เที่ยวเอง GERMANY กี่ครั้งก็ยังไม่พอ ตอนที่ 3 “Dresden” เมืองเก่าแก่ที่สร้างใหม่ให้เหมือนเก่า

เที่ยวเอง รีวิว เดรสเดน ดรีสเดน เยอรมัน dresden germany
เยอรมันรอบที่ 5 ก็ต้องหาเมืองแปลกใหม่เที่ยว

บ่ายวันที่ 3 ในเยอรมัน เรานั่งรถไฟ 1 ชั่วโมง 20 นาที จากเมือง Leipzig มาถึงสถานีรถไฟกลาง Dresden Hbf

ย้อนไปเที่ยว 3 เมืองของเยอรมันก่อนหน้านี้ได้จากรีวิวด้านล่างครับ
เที่ยวเอง GERMANY กี่ครั้งก็ยังไม่พอ ตอนที่ 1 “Bamberg – Coburg” สองเมืองทางเลือกใหม่ในบาวาเรีย
เที่ยวเอง GERMANY กี่ครั้งก็ยังไม่พอ ตอนที่ 2 “Leipzig” ชีวิตชีวาแห่งเยอรมันตะวันออก

ทริปนี้เราเดินทางตามแผนที่นี้ครับ

ที่พักของเรา 2 คืนใน Dresden คือ Vienna House QF Dresden โรงแรมใจกลางเมืองตั้งอยู่ที่บริเวณ Neumarkt จัตุรัสศูนย์กลางเมืองเก่า (Altstadt) ทำเลสุดยอดเลย สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองแทบทั้งหมดอยู่ในบริเวณนี้ ใช้เดินเอาอย่างเดียว วนไปวนมาไม่ไกลก็กลับมาที่โรงแรมแล้ว

photo credit: www.dresden-magazin.com

จากสถานีรถไฟกลาง Dresden Hbf ต้องขึ้นรถรางสาย 3 หรือ 8 จากป้าย Hauptbahnhof (ด้านหน้าสถานีรถไฟ) หรือ Hauptbahnhof Nord (ออกประตูข้างแล้วเดินเฉียงไปทางขวา) ก็ได้ (ข้ามทางรถรางไปที่ป้ายอีกฝั่ง) นั่งเข้ากลางเมืองไปลงที่ป้าย Pirnaischer Platz ในเขต Innere Altstadt หรือเมืองเก่าชั้นใน

photo credit: http://mapcardshunting.blogspot.com

เราจะใช้รถรางเข้าออกเมือง 4 ครั้งจึงเลือกซื้อตั๋ว 4er-Karte Kurzfahrten (4-trip card short trip) ราคา 5.50 ยูโร จากเครื่องขายตั๋วที่ป้าย ตั๋วแบบ 4 ครั้งนี้ใช้ขึ้นได้ทั้งรถรางและรถเมล์ แต่ห้ามเปลี่ยนยานพาหนะ โดยใช้ได้แค่ระยะทางสั้นๆ ไม่เกิน 2 กิโลมตร หรือ 4 ป้ายเท่านั้น

ส่วน Einzelfahrt (Single ticket) 1 Tarifzone สำหรับผู้ใหญ่ราคาเที่ยวละ 2.40 ยูโร เด็กอายุ 6-14 ปีราคา 1.60 ยูโร ตั๋วมีอายุ 1 ชั่วโมง ซื้อได้จากทั้งเครื่องขายตั๋วที่ป้ายรถและบนรถราง

เช็คข้อมูลตั๋วชนิดอื่นๆ ได้ที่ Dresden Transportation fares
ดาวน์โหลดแผนที่ขนส่งสาธารณะของ Dresden ได้ที่ Dresden transportation map

จากป้ายรถราง Pirnaischer Platz เดินข้ามถนนไปทางอาคาร Landhaus (Stadtmuseum) หรือ Dresden City Museum และ Dresden City Art Gallery

เลี้ยวซ้ายเข้าถนนระหว่างสองอาคารตรงเข้าสู่จัตุรัสกลางเมืองเก่า Neumarkt ซึ่งมีสิ่งก่อสร้างยิ่งใหญ่คือ Dresdner Frauenkirche (Church of Our Lady) โบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 แต่ครั้งหนึ่งเคยถูกทำลายจนแทบจะเหลือแต่ซากจากระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนได้รับการบูรณะขึ้นใหม่จนเสร็จสมบูรณ์เมื่อปีค.ศ. 2005 ภายหลังการรวมประเทศของเยอรมัน

โบสถ์เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันจันทร์-ศุกร์ 10.00-12.00 น. และ 13.00-18.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์โดยทั่วไปเข้าชมได้เช่นกัน

ข้อมูลจาก Dresdner Frauenkirche

โรงแรม Vienna House QF Dresden อยู่ด้านข้างโบสถ์เลยครับ

ไปดูห้องนอนคืนนี้กัน ห้องพักออกแบบตกแต่งสไตล์บูติคด้วยสีโทนอ่อนสบายตา เรียบหรูแบบอิตาเลียน สวยดูดีมากตามคอนเซ็ปต์ Smart. Elegant. Timeless.

ห้อง Refugium Suites ที่ชั้นบนสุดกว้างมากกก จัดสรรพื้นที่และฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ได้สมบูรณ์ลงตัว มีส่วนของห้องนั่งเล่นดูทีวี ทั้งห้องใช้เฟอร์นิเจอร์คุณภาพเยี่ยมทุกชิ้นด้วย

ห้องน้ำใหญ่โต มีอุปกรณ์เครื่องใช้ครบ นอนแช่น้ำอุ่นๆ สบายใจเฉิบเลย 😀

ด้านนอกมีเทอร์เรสส่วนตัวเอาไว้ชมวิวโบสถ์ Frauenkirche ด้วย โคตรดีอ่ะ

โรงแรมเพิ่งจะรีโนเวทเสร็จเมื่อต้นปีที่แล้วนี่เอง มิน่าทุกอย่างดูใหม่มาก

ห้องพักมีให้เลือก 4 แบบ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Vienna House QF Dresden นะครับ

มีจักรยานให้ยืมปั่นเที่ยวชมเมืองฟรีด้วย ถ้าขับรถมาก็มีที่จอดรถใต้ดินให้บริการ

มีเวลาอีกประมาณ 2 ชั่วโมงก่อนพระอาทิตย์จะตก ช่วงต้นพฤศจิกาเริ่มมืดประมาณ 5 โมงครึ่งครับ

เย็นนี้จึงต้องจัดแผนไปเดินเที่ยวทางตะวันตกของจัตุรัส Neumarkt ก่อน และข้ามแม่น้ำ Elbe ไปถ่ายรูปกลับมายังเมืองเก่าตอนใกล้มืด เวลาที่เหลืออีกครึ่งวันเช้าก่อนนั่งรถไฟเข้าประเทศโปแลนด์ค่อยเดินเที่ยวริมแม่น้ำฝั่งเมืองเก่าไปทางตะวันออกและใต้ของ Neumarkt ครับ

photo credit: www.dresden-magazin.com
ให้ข้อมูลเล็กน้อยครับ

Dresden คือเมืองหลวงของรัฐ Sachsen (Saxony) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ Elbe ดรีสเดนเป็นเมืองศูนย์กลางทางศิลปวัฒนธรรมของยุโรปตะวันออก ด้วยความสวยงามและเก่าแก่ของเมืองจึงได้ชื่อว่าเป็น “Florence on the Elbe”

ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองเก่าดรีสเดนถูกทำลายย่อยยับแทบทั้งเมืองโดยระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตร แต่ชาวเมืองก็ช่วยกันระดมเงินทุนเพื่อนำมาบูรณะสิ่งก่อสร้างอันทรงคุณค่าเหล่านั้นขึ้นใหม่ในสภาพเดิมได้อย่างน่าทึ่ง บรรยากาศที่เห็นทุกวันนี้จึงงดงามไม่แตกต่างจากสมัยก่อน

ออกจากโรงแรมไปถ่ายรูป Dresdner Frauenkirche ที่ Neumarkt ที่ตรงกลางจัตุรัสมีรูปปั้นของ Martin Luther ตั้งอยู่

จากนั้นเดินผ่านหน้าโรงแรม อาคารตรงข้ามคือ Johanneum หรือ Stallgebäude อาคารสไตล์เรอเนสซองส์ซึ่งปัจจุบันคือ Verkehrsmuseum Dresden (Dresden Transport Museum)

เดินผ่านพิพิธภัณฑ์เข้าถนน Sporergasse ก็เห็นอาคารสวยงามอยู่ข้างหน้า นั่นคือ Residenzschloss Dresden

เดินลอดสะพานเชื่อมอาคารไปยังทางเข้า Residenzschloss Dresden หรือ Dresdner Schloss (Royal Palace หรือ Dresden Castle) หนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองซึ่งเคยเป็นบ้านพักของผู้ปกครองเมืองและกษัตริย์แห่ง Saxony ในช่วงปีค.ศ. 1547-1918

ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ รวบรวมสิ่งพิมพ์ ภาพเขียน ภาพถ่าย และเป็นห้องสมุดอีกด้วย พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร 10.00-18.00 น. โดยแบ่งเป็นหลายส่วนให้เลือก เช่น Neues Grünes Gewölbe (New Green Vault), Historisches Grünes Gewölbe (Historic Green Vault), Riesensaal (Armoury at the Hall of the Giants), Türckische Cammer (Turkish Chamber), Kupferstich-Kabinett (Collection of Prints, Drawings and Photographs)

ค่าเข้าชม New Green Vault, Armoury at the Hall of the Giants, Turkish Chamber, Collection of Prints, Drawings and Photographs, Hausmannsturm and current special exhibitions ราคาปกติ 12 ยูโร เด็กอายุต่ำกว่า 17 ปีเข้าชมฟรี

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ visit Residenzschloss

อาคารเก่าแก่ซ้ายมือฝั่งตรงข้ามถนนคือ Dresdner Zwinger พระราชวังสำคัญอีกแห่งของดรีสเดน แต่วันนี้คงเข้าไปชมข้างในไม่ทันเพราะใกล้มืดแล้ว ต้องรีบไปดักถ่ายรูปเมืองเก่าจากอีกฝั่งแม่น้ำ เดี๋ยวช่วงเช้าก่อนไปโปแลนด์ค่อยมาเที่ยวอีกทีครับ

เดินไปทางขวาผ่านอาคาร Residenzschloss Dresden

นิดเดียวก็ถึง Theaterplatz (Theatre Square) จัตุรัสทางทิศตะวันตกของเขตเมืองเก่าซึ่งมี König-Johann-Denkmal หรือรูปปั้นพระเจ้าโยฮันน์ตั้งอยู่ตรงกลางจัตุรัสด้านหน้าของ Semperoper หรือ Sächsische Staatsoper Dresden (Saxon State Opera) โรงอุปราการแห่งรัฐ Saxony และ Sächsische Staatskapelle Dresden (Saxon State Orchestra)

ถ้าต้องการเข้าชมการแสดงอ่านรายละเอียดได้ที่ www.semperoper.de

ตรงข้ามกับ Theaterplatz คือด้านหลังของ Katholische Hofkirche (The Catholic Church of the Royal Court of Saxony) มหาวิหารโบสถ์แห่งราชสำนักซึ่งรู้จักกันในชื่อใหม่ว่า Kathedrale Sanctissimae Trinitatis (Cathedral of the Holy Trinity) โบสถ์โรมันคาทอลิกแห่งดรีสเดนเข้าชมได้ในวันจันทร์-พฤหัสบดี 09.00-17.00 น., วันศุกร์ 13.00-17.00 น., วันเสาร์ 10.00-17.00 น., วันอาทิตย์ 12.00-16.00 น. มีบริการไกด์ทัวร์ใช้เวลา 45 นาที

รายละเอียดที่ www.bistum-dresden-meissen.de/pfarreien/dresden-kathedrale

เดินเข้าถนนระหว่างโบสถ์ Katholische Hofkirche กับหอคอย Hausmannsturm ของ Residenzschloss ไปยัง Schloßplatz ด้านหน้าโบสถ์

ตรงข้ามกับโบสถ์คือด้านข้างของ Sächsische Ständehaus (Saxon House of Estates) อาคารรัฐสภาเดิมของรัฐ Saxony ปัจจุบันคือที่ทำการศาลสูงแห่งดรีสเดน

ถนนแคบๆ ด้านข้างชื่อว่า Augustusstraße คือ Fürstenzug (Procession of Princes) งานศิลปะตามแนวกำแพง Stallhof (Stables Courtyard) ของ Residenzschloss ความยาว 102 เมตรที่แรกเริ่มเกิดจากการวาดในช่วงปีค.ศ. 1871-1876 เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 800 ปีของราชวงศ์ Haus Wettin แห่ง Saxony ต่อมาในช่วงปีค.ศ. 1904-1907 จึงนำเอากระเบื้องเซรามิคจากเมือง Meißen ประมาณ 23,000 ชิ้นมาสร้างงานศิลปะนี้แทนที่ภาพวาดเดิม Fürstenzug ได้ชื่อว่าเป็นชิ้นงานกระเบื้องเซรามิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ถ้าเดินตรงไปแล้วเลี้ยวขวาก็จะกลับไปที่โรงแรม แต่เราเดินกลับไปผ่านด้านข้างของอาคาร Sächsische Ständehaus ไปทางแม่น้ำ ขึ้น Augustusbrücke ข้ามสะพานไปยังฝั่ง Neustadt หรือฝั่งเมืองใหม่ ลงสะพานเดินไปทางขวาเพื่อถ่ายรูปวิวเมืองเก่าจากอีกฝั่งของแม่น้ำ Elbe

ถ้าลงสะพานแล้วตรงไปอีกนิดก็จะถึง Neustädter Markt ซึ่งมีรูปปั้น “Goldener Reiter” Augustus The Strong กษัตริย์แห่งโปแลนด์และเจ้าผู้ครองแคว้น Saxon ในอดีต

เราไม่ได้เดินครับ ขอเอารูปตอนน้องสาวไปมาให้ดูแทน

ข้ามสะพานกลับไปยังฝั่ง Alstadt เดินตามแนวกำแพง Fürstenzug พอสุดทางเลี้ยวขวาก็ถึงโรงแรมแล้ว

ค่ำๆ ขึ้นไปชิลล์เอาท์ที่ Rooftop bar ชื่อ Dachbar ที่ชั้นบนสุดของโรงแรม ถ้าอากาศอุ่นกว่านี้คงออกไปดื่มกินข้างนอกชมวิวเพลินๆ ไปด้วยแล้ว แต่จุดนี้ขอนั่งข้างในดีกว่า 555

คืนที่ 3 ในเยอรมัน ค้างที่ Dresden

วันที่ 4

เราออกไป one day trip เที่ยวสะพาน Bastei และเมือง Bautzen แล้วกลับมาค้างคืนที่ Dresden อีก 1 คืน

ขอเขียนแยกเป็นอีกรีวิวนะครับ
เที่ยวเอง GERMANY กี่ครั้งก็ยังไม่พอ ตอนที่ 4 “Basteibrücke – Bautzen” ทริปไปเช้าเย็นกลับจากดรีสเดน

วันที่ 5 ในเยอรมัน

ช่วงเช้ามีเวลาเที่ยว Dresden อีกครึ่งวันก่อนไปโปแลนด์ครับ

ก่อนออกไปเที่ยวก็ต้องเติมพลังด้วยอาหารเช้าก่อน

เที่ยว Dresden ต่อ

ออกจากโรงแรม เดินไปทางโบสถ์ Frauenkirche

เลี้ยวซ้ายเข้าถนนด้านข้างโบสถ์แล้วตรงเข้าถนน Münzgasse ขึ้นบันไดไปยัง Brühlsche Terrasse (Brühl’s Terrace) ทางเดินชมวิวเหนือแม่น้ำ Elbe ที่ได้รับฉายาว่า “The Balcony of Europe” ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Hochschule für Bildende Künste Dresden (HfBK Dresden) หรือ Dresden Academy of Fine Arts มหาวิทยาลัยทัศนศิลป์แห่งดรีสเดนที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1764

เดินไปทางสวน Brühlschen Garten หน้าสวนคืออาคาร Albertinum พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ที่เก็บรวบรวมภาพวาดและรูปปั้นจากยุคโรแมนติกจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 200 ปี

เดินต่อจนสุดอาคารก็เลี้ยวซ้ายแล้วตรงไปอีกไม่ไกลก็จะถึง Landhaus (Stadtmuseum) ที่ Pirnaischer Platz ที่ลงรถรางตอนเข้าเมือง

ข้ามทางรถรางตรงเข้าถนน Ringstraße นิดเดียวก็ถึง Rathausplatz จัตุรัสที่ตั้งของ Rathaus หรืออาคารที่ว่าการเมืองดรีสเดน

เดินตามถนน Kreuzstraße ไปทางยอดโบสถ์ Kreuzkirche ที่อยู่ด้านหลัง Rathaus แป๊บเดียวก็ถึง Altmarkt จัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองที่สร้างมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1370 ตลาดคริสต์มาส Dresden Striezelmarkt ที่ได้ชื่อว่าจัดขึ้นต่อเนื่องมายาวนานที่สุดของเยอรมันซึ่งจัดมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1434 ก็จัดที่จัตุรัสแห่งนี้ โดยมีไฮไลต์คือต้นคริสต์มาสสูง 45 ฟุตที่ตกแต่งเปลี่ยนไปทุกปี รวมทั้ง stollen ขนมปังไส้ผลไม้รวมซึ่งเป็นขนมโปรดของอดีตกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองอย่าง August the Strong

โบสถ์สูงโดดเด่นที่เห็นยอดโผล่ขึ้นมาคือ Kreuzkirche (Church of the Holy Cross) โบสถ์เก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1388 โบสถ์แห่งนี้ถูกไฟไหม้เสียหายถึง 5 ครั้ง ก่อนเปิดใช้ได้อีกในปีค.ศ. 1955

จากตรงนี้ ถ้าเดินข้ามทางรถรางตรงไปเข้าถนนทางขวาชื่อ Galeriestraße แล้วเลี้ยวขวาที่สามแยกที่ 2 เข้าถนน Frauenstraße ก็จะกลับไปยัง Neumarkt และโรงแรม

แต่วันแรกเราไปชมพระราชวัง Zwinger ไม่ทันเพราะจะข้ามแม่น้ำไปถ่ายรูปเมืองเก่าตอนก่อนจะมืดสนิท เลยเก็บไว้มาวันนี้แทนครับ

จากจัตุรัส Altmarkt เดินข้ามทางรถรางตรงไปเข้าถนนทางซ้ายชื่อ Schloßstraße นิดเดียวก็มาถึง Residenzschloss Dresden ที่เดียวกับวันแรก

เลี้ยวซ้ายเดินลอดสะพานเชื่อมอาคารไปยังทางเข้า Residenzschloss

แล้วเลี้ยวซ้ายไปยังทางเข้าหลักของ Dresdner Zwinger พระราชวังสไตล์ Rococo ที่ออกแบบโดย Matthäus Daniel Pöppelmann อาคารได้รับการตกแต่งอย่างงดงามด้วยน้ำพุและรูปปั้นมากมาย
ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่เก็บรักษา Gemäldegalerie Alte Meister (Old Masters Picture Gallery) ภาพวาดชิ้นสำคัญของราฟาเอลและเรมแบรนดท์ โดยเปิดให้เข้าชมทุกวัน ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 10 ยูโร Nymphs’ Bath และ patio เข้าชมฟรีได้ทุกวัน

เช็คเวลาเปิด-ปิดและอัพเดทค่าเข้าชมได้ที่ visit Dresdner Zwinger เลือกตรง Service

ตรงไปยังด้านหลังพระราชวัง ออกไปข้างนอกเป็นสวนที่เรียกว่า Zwingergarten เข้าชมฟรีเช่นกัน

ออกประตูด้านหลังพระราชวัง เดินไปทางขวาลงไปยัง Theaterplatz (Theatre Square) ที่ตั้งของ Semperoper (Saxon State Opera) และรูปปั้นพระเจ้าโยฮันน์

เดินเข้าถนนระหว่างโบสถ์ Katholische Hofkirche กับหอคอย Hausmannsturm ของ Residenzschloss เหมือนวันก่อนไปยัง Schloßplatz ที่ตั้งของ Sächsische Ständehaus (Saxon House of Estates)

เดินตามแนวกำแพง Stallhof (Stables Courtyard) ของ Residenzschloss ที่เรียกว่า Fürstenzug (Procession of Princes)

สิ้นสุดแนวกำแพงเลี้ยวขวาเดินตามถนน Augustusstraße นิดเดียวก็กลับถึง Vienna House QF Dresden

บอกแล้วว่าเดินวนไปวนมาก็กลับมาที่ศูนย์กลางเมือง ระยะทางแต่ละที่ไม่ไกลกันเลย เดินถึงกันได้หมดครับ

เช็คเอาท์ ออกจากโรงแรมเดินตามเส้นทางเดิมไปยัง Pirnaischer Platz ขึ้นรถรางสาย 3 หรือ 8 ไปลงที่ป้าย Hauptbahnhof หน้าสถานีรถไฟกลาง Dresden Hbf

ไป Poland

เราซื้อบัตรโดยสารรถไฟเยอรมัน (German Rail Pass) มาจากเมืองไทยก่อนแล้วจึงใช้นั่งรถไฟฟรีได้ถึงสถานีสุดท้ายของเยอรมันก่อนข้ามพรมแดนเข้าประเทศโปแลนด์ คือ Görlitz ส่วนรถไฟช่วงที่เหลือจากเมือง Görlitz ถึงปลายทางคือเมือง Wrocław ต้องจ่ายค่าตั๋วรถไฟเพิ่มคนละ 24.30 ยูโร

photo credit: www.thetimes.co.uk

12.08 น. รถไฟขบวน TLX 74107 (RE) ออกเดินทางจากสถานีรถไฟกลาง Dresden Hbf
ค้นหาตารางเวลาและค่าตั๋วรถไฟเยอรมันได้ที่ Germany train

ตารางเวลารถไฟที่ search ได้บอกว่ารถไฟจะถึงสถานีรถไฟ Görlitz เวลา 13.26 น. ต้องเปลี่ยนเป็นขบวน KD 66502 ตอน 13.33 น. และจะถึงสถานีรถไฟกลาง Wrocław Główny เกือบ 4 โมงเย็น

แต่ตอนไปจริงไม่ต้องเปลี่ยนขบวนครับ นั่งรถไฟขบวนเดิมต่อไปได้เลย

เบ็ดเสร็จแล้วใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 50 นาที

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต