลายประเภทหลายราคาเช่นกัน
สามารถเช็ครายละเอียดได้ที่ visit Pitti Palace

ส่วนด้านหลังของวัง Pitti คือ Giardini di Boboli (Boboli Gardens) อันร่มรื่นซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปสวยๆ กัน

เราไม่ได้เดินไปวัง Pitti และสวน Boboli ครับเพราะเคยไปมาแล้วทั้งคู่ รู้สึกว่าไม่มีอะไรโดดเด่นเท่าไหร่ เลยเลือกเลี้ยวขวาขึ้นสะพาน Ponte Veccio หามุมถ่ายรูปบนสะพานและถ่ายจากถนนด้านล่างให้สะพานเป็นแบ็คกราวนด์

19

20

ข้ามแม่น้ำ Arno ไปอีกฝั่งเข้าสู่เขตเมืองเก่าครับ ตรงเข้าถนน Via Por Santa Maria ไปประมาณ 200 เมตร มองไปทางขวามือก็เห็นหอนาฬิกาสูงของ Palazzo Vecchio ที่ Piazza della Signoria เดินเข้าถนน Via Vacchereccia ไปนิดเดียวก็ถึงจัตุรัสกลางเมืองแห่งนี้แล้ว

photo credit: www.mapaplan.com
photo credit: www.mapaplan.com

22

Palazzo Vecchio (Old Palace) คือที่ว่าการเมืองฟลอเรนซ์สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1299 ด้านหน้าวังมีรูปปั้นสวยงามมากมาย เช่น รูปปั้น David, รูปปั้น Ercole e Caco (Hercules and Cacus), Fontana del Nettuno (Fountain of Neptune)

23

24

ส่วนด้านข้างของวังเก่าคืออาคาร Loggia dei Lanzi (Loggia della Signoria)

25

ปัจจุบันอาคาร Palazzo Vecchio เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ Museo di Palazzo Vecchio ประกอบด้วยส่วนย่อยๆ ซึ่งสามารถเช็คเวลาเปิด-ปิดและค่าเข้าชมซึ่งมีหลายราคามากได้ที่ Old Palace opening hour และ Old Palace entrance fee

หอคอยเปิดให้ขึ้นชมระหว่างเดือนต.ค.-มี.ค. วันจันทร์-พุธ และศุกร์-อาทิตย์ 10.00-17.00 น. หลัง 16.30 น.
ขึ้นชมฟรี วันพฤหัสบดี 10.00-14.00 น. หลัง 13.30 น. ขึ้นชมฟรี / เดือนเม.ย.-ก.ย. วันจันทร์-พุธ และศุกร์-อาทิตย์ 09.00-21.00 น. วันพฤหัสบดี 09.00-14.00 น. ค่าขึ้นชมราคา 10 ยูโร

26

เลี้ยวขวาเข้าถนนด้านข้าง Palazzo Vecchio เป็นที่ตั้งของ Galleria degli Uffizi (Uffizi Gallery) พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่เก็บรวบรวมผลงานทั้งภาพเขียนและประติมากรรมทรงคุณค่ามากมาย

พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมในวันอังคาร-อาทิตย์ 08.15-18.50 น. ปิดขายตั๋ว 18.05 น. เริ่มปิด 18.35 น. พิพิธภัณฑ์ปิดทุกวันจันทร์, วันที่ 1 ม.ค., 1 พ.ค., 25 ธ.ค. ค่าเข้าชม 8 ยูโร

อัพเดทข้อมูลได้ที่ Uffizi Gallery opening hour และ Uffizi Gallery entrance fee

27

โดยส่วนตัวแล้วเราก็ไม่ได้ชื่นชอบการชมผลงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์เท่าไหร่และก็ไม่ได้เผื่อเวลาไว้เข้าชมด้วยเพราะครั้งนี้ตั้งใจมาเที่ยวซ่อมสถานที่ที่พลาดไปเมื่อครั้งก่อนแค่นั้นพอครับ จึงขอปิดท้ายการเที่ยวฟลอเรนซ์ที่แลนด์มาร์คสำคัญที่สุดก็ว่าได้ครับ นั่นก็คือ Duomo di Firenze

จาก Piazza della Signoria เดินเข้าถนน Via dei Calzaiuoli ที่มุมทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัส (ทแยงมุมกับ Palazzo Vecchio) ตรงไปยัง Piazza del Duomo แป๊บเดียวก็เห็น Campanile di Giotto หอคอยสูงลิบของ Cattedrale di Santa Maria del Fiore (Cathedral of Saint Mary of the Flowers) หรือที่เรียกกันว่า Duomo di Firenze (Florence Cathedral) มหาวิหารแห่งฟลอเรนซ์คืออีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของเมือง อลังการที่โดมสไตล์เรอแนสซองส์ซึ่งออกแบบโดย Filippo Brunelleschi และงดงามที่ฟาซาดทางเข้าโบสถ์อันวิจิตรบรรจง

28

มหาวิหารเปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่ 10.00-17.00 น. วันพฤหัสบดี 10.00-16.00/17.00 น. (แล้วแต่ฤดู) วันเสาร์ 10.00-16.45 น. วันอาทิตย์และวันหยุดทางศาสนา 13.30-16.45 น.

โดมเปิดให้ขึ้นชม 08.30-18.20 น. ต้องขึ้นบันได 463 ขั้น ไม่มีลิฟท์

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ visit Florence Cathedral และ Florence Cathedral opening hour

29

30

เก็บภาพมหาวิหารแห่งฟลอเรนซ์ให้สมกับที่รอคอยมาเกือบ 10 ปีครับ ครั้งที่แล้วผมมาถึงที่นี่ก็มืดแล้ว ถ่ายภาพอะไรแทบไม่ได้เลย

เสร็จแล้วก็เดินไปทาง Battistero di San Giovanni (Florence Baptistery) ที่ Piazza San Giovanni
(ตรงข้ามกับฟาซาดของมหาวิหาร)

31

ตรงเข้าถนน Via de’ Cerretani ถึงสามแยกตัว Y แยกซ้ายเข้าถนนแคบๆ ชื่อ Via dei Banchi

32

ตรงไปอีกไม่ไกลก็ถึงจัตุรัส Piazza di Santa Maria Novella ซึ่งเป็นด้านหน้าของโบสถ์ Basilica di Santa Maria Novella ที่เราเห็นด้านหลังตั้งแต่ออกจากสถานีรถไฟมาแล้วครับ

33

เลี้ยวขวาเดินผ่านด้านข้างโบสถ์กลับสถานีรถไฟ Firenze Santa Maria Novella ไปเอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้แล้วเดินไปขึ้นรถไฟที่ชานชาลาพอดีเวลารถไฟออกสบายๆ ครับ

รถไฟด่วนขบวน Frecciargento 9434 แล่นออกจากฟลอเรนซ์ไป Bologna ตอน 4 โมงครึ่ง แสดง Eurail Italy Pass และใบจองตั๋วรถไฟด่วนให้นายตรวจดู แล้วนั่งรถฟรีแค่ 37 นาทีก็ถึงสถานีรถไฟกลาง Bologna Centrale (ปกติ ตั๋วรถไฟ Firenze – Bologna ขบวน Frecciargento ราคา 25 ยูโร ส่วนขบวน Frecciarossa ราคา 15 ยูโร) เรายอมเลือกขบวนที่แพงกว่าเพราะเวลาลงตัวกว่าครับ

เช็คเวลาและราคาตั๋วรถไฟได้ที่ Italy train

34

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต