MOROCCO เที่ยวเองได้ ไม่ต้องเช่ารถขับ ตอนที่ 3 “Fez” เมืองแห่งการหลงทางอันน่าหลงใหล

ประเทศที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่สุดแห่งหนึ่งในโลกคือ “โมร็อกโก”

ตั้งแต่ก่อนมา Fez เราคิดว่าเมืองนี้สะท้อนภาพตัวตนของโมร็อกโกได้ชัดเจนที่สุด พอได้มาสัมผัสเองก็รู้สึกว่าตัวเองคิดถูกต้องแล้วจริงๆ

เราได้เห็นชีวิตจริงๆ ของชาวบ้านที่ต้องทำมาหากิน พ่อค้าร้องเรียกขายของ แม่ค้าในตลาด คนใช้แรงงานขนของ คนทำเครื่องหนัง มันคือความดิบ ความเรื้อน ความเละ แต่มีเสน่ห์แบบที่รู้สึกอยากถ่ายรูปไปซะทุกที่ ถ้าไปเที่ยวเองแล้วจะรับรู้สิ่งนี้ได้แน่นอนครับ

สองวันแรกของทริปเราไปเที่ยวเมือง Casablanca และ Marrakech มา ส่วนวันที่ 3-5 ซื้อทัวร์ท้องถิ่นพาเข้าทะเลทราย Sahara ขี่อูฐและนอนแคมป์ดูดาว เนื้อหาอยู่ในรีวิว 2 ตอนนี้ครับ
MOROCCO เที่ยวเองได้ ไม่ต้องเช่ารถขับ ตอนที่ 1 “Casablanca – Marrakech” ชมมัสยิดอลังการ เดินตลาดเมืองแขก ก่อนเข้าทะเลทรายซาฮารา
MOROCCO เที่ยวเองได้ ไม่ต้องเช่ารถขับ ตอนที่ 2 “Sahara” ขี่อูฐรอนแรมในทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เมื่อวานเราเดินทางจากทะเลทรายซาฮารามาถึง Fez (Fès) ตอนค่ำ ค้างคืนที่เมืองนี้

ดูแผนที่เส้นทางของทริปประกอบนะครับ

photo credit: moroccowhynot.com

วันที่ 6

ตื่นเช้ามารับประทานอาหารที่ Dar Bouanania เมื่อคืนเราพักที่นี่ ห้องเราอยู่ชั้นล่างเลย ห้องพักดี มีห้องน้ำในตัว โถงตรงกลางตกแต่งสวยมาก ทำเลดีเดินจาก Bab Boujloud (Blue Gate) แค่ 250 เมตร ราคาถูกสุดๆ อีกต่างหาก ห้องนี้แค่ 35.75 ยูโร ต้องจ่ายเป็นเงินสดครับ

Fez หรือ Fès (فاس) คือเมืองใหญ่อันดับที่ 2 ของโมร็อกโก รองจาก Casablanca เฟซได้รับฉายาว่า “Mecca of the West” และ “Athens of Africa”

ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ Idrisid ซึ่งปกครองราชอาณาจักรโมร็อกโกตั้งแต่ปีค.ศ. 788-974

Fès มี Médina de Fès หรือเขตเมืองเก่า 2 เขตอยู่ติดกันคือ Fès el Bali (فاس البالي) หรือ Old Fez และ Fes el Jdid (New Fez)
Fès el Bali มีขนาดใหญ่กว่าและเก่าแก่กว่า Fes el Jdid ว่ากันว่าเป็นเขตปลอดรถที่ใหญ่ที่สุดในโลก

องค์การ UNESCO ขึ้นทะเบียนเมืองเก่าเฟซเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปีค.ศ. 1981

photo credit: www.researchgate.net

จุดเที่ยวหลักๆ อยู่ในเขต Fès el Bali (Old Fez) ซึ่งกว้างใหญ่มาก มีประตูทางเข้าออกเมืองเก่าหลายทาง ขอแนะนำให้เลือกที่พักที่เดินหาได้สะดวก ที่พักที่อยู่กลางๆ Fès el Bali จะไกลจากประตูเมือง หาค่อนข้างยาก และไม่เหมาะกับคนที่ใช้กระเป๋าลาก เพราะฉะนั้นจึงควรเลือกที่พักที่อยู่ใกล้ประตูเมืองหลักคือ Bab Boujloud (Blue Gate), Bab Rcif

photo credit: www.fez-riads.com

เรามีเวลาเที่ยวเฟซไม่ถึง 1 วันเต็มจึงเดินเที่ยวได้แค่ในเขต Fès el Bali โดยตัด Dar al-Makhzen (دار المخزن‎) หรือ Palais Royal (القصر الملكي‎) พระราชวังหลวงซึ่งยังคงใช้เป็นที่ประทับของกษัตริย์โมร็อกโกที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า Fes el Jdid ออกจากโปรแกรม (ระยะทาง 1.8 กม. จาก Bab Boujloud) เพราะพระราชวังไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม ถ้าไปก็ถ่ายรูปได้แค่หน้าประตูทางเข้าเท่านั้น

เดินเที่ยวในเมืองเก่า Fès el Bali

คนที่มาเที่ยวเมืองนี้มักจะจ้างไกด์ท้องถิ่นให้พาเดินเที่ยวในเมืองเก่า หาได้แถวประตูเมือง Bab Boujloud (Blue Gate) ค่าไกด์คนละ 5 ยูโร เพราะเฟซได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการหลงทาง ตรอกซอกซอยในเมืองเก่ามีเยอะมากกกก ทางข้างในงงยังกะอยู่ในเขาวงกตเลย แต่เราคือ “เที่ยวเอง” นะ 555 ต้องเดินเองสิ ศึกษาเส้นทางมาอย่างดีแล้ว ใช้ Google map ประกอบช่วยได้พอสมควรเลย

10 โมง ออกจากที่พัก Dar Bouanania ในเขต Fès el Bali เดินผ่านตลาดสดไป Bab Chorfa ประตูเมืองทางทิศตะวันตกของ Fès el Bali (ระยะทาง 400 เมตร)

ระหว่างทางเดินแคบๆ ที่วุ่นวายด้วยคนซื้อคนขายของในตลาด มีซอยแคบๆ ขายงานฝีมือพื้นเมืองสีสันฉูดฉาดสวยดี แวะเข้าไปถ่ายรูปเล่นซะหน่อย

Bab Chorfa (باب الشرفاء) คือประตูทางเข้าไปยัง Kasbah An-Nouar หรือ Kasbah Filali ป้อมกำแพงเมืองซึ่งเป็นคุกทหารเก่า ชื่อมีความหมายว่า citadel of the flowers

เดินกลับเข้าประตูเมือง ตรงไปหน่อยมีทางแยกขวามือไปยัง Bab Boujloud (باب أبي الجنود) หรือ Bab Abi al-Jounoud (Blue Gate) ประตูหลักทางทิศตะวันตกของเมืองเก่า Fès el Bali

ก่อน 4 โมงเย็นเราจะกลับมาเรียกแท็กซี่ตรงนี้ไปสถานีรถบัส

ถ้าจะจ้างไกด์พาเดินเที่ยวในเมืองเก่าก็หาได้แถวนี้ ใครจะแลกเงินก็ทำได้ที่นี่

มองเข้าประตูไปก็เห็นหอคอยของ Madrasa Bou Inania (المدرسة أبو عنانية بفاس) หรือ Bu Inaniya คือวิทยาลัยสอนศาสนาอิสลามที่ก่อตั้งระหว่างปีค.ศ. 1351-1356

เดินกลับเข้า Bab Boujloud เดินไปทาง Madrasa Bou Inania ตรงตามทางไปเรื่อยๆ เข้าประตูนี้ไป (เกือบถึง Hôtel Lamrani ใน Google map)

 ตรงตามถนนแคบๆ ชื่อ Rue Talaa Sghira ตลอดสองข้างทางเรียงรายด้วยร้านขายของพื้นเมือง แวะดูไปดูมาได้รองเท้าหนังแท้แบบโมร็อคคันเอาไปใส่เก๋ๆ ที่ Chefchaouen จนได้ แถวนี้มีบ่อน้ำที่ทำไมต้องตกแต่งให้สวยงามวิจิตรขนาดนี้ด้วย

ตรงลูกเดียวจนเจอทางแยก ให้ลอดโค้งประตูเตี้ยๆ ที่เหมือนจะเป็นทางตัน อีกไม่ไกลก็ถึง Médersa Attarine (Medrassa Attarine) หรือ Al Attarine Madrasa (مدرسة العطارين)

เลี้ยวขวาไปนิดมีซอยแคบๆ ซ้ายมือเข้าไปยัง Université Al Quaraouiyine

Université Al Quaraouiyine (جامعة القرويين) หรือ University of al-Qarawiyyin (University of Al-Karaouine) มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังทำการเรียนการสอนอยู่จนถึงปัจจุบัน ก่อตั้งโดย Fatima al-Fihri ในปีค.ศ. 859 หรือเมื่อ 1,160 ปีก่อน

ปกติน่าจะเปิดให้คนที่ไม่ใช่มุสลิมเข้าชมได้ แต่วันนี้มีจัดพิธีอะไรสักอย่างเลยปิดช่วงเช้า เปิดอีกทีตอนบ่ายสองซึ่งเราเดินกลับมาไม่ได้แล้ว ถ่ายรูปมาได้แค่นี้แหละ

แถวนี้เป็นที่ตั้งของ Zaouia Moulay Idriss II คือ zaouia (zawiya) โรงเรียนหรือศาสนสถานของศาสนาอิสลามเป็นสถานที่ฝังพระศพของกษัตริย์ Idris ที่ 2 แห่งราชอาณาจักรโมร็อกโก (ระยะทางจาก Blue Gate ประมาณ 1.3 กม.) แต่หน้าตาอาคารแต่ละหลังมันคล้ายๆ กันจนแยกไม่ออกว่าคืออะไรกันแน่และบางที่เข้าได้แค่ชาวมุสลิมเท่านั้นด้วย 

เดินต่อตามซอยนั้นไปตามทางบังคับ ผ่านร้านโคมไฟสวยๆ ทะลุไปออกที่ Place Sffarine (ساحة الصفارين) หรือ Place Seffarine จัตุรัสเล็กๆ ทางตะวันออกของ Fès el Bali

เดินเข้าซอกแคบๆ นี้ แป๊บเดียวก็โผล่ไปเจอแม่น้ำ Oued Bou Khrareb แถวนี้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกัน

เดินไปทางหอคอยของมัสยิด Mosquée R’cif

ตรงนั้นคือ Place R’cif จัตุรัสใหญ่ซึ่งมีประตูเมืองสำคัญอีกแห่งชื่อ Bab Rcif จะเรียกแท็กซี่ไปไหนก็เรียกแถวนี้ได้เลย

ต่อไปเราจะเดินไปโรงฟอกหนัง Tannerie Chouara

เดินกลับเข้าประตูเมือง พยายามเดินไปทางทิศเหนือตามแนวแม่น้ำ Oued Bou Khrareb (ฝั่งขวาของแม่น้ำ) อธิบายทางยากนิดนึงครับ พอเห็นอาคาร Lalla Yeddouna (Fez Heritage Center) ก็ใกล้จะถึงแล้ว

โรงฟอกหนังอยู่อีกฝั่งแม่น้ำ แถวนี้เหม็นกลิ่นหนังสัตว์มาก ต้องกลั้นหายใจเดินเลยทีเดียว

ข้างทางมีร้านขายเครื่องหนังเยอะแยะ คนที่ร้านก็จะเชิญชวนให้เข้าร้านและบอกว่าจะพาขึ้นไปดาดฟ้าชมภาพเอกลักษณ์ของเมืองเฟซคือ Tannerie Chouara เค้าจะให้ใบมิ้นท์มาดมเพื่อช่วยลดความฉุนของกลิ่นหนังสัตว์

พอเราถามค่าเข้าเท่าไหร่? เค้าจะบอกว่าแล้วแต่จะให้ แต่ก็จะอธิบายวิธีการทำหนังและพยายามโชว์สินค้าให้ดู คือขายของนั่นแหละ ถ้าเราไม่ซื้อก็ให้ปฏิเสธไป แต่ก็ควรให้ค่าขึ้นไปถ่ายรูปเล็กน้อย เราให้ไปคนละ 10 MAD เอง 555

Chouara Tannery คือ 1 ใน 3 โรงฟอกหนังของเฟซซึ่งเป็นโรงที่ใหญ่ที่สุด สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 เฟซผลิตสินค้าเครื่องหนังส่งออกไปขายทั่วโลก ปัจจุบันเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญที่สุดของเมือง

จากมุมที่เห็นนี้ ต้องหาทางเดินไปที่บ้านทางขวาของภาพ แปลว่าต้องเดินเลียบแม่น้ำกลับไปเข้าถนนด้านหลังอาคาร Lalla Yeddouna (Fez Heritage Center) แล้วเลี้ยวขวาเดินตามถนนแคบๆ จ่ายเงินอีกนิดหน่อยลองขึ้นดาดฟ้าไปดู Tannery จากตึกฝั่งซ้ายของแม่น้ำ สรุปคือขึ้นตึกแรกแหละสวยแล้ว

จากตรงนี้สามารถเดินอีกทางกลับไปยัง Médersa Attarine ระยะทางประมาณ 450 เมตร แล้วเดินตามเส้นทางเดิมกลับไปที่ประตูเมือง Bab Boujloud (Blue Gate)

แต่เราจะเดินไปขึ้นจุดชมวิวมุมสูงของเมืองจาก Tombeaux Mérinides (Marinid Tombs) จึงต้องเดินต่อไปทางทิศเหนือลัดเลาะตามซอกซอยไปออกประตูเมืองทิศเหนือของ Fès el Bali ชื่อ Bab Guissa (باب الكيسة) ซึ่งมีป้ายชี้บอกทางไปอยู่ ตอนเดินก็ต้องคอยดู Google map เป็นระยะๆ ด้วยเพราะทางช่วงนี้ประมาณ 600 เมตร พอถึงที่โล่งที่มีทางแยกขึ้นเนินขวามือกับตรงไป ตาม Google map ทางไป Bab Guissa น่าจะต้องเดินไปทางขวา แต่ทำไมป้ายชี้บอกทางให้ตรงไป

ผมพูดภาษาฝรั่งเศสได้นิดหน่อยจึงลองถามคนแถวนั้นว่าไป Bab Guissa ทางไหนกันแน่ ชายหนุ่มเลยบอกให้เด็กชายช่วยพาเดินไป สรุปต้องเดินขึ้นเนินเตี้ยๆ ทางขวามือซอกแซกเลี้ยวขวาเลี้ยวซ้ายยังไงบ้างจำไม่ได้ไกลเหมือนกันกว่าจะถึงประตูเมือง

photo credit: www.fez-riads.com

ออกประตู Guissa ไปที่ถนนใหญ่ ผมบอกน้องว่าจะไป Tombeaux Mérinides (Marinid Tombs) น้องเลยพาเดินไปโดยเลี้ยวซ้ายเดินไปไม่ไกล พอพ้นทางโค้งขวาก็เห็นซากป้อมโบราณอยู่บนเนินไม่สูง ให้เศษเหรียญค่าขนมน้องไปเกือบ 5 ยูโร

เดินขึ้นไปที่ Tombeaux Mérinides (قبور المرينيين) หรือ Marinid Tombs เพื่อถ่ายรูปเมืองเก่า Fès el Bali ทั้งเมือง สิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นและเปรียบเสมือนหัวใจของเมืองเฟซก็คือ Université Al Quaraouiyine (University of Al-Karaouine) ที่เราเข้าชมไม่ได้ นั่นเอง

ลงจากป้อม ข้ามถนนไปรอโบกแท็กซี่ไปส่งที่ Bab Boujloud (Blue Gate) แท็กซี่เป็นคันสีแดง (petit taxi) เหมือนที่คาซาบลังกา มีคนนั่งอยู่แล้วก็โบกได้ ถ้าไปทางเดียวกันก็ไปด้วยกันได้ ระยะทางช่วงนี้กิโลนิดๆ ค่ารถ 20 MAD

เกือบบ่ายสาม หาร้านอาหารจีนแถวนี้กินบ้าง เบื่ออาหารแขกแล้ว

เดินประมาณ 200 เมตรกลับที่พักไปเอากระเป๋าที่ฝากไว้ แล้วจ้างคนเข็นรถขนกระเป๋าเดินทางใหญ่เข็นกลับไปที่ประตู Boujloud (Blue Gate) ด้วยความรีบเลยลืมถามราคาก่อน โดนโขกค่าเข็นไป 50 MAD เฉย แพงเยอะเลย

เรียกแท็กซี่ไปสถานีรถบัส Gare Voyageurs CTM (ستيام) หรือ CTM Bus Station ในเขตเมืองใหม่ (Ville Nouvelle) ระยะทาง 4.5 กม. ต่อราคาแท็กซี่จาก 70 เหลือ 45 MAD (จริงๆ ควรได้ 30 MAD)

(Gare routière Principale คือสถานีรถบัสท้องถิ่นเป็นรถวิ่งไม่ไกลไปเมือง/หมู่บ้านแถบนี้เท่านั้น)

ไป Chefchaouen (شفشاون)

รถบัส CTM จะออกตอน 16.15 น. (รอบก่อนหน้าคือ 14.00 น.)

เราซื้อตั๋วออนไลน์ทาง www.ctm.ma ไว้ล่วงหน้าแล้ว แนะนำให้ซื้อก่อนเพราะเป็นเส้นทางยอดฮิต ตั๋วรถบัสรอบนี้ราคา 80 MAD (ประมาณ 260 บาท)

เข้าไปในอาคารเข้าคิวชั่งน้ำหนักกระเป๋าและจ่ายเงินเพิ่ม 10 MAD รับ tag กระเป๋า แล้วเดินไปขึ้นรถที่ชานชาลา

ถ้าใครไม่ไป Chefchaouen ต่อ (จาก Chefchaouen กลับไป Casablanca ค่อนข้างยาก) สามารถนั่งรถไฟจากสถานี Gare de Fès (Fes Station) ซึ่งห่างจากสถานีรถบัส CTM 2.4 กม. กลับ Casablanca เลย หรือจะแวะเที่ยวเมือง Meknès ก่อนก็ได้

photo credit: www.intrepidtravel.com

นั่งรถบัส 4 ชั่วโมง 15 นาที ก็ถึงสถานีรถบัส CTM, Chefchaouen ตอน 2 ทุ่มครึ่ง

ตอนแรกเราจองห้องพักไว้ที่ Casa Annasr (Dar Annasr) ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถบัสเลย ตอนเช้าค่อยนั่งแท็กซี่เข้าไปเที่ยวในเมือง ตัดบัตรเครดิตเก็บเงินค่าห้องพักแพงด้วย 950 MAD (3,070 บาท) ไปก่อนตั้งนานแล้ว อยู่ๆ มีอีเมลส่งมาบอกว่าตัดบัตรเราไม่ได้ตอนเกือบเที่ยงคืนที่เฟซ ขอยกเลิกการจองซะงั้น แบบนี้มันโกงกันนี่หว่า เราต้องหาที่พักใหม่ทันทีเพราะคืนต่อไปต้องไปค้างที่ Chefchaouen กลับเมืองไทยค่อยโวยวายกับ booking.com ขอตังค์คืนเต็ม

สรุปได้โรงแรม Hôtel Sevilla (Alilti Fatima) อยู่ที่ถนนหลักนอกเขตเมืองเก่า Chefchaouen นิดหน่อย เจอโขกค่าแท็กซี่จากสถานีรถบัสไป 30 MAD (90 กว่าบาท) ราคาจริงๆ ไม่เกิน 20 MAD ระยะทางแค่กิโลครึ่งเอง

ค้างคืนที่ Chefchaouen

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต