เที่ยวเองไกด์ Scotland, UK ตอน “Edinburgh” มนต์ขลังแห่งดินแดนสก็อต

เที่ยวเอง รีวิว เอดินเบอระ เอดินบะระ สก็อตแลนด์ edinburgh scotland united kingdom

“อังกฤษ” อีกครั้ง ต้องขึ้นเหนือไป “สก็อตแลนด์”

Edinburgh คือเมืองหลวงที่ 50 ของยุโรปที่เราเขียนรีวิวให้ทุกคนอ่านครับ

เมืองหลวงของสก็อตแลนด์แห่งนี้เป็นอีกเมืองในยุโรปที่ไม่ควรพลาดมาเยือนจริงๆ
ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวออกจากสถานีรถไฟกลางก็สัมผัสได้ถึงมนต์ขลังที่รอต้อนรับเราอยู่ทันทีครับ

เรามาถึง Edinburgh โดยรถไฟซึ่งเข้าจอดที่สถานีรถไฟ Edinburgh Waverley

เช็คตารางเวลารถไฟจากเมืองต่างๆ ของสหราชอาณาจักรและซื้อตั๋วได้ที่ www.nationalrail.co.uk

ถ้ามาทางเครื่องบิน เดินทางเข้าตัวเมือง Edinburgh โดยรถบัส Airlink สาย 100 ที่มีรถให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ใช้เวลา 35 นาทีถึงสถานีรถไฟ Edinburgh Waverley ค่ารถ 4.50 GBP

อ่านข้อมูลวิธีการเดินทางอื่นได้ที่ www.edinburghairport.com

ที่พักของเราอยู่ใน Old Town ซึ่งอยู่บนเนินเขาเหนือสถานีรถไฟ

ออกจากสถานีรถไฟทาง Waverley Bridge ก็เห็น Scott Monument อนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ Sir Walter Scott นักเขียนชาวสก็อตเจ้าของผลงานวรรณกรรมที่สร้างชื่อเสียงให้กับชาวสก็อตอย่างมาก อนุสาวรีย์ที่เป็นหอสูงกว่า 60 เมตรนี้เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างให้บุคคลคนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เดินไปทางซ้ายจนถึงวงเวียนเล็กๆ แล้วเลี้ยวขวาเดินขึ้นเนินตาม Market Street พอถึงทางแยกใหญ่ มองลงไปทางขวามือก็เห็น Scottish National Gallery (National Gallery of Scotland) อาร์ทแกลเลอรีในอาคารสไตล์นีโอคลาสสิกที่ออกแบบโดย William Henry Playfair เปิดให้คนทั่วไปเข้ามฟรีมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1859

พอเห็นอาคาร New College ของมหาวิทยาลัยเอดินเบอระห์ก็เลี้ยวซ้ายเดินขึ้นทางชันต่อ

ตรงไปจนสุดทางแล้วเลี้ยวขวาเข้า St Giles’ Street เดินไปยังตึกเก่าที่หัวมุมถนน ด้านข้างตึกคือประตูทางเข้า Airbnb ที่ใช้ชื่อว่า Royal Mile Apartment

ส่วนฝั่งตรงข้ามถนน High Street คือ St Giles’ Cathedral

โฮสชื่อ Lily แจ้งรหัสเปิดตู้เอากุญแจไปเปิดห้องพักได้เลย ที่พักอยู่ที่ถนนท่องเที่ยวหลักของเมืองเก่าเลย ทำเลดีสุดๆ แต่ห้องอยู่ชั้น 2 ของตึก ตึกนับชั้นใต้ดินด้วย เท่ากับเราต้องยกกระเป๋าเดินทางหนักขึ้นบันได 3 ชั้น เล่นเอาหอบเหมือนกัน

แต่พอเปิดประตูห้องปุ๊บก็หายเหนื่อยเลย ห้องสวยมาก คลาสสิก เหมือนย้อนไปอยู่ในยุควิคตอเรีย 555

หาและจองที่พักใน Edinburgh ได้ที่ www.airbnb.com

เดินเที่ยวทั่วเมือง Edinburgh

เมืองหลวงของสก็อตแลนด์แห่งนี้เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ยุคกลาง ภูมิประเทศมีภูเขาอยู่กลางเมืองซึ่งเป็นทำเลที่ได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ บนยอดเขาเป็นที่ตั้งของปราสาทเอดินเบอระห์ รอบๆ ภูเขาสร้างเป็นคูเมืองเพื่อประโยชน์ทางการทหาร ทั้งเมืองเก่าและเมืองใหม่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ. 1999

photo credit: www.orangesmile.com

ออกจากที่พัก เดินไป St Giles’ Cathedral (High Kirk of Edinburgh) มหาวิหารเก่าแก่อายุเกือบ 900 ปีที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1124 เพื่อเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ชื่อของวิหารตั้งตามชื่อของนักบุญที่ให้ความอุปถัมภ์เเก่ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ปัจจุบันเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์นิกายเพรสไบทีเรียน (Presbyterianism) แห่งสก็อตเเลนด์

เวลาเดินเที่ยวในเมืองเราก็จะเลือกใช้กระเป๋าที่เข้ากับความเป็นเมืองนั้นๆ เสมอ ถ้าไปเดินป่าเดินเขาก็จะเลือกใช้กระเป๋าที่ให้ลุคสมบุกสมบัน

ที่เอดินเบอระห์ เราใช้แบรนด์ pacsafe กระเป๋าที่จะสะพายพาดบ่าหรือหิ้วก็ดูดีและเหมาะสำหรับเที่ยวแบบ urban ทั้งในเมืองโมเดิร์นและเมืองเก่าคลาสสิก นอกจากดีไซน์จะเรียบเท่แล้ว คุณภาพยังดีมากๆ อีกด้วย ทนทาน กันน้ำได้ระดับหนึ่ง ไม่ต้องกลัวเปียกฝน แถมใส่ของได้เยอะ ข้างในมีช่องย่อยๆ เยอะ ทำให้แยกเก็บของได้เป็นระเบียบ มีตัวล็อคซิปหลักช่วยให้ถูกขโมยของได้ยาก แต่ด้านนอกมีช่องซิปที่ใช้ใส่ของที่ต้องหยิบใช้บ่อยๆ ได้สะดวก

หาซื้อได้ที่ร้าน URBAN AKTIVE ชั้น 2 ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า, สาขาเซ็นทรัลบางนา, ลาดพร้าว เซ็นทรัลเวิลด์ และร้าน pacsafe เซ็นทรัลพระราม 3 นะครับ

หันหน้าเข้าหาวิหารเซนต์ไจลส์ ถ้าเลี้ยวขวาคือทางเดินไป Edinburgh Castle แต่เราเลือกเดินไปทางซ้ายก่อนไปยังอาคารเยื้องกับวิหารซึ่งเรียกว่า Edinburgh City Chambers อาคารโบราณที่สร้างในช่วงปีค.ศ. 1753-1761 เพื่อเป็น Royal Exchange ปัจจุบันเป็นที่ประชุมสภาเมืองเอดินเบอระห์

เลี้ยวขวาเข้าถนนด้านหลัง St Giles’ Cathedral ตรงไปยัง Parliament Square จัตุรัสกลางเมืองเก่าซึ่งเป็นที่ตั้งของ Parliament House หรือรัฐสภาเก่าเอดินเบอระห์ซึ่งใช้เป็นที่ประชุมสภาของสก็อตเเลนด์มาตั้งเเต่ปีค.ศ. 1639-1707 เมื่ออังกฤษเเละสก็อตเเลนด์รวมกัน นักการเมืองของสก็อตเเลนด์จึงต้องย้ายไปทำงานที่กรุงลอนดอน อาคารหลังนี้จึงถูกทิ้งร้างก่อนจะได้รับการปรับปรุงเป็นอาคารศาลสูงของสก็อตแลนด์ (Supreme Courts of Scotland)

เดินกลับไปที่ High Street เลี้ยวขวาเดินไปทางยอดแหลมของ Royal Mile Market แล้วเลี้ยวขวาที่สี่แยกใหญ่เข้าถนน South Bridge

ตรงไปหน่อยก็เห็นโดมของ Old College อาคารหนึ่งของ University of Edinburgh ปัจจุบันเป็นอาคารฝ่ายบริหารของ Edinburgh Law School (ระยะทางราว 300 เมตร)

เดินกลับไปที่ St Giles’ Cathedral ตรงต่อไปทางทิศตะวันตกเข้าถนน Lawnmarket ผ่านอาคารศาลสูงและ Museum on the Mound ไปยังหอสูงของ The Hub ที่ต้นถนน Castlehill

ตรงต่ออีกไม่ไกลก็ถึง Esplanade ลานกว้างด้านหน้า Edinburgh Castle ป้อมปราสาทอันเเข็งเเกร่งในยุคกลางที่สร้างบนเขา Castle Rock เพื่อป้องกันการรุกรานของพวกไวกิ้ง ต่อมาได้พัฒนาจนกลายเป็นพระราชวังหลวงและเป็นฐานทัพสำคัญอีกด้วย

เดินเข้าประตูใหญ่ (Gatehouse) ของปราสาทก็จะเห็นรูปปั้นของ Robert the Bruce วีรบุรุษท่านหนึ่งของชาวสก็อต เเละ Sir William Wallace ผู้พยายามปลดแอกสก็อตเเลนด์ในสมัยศตวรรษที่ 14

เดินเข้าไปจนถึงจุดขายตั๋ว

ถ้าซื้อตั๋วเข้าชมก็จะสามารถเดินขึ้นไปยัง Argyle Battery ป้อมปืนใหญ่ One O’Clock Gun ซึ่งจะมีการยิงปืนใหญ่ทุกวันในเวลา 13.00 น. เพื่อให้สัญญาณบอกเวลาเเก่เรือที่ท่าเรือ Leith

แต่วันที่เราไปเจ้าหน้าที่บอกว่าวันนี้ปราสาทปิดเร็วกว่าปกติ ให้ซื้อตั๋วแล้วเข้ามาชมอีกทีตอน 9 โมงครึ่งวันพรุ่งนี้ รถบัสจะออกตอน 11 โมงเช้า เราจึงต้องขอบายไปตามระเบียบ

ปราสาทเปิดให้เข้าชมทุกวัน 09.30-17.00 น. ช่วงวันที่ 1 เม.ย.-30 ก.ย. ปิด 18.00 น. ต้องเข้าชมก่อนเวลาปิด 1 ชั่วโมง

ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่อายุ 16-59 ปี ราคา 19.50 GBP ถ้าซื้อออนไลน์ 17.50 GBP

เช็คเวลาเปิด-ปิดได้ที่ Edinburgh Castle opening hours
อัพเดทค่าเข้าชมได้ที่ Edinburgh Castle entrance fee

ภายใน Royal Palace ของ Edinburgh Castle ประกอบด้วยห้องต่างๆ มากมาย เช่น Great Hall ที่ใช้สำหรับจัดงานเลี้ยงต่างๆ ห้องถัดไปเป็นห้องสำคัญเพราะเป็นห้องที่พระราชินีแมรี่แห่งสก็อตให้กำเนิดพระโอรสคือพระเจ้าเจมส์ที่ 6 ซึ่งต่อมาพระองค์เป็นผู้ที่สามารถรวมบัลลังก์อังกฤษและสก็อตแลนด์เข้าด้วยกันในปีค.ศ. 1603 ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคืออัญมณีที่ประดับบนมงกุฎของกษัตริย์สก็อตเเลนด์เเละส่วน Stone of Destiny ซึ่งเป็นห้องประกอบพิธีราชาภิเษกมานานหลายร้อยปี

ออกจากปราสาท เดินตามเส้นทางเดิมหาทางลงซ้ายมือไปยังสวน Princes Street Gardens ข้างล่าง

เดินลงเนินไปยังอาคาร Scottish National Gallery และ Royal Scottish Academy

เลี้ยวซ้ายเข้าไปใน Princes Street Gardens เพื่อถ่ายรูปมุมเอกลักษณ์ที่เห็นปราสาทอยู่บนเนินเขาจาก Ross Fountain

เลยน้ำพุไปเป็นที่ตั้งของ Parish Church of St Cuthbert โบสถ์เก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1894

เดินขึ้นเนินออกนอกรั้วสวนไปยัง Princes Street เลี้ยวขวาเดินตามถนนสายหลักหนึ่งของเมืองตรงยาวไปทาง Scott Monument (ระยะทางราว 700 เมตร)

จาก Scott Monument ถ้าเดินตรงต่อตาม Princes Street อีกราว 600 เมตรก็จะถึงทางขึ้นเขา Calton Hill ซึ่งเป็นจุดชมวิวมุมสูงของเมืองช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและก่อนพระอาทิตย์ตก

เหลือเวลาอีกประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งกว่าพระอาทิตย์จะตก (ต้นเดือนพ.ค. พระอาทิตย์ตกเกือบ 3 ทุ่ม) งั้นเดินไปยังจุดเที่ยวไกลสุดด้วยละกัน (ถ้าขี้เกียจเดินก็ตัดออกจากแผนได้ครับ) และกินข้าวเย็นก่อนขึ้น Calton Hill

เลี้ยวขวาเดินผ่านหน้าสถานีรถไฟ Edinburgh Waverley จนถึงวงเวียนเล็กๆ (ที่เดิมกับตอนเดินไปที่พัก) คราวนี้เดินตรงขึ้นทางลาดของ Cockburn Street สุดถนนก็กลับไปที่ High Street อีกครั้ง เลี้ยวซ้ายเดินผ่าน Royal Mile Market ตรงยาวประมาณ 800 เมตรก็เห็น The Queen’s Gallery และด้านหลังของ Scottish Parliament Building

photo credit: www.orangesmile.com

เลี้ยวขวาเดินไปยังด้านหน้า Scottish Parliament Building (Scots Pairlament Biggin) อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ของสก็อตแลนด์ที่แยกออกจากรัฐสภาของอังกฤษ โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จเป็นประธานในพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2004

เดินกลับไปที่ The Queen’s Gallery เลี้ยวขวาไปอีกนิดก็ถึง Palace of Holyroodhouse (Holyrood Palace) คือที่ประทับของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และราชวงศ์อังกฤษในสก็อตแลนด์

เดินกลับไปที่วงเวียนเล็กๆ ตรง The Queen’s Gallery เลี้ยวขวาแล้วแยกซ้ายไปเข้า Calton Road ตรงตามแนวกำแพงเก่าไปลอดใต้ทางรถไฟ เดินตามเส้นทางไปเรื่อยๆ จนลอดโค้งประตูใหญ่ขึ้นเนินแล้วเลี้ยวขวาเดินขึ้นทางชันของถนน Calton Hill ไม่ไกลก็ออกไปเจอถนนใหญ่ (ระยะทางรวมประมาณ 1.25 กิโลเมตร)

ฝั่งตรงข้ามถนนเป็นที่ตั้งของ St. Andrew’s House (SAH) หรืออาคาร Scottish Government ที่ทำการรัฐบาลสก็อตแลนด์

ขึ้นบันไดทางซ้ายมือไปบน Calton Hill เนินเขาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเก่า

บนเขาเป็นที่ตั้งของสิ่งก่อสร้างสำคัญๆ เช่น

Nelson Monument หอคอยอนุสรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่พลเรือโท Horatio Nelson แห่งกองทัพเรือสหราชอาณาจักรที่สามารถเอาชนะกองทัพฝรั่งเศสและสเปนใน Battle of Trafalgar เมื่อปีค.ศ. 1805

National Monument of Scotland อนุสรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อสดุดีวีรกรรมของเหล่าทหารสก็อตและลูกเรือที่เสียชีวิตในสงครามนโปเลียน ออกแบบโดย Charles Robert Cockerell และ William Henry Playfair ในช่วงปีค.ศ. 1823-1826 ให้คล้ายวิหาร Parthenon แห่งกรุงเอเธนส์ โดยตั้งใจให้เป็น “A Memorial of the Past and Incentive to the Future Heroism of the Men of Scotland”

City Observatory (Calton Hill Observatory) หอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ที่สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1776 แต่ปิดใช้งานแล้วเมื่อปีค.ศ. 2009

Dugald Stewart Monument อนุสรณ์แด่ Dugald Stewart นักปรัชญาชาวสก็อต

มุมถ่ายรูปเอกลักษณ์ของเอดินเบอระห์ถ่ายจากตรงนี้ครับ

มืดสนิทแล้ว เดินลงเขากลับไปที่เดิม เลี้ยวขวาเดินตามถนนใหญ่ชื่อ Waterloo Place ตรงไปราว 300 เมตรก็ถึงอาคารวิจิตรของโรงแรม The Balmoral เลี้ยวซ้ายเข้าถนน North Bridge ข้ามสะพานเหนือสถานีรถไฟตรงไปไม่ไกลก็เห็น Royal Mile Market เลี้ยวขวาเดินตาม High Street กลับที่พัก

ค้างคืนที่ Edinburgh

วันรุ่งขึ้น

เราจะเดินทางไป Northern Ireland โดยข้ามเรือจากท่าเรือ Cairnryan ทางตะวันตกของสก็อตแลนด์ ไปลงที่ท่าเรือ Belfast เมืองหลวงของไอร์แลนด์เหนือ

ข้อมูลวิธีการเดินทางจะเขียนบอกในรีวิวตอนหน้า “Northern Ireland” นะครับ

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต