7.5 วัน เที่ยวเองครบทุกฟีลรอบเกาะ Iceland วันที่ 6 “ทะเลสาบน้ำแข็ง ชายหาดน้ำแข็ง และทุ่งธารน้ำแข็ง สมชื่อไอซ์แลนด์”

เที่ยวเอง รีวิว ธารน้ำแข็ง น้ำตก ไอซ์แลนด์ jokulsarlon svartifoss iceland
เกินครึ่งทางของการขับรถเที่ยวเองรอบเกาะไอซ์แลนด์ในทริป “เก็บเกี่ยว..เที่ยวสแกนดิเนเวีย”
เข้าสู่วันที่ 6 ใน Iceland แล้วครับ

ตอนนี้เราเหลือระยะทางอีกไม่ถึง 600 กิโลเมตร และเหลือเวลาอีก 3 วัน ก็จะกลับไปที่สนามบิน Keflavík เพื่อบินไป Oslo ต่อไฟลท์กลับเมืองไทยแล้วครับ แต่ละวันจึงไม่ต้องขับรถไกลและเริ่มออกเดินทางสายหน่อยได้

เพื่อความเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดและได้รับประโยชน์สำหรับนำไปใช้วางแผนเที่ยวเองของตัวเอง ขอให้อ่านรีวิวตั้งแต่ตอนแรกเลยนะครับ
เที่ยวเอง..เที่ยวอีก “Copenhagen” เมืองที่มีความสุขที่สุดในโลก
ที่สุดธรรมชาติอันบริสุทธิ์ Faroe Islands ตอนที่ 1 “Gásadalur” ตะลึงวิวน้ำตกดิ่งลงมหาสมุทรที่หมู่บ้านไกลสุดเกาะ
ที่สุดธรรมชาติอันบริสุทธิ์ Faroe Islands ตอนที่ 2 “Tórshavn – Kirkjubøur – Gjógv – Klaksvík” วันเดียวเที่ยวทั่วหมู่เกาะแฟโร
7.5 วัน ครบทุกฟีลรอบเกาะ Iceland วันที่ 1 “Reykjavík” เมืองหลวงที่ใกล้ขั้วโลกเหนือที่สุดในโลก
7.5 วัน ครบทุกฟีลรอบเกาะ Iceland วันที่ 2 “แช่น้ำแร่..ดีต่อใจ ที่ Blue Lagoon และชมน้ำตก Kirkjufell อันโด่งดัง”
7.5 วัน ครบทุกฟีลรอบเกาะ Iceland วันที่ 3 “แสงเหนือครั้งแรกในชีวิตที่ North Iceland”
7.5 วัน ครบทุกฟีลรอบเกาะ Iceland วันที่ 4 “ออโรร่าระเบิดเต็มฟ้า และ น้ำตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป”
7.5 วัน ครบทุกฟีลรอบเกาะ Iceland วันที่ 5 “Seyðisfjörður ฟยอร์ดแห่งไอซ์แลนด์”

Iceland route trip

เช้านี้ลุกจากที่นอนตอน 8 โมง จัดการกิจวัตรยามเช้า ทำอาหารเช้าและเตรียมเผื่อมื้อกลางวันไปด้วยเลยเพราะเที่ยงๆ จะอยู่ที่ทะเลสาบธารน้ำแข็งซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีร้านอาหารหรือไม่ อีก 1 ชั่วโมงครึ่งก็พร้อมออกเดินทาง

โปรแกรมเที่ยวของวันนี้คือจากที่พักกระท่อม Stafafell Cottages กลางทุ่ง ขับรถประมาณครึ่งชั่วโมงไป Vesturhorn ต่อด้วย Jökulsárlón ทะเลสาบธารน้ำแข็งซึ่งเป็นไฮไลต์ของวันนี้ ช่วงบ่ายเดินทางต่ออีกราว 1 ชั่วโมงไป Svínafellsjökull ทุ่งธารน้ำแข็งกว้างใหญ่ และปิดท้ายด้วยการเดินป่าไม่ไกลไปชมน้ำตกดำ Svartifoss แล้วขับรถอีกไม่ถึงชั่วโมงไปพักค้างคืนที่ Hörgsland Cottages ก่อนถึงหมู่บ้าน Kirkjubæjarklaustur เล็กน้อย รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 220 กิโลเมตร

1

ที่แรกที่เราจะไปกันก็คือ Vesturhorn (Vestrahorn) ออกจากที่พักขับรถตามทางหลวง Ring Road หมายเลข 1 ไปประมาณ 20 กิโลเมตร พอผ่านอุโมงค์ก็เลี้ยวซ้ายไปอีกราว 5 กิโลก็ถึงทางเข้า Vesturhorn

2

(เส้นทางนี้มีรถบัสสาย 62 ผ่านตอนประมาณ 5 โมงเย็น แต่ไม่มีป้ายให้จอด ต้องเลยไปลงที่เมือง Höfn ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 12 กิโลเมตรเลย)

ภูเขา Vesturhorn มักจะถูกเรียกว่า Batman Mountain เนื่องจากมีรูปทรงคล้ายค้างคาว มีความสูง 454 เมตร เป็นสถานที่สุดอะเมซิ่งแห่งหนึ่งของไอซ์แลนด์เลยทีเดียว เราตั้งใจมาชมภูเขาค้างคาวและหาดทรายดำริมมหาสมุทรแอตแลนติก แต่พอมาถึงก็ต้องเปลี่ยนใจเพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย เช้านี้มีหมอกหนาปกคลุมมาตลอดทางจนมาถึงที่นี่ เสียเงินค่าเข้า 800 ISK เดินเข้าไปก็มองไม่เห็นภูเขา ไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องเสียเงินและเสียเวลาครับ

3

ขอยืมรูป Vesturhorn มาให้ดูแทนละกันนะครับ

ไปที่อื่นเลยดีกว่า ขับย้อนทางเดิมกลับไปที่ถนนวงแหวนรอบเกาะ เลี้ยวซ้ายขับตามทางหลวงหมายเลข 1 อีกประมาณ 90 กิโลเมตรก็ถึงที่จอดรถของ Jökulsárlón

ข้อมูลเพิ่มเติม
08.00 น. จาก Höfn N1 Gas Station มีรถบัสสาย 19 ไป Jökulsárlón ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง ค่าตั๋วรถบัสราคา 3,500 ISK (ประมาณ 1,050 บาท) รถบัสจะไปสุดทางที่ Service Centre ของอุทยานแห่งชาติ Skaftafell ในเวลา 12.15 น. ค่าตั๋วรถบัส Höfn-Skaftafell ราคา 5,500 ISK (ประมาณ 1,650 บาท) สามารถแวะเที่ยว Jökulsárlón ก่อนได้ 2 ชั่วโมงครึ่ง

เช็ควัน-เวลา ราคา และเส้นทางรถบัสได้ที่ Iceland bus

ระหว่างทางแถว Fosshotel Vatnajokull เห็นฝูงม้าพันธุ์ไอซ์แลนด์ (Íslenskur hestur) กำลังเล็มหญ้าอยู่ในฟาร์ม จึงแวะลงไปถ่ายรูปนิดนึงครับ เท่ไม่เบาเลยแหละ

5

5.2

Jökulsárlón (glacial river lagoon) ออกเสียงว่า “โยกูลซาร์ลอน” คือทะเลสาบหรือลากูนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของไอซ์แลนด์เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง Breiðamerkurjökull ในเขตอุทยานแห่งชาติ Vatnajökull ตั้งแต่ปีค.ศ. 1934 กลายเป็นกระแสน้ำพัดเอาหินที่เรียกว่าขยะธารน้ำแข็งหรือ moraine ไปกองรวมกันในแอ่งน้ำ เมื่อเกิดแผ่นดินไหว ธารน้ำแข็งในทะเลสาบส่วนที่อ่อนจึงละลายและไหลออกไปเกิดเป็นช่องน้ำไหลลงสู่ทะเล

6

ในปีค.ศ. 1975 ทะเลสาบแห่งนี้มีขนาดเพียง 7.9 ตารางกิโลเมตร ต่อมาได้ขยายใหญ่ขึ้นจนเป็นเวิ้งน้ำขนาด 18 ตารางกิโลเมตร โดยนับวันจะมีเพิ่มขนาดขึ้นเรื่อยๆ ทะเลสาบหรือลากูนแห่งนี้มีความลึกถึง 248 เมตร จึงนับว่าเป็นทะเลสาบที่มีความลึกที่สุดในไอซ์แลนด์

โยกูลซาร์ลอนเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องดังหลายเรื่อง เช่น James Bond 007 ตอน A view to Kill และ Die Another Day, Tomb Raider, Batman Begins, Beowulf & Grendel

7

8

ที่นี่มีบริการรถสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกแล่นลงไปในทะเลสาบล่องชมประติมากรรมน้ำแข็งอันน่าอัศจรรย์ในเดือนพ.ค. 10.00-17.00 น., มิ.ย.-ส.ค. 09.00-19.00 น., ก.ย. 09.00-17.00 น., ต.ค. 10.00-17.00 น. ถ้าโชคดีก็จะได้เห็นฝูงแมวน้ำมานอนอาบแดดบนก้อนน้ำแข็งอย่างสบายใจ บริการ Boat Tour มี 2 แบบให้เลือกคือ Amphibian 30-40 นาที ผู้ใหญ่ราคา 5,000 ISK เด็ก 1,500 ISK และ Zodiac Tour 1 ชั่วโมง ผู้ใหญ่ราคา 8,500 ISK เด็ก 4,200 ISK

วันนี้ฟ้าค่อนข้างใสและแดดดีมาก เลยได้ใส่แว่นกันแดดเป็นครั้งแรกในทริป 55

10

เดินชมประติมากรรมก้อนน้ำแข็งสีขาวอมเทาที่มีอายุกว่าพันปีในลากูนอันกว้างใหญ่และนั่งกินแซนด์วิชที่เตรียมมาตั้งแต่เช้าเป็นอาหารเที่ยง ที่นี่มีร้านอาหารอยู่ตรงร้านขายของที่ระลึกแต่คนเยอะมาก โชคดีแล้วที่ทำอาหารมากินเอง แถมประหยัดอีกต่างหาก อยู่หลายวันเริ่มงกขึ้นเรื่อยๆ ฮี่ๆ 😀

11 12

เกือบบ่ายโมงย้ายรถข้ามถนนไปจอดใกล้ๆ ชายหาดทรายดำ (จริงๆ เดินไปก็ได้) แล้วเดินไปยังหาดทรายธารน้ำแข็งที่มีก้อนน้ำแข็งน้อยใหญ่จำนวนมหาศาลกองอยู่ในทะเลริมชายหาด

14

เดินเล่นถ่ายรูปวิวสุดตะลึงที่ไม่ได้หาได้ง่ายๆ ในโลกนี้นานเลยครับ

15 16

จาก Jökulsárlón มีบริการ Ice Cave Tour พาชมถ้ำน้ำแข็ง Vatnajökull glacier ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปตั้งแต่เดือนพ.ย.-มี.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำแข็งแข็งตัวเต็มที่ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ค่าทัวร์แบบถูกที่สุดราคาประมาณ 6,000-7,000 บาท แต่ผมตั้งใจจะไม่ซื้อทัวร์อยู่แล้วเพราะไม่มีตังค์ เอ้ย! ไม่ใช่อย่างงั้น เพราะรู้มาว่าถ้ำมันไม่ได้ใหญ่เหมือนกับภาพที่เห็นๆ กัน และนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะด้วยครับ จึงเลือกมาในเดือนตุลาซึ่งถ้ำยังไม่เปิดซะเลย

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ guidetoiceland.iswww.adventures.is

จากนั้นก็เดินย้อนไปที่สะพานแขวนเพื่อถ่ายภาพธารน้ำแข็งกว้างใหญ่ไพศาลและกลุ่มก้อนน้ำแข็งที่ไหลตามช่องน้ำออกสู่ทะเล

17 18 19

บ่ายสองโมง ขับรถข้ามสะพานแขวนตรงตามทางหลวงสาย 1 อีกราว 55 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาขับตามเส้นทางเป็นหลุมเป็นบ่อยังกะโลกพระจันทร์ไปยังบริเวณที่เรียกว่า Svínafellsjökull จอดรถเสร็จต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 10 นาที

20

Svínafellsjökull (Svinafellsjokulsvegur) หรือ Svínafell Glacier (ผมไม่รู้ว่าจะสะกดชื่อเป็นภาษาไทยยังไงครับ 555) คือธารน้ำแข็งอีกแห่งที่อยู่ไม่ไกลจาก Jökulsárlón อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Skaftafell ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Vatnajökull (วัทนาโยกูล) ซึ่งถือเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

photo credit: www.iceagenow.info
photo credit: www.iceagenow.info

สถานที่นี้ดูมหัศจรรย์และงดงามมากๆ เราอยู่ที่นี่กันเกือบชั่วโมงเลย

22 23

ได้เวลาเดินทางต่อไปยังน้ำตก Svartifoss โดยขับรถกลับไปที่ถนนสาย 1 เลี้ยวขวาขับตามถนนดังกล่าวไปแค่ 5 นาทีก็ถึงลานจอดรถที่บริเวณ Skaftafellsstofa

24

จากจุดนี้จะจอดรถแล้วเดินขึ้นเขาเข้าไปยังตัวน้ำตกเลยก็ได้ แต่เราขับต่อไปจอดที่ Lambhagi ซึ่งเดินใกล้กว่าแต่เส้นทางจะท้าทายแรงกายมากกว่าเช่นกัน

25

จากจุด Lambhagi ต้องเดินตามเส้นทางป่าขึ้นเขาประมาณ 1.4 กิโลเมตรโดยมีป้ายบอกทางเป็นระยะๆ พื้นเฉอะแฉะแทบตลอดทาง ถ้าไม่ใส่รองเท้าเดินป่ามามีหวังลื่นล้มกลิ้งแน่ๆ

เดินผ่านน้ำตกชื่ออะไรไม่พบข้อมูลและทุ่งโล่งในอุทยานแห่งชาติ Skaftafell นานกว่าครึ่งชั่วโมง เหนื่อยเหมือนกันครับกว่าจะถึงตัวน้ำตก

26 27

Svartifoss (Black Falls) คือน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดในอุทยานแห่งชาติ Skaftafell น้ำตกหน้าตาแปลกนี้มีความสูง 20 เมตร รายล้อมด้วยแท่งหินบะซอลต์สีดำซึ่งเกิดจากการเย็นตัวลงของลาวามากมายจึงได้ฉายาว่าน้ำตกดำหรือน้ำตกปล่องทองคำ แท่งลาวาเหล่านี้คือแรงบันดาลใจในการออกแบบโบสถ์ Hallgrímskirkja ที่กรุงเรคยาวิกของ Guðjón Samúelsson นั่นเอง

28 29

ใกล้ 5 โมงเย็นแล้ว ก่อนดวงอาทิตย์จะตก ได้เวลาเดินลงเขากลับไปที่จอดรถ เย็นนี้ไม่ต้องไปเที่ยวที่ไหนแล้ว เหลือแค่ขับรถไปที่พักชื่อว่า Hörgsland Cottages ซึ่งอยู่ริมทางหลวงสาย 1 ห่างจากจุดนี้ประมาณ 60 กิโลเมตร ขับอีกชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้วครับ

30

บ้านพักแบบบังกะโลไอซ์แลนด์สำหรับ 5 คนหลังนี้ราคาคืนละ 14,875 ISK (119 ยูโร) แบ่งกันจ่ายคนนึง 900 กว่าบาทเองครับ ถูกสุดๆ เย็นนี้ไม่ทำกับข้าวกินครับ แต่เอาพิซซ่าไปอบกินเป็นมื้อเย็นแก้เบื่อบ้าง

31 32 33

ข้อมูลเพิ่มเติม
เส้นทางนี้มีรถบัสสาย 20a ออกจาก Skaftafell Service Centre 12.30 น. ผ่านหมู่บ้าน Kirkjubæjarklaustur, Vík í Mýrdal และอีกหลายหมู่บ้านกลับ Reykjavík ได้โดยจะถึงในเวลา 19.20 น. ค่าตั๋วรถบัสสุดสายราคา 11,000 ISK (ประมาณ 3,300 บาท)

เช็ควัน-เวลา ราคา และเส้นทางรถบัสได้ที่ Iceland bus

คืนนี้ดูพยากรณ์อากาศ Aurora forecast ค่าความแรงของแสงเหนือ (KP) เท่ากับ 4 เต็ม 9 ซึ่งถือว่าพอใช้ได้ แต่มีฝนพรำๆ เป็นระยะๆ และเมฆเยอะพอสมควร เราจึงถ่ายรูปแสงเหนือมาได้แค่นี้เอง

34

แต่ไม่เป็นไรยังเหลืออีก 1 คืนก่อนถึงคืนสุดท้ายที่โรงแรมใกล้สนามบินซึ่งไม่มีลุ้นเห็นแสงเหนือแน่นอนเพราะมีแสงไฟจากสนามบินทำให้ท้องฟ้ามืดไม่สนิทจนเห็นแสงเห็นได้ เอาไว้ลุ้นกันใหม่คืนวันพรุ่งนี้ครับ 😉

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต