เที่ยวเอง Czech อีกที..ต้องมีแตกต่าง ตอนที่ 4 “Cheb – Loket” เที่ยว 2 เมืองใกล้ๆ Karlovy Vary แบบไปเช้าเย็นกลับ

เที่ยวเอง รีวิว เค็บ โลเค็ต สาธารณรัฐเช็ก cheb loket czech republic

สาธารณรัฐเช็กครั้งที่ 2 ของเที่ยวเอง

เมื่อวานเราเดินทางจาก Prague มาถึง Karlovy Vary และเดินเที่ยวชมเมืองสปาสุดงามตามรีวิวนี้ครับ
เที่ยวเอง Czech อีกที..ต้องมีแตกต่าง ตอนที่ 3 “Karlovy Vary” เดินชมเมืองสวยแท้ จิบน้ำแร่ แช่สปา

วันที่ 14 ของทริป

จาก Karlovy Vary เราจะไปเที่ยวเมือง Cheb และ Loket แบบ one day trip กัน

photo credit: pancelcino.webnode.cz

ย้อนความเดิมตั้งแต่วันแรกจากเยอรมัน โปแลนด์ ทางตะวันออกและกลางของสาธารณรัฐเช็ก ได้ที่
เที่ยวเอง GERMANY กี่ครั้งก็ยังไม่พอ ตอนที่ 1 “Bamberg – Coburg” สองเมืองทางเลือกใหม่ในบาวาเรีย
เที่ยวเอง GERMANY กี่ครั้งก็ยังไม่พอ ตอนที่ 2 “Leipzig” ชีวิตชีวาแห่งเยอรมันตะวันออก
เที่ยวเอง GERMANY กี่ครั้งก็ยังไม่พอ ตอนที่ 3 “Dresden” เมืองเก่าแก่ที่สร้างใหม่ให้เหมือนเก่า
เที่ยวเอง GERMANY กี่ครั้งก็ยังไม่พอ ตอนที่ 4 “Basteibrucke – Bautzen” ทริปไปเช้าเย็นกลับจากดรีสเดน
เที่ยวเอง Poland รอบสอง..ต้องหาเมืองใหม่ๆ เที่ยว ตอนที่ 1 “Wroclaw – Lodz เมืองสีสันสวยสด กับ เมืองโมโนโทนของคนสายฮิป
เที่ยวเอง Poland รอบสอง..ต้องหาเมืองใหม่ๆ เที่ยว ตอนที่ 2 “Krakow – Katowice” พาชมสองเมืองต่างเสน่ห์ของโปแลนด์ใต้
เที่ยวเอง Czech อีกที..ต้องมีแตกต่าง ตอนที่ 1 “Mikulov – Brno – Telc” 3 เมืองสวยของเช็กที่คนไทยยังไม่ค่อยไป
เที่ยวเอง Czech อีกที..ต้องมีแตกต่าง ตอนที่ 2 “Prague” ใบไม้หลากสีที่กรุงปราก

แผนที่ทริปตามนี้ครับ

ไปเมือง Cheb

รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม Vienna House Dvořák Karlovy Vary ก่อน

08.44 น. รถไฟไป Cheb จะออกจากสถานีรถไฟกลาง Karlovy Vary หรือ Horní nádraží (ไม่ใช่สถานีรถไฟ Karlovy Vary dolní nádraží ที่อยู่ติดกับสถานีรถบัสกลาง autobusové nádraží terminál MHD หรือ Karlovy Vary, terminal)

เราเช็คเวลารถเมล์ไปสถานีรถไฟกลางแล้วไม่ลงตัวครับ นั่งแท็กซี่ไปเลยดีกว่า ระยะทางขับรถไม่ถึง 6 กิโล ค่าแท็กซี่ 300 CZK (ประมาณ 450 บาท) แพงเลยทีเดียว

ถ้าจะนั่งรถเมล์ ออกจากโรงแรมเดินไปทางขวา 100 กว่าเมตรก็ถึงป้ายรถเมล์ที่ Divadelní náměstí ใกล้โรงละคร Karlovarské městské divadlo (Metropolitan Theatre) นั่งรถเมล์สาย 2 ประมาณ 15 นาที ไปลงที่ท่ารถบัส tržnice MHD (Městská tržnice) ต่อสาย 1 อีก 5 นาทีก็จะถึงป้าย Horní nádraží หน้าสถานีรถไฟกลาง Karlovy Vary ค่ารถ 25 CZK

เช็คเวลารถเมล์ได้ที่ www.dpkv.cz
เช็คสายรถเมล์ต่างๆ ของ Karlovy Vary ได้ที่ www.dpkv.cz/linky/denni

สถานีรถไฟเพิ่งปรับปรุงใหม่เสร็จไม่ถึงเดือน เมื่อ 4 ปีที่แล้วจำได้ว่ามันเก่าโทรมมากครับ 55

ขึ้นบันไดเลื่อนไปที่ชั้น 2 ซื้อตั๋วรถไฟ Karlovy Vary – Cheb ใบละประมาณ 82 CZK ได้ยินพนักงานบอกว่าถ้าซื้อมากกว่า 1 ใบ คนแรกจะคิดราคาเต็ม ส่วนคนที่ 2 จะได้ลดครึ่งราคา คนที่ 3 เป็นราคาเต็มเหมือนเดิม เลยไม่รู้ว่าตกลงราคาต่อคนคือเท่าไหร่กันแน่ครับ

ค้นหาตารางเวลารถไฟและรถบัสของเช็กได้ที่ jizdnirady.idnes.cz
ซื้อตั๋วรถไฟได้ที่ www.cd.cz

รถไฟขบวน Rx 616 Egrensis ออกจากสถานีรถไฟกลาง Karlovy Vary ในเวลา 08.44 น. นั่งแค่ 45 นาทีก็ถึงสถานีรถไฟ Cheb

Cheb (เค็บ) หรือ Eger ในภาษาเยอรมัน คือเมืองขนาดกลางในแคว้น Karlovy Vary ทางตะวันตกของสาธารณรัฐเช็ก ติดพรมแดนเยอรมัน เค็บเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและผ่านการปกครองมาหลายอาณาจักร ทำให้ในเขตเมืองมีบรรยากาศที่ผสมผสานอย่างหลากหลาย เมืองนี้ยังเป็นชุมชนของชาวเยอรมันและชาวเช็กที่พูดภาษาเยอรมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศอีกด้วย

เดินเข้ากลางเมือง Cheb

ออกจากสถานีรถไฟ เดินตรงไปข้ามถนนเข้าถนน Svobody ตรงยาวอีกประมาณ 800 เมตรก็ถึง Náměstí Krále Jiřího z Poděbrad (George of Poděbrady Square) หรือ Tržní Náměstí (Market Square) จัตุรัสกลางเมืองที่ล้อมรอบด้วยบ้านเรือนสไตล์บาโรคสีสันสดใสที่ส่วนมากสร้างขึ้นในยุคศตวรรษที่ 16 ซึ่งเคยเป็นบ้านเรือนของกลุ่มพ่อค้าชาวยิวผู้มั่งคั่ง

อาคารโดดเด่นในบริเวณนี้คือ Galerie výtvarného umění v Chebu (Gallery of Fine Arts in Cheb) ซึ่งปัจจุบันใช้เป็น Nová radnice หรืออาคารที่ว่าการเมืองหลังใหม่ อาคารสไตล์บาโรคสมัยศตวรรษที่ 18 นี้เปิดเป็นแกลเลอรี่แสดงผลงานศิลปะเช็กยุคใหม่ โดยเปิดให้เข้าชมวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00-17.00 น. ค่าเข้าชม 80 CZK

ถ่ายรูปอาคารบ้านเรือนที่ผสมผสานหลากหลายศิลปะของยุโรปประเทศต่างๆ รอบๆ จัตุรัสกลางเมือง กลุ่มตึกที่เด่นอยู่ตรงนี้เรียกว่า Špalíček (ตึกสีเขียวอ่อนและส้มอ่อนที่อยู่คู่กัน)

ช่วงนี้ตรงกลางจัตุรัสกำลังเซ็ตอัพงานคริสต์มาสอยู่พอดี สภาพเลยเละเทะหน่อยๆ ถ้าเป็นจัตุรัสโล่งๆ จะถ่ายรูปเห็นบ้านเรือนหลากสีสันที่อยู่รอบๆ ได้สวยงามกว่านี้เยอะเลย

เดินไปทางยอดโบสถ์ด้านหลังก็เห็น Muzeum Cheb, příspěvková organizace Karlovarského kraje (Muzeum Cheb) หรือ Museum Eger หนึ่งในพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่สุดในแคว้นซึ่งเปิดให้เข้าชมมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1874 ด้านในนำเสนอเรื่องราวของแคว้น Karlovy Vary ผ่านผลงานศิลปะกว่า 100,000 ชิ้น ช่วงเดือนพ.ค.-ก.ย. เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ 09.00-17.00 น. และช่วงเดือนอื่นเปิดวันพุธ-อาทิตย์ ค่าเข้าชมราคา 70 CZK

เลี้ยวซ้ายไปนิดมีซอกแคบๆ ระหว่างตึก Špalíček ชื่อว่า Kramářská ulička (Shopkeeper Lane) ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าแยกตึกออกจากกันทำไมครับ 55

เดินเข้าถนนด้านข้าง Muzeum Cheb ไปก็ถึงด้านหน้า Kostel Mikuláše a Alžběty (St. Nicolas and Elizabeth’s Church) โบสถ์เก่าแก่ที่สุดของเมืองที่แรกเริ่มสร้างขึ้นในสไตล์โรมาเนสก์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ต่อมาได้รับความเสียหายหลายครั้งจากเหตุไฟไหม้จึงซ่อมแซมขึ้นใหม่โดยผสมผสานสไตล์โกธิคและบาโรคเพิ่มเข้าไปอย่างที่เห็นทุกวันนี้

เดินย้อนกลับไปทาง Muzeum Cheb เลี้ยวขวาผ่านหน้าพิพิธภัณฑ์

ตรงขึ้นเนินตามถนน Židovská นิดเดียวก็เลี้ยวขวาเข้าถนน Jakubská แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนน Růžová เลี้ยวขวาอีกทีเดินตามถนน Trčky z Lípy เลยสวนไปก็เห็น Chebský hrad (ระยะทางราว 450 เมตร)

Chebský hrad (Cheb Castle) ซากปราสาทป้อมปราการโบราณของชาวสลาวิกทางทิศเหนือของเขตเมืองเก่าซึ่งเป็นพื้นที่แรกที่มีการตั้งรกรากในเมืองนี้ โดยมีอายุเก่าแก่ย้อนไปร่วม 1,000 ปีก่อน สามารถขึ้นป้อมชมวิวมุมสูงของเมืองได้ โดยช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงเปิดวันอังคาร-อาทิตย์ 09.00-17.00 น. ฤดูร้อนเปิดทุกวัน 09.00-18.00 น. และช่วงหน้าหนาวเปิดวันเสาร์-อาทิตย์ 10.00-15.00 น. ค่าเข้าชมราคา 60 CZK

หมดเมืองแล้วครับ เดินย้อนทางเดิมกลับไปยังจัตุรัสกลางเมือง

เดินตามถนน Svobody เหมือนเดิมกลับสถานีรถไฟ พักกินข้าวกลางวันที่ร้านใกล้ๆ สถานีรถไฟรอเวลารถไฟออก

ไป Loket

ซื้อตั๋วรถไฟ Cheb – Loket ราคาใบละประมาณ 68 CZK
(เหมือนรถไฟขา Karlovy Vary – Cheb ครับ ไม่แน่ใจว่าถ้าซื้อตั๋วแค่ 1 ใบจะเป็นราคาเท่าไหร่ เพราะคนแรกเป็นตั๋วราคาเต็ม คนที่ 2 รู้สึกจะได้ลดครึ่งราคา และคนที่ 3 เป็นราคาเต็มเหมือนเดิม มั้ง 55)

12.45 น. รถไฟขบวน Os 7029 ออกจากสถานีรถไฟ Cheb ต้องลงที่สถานี Nové Sedlo u Lokte เพื่อเปลี่ยนเป็นขบวน Os 27150 ตอน 13.40 น. และนั่งอีกแค่ 7 นาทีก็ถึงสถานีรถไฟ Loket

photo credit:conheroineivaj.blogspot.com

Loket (โลเค็ต) หรือ Elbogen ในภาษาเยอรมัน คือเมืองในเขตการปกครอง Sokolov ในแคว้น Karlovy Vary อยู่ห่างจากเมือง Karlovy Vary แค่ 13 กิโลเมตร

เมืองนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรออสเตรียระหว่างศตวรรษที่ 17-18 ชื่อเมืองมีความหมายว่า “ข้อศอก” เนื่องจากตัวเมืองตั้งอยู่ในโอบล้อมของแม่น้ำ Ohře ทั้ง 3 ด้าน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการทำงานของข้อศอก เมื่อมองจากปราสาทลงมาจะเป็นภาพที่สวยงามมากจนได้รับการรักษาไว้อย่างดีจากทางการและประกาศให้เป็นสมบัติของชาติ นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเดินทางมาในช่วงเทศกาลโอเปร่าประจำปีซึ่งจัดขึ้นโดยมีปราสาทเป็นฉากหลัง

ตัวเมือง Loket อยู่ในบริเวณที่มีรูปทรงคล้ายกระเพาะหมูซึ่งล้อมด้วยแม่น้ำ Ohře ผังเมืองคล้ายๆ กับเชสกี้ ครุมลอฟ เลย

ออกจากสถานีรถไฟ เลี้ยวขวาเดินตามถนน Nádražní โค้งขวาเข้าเมืองไปก็เห็น Černá Věž (Black Gate Tower) หอคอยโบราณบริเวณปากทางเข้าสู่เขตประวัติศาสตร์ของเมือง (Historické město Loket) ซึ่งใช้สังเกตการณ์และป้องกันข้าศึกในอดีต เปิดให้ขึ้นด้านบนได้เฉพาะเดือนพ.ค.-ก.ย. เวลา 11.00-17.00 น.

เดินตามถนนหลักกลางเมืองไปนิดหน่อยก็ถึง Náměstí Loket (Náměstí T. G. Masaryka) หรือจัตุรัสกลางเมืองที่มี Sloup Nejsvětější Trojice (Holy Trinity Column) อยู่ตรงกลาง ส่วนรอบๆ เป็นอาคารสวยงามสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรคหลายหลัง หนึ่งในนั้นคือ Radnice v Lokti หรืออาคารที่ว่าการเมืองนั่นเอง

เลี้ยวขวาตรงเสาคอลัมน์เข้าถนน Zámecká ขึ้นบันไดไปยัง Hrad Loket (Loket Castle)

ระหว่างทาง เงยหน้ามองขึ้นไปก็เห็น Kostel sv. Václava (Church of St. Wencelas) โบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกสไตล์บาโรคที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1240 บนเนินเขาคู่กับปราสาท Loket

Hrad Loket (Loket Castle) คือปราสาทสไตล์โกธิคที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 บนเนินเขาใจกลางเมือง ที่นี่ใช้เป็นฉากในภาพยนตร์เรื่อง Casino Royale ตอนที่ James Bond พบกับ René Mathis โดยบอกว่าเป็นที่ประเทศ Montenegro

ปราสาทเปิดให้ชมได้ทุกวัน ช่วงหน้าร้อนตั้งแต่ 09.00-18.30 น. ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ราคา 110 CZK

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ visit Loket Castle

ลงบันไดเดินไปอีกทางผ่าน Kostel sv. Václava (Church of St. Wencelas) กลับลงไปที่จัตุรัสกลางเมือง

เลี้ยวขวาเดินตามถนน T. G. Masaryka นิดเดียวก็ออกนอกตัวเมืองแล้ว

หยุดถ่ายรูปปราสาท Loket จากสะพานทางเข้าออกเมือง Silniční most v Lokti

ลงสะพานไปที่ริมแม่น้ำจะเห็นวิวแบบนี้

กลับขึ้นสะพานไปก็เห็นวงเวียนที่มีป้ายรถบัสอยู่ ขากลับ Karlovy Vary ต้องมาขึ้นรถบัสที่ป้ายฝั่งหันหน้าเข้าหาตัวเมือง ตามรูปนี้ (ใน google map ไม่มีสัญลักษณ์รูปรถบัส พิกัด GPS ป้ายนี้คือ 50.1886372N, 12.7501975E อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำกับสถานีรถไฟ Loket ครับ)

จากเชิงสะพาน เดินไปทางซ้ายตามทางหลวงสาย 209 ไม่ไกลก็ถึงจุดชมวิวจุดแรกที่มองย้อนกลับไปเห็นวิวเมืองทั้งหมด

ฝั่งตรงข้ามถนนมีทางเดินป่าขึ้นเนินเขาไปยังจุดชมวิวมุมสูงของเมืองที่สวยที่สุด รอถ่ายรูปตั้งแต่ตอนยังไม่มืดจนถึงก่อนมืดสนิทเลยครับ

ลงเขาแล้วเลี้ยวซ้ายเดินกลับไปรอรถบัสกลับ Karlovy Vary ที่ป้ายตรงวงเวียนใกล้เชิงสะพาน Silniční most

รถบัสมาจอดป้ายตอน 5 โมงครึ่ง ขึ้นรถไปซื้อตั๋วจากคนขับ ตั๋วรถบัส Loket – Karlovy Vary ราคา 40 CZK นั่งแค่ 27 นาทีก็กลับถึงสถานีรถบัสกลาง autobusové nádraží terminál MHD (Karlovy Vary, terminal) แล้ว

ค้นหาตารางเวลารถบัสของเช็กได้ที่ jizdnirady.idnes.cz

ถ้าจะเดินทางจาก Karlovy Vary ไป Loket โดยไม่ไป Cheb เหมือนเรา สามารถขึ้นรถเมล์สาย 23 จากสถานีรถบัสกลาง autobusové nádraží terminál MHD (Karlovy Vary, terminal) ป้าย Dolní nádraží หรือจากท่ารถบัส tržnice MHD (Městská tržnice) โดยรถเมล์จะไปจอดที่ป้าย Loket, žel.st. คือสถานีรถไฟ Loket

เช็คเวลารถเมล์ได้ที่ www.dpkv.cz/linky/denni แล้วเลื่อนลงไปคลิกที่สาย 23

เดินกลับโรงแรม Vienna House Dvořák Karlovy Vary ค้างคืนที่ Karlovy Vary อีก 1 คืน

พรุ่งนี้เช้าเราก็จะออกจากเช็กกลับเข้าประเทศเยอรมันอีกครั้ง

*ห้ามคัดลอกหรือดัดแปลงข้อมูลและรูปภาพเพื่อนำไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต