โครเอเชียน่า “เที่ยวเอง” ไม่เบา ตอนที่ 2 “Dubrovnik” เมืองแห่งป้อมกำแพงโบราณ บ้านหลังคาสีส้ม และทะเลสีน้ำเงินสด

เที่ยวเอง รีวิว ดูบรอฟนิค โครเอเชีย Dubrovnik Croatia
เที่ยวเอง กวาดเรียบเมืองริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และ อเดรียติก แถมบอสเนียแอนด์เฮอร์เซโกวินา อีกประเทศ

Trip map

ตอนเที่ยงครึ่งเรานั่งรถบัสมาจากเมือง Split นานกว่า 4 ชั่วโมงและมาถึง Autobusni kolodvor Dubrovnik เกือบ 5 โมงเย็น เลตจากกำหนดไปเกินครึ่งชั่วโมง

1

เที่ยวสปลิทตามรีวิวด้านล่างนี้ได้เลยครับ
โครเอเชียน่าเที่ยวไม่เบา ตอนที่ 1 “Split” ยังไงก็ต้องขอแวะเมืองนี้

ความเดิมตอนที่ผ่านมาในฝรั่งเศส โมนาโก อิตาลี และ ซานมาริโน
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 1 “Nice” เมืองตากอากาศชื่อดังสุดหรูของฝรั่งเศส
มีความชิค ริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ตอนที่ 2 “Monaco” ประเทศเล็กๆ สุดหรูหราเว่อร์วัง
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 1 “Cinque Terre” หมู่บ้านริมหน้าผาแสนน่ารักแห่งลิกูเรีย
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 2 “Pisa” ซ้ำเดิม..เพิ่มเติมคือที่ใหม่
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 3 “Florence” ซ้ำเดิม..แต่ไม่เหมือนเดิม
อิตาลีเหมือนเดิม..เพิ่มเติมคือเมืองใหม่ ตอนที่ 4 “Bologna” เมืองมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดในยุโรป
เที่ยวเองประเทศแปลก “San Marino” รัฐอิสระอายุกว่า 1,700 ปี

Autobusni kolodvor Dubrovnik (Central Bus Station) หรือสถานีรถบัสกลางของดูบรอฟนิคอยู่ที่ถนน Obala Pape Ivana Pavla II ในเขต Kantafig ทางทิศเหนือของเขตเมืองเก่าดูบรอฟนิค ห่างออกไปราว 3 กิโลเมตร

2

เราต้องนั่งรถเมล์เข้าไปยังประตูทางเข้าเมืองเก่าอีกประมาณ 10 นาที รถเมล์ก็ไม่ได้ออกบ่อยด้วย เสียเวลาไปเยอะแล้ว เดี๋ยวจะเที่ยวดูบรอฟนิคก่อนพระอาทิตย์ตกไม่ทัน ผิดแผนพอสมควรเลยเพราะรถบัสเลต จึงต้องเรียกแท็กซี่ไปส่ง
ที่ประตูพิเล่ (Gradska vrata od Pila) ทางเข้าเมืองเก่าเพื่อความรวดเร็วทันใจ คนขับเรียกค่าแท็กซี่มา 90 HRK (ประมาณ 450 บาท) แต่เรารู้สึกว่าแพงไปจึงบอกว่าให้กดมิเตอร์ คนขับดูท่าทางไม่ค่อยพอใจและขอคิดค่ากระเป๋า
เดินทางใบใหญ่ด้วย สรุปโดนค่าแท็กซี่ไป 100 HRK (สตาร์ทมาก็ 27 HRK แล้ว) ไม่รู้มันแกล้งขับอ้อมหรือขับดึงเวลาให้นานรึเปล่า รู้แค่ว่ามิเตอร์ขึ้นแทบทุก 5 วิเลย หงุดหงิดมาก ตังค์ยิ่งไม่ค่อยจะมีอยู่

รีบเดินเข้า Gradska vrata od Pila (Pile Gate) ประตูเมืองเก่าฝั่งตะวันตกที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1537

3

เดินตรงตามถนน Placa-Stradun ประมาณ 200 เมตร

4

เลี้ยวซ้ายเข้าซอยเกือบสุดท้ายนิดเดียวไปเช็คอินที่ Scalini Studios เป็นสตูดิโออพาร์ตเมนท์ตกแต่งอย่างดี ทันสมัย สะอาด ห้องกว้าง เตียงใหญ่ ห้องน้ำแจ๋ว มีอุปกรณ์ให้ทำครัวครบพร้อม ห้องพักราคาอย่างถูกเมื่อเทียบกับที่อื่นๆ ใน
ดูบรอฟนิคบนทำเลที่หาง่าย ไม่ต้องขึ้นบันไดไปบนเขา อยู่ที่ถนนสายหลักของเมืองเลย ห้องนี้ราคา 67.50 ยูโร ไม่มีอาหารเช้าให้ และต้องจ่ายเป็นเงินสด แชร์ค่าห้องกันคนละประมาณ 1,300 บาทครับ เสียอย่างเดียวห้องของเราอยู่ที่ชั้น 4 (ชั้นบนสุด) ยกกระเป๋าหนักขึ้นบันไดแทบแย่สิครัช โชคดีที่เจ้าของที่พักช่วยผมยกด้วย ไม่งั้นชีวิตพัง! 55 (ที่พักในเมืองเก่าส่วนมากเป็นแบบนี้หมดครับ โรงแรมใหญ่หน่อยจะอยู่นอกเมืองเก่า ใกล้บ้างไกลบ้าง แต่ที่แน่ๆ คือแพง คืนนึงร่วมหมื่นบาทเลย)

5

6

7

มองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นวิวแบบนี้ครับ

8

ให้ข้อมูลเรื่องรถสาธารณะสำหรับเดินทางจากสถานีรถบัสกลางเข้าไปยังเมืองเก่าดูบรอฟนิคครับ
นั่งรถเมล์สาย 1A, 1B, 1C ไปลงที่ Polazna stanica หรือท่ารถที่หน้าประตู Pile ตั๋ว Karta kupljena u vozilu (ตั๋วรถเมล์ซื้อบนรถ) ราคา 15 HRK, ตั๋ว “S” karta (ตั๋วซื้อล่วงหน้าก่อนขึ้นรถ) ราคา 12 HRK

เช็คตารางเวลารถเมล์ในเมืองและชานเมืองของดูบรอฟนิคได้ที่ Dubrovnik bus timetable
เช็คเส้นทางรถเมล์และรถบัสท้องถิ่นของดูบรอฟนิคได้ที่ Dubrovnik bus lines

9
photo credit: www.dubrovnik-travel.net

อัพเดทข้อมูลค่ารถเมล์ในเมืองดูบรอฟนิค (Gradski prijevoz) ได้ที่ Dubrovnik bus fares โดยเลือก Informacije -> Cjenik -> Grad Dubrovnik

  • Karta kupljena u vozilu ตั๋วรถเมล์ซื้อบนรถ ราคา 15 HRK
  • “S” karta ตั๋วซื้อล่วงหน้าก่อนขึ้นรถ ราคา 12 HRK
  • Dnevna karta ตั๋ววันราคา 30 HRK
  • “P” karta – 20 vožnji บัตรโดยสารแบบ 20 ครั้ง ราคา 150 HRK

อัพเดทข้อมูลค่ารถเมล์ไปยังชานเมืองดูบรอฟนิค (Prigradski prijevoz) เช่น Dubac, Brgat, Buići, Plat ได้ที่ Dubrovnik suburban bus fares โดยเลือก Informacije -> Cjenik -> općina Župa Dubrovačka: Karta kupljena u vozilu ตั๋วรถเมล์ซื้อบนรถ ราคา 18 HRK

10

5 โมงครึ่งก็พร้อมเดินเที่ยวชม Grad หรือเมืองเก่า Dubrovnik แล้ว

ดูบรอฟนิคคือเมืองริมชายฝั่งทะเลอเดรียติกทางใต้ของประเทศโครเอเชีย เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศ เขตเมืองเก่าดูบรอฟนิคได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปีค.ศ. 1979 บริเวณเมืองเก่าถูกล้อมรอบด้วย Dubrovačke gradske zidine (Walls of Dubrovnik) ป้อมกำแพงเมืองโบราณที่สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 รอบตัวเมืองทุกทิศเพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึก แนวกำแพงยาวประมาณ 1,940 เมตร สูง 25 เมตร สลับด้วยหอรบ 5 หอ หอคอยทรงกลม 3 หอ และทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส และสี่เหลี่ยมผืนผ้า 12 หอ หอคอยสำคัญคือ Tvrđava Minčeta ที่มุมเมืองทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

กำแพงเมืองนี้ได้ชื่อว่ามีความมั่นคงและแข็งแกร่งที่สุดในน่านน้ำแถบนี้ในช่วงที่มีการขยายอำนาจของอาณาจักร
ออตโตมัน กำแพงเมืองที่มีความหนา 3 เมตร ได้รับการเสริมเพิ่มเติมเป็น 6 เมตร แต่ดูบรอฟนิคต้องประสบกับภัยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปีค.ศ. 1667 มีคนเสียชีวิตกว่า 5,000 คน ทำให้ตัวเมืองเสียหายมาก แต่ทว่ากำแพงยังคงอยู่ และประสบภัยอีกครั้งจากสงครามถูกถล่มโดยจรวดของกองทัพยูโกสลาเวียในปีค.ศ. 1991 แต่ความเสียหายในส่วนนี้ได้รับเงินทุนสนับสนุนในการซ่อมแซมจากองค์การยูเนสโก

11

12

ออกจากที่พักไปที่ Placa-Stradun ถนนสายหลักและถนนที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองเป็นถนนคนเดินยาวประมาณ 300 เมตรตัดผ่านเขตเมืองเก่าเชื่อมระหว่าง Gradska vrata od Pila ประตูเมืองฝั่งตะวันตกกับ Trg Luža (Luža Square)

เดินไปทางซ้ายไม่กี่ก้าวก็ถึงหน้า Gradski zvonik i luža zvonara (Bell tower and bell lounge) หอระฆังประจำเมืองที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1444 สูงเด่นอยู่ที่ Trg Luža ก่อนถึง Gradska Luka Dubrovnik (Old Harbour)

13

รูปปั้นทางขวามือคือ Orlandov stup (Orlando’s Column) ตั้งอยู่ด้าหน้าของ Crkva sv. Vlaha (Dominican Monastery Church of St. Blaise) โบสถ์ที่สร้างขึ้นใหม่ในสไตล์บาโรคหลังพังเสียหายจากแผ่นดินไหวเมื่อปีค.ศ. 1667 ที่ Trg Luža

14

15

ส่วนอาคารทางซ้ายมือคือ Palača Divona tj. Sponza (Sponza Palace) พระราชวังสไตล์โกธิค-เรอเนสซองส์ออกแบบโดย Paskoja Miličevića และสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาเอกสารโบราณสำคัญๆ รวมถึงคำจารึกเป็นภาษาละตินโบราณที่ใช้เตือนใจพ่อค้าวาณิชทางทะเล “ห้ามกระทำการโกงน้ำหนักในการซื้อขายขณะที่ท่านชั่ง/ตวงสินค้า เพราะพระเจ้ากำลังจับตาและวัดความซื่อสัตย์ของท่านอยู่”

16

เดินลอดประตูหอระฆังไปแล้วเลี้ยวซ้ายและโค้งขวาตามเส้นทางเข้าถนน Ulica Svetog Dominika เดินผ่านประตูทางเข้ากำแพงเมืองอีกแห่ง ผ่าน Crkva sv. Nikole (St. Nicholas Church) และ Crkvice Navjestenje i Sv. Luke (Chapels of Announciation and of St. Luke) ต่อเข้าถนน Ulica Vrata od Ploča ก็จะถึง Tvrđava Revelin (Fort Revelin) ป้อมกำแพงเมืองทางซ้ายมือ และ Gradska vrata od Ploča (Ploče Gate) ประตูเมืองทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

17

18

ตอนนี้เราออกนอกเขตเมืองเก่ามาแล้ว อยู่ตรงตำแหน่งเบอร์ 14 (ขวาบน) ในแผนที่ครับ

photo credit: visual.ly
photo credit: visual.ly

แถวนี้มีจุดชมวิว Gradska Luka Dubrovnik หรือท่าเรือเก่าที่มีฉากหลังเป็นบ้านเรือนหลังคาสีส้มและป้อมปราการแต่ละทิศรอบเมืองเก่า

20

21

แต่ยังไม่ใช่จุดถ่ายรูปที่ดีที่สุดครับ เราจึงเดินหาทางขึ้นเขาเพื่อหาจุดถ่ายรูปเมืองเก่าดูบรอฟนิคจากที่สูงซึ่งมีเคเบิ้ลคาร์ขึ้นสู่ยอดเขา Srđ เพื่อชมทัศนียภาพทั่วเมือได้ ค่าโดยสารแบบไป-กลับสำหรับผู้ใหญ่ราคา 108 HRK, เด็กอายุ 4-12 ปีราคา 50 HRK (ตอนนี้ขึ้นราคาแล้ว)

เดินขึ้นเขาไปที่สถานี Dubrovnik Žičara-CableCar ก็ได้ ไม่ไกลมาก หรือถ้านั่งรถเมล์ก็ลงที่ป้ายรถเมล์ Žičara มีรถเมล์สาย 5, 8, 10, 11, 16, 25, 27 ผ่าน

อัพเดทราคาได้ที่ Dubrovnik Žičara-CableCar

22

ออกประตูเมืองไป เลี้ยวซ้ายเดินขึ้นเนินโค้งของถนน Hvarska ulica ขึ้นบันไดไปจนถึงถนนเรียบเลี้ยวซ้ายไปอีกนิดก็ถึงสถานีเคเบิ้ลคาร์ Žičara ที่ถนน Ulica kralja Petra Krešimira IV

23

24

เราไม่ได้ขึ้นเคเบิ้ลคาร์เพราะไม่อยากได้ภาพมุมสูงจากยอดเขา Srđ ซึ่งอยู่สูงไกลจากเมืองเก่ามากและอยู่แนวตรงกับตัวเมืองเก่าด้วย เราอยากได้ภาพมุมเอียงที่มองเห็นด้านหน้าของท่าเรือเก่ามากกว่าครับ

เอาภาพถ่ายจากยอดเขา Srđ มาให้ดูประกอบครับ

เดินกลับไปทางที่เดินมาเมื่อกี๊ตรงตามถนน Ulica kralja Petra Krešimira IV หาเหลี่ยมถ่ายรูปมุมที่ต้องการไปเรื่อยๆ ปีนที่จอดรถชาวบ้านบ้าง ก็พอได้ภาพที่โอเคครับ

26

อีกไม่นานดวงอาทิตย์ก็จะตกแล้วยังไม่ได้เดินเที่ยวในเมืองเก่าเท่าไหร่และต้องไปถ่ายรูปตัวเมืองเก่าจากชายหาดที่ชื่อว่า Plaža Banje ก่อนด้วย ลงบันไดลงเขาอีกทางหนึ่งกลับไปที่ถนนข้างล่าง เดินริมทะเลตามถนน Ulica Frana Supila ไปจนเห็นป้าย Banje Beach

27

ลงบันไดไปที่ชายหาดข้างล่างถ่ายรูปท่าเรือเก่าและป้อมปราการรอบตัวเมืองเก่าดูบรอฟนิคก่อนพระอาทิตย์ตกซึ่งเป็นภาพที่งดงามมากๆ

28

29

30

ขึ้นบันไดเดินกลับไปที่ Gradska vrata od Ploča เข้าประตู Ploče กลับทางเดิมเข้าไปในเขตเมืองเก่าอีกครั้ง ก่อนถึงประตูหอระฆังที่ผ่านมาตอนแรก เลี้ยวซ้ายผ่านประตูเล็กๆ ออกไปที่ Gradska Luka Dubrovnik (Old Harbour) ท่าเรือเก่าดูบรอฟนิค ในทะเลมี Valobran Kaše (Seawall) ที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันท่าเรือจากคลื่นลมแรง

31

มองไปทางขวาคือ Tvrđava sveti Ivana (St. John Fort) ป้อมทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกำแพงเมืองที่สร้างโดย Paskoja Miličevića เพื่อใช้ป้องกันก่อนเข้าสู่ Gradska Luka Dubrovnik

32

ถ่ายรูปที่ท่าเรือสักพักก็เดินกลับไปที่หอระฆัง Gradski zvonik i luža zvonara เลี้ยวซ้ายผ่านหอระฆังไปก็เห็น Mala Onofrijeva fontana (Small Onofrio’s fountain)

33

34

ตรงต่อไปตามถนน Ulica Pred Dvorom ผ่านน้ำพุ Onofrijeva ไปเล็กน้อยมีอาคารเก่าสวยงามติดกันหลายหลังคือ Vijećnica i Kazalište Marina Držića (City Hall and Marin Držić’s Theatre) Knežev dvor (Rector’s Palace) ศูนย์กลางการบริหารของเมืองในอดีต เป็นสิ่งก่อสร้างที่ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมกรีก-โรมัน ปัจจุบันเป็น Kulturno-povijesni muzej หรือพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

35

36

มองตรงไปเห็นด้านข้างของ Dubrovačka katedrala (Dubrovnik Cathedral) หรือ Katedrala Velike Gospe, Katedrala Marijina Uznesenja, Katedrala Uznesenja Blažene Djevice Marije na nebo (Assumption Cathedral)

37

เดินไปทางโบสถ์แล้วเลี้ยวขวานิดเดียวก็ถึง Gundulićeva poljana (Gundulić’s Square) จัตุรัสเมืองเก่าอีกแห่งซึ่งจะเป็นตลาดกลางแจ้งในตอนเช้า ตรงกลางจัตุรัสมีรูปปั้นของ Ivan Gundulić นักประพันธ์ชื่อดังของโครเอเชีย

บนเนินด้านหลังจัตุรัส Gundulić มี Crkva Sv. Ignacija (St. Ignatius Church) โบสถ์สไตล์บาโรคที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 อยู่ แต่ใกล้มืดแล้วเราเลยไม่ได้เดินขึ้นไปครับ

38

เดินเล่นในเมืองเก่าแค่นี้พอครับ น่าเสียดายที่มีเวลาน้อยไปเพราะรถบัสดันเลตไปเยอะ พรุ่งนี้เช้าตรู่ก็ต้องออกเดินทางต่อไปเมืองหลวงของประเทศมอนเตเนโกรคือ Podgorica แล้ว ไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ (ที่จริงเมืองเก่าดูบรอฟนิคไม่ใหญ่เลยครับ เดินชิลล์ๆ เรื่อยๆ เต็มที่ 2 ชั่วโมงก็ทั่วแล้ว)

เดินกลับทางเดิมไปที่หอระฆังเลี้ยวซ้ายเดินเล่นเพลินๆ ที่ถนน Placa-Stradun

39

40

ตรงไปจนถึง Crkva svetog Spasa (Church of St. Saviour) ทางขวามือ ส่วนทางซ้ายคือ Velika Onofrijeva fontana (Big Onofrio’s fountain) แต่กำลังซ่อมอยู่มีผ้าใบคลุมอยู่ทั้งหมด ถ้าตรงต่อไปอีกก็จะออกจากเมืองเก่าทางประตู Pile จริงๆ เราเดินผ่านตรงนี้มาแล้วตั้งแต่ตอนเข้าประตูเมืองไปเช็คอินที่อพาร์ตเมนท์แต่รีบจ้ำมากไม่ทันสังเกตและถ่ายรูปตอนก่อนมืดมาเลย

41

ยังไม่ออกประตูเมือง เดินย้อนกลับเล็กน้อยแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอกตึกแคบๆ ชื่อ Ulica Celestina Medovića ขึ้นบันไดชันไปยัง Tvrđava Minčeta ป้อมปราการสำคัญที่มุมเมืองเก่าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ แต่ป้อมปิดไม่ให้ขึ้นไปชมวิวหลังคาสีส้มของบ้านเรือนในเมืองเก่าจากมุมสูงครับ ถ้ามาถึงดูบรอฟนิคเร็วกว่านี้ก็คงจะได้ขึ้นไปชมวิวข้างบนป้อมแน่นอน

42

พระอาทิตย์ค่อยๆ ตกแล้ว ถึงเวลาหาอะไรกินมื้อเย็นแล้วสิ แต่ขอออกนอกเมืองเก่าไปเช็คเวลารถเมล์สาย 1A, 1B, 1C ที่ป้ายรถเมล์หน้าประตู Pile (Gradska vrata od Pila) ก่อน ลงบันไดกลับไปที่ถนน Placa-Stradun เลี้ยวขวาเดินออกประตู Pile มองไปทางซ้ายก็เห็น Tvrđava Bokar อีกป้อมปราการประจำเมืองซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองเก่า

43

ตรงไปที่ป้ายรถเมล์ทางซ้ายมือดูเวลารถเมล์ไปสถานีรถบัสพรุ่งนี้เช้าตรู่เพราะเราต้องไปขึ้นรถบัสไป Podgorica ซึ่งจะออกตอน 7 โมงเช้าให้ทัน

44

ตามแผนเดิม เราจะค้างคืนที่ดูบรอฟนิค 1 คืน แล้วออกมาเที่ยวต่อตอนเช้า จากนั้นค่อยขึ้นรถเมล์ไปสถานีรถบัสเพื่อขึ้นรถบัสเข้าประเทศมอนเตเนโกรโดยจะไปลงที่เมือง Budva ซึ่งมีรถบัสในเวลาที่เหมาะสมอยู่ 2 เวลาคือ 10 โมงเช้า และ 11 โมง ไปเที่ยวเมือง Kotor และกลับ Budva ค้างคืน วันรุ่งขึ้นเที่ยวในเมือง Budva ไป Sveti Stefan แล้วกลับ Budva ขึ้นรถบัสไป Podgorica เมืองหลวงของมอนเตเนโกร เที่ยวและค้างคืนที่นั่น ตอนสายๆ ค่อยนั่งรถบัสเข้าประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวินาไปที่เมือง Trebinje จากนั้นก็เดินทางโดยรถบัสไปเที่ยวเมืองต่างๆ ในบอสเนียฯ ต่อ

45

แต่หลังจากที่ได้อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้วีซ่าเชงเก้นแบบ Multiple Entries เดินทางเข้าประเทศบอสเนียฯ อีกครั้งอย่างดีก็พบว่าสามารถใช้วีซ่าประเภทนี้เดินทางเข้าบอสเนียฯ และอยู่ในประเทศได้ไม่เกิน 5 วัน แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องเดินทางมาจากประเทศในกลุ่มเชงเก้นหรือโครเอเชียเท่านั้น แต่บอสเนียฯ ไม่มีพรมแดนติดกับประเทศใดในกลุ่มเชงเก้นเลย คงหมายความถึงเดินทางมาทางเครื่องบิน เหตุนี้ทำให้แผนแรกที่เราวางไว้ว่าจะเข้าบอสเนียฯ จาก Podgorica ของประเทศมอนเตเนโกรจึงทำไม่ได้ซะแล้ว เราจึงต้องเปลี่ยนแผนโดยยอมนั่งรถบัสตั้งแต่เช้าตรู่ไป Podgorica ที่อยู่ลึกเข้าไปตอนในของมอนเตเนโกรก่อน แล้วค่อยนั่งรถบัสย้อนทางเดิมกลับไปเมืองริมทะเลอย่าง Kotor และ Budva ก่อนกลับเข้าโครเอเชียอีกครั้งไปที่ดูบรอฟนิกเหมือนเดิมเพื่อจะได้เดินทางเข้าบอสเนียฯ ได้โดย
ใช้วีซ่าเชงเก้น Multiple Entries ปรับแผนกันยุ่งวุ่นวายพอสมควรเลยครับ เหนื่อย!

46

เมื่อติดเงื่อนไขพิเศษแบบนี้เราจึงต้องตัดใจยอมเที่ยวดูบรอฟนิคแค่ตอนเย็นวันนี้ ได้แค่ไหนแค่นั้น แต่รวมๆ ก็ถือว่าครบถ้วนนะครับ แค่ไม่ได้ spend เวลาแต่ละที่มากเท่าไหร่ พรุ่งนี้เช้ามืดก็ต้องขึ้นรถเมล์ไปสถานีรถบัสเดินทางข้ามประเทศแล้ว

47

เดินกลับเข้าประตูเมืองเก่าไปหาอะไรรับประทานมื้อเย็นแถวถนน Placa-Stradun

48

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต