7.5 วัน เที่ยวเองครบทุกฟีลรอบเกาะ Iceland วันที่ 4 “ออโรร่าระเบิดเต็มฟ้า และ น้ำตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป”

เที่ยวเอง รีวิว ไอซ์แลนด์ myvatn dettifoss iceland
เที่ยวเอง ทริป “เก็บเกี่ยว..เที่ยวสแกนดิเนเวีย” ใน Iceland เป็นวันที่ 4 แล้ว

ติดตามอ่านรีวิวตอนก่อนๆ ได้จาก
เที่ยวเอง..เที่ยวอีก “Copenhagen” เมืองที่มีความสุขที่สุดในโลก
ที่สุดธรรมชาติอันบริสุทธิ์ Faroe Islands ตอนที่ 1 “Gásadalur” ตะลึงวิวน้ำตกดิ่งลงมหาสมุทรที่หมู่บ้านไกลสุดเกาะ
ที่สุดธรรมชาติอันบริสุทธิ์ Faroe Islands ตอนที่ 2 “Tórshavn – Kirkjubøur – Gjógv – Klaksvík” วันเดียวเที่ยวทั่วหมู่เกาะแฟโร
7.5 วัน ครบทุกฟีลรอบเกาะ Iceland วันที่ 1 “Reykjavík” เมืองหลวงที่ใกล้ขั้วโลกเหนือที่สุดในโลก
7.5 วัน ครบทุกฟีลรอบเกาะ Iceland วันที่ 2 “แช่น้ำแร่..ดีต่อใจ ที่ Blue Lagoon และชมน้ำตก Kirkjufell อันโด่งดัง”
7.5 วัน ครบทุกฟีลรอบเกาะ Iceland วันที่ 3 “แสงเหนือครั้งแรกในชีวิตที่ North Iceland”

iceland-route-trip

วันนี้มีโปรแกรมเที่ยวเยอะที่หน่อยครับ แต่ระยะทางไม่ได้ไกลและแต่ละที่ใช้เวลาไม่นาน โดยตอนเช้าจะออกจากที่พักที่เมือง Húsavík ไปเที่ยวรอบทะเลสาบ Mývatn ซึ่งมีที่เที่ยว 3-4 แห่ง ใช้เวลาประมาณครึ่งวัน เที่ยงๆ ขับรถไปน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป Dettifoss” บ่ายแก่ๆ เดินทางต่อไปพักค้างคืนที่เมือง Egilsstaðir ทางตะวันออกของประเทศ รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 320 กิโลเมตร

เส้นทางคร่าวๆ ตามแผนที่ครับ

1

นาฬิกาปลุกตอน 7 โมงเช้า รีบลุกขึ้นทำภารกิจส่วนตัวและช่วยกันเตรียมอาหารเช้าและกลางวันไปกินเพราะโปรแกรมเที่ยวของวันนี้จะตกกลางวันที่น้ำตกลึกที่ไม่มีหมู่บ้านหรือเมืองอยู่ใกล้เคียงครับ

8 โมงครึ่ง ออกจาก Húsavík ขับรถตามทางหลวงหมายเลข 85 และ 87 ย้อนไปทางทิศใต้มุ่งหน้าไปทะเลสาบ Mývatn ซึ่งอยู่ไกลจากที่พักประมาณ 50 กิโลเมตร

2

เมื่อไปถึงจุดตัดกับทางหลวงรอบเกาะสาย 1 เราก็แวะจอดรถลงไปถ่ายรูปที่บริเวณทางเหนือของทะเลสาบซึ่งเห็นภูเขาธารน้ำแข็งโดดเด่นอยู่เบื้องหลัง

3 4

Mývatn คือทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของไอซ์แลนด์ มีเนื้อที่ประมาณ 37 ตารางกิโลเมตร ทะเลสาบเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ Þrengslaborgir และ Lúdentsborgir ครั้งใหญ่เมื่อประมาณ 2,300 ปีก่อน และยังคงเหลือซากหินลาวาหน้าตาแปลกประหลาดอยู่รอบๆ ทะเลสาบ ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในเรื่องเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกนานาพันธุ์ในช่วงฤดูร้อน ชื่อของทะเลสาบจึงมีที่มาจากการเป็นที่รวมตัวกันของสัตว์นานาชนิดนี่เอง

5

จากนั้นก็ขับไปทางขวาก่อนแล้วค่อยวนทวนเข็มนาฬิการอบทะเลสาบซึ่งมีระยะทางประมาณ 36 กิโลเมตร ขับอ้อมรอบทะเลสาบไปทางใต้ก่อนไม่นานก็ถึงสถานที่ท่องเที่ยวแรกของทะเลสาบ Mývatn นั่นคือ Skútustaðagígar ซึ่งอยู่ที่หมู่บ้าน Skútustaðir ริมถนนสาย 848 เลย

6 7

Skútustaðagígar คือบริเวณกว้างที่เต็มไปด้วยซากปล่องภูเขาไฟที่ระเบิดเกิดเป็นหลุมขนาดยักษ์บนยอดภูเขานับสิบลูกที่อยู่ใกล้ๆ กันตรงริมทะเลสาบ Stakhólstjörn และ Mývatn

8
photo credit: www.redes-cepalcala.org

9

แถวนี้เงียบสงบ ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว มีฝูงแกะเดินเล็มหญ้าอิสระแบบไม่มีรั้วกั้นเลย

10 11

เกือบ 10 โมงครึ่งละ ออกเดินทางกันต่อ ที่หมายถัดไปของเราคือ Dimmuborgir ครับ จากจุดนี้ต้องขับอ้อมรอบทะเลสาบตามถนนสาย 848 ต่อไปอีกราว 10 กิโลเมตร แล้วแยกขวาเข้าไปแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว

12

ชื่อของ Dimmuborgir เกิดจากการประสมของคำว่า dimmu ซึ่งแปลว่า เข้ม/มืด กับคำว่า borgir ที่แปลว่า เมืองหรือป้อมปราสาท รวมกันแล้วที่นี่จึงมีความหมายว่าปราสาทมืด (Dark Castle) นั่นเอง บริเวณนี้คือทุ่งลาวาขนาดใหญ่ที่เกิดจากภูเขาไฟระเบิดจนหลอมรวมเป็นแท่งและก้อนหินหน้าตาประหลาดมากมาย

13 14

เราใช้เวลาเดินเล่นในบริเวณนี้ไม่นานเพราะไม่มีอะไรเจ๋งมากนัก ถ้าไม่แวะก็ไม่รู้สึกเสียดายนะครับ เคลื่อนพลต่ออีกแค่ 5 นาทีไปยังหมู่บ้าน Reykjahlíð (เรย์คยาห์โล) แวะเติมน้ำมันสักครู่

15

ข้อมูลเพิ่มเติม
การเดินทางไปทะเลสาบ Mývatn โดยรถสาธารณะ มีรถบัสสาย 650a Húsavík-Mývatn (Reykjahlíð Tourist Info) ออกตอน 17.00 น. ใช้เวลา 55 นาที ค่าตั๋วรถบัสราคา 3,500 ISK (ประมาณ 1,050 บาท) ถ้าซื้อผ่านเว็บราคาจะถูกลงเล็กน้อย และสาย 62 จากเมือง Akureyri ออกตอน 08.00 น. ถึงหมู่บ้าน Reykjahlíð ริมทะเลสาบ 10.00 น. ค่าตั๋วรถบัสราคา 4,000 ISK

เช็ควัน-เวลา ราคา และเส้นทางรถบัสได้ที่ Iceland busSBA-Norðurleið bus timetable

จากนั้นขับรถเข้าทางหลวงสาย 1 อีกครั้ง ตรงไปประมาณ 3 กิโลก็เลี้ยวขวาตามป้ายบอกทางไป Jarðböðin เข้าไปยัง Jarðböðin við Mývatn

photo credit: www.myvatnnaturebaths.is
photo credit: www.myvatnnaturebaths.is

Jarðböðin við Mývatn (Mývatn Naturebath) คือแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติใกล้ทะเลสาบ Mývatn อยู่ห่างจากเมืองใหญ่ใกล้เคียงคือ Akureyri 105 กิโลเมตร Egilsstaðir 164 กิโลเมตร และจากเมืองหลวง Reykjavík 489 กิโลเมตร

photo credit: www.myvatnnaturebaths.is
photo credit: www.myvatnnaturebaths.is

บ่อน้ำแร่ที่นี่มีขนาดเล็กกว่า Blue Lagoon และมีคนมาใช้บริการน้อยกว่าแห่งนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศสบายๆ คนไม่เยอะ แต่ข้อเสียคืออยู่ไกลจากเมืองหลักในแต่ละภาคของประเทศเกิน 100 กิโลเมตร

18

น้ำแร่ในบ่อมีปริมาณราว 3.5 ล้านลิตรและมีอุณหภูมิ 36-40 องศาเซลเซียส อุดมด้วยแร่กำมะถันเช่นเดียวกับบ่อน้ำแร่ทั่วไป

Mývatn Naturebath เปิดบริการตลอดทั้งปีโดยแบ่งเป็นช่วงเดือน ดังนี้ 1 มิ.ย.-31 ส.ค. 09.00-24.00 น., 1 ก.ย.-31 พ.ค. 12.00-22.00 น., วันที่ 24 และ 31 ธ.ค. เปิด 13.00-16.00 น., ปิดวันที่ 25 ธ.ค. และ 1 ม.ค.

ค่าบริการแบบ 1 ครั้งสำหรับผู้ใหญ่ ช่วงวันที่ 15 พ.ค.-15 ก.ย. 4,000 ISK (ประมาณ 1,200 บาท) ช่วงวันที่ 16 ก.ย.-31 ธ.ค. 3,500 ISK (ประมาณ 1,050 บาท) ถูกกว่า Blue Lagoon เกือบ 40% ค่าเช่าผ้าเช็ดตัว 700 ISK, ค่าเช่าชุดว่ายน้ำ 700 ISK, ค่าเช่าเสื้อคลุมอาบน้ำ 1,500 ISK (ราคา 2016)  ค่าเช่าของใช้ต่างๆ แพงกว่าที่ Blue Lagoon เล็กน้อย

อัพเดทข้อมูลได้ที่ visit Myvatn Naturebath

19

เรามาถึงที่นี่แค่ 11 โมงนิดๆ สปาเปิดตอนเที่ยง แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจมาแช่น้ำแร่ที่นี่อยู่แล้ว แค่แวะมาถ่ายรูปแป๊บนึงแล้วไปที่อื่นต่อเลย

ขับรถกลับไปที่ทางหลวงหมายเลข 1 เลี้ยวขวาไปประมาณ 3 กิโลเมตร ผ่านภูเขา Námafjall (Namaskard) ไปยัง Námafjall Hverir

20

Námafjall Hverir หรือเรียกสั้นๆ ว่า Hverir (Hverarönd) คือ geothermal area หรือบริเวณแหล่งความร้อนใต้พิภพที่มีบ่อโคลนร้อนเล็กใหญ่หลายบ่อและเต็มไปด้วยผลึกกำมะถันหลากสี กลิ่นกำมะถันที่นี่ค่อนข้างแรงทีเดียว

21 22

เดินดูรอบๆ บริเวณประมาณครึ่งชั่วโมงก็เดินทางต่อ

23

จุดหมายข้างหน้าที่เรากำลังจะไปนี้คือสถานที่ที่ผมรู้สึกว่าถ้ามาไอซ์แลนด์แล้วพลาดการมาเที่ยว ถือว่ามาไม่ถึง! เพราะหลายคนที่มาเที่ยวไอซ์แลนด์มักจัดสถานที่นี้ไว้ในโปรแกรมเสมอ แต่เนื่องด้วยสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนไม่แน่นอนของดินแดนแห่งนี้จึงทำให้หลายๆ แก๊งไม่สามารถเดินทางไปยังจุดหมายที่ตั้งใจไว้ได้ สถานที่ที่เราหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องพิชิตให้ได้นั้นก็คือ Dettifoss!

24

เที่ยงตรง ขับรถตามถนนวงแหวนรอบเกาะหมายเลข 1 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 862 ระยะทางรวมประมาณ 45 กิโลเมตรก็ถึงแล้ว

25

จริงๆ แล้วระยะทางมันไม่ไกลเลยครับ แต่สาเหตุที่หลายๆ คนพลาดไม่สามารถเดินทางมาถึงได้ก็เพราะถนนจะปิดถ้าสภาพอากาศย่ำแย่ เช่น มีหิมะตกหนัก ดังนั้นจึงต้องเลือกมาในฤดูที่ถูกต้อง โดยเดือนที่สามารถเดินทางมาได้ค่อนข้างแน่คือพ.ค.-ต.ค. ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ-ใบไม้ร่วง ระหว่างฤดูหนาว (พ.ย.-มี.ค.) มักจะมีหิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถเดินทางมายังน้ำตกได้เพราะเส้นทางค่อนข้างอันตราย ส่วนเดือนเมษาเป็นช่วงเวลากั๊กๆ ไม่ชัวร์ว่าจะเข้า Dettifoss ได้หรือไม่เพราะเป็นช่วงหลังหิมะถล่มลงมาในระหว่างฤดูหนาวแล้ว ถนนอาจจะยังพังอยู่ และก้ำกึ่งว่าจะเห็นแสงเหนือมั้ยเพราะเป็นช่วงปลายฤดูแสงเหนือแล้ว ฉะนั้นช่วงเดือนที่จะมาเที่ยวน้ำตก Dettifoss ได้พร้อมกับมีโอกาสเห็นแสงเหนือด้วยจึงมีแค่เดือนเดียวคือตุลาคมซึ่งเป็นเดือนที่เราเลือกมาไอซ์แลนด์นั่นเอง

อีกเรื่องคือรถที่เหมาะและเซฟที่สุดในการขับมา Dettifoss คือรถไฟร์วีลแบบที่เราเช่ากันครับ ยอมจ่ายแพงกว่ารถธรรมดาพอสมควรเพื่อความมั่นใจว่าจะมาเที่ยวที่นี่ได้สำเร็จ ถือว่าคุ้มค่าครับ

26

ข้อมูลเสริม
รถบัสสาย 661 ออกจากหมู่บ้าน Reykjahlíð ริมทะเลสาบ Mývatn เวลา 11.30 น. ถึงน้ำตก Dettifoss 12.30 น. ค่าตั๋วรถบัสราคา 3,800 ISK (1,140 บาท)

เช็ควัน-เวลา ราคา และเส้นทางรถบัสได้ที่ SBA-Norðurleið bus timetable

Dettifoss สำคัญไฉน? ทำไมถึงต้องมาให้ได้ ถ้าไม่ได้มาคือพลาด เหตุผลของผมคือไอซ์แลนด์เป็นดินแดนที่มีน้ำตกที่สวยงาม มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศมากมายทั่วเกาะ น้ำตกแต่ละแห่งไปยากง่ายต่างกัน บางแห่งต้องเดินป่าขึ้นเขาไปไกล แต่บางแห่งเดินจากที่จอดรถไปนิดเดียวก็ถึงแล้ว นักท่องเที่ยวไม่ว่าจะมาเที่ยวกันเองหรือมากับทัวร์ส่วนมากจะได้ไปชมน้ำตกดังๆ ซึ่งอยู่ในเส้นทางสายวงแหวนรอบเกาะกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Goðafoss, Gullfoss, Seljalandsfoss, Skógafoss ซึ่งล้วนเข้าถึงง่ายทั้งสิ้น แต่ Dettifoss ต้องแยกเข้าถนนเล็กและเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโล ฟังดูแล้วก็ไม่เห็นจะน่ามีความสำคัญหรือยากอะไรเลย งั้นลองอ่านข้อมูลของน้ำตกแห่งนี้ดูนะครับ

Dettifoss คือน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปในแง่ของปริมาณน้ำ (Europe most powerful waterfall) โดยน้ำที่ไหลลงมามีปริมาณมากถึง 193 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

27

น้ำตกขนาดมหึมาแห่งนี้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ Jökulsárgljúfur มีความกว้าง 100 เมตร สูง 45 เมตร เกิดจากการไหลของแม่น้ำ Jökulsá á Fjöllum ซึ่งไหลมาจากการละลายของธารน้ำแข็ง Vatnajökull อีกทอดหนึ่งลงสู่แคนยอน Jökulsárgljúfur โดยหลังจากมีการตัดถนนสายใหม่ชื่อ New Tarmac เมื่อปีค.ศ. 2011 ทำให้สามารถเดินทางมายังน้ำตกได้สะดวกยิ่งขึ้น

28

เพราะความเป็นที่สุดของน้ำตกในไอซ์แลนด์และทวีปยุโรปนั่นเอง เราจึงต้องมาพิชิตน้ำตกแห่งนี้ให้ได้ครับ ไม่งั้นจะรู้สึกว่าตัวเองมาไม่ถึงประเทศนี้แบบเต็มตัว

หลังจากขับรถมาถึงที่จอดรถตรงทางเดินเข้าไปยังตัวน้ำตก เราก็ขอพักกินข้าวที่ทำใส่ทัปเปอร์แวร์มาตั้งแต่เช้าให้
อิ่มท้องเสียก่อน นั่งกินที่โต๊ะไม้ตากลมอย่างหนาวเลยครับ

อิ่มแล้วก็เดินประมาณกิโลนึงเข้าไปยัง Dettifoss ยังไม่ทันจะถึงน้ำตกก็ได้ยินเสียงพลังน้ำดังกระหึ่มแล้ว วันนี้อากาศแจ่มใส เมฆไม่เยอะ ถือว่าฟ้าใสเลย ช่างโชคดีซะจริงๆ ถ้าฝนตกลงมาคงจะลำบากไม่เบาเลยครับ

29 30

เดินถ่ายรูปมวลน้ำมหาศาลของน้ำตกจากข้างล่างจนขึ้นไปจุดชมวิวข้างบนเพื่อเก็บภาพจากมุมสูงเป็นที่ระลึกว่าเราทำสำเร็จแล้ว เยสสส!

31 32

ในบริเวณนี้มีน้ำตกอีกแห่งซึ่งอยู่ห่างจาก Dettifoss ประมาณ 1 กิโลเมตร เราเดินย้อนกลับทางเดิมพอเห็นป้ายชี้ไป Selfoss ก็เลี้ยวซ้ายเดินไปอีก 600 เมตร

Selfoss คือน้ำตกสวยงามอีกแห่งแต่มีขนาดเล็กกว่า Dettifoss มาก น้ำตกเซลฟอสส์มีความสูง 11 เมตร เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง Vatnajökull กลายเป็นแม่น้ำ Jökulsá á Fjöllum ไหลลงหน้าผากลายเป็นน้ำตกหลายแห่งในบริเวณนี้ ในแต่ละฤดูจะมีปริมาณน้ำมากน้อยแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและการกระทำของภูเขาไฟครับ

33 34 35

เราอยู่ที่นี่ไม่นานมากเพราะไม่เกิน 4 โมงเย็นก็ควรเดินทางต่อไปยังที่พักที่เมือง Egilsstaðir เมืองหลักทางภาค
ตะวันออกของไอซ์แลนด์ซึ่งอยู่ไกลออกไปประมาณ 165 กิโลเมตร น่าจะใช้เวลาขับรถอีกประมาณ 2 ชั่วโมง

36

แทรกข้อมูลการเดินทางโดยรถสาธารณะไป Egilsstaðir เล็กน้อย

จากเมือง Akureyri มีรถบัสสาย 62 ในเวลา 08.00 น. ผ่านน้ำตก Goðafoss, หมู่บ้าน Reykjahlíð ริมทะเลสาบ Mývatn, ทางหลวงหมายเลข 1 ทางเข้าไปยังน้ำตก Dettifoss และถึง Egilsstaðir 12.00 น. ค่าตั๋วรถบัส Akureyri-Egilsstaðir ราคา 9,600 ISK (ประมาณ 2,800 บาท) ถ้ามาจากเมืองทางใต้คือ Höfn นั่งรถบัสสาย 62a เวลา 08.00 น. ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง 15 นาที ค่าตั๋วรถบัสราคา 9,400 ISK

เช็ควัน-เวลา ราคา และเส้นทางรถบัสได้ที่ Iceland busSBA-Norðurleið bus timetable

จากน้ำตก Selfoss เดินประมาณ 15 นาทีกลับไปที่ลานจอดรถ ขับรถกลับไปที่ถนนวงแหวนสาย 1 เหมือนเดิม เลี้ยวซ้ายขับตามถนนรอบเกาะสายนี้ตรงบ้างโค้งบ้างยาวไปเรื่อยๆ จนเข้าสู่เขตเมือง Egilsstaðir (เอยิลสตาดีร์) ตอนกำลังจะมืด เข้าไปเช็คอินที่ AtHome Apartments ให้เรียบร้อนก่อนแล้วค่อยออกไปซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อของมาทำกับข้าวกิน

อพาร์ทเมนต์นี้เหมือนเป็นคอนโดมากกว่าเพราะอยู่บนตึกสูงและห้องกว้างมาก แบ่งเป็น 2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่นตรงกลาง ห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำ ห้องครัวดีมากทำอาหารได้สบายเลย ราคาถือว่าไม่แพงนะครับ ห้องพักคืนนี้ 18,765 ISK (150 ยูโร) แชร์กันจ่ายคนละประมาณ 1,170 บาทเท่านั้น

37

เย็นนี้เราวางแผนการจ่ายตลาดโดยจะซื้อวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร 2 มื้อคือมื้อเย็นวันนี้และมื้อเช้าพรุ่งนี้ครับ เช็คบิลไป 4,700 ISK (1,400 บาท) หาร 5 คน หาร 2 มื้อ สรุปแล้วจ่ายกันแค่มื้อละ 140 บาทเท่านั้น ถ้าไปกินที่ร้านอาหารอย่างถูกสุดมื้อนึงต้องมี 400 บาทขึ้นไปครับ (ถ้าอยากรู้ว่าค่าอาหารที่ไอซ์แลนด์แพงหรือถูกแค่ไหน ลองกลับไปอ่านรีวิววันแรกที่ Reykjavík นะครับ)

ค่ำนี้เราเช็คพยากรณ์จาก Aurora forecast แล้วพบว่าค่าความแรงของแสงเหนือ (KP) เท่ากับ 6 เต็ม 9 ซึ่งเป็นค่าที่สูงมาก ท้องฟ้าโปร่ง และเมฆน้อยด้วย เห็นแสงเหนือชัวร์ๆ

ขออนุญาตไม่อธิบายวิธีการดูพยากรณ์อากาศแล้วนะครับเพราะได้เขียนบอกไว้แล้วในรีวิววันที่ 2 และ 3 ลองดู link ที่ให้ไว้ข้างบนรีวิวนี้นะครับ

ขับรถออกไปเลยสิ รอไร! ถถถ เรามุ่งหน้าไปทางทิศใต้ของเมือง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 1 ออกนอกเขตเมืองไปนิดเดียวท้องฟ้าก็มืดสนิทจนเห็นแสงเหนือได้ชัดเจน แต่ตลอดทางไม่มีทางให้แวะจอดรถเลย ขับไปประมาณ 10 กิโลก็มีทุ่งโล่งแถวหมู่บ้าน Vallanes ซึ่งสามารถขับรถลงไปจอดได้

เรารีบเซ็ตกล้องถ่ายรูปและขาตั้งกล้องให้พร้อม วันนี้ไม่พลาดลืมเอาเลนส์ wide มาเหมือนเมื่อคืนวานแล้ว ถ่ายรูปแสงเหนือกันจนฟินเลยจร้าเพราะฟ้าเปิดสุดๆ ค่า KP แรง แถมมีฉากหลังประกอบเป็นภูเขาหิมะ (มาเห็นในกล้องทีหลัง) ตอนที่ถ่ายมันมืดมากมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากแสงสีเขียวบนท้องฟ้าสุดอลัง

38 39

สี่ทุ่มก็ขับรถกลับอพาร์ทเมนต์ไปพักผ่อนนอนหลับแล้วนาจา

ทิ้งท้ายนิดนึงเพื่อความเข้าใจเรื่องแสงเหนือให้มากขึ้นครับ แสงเหนือไม่จำเป็นต้องล่า ไม่จำเป็นต้องเฝ้าถึงเที่ยงคืน
ตีหนึ่ง ถ้าดวงดีก็เห็นเองแหละ สองสามทุ่มก็เห็นได้ ถ้าไม่มีโชครอทั้งคืนก็ไม่เห็นหรอก ดูพยากรณ์อากาศและแผนที่ให้เป็นแค่นั้นพอครับ

คืนนี้ฝันดี ราตรีสวัสดิ์ครับ 😀

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต